เยี่ยหลงที่เข้าไปในประตูมิติเป็นคนสุดท้าย เมื่อเข้ามาสู่แดนเวทลี้ลับ คนที่เจอกับเยว่ปิงเหยียนและลู่ขุยอันเพียงแค่สองคน
คนจึงกล่าวถามพวกคนขึ้น " ศิษย์พี่ลู่ นางนางเซียนเยือกแข็งอัคคี มีเพียงพวกท่านสองคนเองหรอที่ยังไม่ออกเดินทางหาของวิเศษ พร้อมกับพวกตนคนอื่นๆ "
ลู่ขุยอันเงียบไม่ตอบ
เยว่ปิงเหยียนก็ไม่ตอบ
เยี่ยหลงที่เห็นทั้งสองคนไม่ตอบ คนก็คิดขึ้น ' ทั้งสองคนเย็นชาจังแฮะ โดยเฉพาะศิษย์พี่ลู่ ส่วนนางเซียนน้อย เมื่อครู่ยังคุยกันอยู่ดีๆอยู่เลย ผ่านมาไม่กี่ลมหายใจกลับเย็นชาใส่ซะงั้น '
เยี่ยหลงที่อยากได้คำตอบ คนที่เห็นว่า
เยว่ปิงเหยียนอาวุโสที่สุด บวกกับคนเคยมีน้ำใจต่อกันมาก่อน คนจึงกล่าวถาม " นางเซียนเยือกแข็งอัคคีพอจะบอกได้หรือไม่ทำไมท่านไม่ออกเดินทาง ไปพร้อมกับพวกตนคนอื่นๆ "
เยว่ปิงเหยียนที่ได้ฟังคำถาม คนก็กล่าวตอบคำถาม " มิใช่เช่นนั้น คุณชาย เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ว่าข้ารอใครอยู่หรือไม่ตามคนไป แต่ข้าโผล่มาจุดนี้คนเดียวจากคนทั้งหมดในกลุ่มต่างหาก "
" โผล่มาคนเดียวจากคนทั้งหมดในกลุ่มงั้นหรอ ? หมายความว่าอันใด โปรดแจ้งไขด้วย " เยี่ยหลงกล่าวถามด้วยความสงสัย
เยว่ปิงเหยียนตอบ " คุณชาย เจ้าต้องเข้าใจก่อนว่า การที่เราจะโผล่ตรงจุดไหนในดินแดนเวทลี้ลับนั้น มันเป็นแบบสุ่ม ฉะนั้นการที่เราจะโผล่ตรงไหนมันจึงไม่สามารถคาดเดาได้เลย "
เยว่ปิงเหยียนกล่าวบอก " การที่เราสามคนโผล่มาที่เดียวกัน นับว่าเป็นวาสนาแล้ว "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็คิดไตร่ตรองเรื่องการเดินทางอยู่สักพักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว " ถ้างั้นพวกเรามาเดินทางร่วมกันดีหรือไม่ "
" ศิษย์พี่ลู่ขุยอัน กับ นางเซียนเยือกแข็งอัคคีคิดว่ายังไง " เยี่ยหลงกล่าว
ลู่ขุยอันตอบ " ไม่ล่ะ "
เยว่ปิงเหยียนตอบ " ไม่ดีกว่า "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็เร่งกล่าวเหตุผล " เดี๋ยวก่อน ฟังเหตุผลข้าก่อน ที่ข้าบอกให้เราเดินทางด้วยกันข้ามีเหตุผลนะ หนึ่งเลยคือ พลังวิญญาณของข้าอยู่แค่ระดับผู้ปลุกวิญญาณขั้นเก้า ส่วนระดับพลังเวทของข้าข้าไม่รู้เลย ที่รู้คือข้าอ่อนแอที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด ข้าเลยต้องการการปกป้องมากที่สุด ส่วนเหตุผลที่สอง คือ ศิษย์พี่ลู่ท่านอย่าลืมนะ ว่าเราสองคนไม่รู้จักทางที่นี่ดี ฉะนั้นเดินทางร่วมกับนางเซียนเยือกแข็งอัคคีถือว่าดีที่สุด เหตุผลที่สาม คือ นางเซียนเยือกแข็งอัคคี รู้ทางในนี้ดีพอควร ฉะนั้นข้าเลยอยากให้นางเซียนเยือกแข็งอัคคีนำทางหาของวิเศษน่ะ เป็นยังล่ะเหตุผลข้า พอฟังขึ้นหรือไม่ "
