บัญญัติพันธนาการ คือพลังแห่งการผูกมัดของเผ่าเทพสวรรค์ที่ทิ้งเอาไว้ในม้วนกระดาษเทพซึ่งนับเป็นสิ่งของหายาก ส่วนความสามารถของมันก็ตรงตามชื่อนั่นคือการพันธนาการทั้งร่างกายและวิญญาณของเป้าหมาย ดังนั้นต่อมีแผ่นหยกเคลื่อนย้ายมันก็ไร้ประโยชน์เมื่อเผชิญหน้ากับสมบัติชิ้นนี้
“อึก! เจ้าคนไร้ศักดิ์ศรี เจ้าถึงกับร่วมมือกับศัตรูของเผ่าพันธุ์!” จิ่วซวงที่กำลังถูกพันธนาการเอ่ยปากก่นด่า ดวงตาฉายแววอาฆาตเดือดดาล
“ฮ่าๆๆร่วมมือกับศัตรูแล้วอย่างไรกัน ขอเพียงสังหารเจ้าได้ ใครจะรู้กันว่าข้าร่วมมือกับศัตรู” จิ่วฟางแสยะยิ้มอย่างน่าหวาดกลัว จากนั้นค่อยๆก้าวเดินไปหาจิ่วซวง ในมือปรากฏหอกสีทองที่แผ่ออร่าศักดิ์สิทธิ์ออกมา
“แม้แต่อาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งการชำระล้างพวกมันก็ยกให้เจ้า!! ดูเหมือนชีวิตของคุณหนูเช่นข้าจะราคาแพงมากทีเดียวสำหรับพวกมัน” ดรุณีน้อยเย้ยหยัน
อาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งการชำระล้างที่นางเอ่ยถึงนั้น แท้จริงแล้วคืออาวุธที่สรรสร้างโดยการบีบอัดพลังศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าเทพสวรรค์เข้าไป และมันมีไว้ใช้เพื่อกำจัดเผ่าปีศาจเฉกเช่นนาง
“ฮ่าๆๆชีวิตของคุณหนูแห่งเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์ ย่อมต้องราคาแพงเป็นธรรมดา.....จิ่วซวงยอมรับความตายแต่โดยดีซะ!!” จิ่วฟางกระชับหอกสีทองในมือแทงเข้าใส่ศีรษะของดรุณีน้อยคนงามซึ่งถูกพันธนาการเอาไว้ ทำให้นางได้แต่กัดฟันกรอดและหลับตาลงโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ
แต่ในขณะที่หอกศักดิ์สิทธิ์กำลังจะถึงเป้าหมาย ลมปราณรูปแบบกรงเล็บสายหนึ่งก็พลันพุ่งผ่านร่างมันไปราวกับสายอัสนีบาต
“อะไร!!”
การกระทำทุกอย่างของจิ่วฟางหยุดชะงัก ดวงตาฉายแววสั่นสะท้าน มือที่ถือหอกศักดิ์สิทธิ์ขาดสะบั้นร่วงหล่นสู่พื้นธรณี โลหิตสีทมิฬไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
“หึหึ! สมกับเป็นเผ่าปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ แม้จะโดนตัดแขนแต่กลับไม่ร้องโหยหวนออกมาเลยสักคำ” เย่หยุนซีเคลื่อนกายมาอยู่ตรงกลางระหว่างจิ่วฟางและจิ่วซวงพลางกล่าวอย่างสบายๆ
“มนุษย์? เจ้าไม่รู้หรือไงว่าการลงมือกับเผ่าปีศาจเท่ากับรนหาที่ตาย!!” จิ่วฟางแผดเสียงคำรามใส่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาล ส่วนทางฝั่งของจิ่วซวงเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็ค่อยลืมตาขึ้นมาช้าๆ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือแผ่นหลังของบุรุษหนุ่มอาภรณ์สีขาวลายดำ
“อ่า ถ้าพบเจอปีศาจตนอื่นข้าคงต้องคิดหนักอยู่เหมือนกัน แต่สำหรับปีศาจที่ทรยศเผ่าพันธุ์ ต่อให้สังหารก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่”
บุรุษหนุ่มดึงกระบี่ระดับฟ้าออกมาจากแหวนมิติอย่างฉับไว จากนั้นใช้ออกด้วยท่าร่างย้ำอัสนีเคลื่อนกายไปด้านหลังของฝ่ายตรงข้าม พร้อมทั้งใช้กระบี่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังปราณหยินหยางแทงหน้าอกของจิ่วซวงอย่างรวดเร็ว เฉียบขาด ไม่ปล่อยให้มันพูดพร่ำ
“สวบ!”
“อึก!”