ลู่ขุยอันกับเยว่ปิงเหยียนครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมกัน "" เอาตามนั้นก็ได้ ""
เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็กล่าว " เยี่ยม ถ้าเช้นนั้น รบกวนนางเซียนเยือกแข็งอัคคีนำทางข้าไปหาบัวแดงจักรพรรดิแล้ว "
" แล้วศิษย์พี่ลู่ล่ะ ท่านต้องการอะไรในนี้ฤา " เยี่ยหลงกล่าวถาม
ลู่ขุยอันบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา " ข้าต้องการตามหาสัตว์วิเศษระดับมหาวิญญาจารย์ ประเภทมังกร โดยเฉพาะมังกรน้ำ "
" ฟังจากสิ่งที่พวกเจ้าทั้งสองคนต้องการแล้ว ที่หนึ่งที่จะพออาจจะมีทั้งคู่อยู่ด้วยกัน คือมหาสระบัวเยือกแข็งที่อยู่ทางทิศเหนือของแดนเวทลี้ลับ ซึ่งเมื่อดูจากจุดที่เราอยู่แล้ง จากความทรงจำของข้าแล้ว น่าจะต้องเดินทางไปยังทางทิศเหนืออีกประมาณหนึ่งชั่วยามถึงจะถึงมหาสระบัวเยือกแข็ง " เยว่ปิงเหยียนกล่าวบอก
" งั้นพวกเราออกเดินทางกันเลยมั้ย " เยว่ปิงเหยียน
กล่าวถาม
ลู่ขุยอันพยักหน้า
เยี่ยหลงตอบ " ก็ได้ งั้นเราเดินทางกันเลยเถอะ "
หลังจากลู่ขุยอันและเยี่ยหลงตอบตกลงว่าจะเดินทางกันเลย เยว่ปิงเหยียนก็เดินนำหน้านำทางพวกคนไป
หนึ่งชั่วยามผ่านพ้นไป พวกเยี่ยหลงก็มาถึงยังสระบัวเยือกแข็งจริงๆ
เยี่ยหลงที่มาถึงสระบัวเยือกแข็ง แล้วเจอดอกบัวแดงในสระ คนที่ลืมคำพูดของเยว่ปิงเหยียนที่บอกว่าในสระบัวเยือกแข็ง อาจจะมีมังกรน้ำอยู่ด้วย คนจึงกระโจนเข้าไปในสระและเด็ดดอกบัวแดงจักรพรรดิมา
ทันทีที่คนเด็ดดอกบัวแดงจักรพรรดิมาเก็บไว้กับมือแล้ว คนถึงค่อยสังเกตว่าในดอกบัวแดงจักรพรรดิมีมุกสีครามอยู่
ไม่นานหลังจากที่เยี่ยหลงสังเกตเห็นมุกในดอกบัวแดงจักรพรรดิ
เยว่ปิงเหยียนและลู่ขุยอันที่สัมผัสได้ถึงอันตรายจากจุดที่เยี่ยหลงอยู่ คนจึงกล่าวบอกคนขึ้น
" คุณชาย ออกมาจากจุดนั้นเร็ว " เยว่ปิงเหยียนกล่าว
" ศิษย์น้องเยี่ยไป๋ออกมาจากตรงนั้นเร็ว " ลู่ขุยอันกล่าว
ทันทีที่ทั้งสองกล่าวจบ เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็ได้แค่เอ๊ะไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้น
ในฉับพลันที่คนได้เอ๊ะ จู่ๆทันใดนั้น ก็มีบางสิ่งพุ่งพรวดโผล่ขึ้นมาจากสระบัวเยือกแข็งด้านหลังเยี่ยหลง พร้อมกับกล่าว " มนุษย์ พวกเจ้าบังอาจนักที่กล้าจับต้องมุกวารี "
เยี่ยหลงที่ตัวอยู่ในน้ำ ก็หันไปดู เมื่อคนเห็นสิ่งที่โผล่พรวดมาจากในสระด้านหลังตน คนก็ถึงกล่าวอย่างตะกุกตะกัก " มะ มะ มะ มะ มังกร น่ะ น่ะ น่ะ น้ำ พูดได้ "
เยว่ปิงเหยียนที่เห็นเยี่ยหลงมัวแต่อยู่กับที่ไม่หนี คนก็กล่าวเสียงดังเรียกสติคนขึ้น " คุณชายหนีออกมาจากจุดนั้นเร็ว "
เยี่ยหลงที่ถูกเรียกสติ คนก็รีบกระโจนออกมาจากสระบัวในทันที มารวมตัวกับพวกเยว่ปิงเหยียน
เมื่อเยี่ยหลงออกจากสระมารวมตัวกับพวกคนแล้ว พวกคนทั้งหมดก็หันหลังให้สระบัว จากนั้นก็รีบวิ่งหนี
แต่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว มังกรน้ำก็พุ่งตัวมาอยู่หน้าพวกคนอย่างรวดเร็ว
เมื่อมังกรน้ำมาดักหน้าดังนี้ จึงทำให้พวกคนหยุดเท้ากันอย่างฉับพลัน
มังกรน้ำกล่าวขึ้น " มนุษย์จงวางดอกบัวแดงจักรพรรดิซะ แล้วพวกเจ้าจะรอด "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็กล่าวบอก " เจ้าต้องการแค่มุกวารี ฉะนั้นเอาแค่มุกวารีไป ส่วนดอกบัวแดงจักรพรรดิเป็นของข้า "
เยี่ยหลงกล่าวจบ คนก็ทำการใช้มือเปล่าจับมุกวารีด้วยมือเปล่า
ทันทีที่เยว่ปิงเหยียนเห็นเยี่ยหลงจะใช้มือเปล่าจับต้องมุกวารี คนก็กล่าวขึ้น " คุณชายอย่าจับต้องมุกด้วยมือ เปล่า "
" หยุดนะ อย่าจับต้องมัน " มังกรน้ำกล่าว
ทว่าทันทีที่ทั้งสองกล่าวจบ ก็ไม่ทันเสียแล้ว นิ้วมือของเยี่ยหลงสัมผัสกับมุกวารีไปแล้ว
เมื่อนิ้วมือสัมผัสกับมุกวารี มุกวารีก็แตกสลายไปในทันที
ครั้นมุกวารีแตกสลาย มังกรน้ำก็คำรามอย่างบ้าคลั่งขึ้น จากนั้นก็กล่าว " พวกมนุษย์ พวกเจ้าบังอาจมาก ที่กล้ามาทำลายมุกวารีของข้า ตายเสียเถอะ "
ในฉับพลันที่มังกรน้ำกล่าวจบ มันก็ทำการพุ่งโถมตัวอ้าปากจะใช้ฟันเคี้ยวกินพวกเยี่ยหลง
พวกเยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ต่างพากันวิ่งกระโดดหลบหนีโดยคิดไม่ทันว่าสามารถใช้เวทมนต์หรือทักษะวิญญาณเสริมในการหลบหนีได้
เยี่ยหลงที่อยู่ท้ายสุด และกำลังจะโดนงับร่างกาย
ลู่ขุยอันที่อยู่หน้าคนและค่อยดูคนด้วยความเป็นห่วง และบังเกิดสติแล้ว ก็เปิดเวทโลกแก้วมิติ เบื้องหน้าคน เพื่อให้คนได้กระโดดเข้าไป
แต่ทว่าเยี่ยหลงยังไม่ทันได้เข้าไป กระจกก็แตกเสียก่อน เพราะการจู่โจมทางเสียงคำรามของมังกรน้ำ
เหตุผลที่มังกรน้ำจู่โจมด้วยเสียงให้กระจกแตก เป็นเพราะว่ามันรู้ว่านี่คือ เวทมิติ มันที่ไม่ต้องการให้ใครรอดสักคน มันจึงต้องทำลายกระจก