สัมผัสได้ถึงความร้อนสุดขีดและเย็นสุดขั่วที่ประดังเข้ามาในร่าง ดวงตาของจิ่วซวงเบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า โลหิตและอวัยวะภายในเดี๋ยวถูกแช่แข็งเดี๋ยวถูกแผดเผา ทำให้มันรู้สึกทรมานจนแทบบ้า
แต่ทว่าเย่หยุนซีไม่คิดจะปล่อยให้มันกรีดร้องออกมา เขาใช้ออกด้วยเปลวเพลิงทมิฬเก้าชั้นฟ้าแผดเผ่าร่างจิ่วฟางจนไม่เหลือแม้แต่ธุลี
แลเห็นภาพอันน่าสยดสยองนี้ จิ่วซวงที่กำลังถูกพันธนาการแทบไม่อยากจะเชื่อในสายตา สังหารปีศาจระดับจักรพรรดิภายในหนึ่งกระบวนท่า มนุษย์หนุ่มผู้นี้ดูโตกว่านางแค่ไม่กี่ปี ไฉนถึงมีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้ได้
“แม่นางน้อย อย่าได้สงสัยอะไรให้มากจนเกินไป” ราวกับล่วงรู้ในความคิดของอีกฝ่าย เย่หยุนซีเอ่ยปากกล่าวออกมา ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษเทพปลดบัญญัติพันธนาการให้นาง
“อึก! ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือ บุญคุณครั้งนี้จิ่วซวงจะต้องตอบแทนแน่” นางกล่าว
เย่หยุนซีส่ายศีรษะเบาๆ มือข้างหนึ่งดึงเอาแหวนมิติและหอกศักดิ์สิทธิ์ของจิ่วฟางมาเก็บไว้
“ไม่เป็นไรๆ เจ้าปลอดภัย ข้าได้สมบัติ พวกเรานับว่าได้ประโยชน์ทั้งคู่”
จบคำกล่าว บุรุษหนุ่มตัดสินใจหมุนกายก้าวเดินออกไปจากพื้นที่ แต่ดรุณนีน้อยกลับวิ่งมาขว้างหน้าเขาเสียอย่างนั้น
“ดะ เดี๋ยวสิพี่ชาย! เอ่อ.......ข้าขอร่วมเดินทางไปกับท่านด้วยได้หรือไม่?”นางกล่าวออกมาอีกครั้ง
“หา! แม่นางน้อย เจ้ากำลังพูดอะไรเรื่องอะไรกัน? พวกเรามิได้รู้จักกันเสียหน่อย ทำไมข้าถึงต้องร่วมเดินทางกับเจ้าด้วยล่ะ?”เย่หยุนซีตอบกลับ ถึงแม้ระดับจักรพรรดิขั้นที่ 1 จะไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เขาก็ไม่คิดประมาทเพราะด้วยสถานะเผ่าปีศาจของนางไม่แน่อาจจะนำพาหายะมาสู่ตัวเขาในอนาคต
“พี่ชาย ให้ข้าไปด้วยเถอะ ข้าไม่รู้ว่าตัวเองควรจะไปทางไหน........แถมดูจากที่พี่ชายช่วยเหลือข้าเอาไว้ แสดงว่าพี่ชายย่อมต้องเป็นมนุษย์ฝ่ายอธรรม ถ้าหากยินยอมให้ข้าติดสอยห้อยตาม ข้ายินดีจะผลักดันขุมกำลังของท่านให้เป็นขุมกำลังสายตรงของเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์”
ดรุณีน้อยอ้อนวอนอย่างหนัก ถึงนางจะมีพรสวรรค์มาก แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงปีศาจน้อยอายุ 14 ปี ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการเดินทางคนเดียวมากนัก
“หือ! อะไรคือขุมกำลังสายหลัก?” เย่หยุนซีเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะอาจารย์ของเขาไม่เคยเล่าถึงเรื่องนี้
“ฮิฮิ ขุมกำลังสายหลักก็คือขุมกำลังที่ได้รับการคุ้มครองจากเผ่าปีศาจเผ่านั้นๆ........ตัวอย่างเช่น หากขุมกำลังของพี่ชายเป็นขุมกำลังสายหลักของเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์ของข้า ขุมกำลังของพี่ชายก็จะได้รับการคุ้มครองจากเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์ ซึ่งมันจะมีผลทำให้ขุมกำลังฝ่ายอธรรมส่วนใหญ่ไม่กล้ามีปัญหากับขุมกำลังของท่าน”
“และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะท่านสามารถคัดเลือกมนุษย์ 10 คนให้เข้ามาเรียนรู้และแสวงหาโชคลาภในพิภพปีศาจภายใต้นามของเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์ได้ในทุกๆ 10 ปี” ธิดามารจิ่วซวงอธิบายอย่างกระจ่างชัด
“โอ่ว ช่างเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจยิ่งนัก แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเจ้าจะทำเช่นนั้นจริงๆโดยไม่ผิดคำพูด” เย่หยุนซีเอ่ยถามเอ่ยถามอีกครา
“ในฐานะธิดามารและคุณหนูแห่งเผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์ข้าขอสาบานต่อสวรรค์ว่า ข้าจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อครู่นี้ทุกประการ หากพี่ชายยินยอมให้ข้าติดลอยห้อยตามไปด้วย” จิ่วซวงกล่าวอย่างจริงจัง
ทันใดนั้น! เบื้องบนท้องนภากว้างก็พลันเกิดแสงสว่างวาบไหว ราวกับกำลังจะบ่งบอกเป็นนัยๆว่าคำสาบานเมื่อครู่สวรรค์ได้รับรู้ทั้งหมดแล้ว