เยี่ยหลงที่อีกไม่นานจะโดนกิน เยว่ปิงเหยียนที่หันมาเห็นพอดี จึงทำการพุ่งตัวกลับมาหาเยี่ยหลง จากนั้นก็จับข้อมือของเยี่ยหลง และดึงเหวี่ยงร่างเยี่ยหลงให้พ้นออกไปจากโพรงปากมังกร
ต่อมาจึงใช้เวทมนต์ " ลมเหมันต์เยือกแข็ง เยือกแข็งแก่นโลหิต " แช่แข็งร่างมังกรน้ำทั้งร่าง
เมื่อมังกรน้ำถูกแช่แข็งทั้งร่างแล้ว แทนที่เยว่ปิงเหยียนจะเคลื่อนไหวเอาตัวเองออกมาจากจุดนั้น ซึ่งอันตราย คนกลับยืนอยู่นิ่งๆ
เยี่ยหลงที่เห็น ก็เดินเข้าไปจับไหล่ ทันทีที่เยี่ยหลงจับไหล่ เยว่ปิงเหยียนก็พ่นเลือดกระอักเลือดออกคำใหญ่มาพลางเซถอยหลังมาพิงเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นคนกระอักและเซถอยหลังมาพิงคน คนก็ไม่หลบ ปล่อยให้คนได้พิง ส่วนตนก็เปลี่ยนจากจับไหล่ มาเป็นโอบเอว
หลังจากนั้น เยี่ยหลงได้โอบเอวเยว่ปิงเหยียนแล้ว คนก็กล่าวถามด้วยน้ำเสียงกังวลตกใจ " นางเซียนน้อย ท่านเป็นอะไร "
เยว่ปิงเหยียนบอกกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง " รีบหนีจากตรงนี้เร็ว "
หลังเยว่ปิงเหยียนกล่าวจบได้มาประมาณสามลมหายใจ ทันใดน้ำแข็งที่แช่แข็งร่างกายของมังกรน้ำก็แตกสลายจนหมดจด ปลดปล่อยมันให้ขยับได้อีกครั้ง
ทันทีที่มันขยับได้ มันก็พุ่งปากเข้าจะงับเคี้ยวกลืนกินร่างเยว่ปิงเหยียนกับเยี่ยหลง
แต่ก่อนที่ฟันล่างฟันบนจะได้ลงมาขบงับกัน ทันใดนั้นก็มีพลังเวทที่ก่อตัวเป็นเสามาค้ำปากบนกับปากล่างของมันเอาไว้เสียก่อน ฝีมือคนทำก็คือ ลู่ขุยอัน
พอเสาค้ำจุนไม่ให้ปากงับเคี้ยวได้แล้ว ลู่ขุยอันก็รีบบอกขึ้น " รีบออกมาจากจุดนั้นเร็ว พลังเวทข้ามีไม่พอที่จะต้านแรงของสัตว์วิเศษแสนปีได้ "
เยี่ยหลงเมื่อได้สติและตระหนักได้ว่าควรหนี คนที่โอบเอวเยว่ปิงเหยียนอยู่แล้วก็โอบแน่นยิ่งขึ้น จากนั้นก็พุ่งตัวมาหาลู่ขุยอัน มายังจุดที่ลู่ขุยอันยืนอยู่ซึ่งไกลจากตัวมังกรพอควร
ในฉับพลันที่เยี่ยหลงมาถึงยังจุดที่ลู่ขุยอันยืนอยู่ เสาพลังเวทที่ค้ำปากบนกับปากล่างของมังกรน้ำก็ถูกแรงงับของมังกรน้ำบดทำลาย จนสลายหายสิ้น
ครั้นเสาถูกทำลายแล้ว ลู่ขุยอันก็กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
ส่วนทางด้านมังกรที่สามารถคลายเสาพลังเวทได้แล้ว มันก็ไม่รีรอช้า พุ่งตัวเข้าหาพวกเยี่ยหลงต่อ
เยว่ปิงเหยียนที่เห็นว่าลู่ขุยอันใช้พลังเวทไปกับเสาพลังเวทในการค้ำจุนปากของมังกรน้ำไม่ให้สามารถงับตนกับเยี่ยหลงได้ มามากพอควร จนตนเองได้รับบาดเจ็บแล้ว
คนที่คิดจะช่วยทั้งสองคนให้รอด คนจึงบอกกับเยี่ยหลงขึ้น " คุณชาย เจ้ารีบหนีไปและพานางไปด้วย ข้าจะใช้พลังครั้งสุดท้ายเพื่อตรึงร่างมังกรน้ำแสนปีตัวนี้เอาไว้สักระยะ น่าจะพอให้เจ้ากับนางหนีไปได้ไกลพอ "
ลู่ขุยอันที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวถามขึ้น " นางเซียนเยือกแข็งอัคคี ท่านพอจะบอกเวลาที่ใกล้เคียงหรือแน่นอนในการตรึงร่างของมังกรน้ำได้หรือไม่ "
เยว่ปิงเหยียนบอก " น่าจะสักประมาณ ห้าถึงสิบ ลมหายใจ "
ลู่ขุยอันที่ได้ฟังดังนั้น ก็คิดขึ้น ' ห้าถึงสิบลมหายใจไม่พอต่อการที่ศิษย์น้องจะพยุงตัวข้าหลบหนีไปด้วยหรอก ฉะนั้นถ้าเราอยากจะให้ศิษย์น้องรอด ก็มีแต่เราต้องเสียสละเป็นเพื่อนนางเซียนเยือกแข็งอัคคีแล้วล่ะ '
หลังลู่ขุยอันคิดเสร็จ คนก็ตัดสินใจกล่าวกับเยี่ยหลงขึ้น " ศิษย์น้อง เจ้าหนีไปเถิด ข้าจะช่วยนางเซียนเยือกแข็งอัคคีตรึงร่างมังกรน้ำเอาไว้เอง "
เยี่ยหลงที่ได้ยินสตรีทั้งสองพูดมาแบบนั้น คนก็กล่าวถามกลับ " แล้วทำไม พวกเราไม่หนีไปด้วยกันเล่า "
เยว่ปิงเหยียนบอก " ให้คุณชายพยุงข้าไปด้วยเป็นสามคน พวกเราหนีไปได้ไม่ไกลหรอก ไม่พ้นจากมังกรน้ำหรอก ฉะนั้นข้าที่มีเวทมนต์ตรึงรั้ง ก็จำต้องเสียสละ ซึ่งข้าก็ยินดีเสียสละ ถือว่าตอบแทนคุณชาย แทนลูกศิษย์ข้า "
ลู่ขุยอันกล่าวต่อเยว่ปิงเหยียน " ส่วนข้าก็ขอตอบแทนเจ้า ที่เจ้าเคยช่วยข้าไว้ถึงสองครั้งและขอทำหน้าที่ศิษย์พี่ไปในตัว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ซึ่งข้าคิดเอาไว้ดีแล้วว่า หากเจ้าพยุงข้าไปด้วย ต่อให้จะมีนางเซียนเยือกแข็งอัคคีช่วยตรึงร่างมังกรน้ำเอาไว้ก็ตาม มันก็คงไม่ทำให้เจ้าและข้ารอดจากมังกรน้ำไปได้ สิ่งที่ข้าต้องการจะสื่อก็คือ เจ้าไปตัวคนเดียวมีโอกาสรอดมากกว่า "
" เอาล่ะ รีบหนีไปได้แล้ว " ลู่ขุยอันบอกกับเยี่ยหลง
ทันทีที่ลู่ขุยอันบอกกับเยี่ยหลงเสร็จ เยี่ยหลงที่ไม่อยากหนีไปคนเดียวก็มีท่าทียึกยัก
ลู่ขุยอันที่เห็นคนยึกยัก ก็กล่าวบอกซ้ำ " รีบหนีไปได้แล้ว "
ทันที่ลู่ขุยอันบอกกับเยี่ยหลงอีกครั้งจบ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เยว่ปิงเหยียนเปิดใช้เวทมนต์ " ลมเหมันต์เยือกแข็ง เยือกแข็งแก่นโลหิต " ใส่มังกรน้ำอีกครั้ง โดยครั้งนี้คนใส่พลังเวทจนสุดจนพลังเวทในตัวเหือดแห้งสนิทและลามไปถึงขั้นผลาญโลหิตเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังเวท
ส่วนทางด้านของลู่ขุยอัน คนใช้เวทสร้างอาวุธ สร้างกระบี่ยักษ์ที่ใหญ่กว่าตัวมังกรขึ้นมา อยู่ด้านบนเหนือหัวตน โดยกระบี่พลังเวทเล่มนี้ คนใส่พลังเวทถึงขั้นผลาญโลหิตเหมือนกันกับเยว่ปิงเหยียน
หลังเยว่ปิงเหยียนแช่แข็งมังกรน้ำได้หนึ่งลมหายใจ
ลู่ขุยอันที่เห็นเยี่ยหลงยังไม่รีบหนี คนจึงกล่าวบอก " รีบหนีไปเร็วสิ เร็ว "
หลังกล่าวบอกไปแบบนั้น ลู่ขุยอันก็ทำการใช้พลังเวทผลักเยี่ยหลงให้กระเด็นไปยังทางทิศทางที่หนีได้
เยี่ยหลงที่ถูกกระทำแบบนั้น คนก็จำใจเคารพการตัดสินใจของลู่ขุยอันและเยว่ปิงเหยียน โดยกระทำการหนีไปคนเดียว
หลังจากที่เยี่ยหลงหนีไปได้ประมาณ สิบห้าลมหายใจ น้ำแข็งที่แช่แข็งร่างของมังกรน้ำก็ถูกทำลายในเวลานั้น
ทันทีที่น้ำแข็งถูกทำลาย ลู่ขุยอันก็ใช้กระบี่พลังเวทที่ใส่พลังเวทจำนวนมากเอาไว้ พุ่งเข้าปักแทงตรึงร่างของมังกรเอาไว้กับพื้น
มังกรน้ำที่ถูกกระบี่แทงร่างและยึดติดร่างมันเอาไว้กับพื้น มันก็ร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด
มันพยายามใช้ขาหน้าดึงกระบี่ที่ปักคาร่างมันออกพร้อมกับบีบทำลายมันไปด้วยในตัว
ไม่นานกระบี่ก็ถูกดึงออกจากร่างมันได้และถูกทำลายโดยการหักครึ่งได้สำเร็จ
ทันทีที่กระบี่ถูกหักครึ่งทำลาย ลู่ขุยอันก็กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
ลู่ขุยอันที่ยังพอผลาญโลหิตเปลี่ยนเป็นพลังเวทได้ไม่เหมือนกับเยว่ปิงเหยียนที่ไม่เหลืออะไรนอกจากพลังวิญญาณ คนจึงใช้พลังเวทในตัวซึ่งได้มาจากการเปลี่ยนโลหิตมาอัดใส่กระบี่พลังเวทเพื่อซ่อมแซม
จากนั้นก็เปลี่ยนรูปร่างกระบี่ให้กลายเป็นปลอกคอปลอกแขนและโซ่มายึดตรึงร่างมังกรน้ำเอาไว้ติดกับพื้น
แต่ด้วยความที่พลังเวทที่อัดไปมีจำนวนน้อยนิด จึงทำให้มังกรกระชากโซ่ที่ตรึงมันไว้กับพื้นขึ้นได้ยากเพียงนิดหน่อย
เยว่ปิงเหยียนที่เห็นดังนั้นว่ามังกรใกล้จะหลุดจากพันธนาการแล้ว คนจึงใช้ทักษะวิญญาณ " เขตแดนฝนเยือกแข็ง " สร้างเขตแดนที่มีฝนตกขึ้นมา และเมื่อเม็ดฝนสัมผัสกับร่างกายของผู้ที่อยู่ในเขตแดน ก็จะเกิดการแช่แข็งขึ้น
ทันทีที่มังกรน้ำเห็นว่าตนจะถูกแช่แข็งอีกครั้ง มันจึงใช้เสียงคำรามทำลายน้ำแข็งที่แช่ตนและปัดพัดกระจายเม็ดฝนออกจากตัวมันให้หมดสิ้น
ลู่ขุยอันที่เห็นว่ามังกรน้ำสามารถทำลายทักษะวิญญาณของนางเซียนเยือกแข็งอัคคีได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คำราม
คนก็กล่าวบอกกับเยว่ปิงเหยียนขึ้น " นางเซียนเยือกแข็งอัคคี ใส่พลังวิญญาณกับเขตแดนของท่านให้สุดไปเลย เดี๋ยวข้าจะใช้ทักษะวิญญาณของข้าเสริมผลของเขตแดนของท่านเอง "
" ถ้าหากมันสามารถตรึงร่างมันไว้ได้สักสิบห้าลมหายใจ เราก็มีโอกาสรอดหนึ่งในสิบส่วนของความเป็นไปได้ " ลู่ขุยอันบอก
เยว่ปิงเหยียนที่ได้ฟังดังนั้นก็ไม่ขัด เพราะไม่มีทางเลือกอื่น คนจึงอัดใส่พลังวิญญาณเข้าไปในเขตแดนจนพลังวิญญาณในร่างเหือดแห้ง
ทันทีที่เยว่ปิงเหยียนทำตามคำบอกของลู่ขุยอัน ลู่ขุยอันก็ทำการเปิดใช้ทักษะวิญญาณ " คลื่นสมุทร " พ่นน้ำเป็นคลื่นยักษ์ออกทางปาก
ทันทีที่คลื่นสมุทรเข้าสู่เขตแดนฝนเยือกแข็งและน้ำของทักษะคลื่นสมุทร สัมผัสกับเม็ดฝนของทักษะเขตแดนฝนเยือกแข็ง มันก็ค่อยๆถูกแช่แข็งด้วยความเร็วพอควรไม่ช้ามากไปและไม่เร็วมากไป
เมื่อน้ำจากทักษะคลื่นสมุทรกลบร่างของมังกรน้ำจนมิดสิ้นแล้ว และน้ำที่กลบร่างกลายเป็นน้ำแข็งหมดสิ้นแล้ว
ลู่ขุยอันและเยว่ปิงเหยียนก็หันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่ก็ได้แค่หันหลัง ทันใดนั้นน้ำแข็งที่แช่แข็งร่างมังกรก็แตกออกโดยพลัน พร้อมกับทำลายโซ่ที่ตรึงร่างมันออกได้ และทำลายเขตแดนฝนเยือกแข็งไปพร้อมกัน
มังกรน้ำที่หลุดพ้นออกจากพันธนาการมาได้ มันก็กล่าวขึ้น " มนุษย์ช่างกล้านักที่กล้าใช้พลังน้ำมาสู้กับข้า "
ลู่ขุยอันและเยว่ปิงเหยียนที่เห็นมังกรน้ำหลุดออกมาจากพันธนาการมาได้ดังนั้น พวกคนที่ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากแรงเดิน ถึงกระนั้นก็หาได้ยอมตายอย่างง่ายดายไม่ พวกคนตั้งท่าจะสู้ต่อ
มังกรน้ำที่เห็นคนทำแบบนั้น ก็กล่าว " ดียิ่ง ถึงแม้ไม่มีพลังอะไรให้สู้แล้ว ก็ยังคิดสู้ ช่างน่านับถือจริงๆ เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ข้าจะให้เกียรติแก่ชีวิตพวกเจ้า โดยการกินพวกเจ้าตอนที่หอมๆก็แล้วกัน "
มังกรน้ำกล่าวเสร็จมันก็ทำการพ่นของเหลวสีอำพันใส่ตัวของพวกเยว่ปิงเหยียนโดยไม่ให้โดนหัว
ทันทีที่ของเหลวสีอำพันโดนตัว ไม่นานมันก็แข็งตัวกลายเป็นผลึกสีอำพันที่ส่งกลิ่นหอม
เมื่อของเหลวแข็งตัวจนกลายเป็นผลึกสีอำพันที่ส่งกลิ่นหอม มังกรน้ำก็ทำการพุ่งปากเข้าหาเยว่ปิงเหยียนและลู่ขุยอันเพื่อที่จะเขมือบ
แต่เข้าใกล้ได้แค่เกือบจะสามารถงับเคี้ยวร่างคนได้แค่เท่านั้น มันก็โดนบางอย่างฟาดเข้าหน้าอย่างจังจนกระเด็นไป
เมื่อมังกรน้ำตั้งหลักได้ มันก็มองดูยังจุดที่โดนฟาด จนมันต้องกระเด็นมา