บทที่ 70 กลั่นแกล้ง
“แฮ่กๆ”
“ฮ่าๆ ในที่สุด...มันก็ตายสินะ”
“ไม่ใช่พูดแบบนั้นสิ ต้องบอกว่า...ในที่สุดพวกเราก็รอดตายสินะ ฮ่าๆ” เสียงของพวกทหารทั้ง 5 คนดังขึ้นมา พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้จะยังหายใจอยู่
ก่อนหน้านี้เมื่อได้เจอกับนักล่าอย่างตั๊กแตนมือสังหาร พวกเขาก็เตรียมใจที่จะตายอยู่แล้ว ในฐานะทหารคนหนึ่ง...ทุกครั้งที่ออกมาทำภารกิจก็ต้องเตรียมใจอยู่แล้วว่าอาจจะไม่ได้มีชีวิตรอดกลับไป ดังนั้นนี่จึงเป็นการเตรียมใจที่ไม่ได้ผิดปกติอะไรเลย ทว่า...การที่พวกเขารอดชีวิตกลับมาได้ นี่ก็เหมือนกับเป็น “โชคดี” สำหรับพวกเขาแล้ว
ตั๊กแตนมือสังหารคือตัวอะไร?
มันก็คือสิ่งมีชีวิตที่แม้แต่พวกนักล่าระดับสูง หรือองค์กรนักล่าทั้งหลายยังต้องรวบรวมคนจำนวนมาก ขั้นต่ำก็หนึ่งร้อยขึ้นไปเพื่อมาล่ามันเลย ดังนั้นพวกเขาที่มีจำนวนแค่ 10 คน แต่สามารถล่ามันได้นี่ก็คือสิ่งพิเศษแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณนักเรียนของพันเอกอย่างนักเรียนอันคนนั้น...
เดิมทีพวกเขาก็ชื่นชมนักเรียนที่มีพรสวรรค์ผู้นี้อย่างมากอยู่แล้ว ตอนที่ขอให้เธอกลับไปก็เพื่อให้พัฒนาฝีมือให้มากขึ้น ต่อไปจะกลายเป็นความหวังของมนุษย์ชาติ ซึ่งมีโอกาสทำประโยชน์ได้มากกว่าชีวิตของพวกเขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่านักเรียนอันไม่เพียงแค่จะกล้าหาญมาก กลับยังใช้จังหวะที่เหมาะสมเพื่อจัดการกำหราบตั๊กแตนมือสังหารได้อยู่หมัดอีกด้วย
แม้จะเห็นว่าเป็นการใช้อุปกรณ์เพื่อทำให้ศัตรูขยับไม่ได้ก็เถอะ แต่ตั๊กแตนมือสังหารมีความเร็วสูงมาก ถ้าจับจังหวะได้ไม่ดี ลูกบอลกาวนั้นก็อาจจะเป็นการใช้อย่างเสียเปล่าก็เป็นได้
“นักเรียนอัน อย่างแรกที่พวกเราจะต้องพูดก็คือการตำหนิเรื่องที่เธอไม่ยอมเชื่อฟัง ฉันบอกให้รีบกลับไปรายงานสถานการณ์กับพวกหัวหน้า เธอกลับไม่ยอมและรั้งอยู่ เรื่องนี้ที่จริงสมควรมีความผิด...”
“แต่...เพราะการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมของเธอจึงสามารถช่วยชีวิตทหารทุกนายเอาไว้ได้ บุญคุณครั้งนี้...พวกเราจดจำเอาไว้แล้ว ต่อไปในอนาคตถ้ามีสิ่งใดจะให้ช่วย โปรดจำเอาไว้ว่าพวกเราเป็นหนี้บุญคุณชีวิตของเธอครั้งหนึ่งแล้ว หากยังไม่ตายและสามารถได้เจอกันอีก พวกเราจะช่วยเหลือแน่นอน”
“และที่สำคัญที่สุด...ทักษะที่ยอดเยี่ยมและการตัดสินใจที่เฉียบคมนี้ ฉันจะรายงานให้ทางระดับสูงได้รู้แน่นอน ผลงานนี้เป็นผลงานใหญ่ของเธอ ภารกิจล่าตั๊กแตนมือสังหารก็มีอยู่ มันถูกจัดเป็นภารกิจระดับสูงเช่นกัน ฉันคาดว่าเธอน่าจะได้รับคะแนนผลงานจากทางกองทัพเป็นจำนวนมาก การเลื่อนขั้นของเธอคงจะก้าวกระโดด เตรียมพร้อมเอาไว้เลย”
หัวหน้ากลุ่มย่อยกล่าวต่อซูหยวนด้วยท่าทางจริงจังสมกับเป็นทหารหาญ หญิงสาวพยักหน้ารับคำตำหนิและคำชื่นชมจากเขาทุกประการ รู้ว่าที่เขาพูดมานั้นถูกต้องและมีเหตุผลทั้งหมด
อันที่จริง การที่ซูหยวนขัดคำสั่งนั้นเป็นการกระทำที่ผิดมาก หากเธอตัดสินใจด้วยตนเองแล้วพลาดท่าเสียทีจนตกตายทั้งหมด นี้จะนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ เพราะแทนที่ทหารทั้งหมดจะได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับตัวอันตราย พวกเขากลับพลาดโอกาสนั้นและอาจจะกลายเป็นเหยื่อคนต่อไป ดังนั้นถ้าจะเอาผิดซูหยวนก็ยังทำได้อยู่
ทว่าในสถานการณ์พิเศษนี้ เชื่อได้ว่าซูหยวนไม่เพียงแค่จะไม่ได้รับโทษเท่านั้น เธอที่ยังเป็นนักเรียนคนหนึ่งกลับทำได้ขนาดนี้ย่อมต้องตอบแทนให้ดี
หลังจากที่เข้าช่วยเหลืออีก 4 คนที่ได้รับบาดเจ็บมากให้มีอาการดีขึ้นแล้ว พวกเขาก็จัดการชำแหละซากของเจ้าตั๊กแตนมือสังหารเพื่อนำกลับไปทำประโยชน์ต่อไปด้วย
การล่าในวันนี้จำเป็นต้องหยุดลงเพราะคนเกือบครึ่งได้รับบาดเจ็บ ซูหยวนคอยระวังหลังให้พวกเขา ศรทั้ง 200 ถูกใช้ไปเกือบ 50 ดอกเพื่อที่จะเปิดทางให้เดินผ่านไปได้อย่างราบรื่น โชคดีที่ตลอดทางนั้นไม่ได้เจอพวกกลายพันธุ์มากนัก ไม่อย่างนั้นแทนที่จะกลับมาได้อย่างปลอดภัย อาจจะมีการบาดเจ็บขึ้นระหว่างทางอีกก็ได้
ใช้เวลาไม่นานมากก็กลับมาถึงค่าย ทหารหน่วยสนับสนุนที่อยู่รอบๆเห็นพวกเขาบาดเจ็บก็รีบเข้ามาช่วยเหลือ พาทั้ง 4 คน กลับไปรักษา ในขณะที่ทหารอีก 5 คนก็เข้าไปรายงานสถานการณ์ให้หัวหน้าของพวกเขาฟัง ซึ่งการที่พวกเขาได้รับซากของตั๊กแตนมือสังหารกลับมาย่อมเป็นที่สนใจอยู่แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทหารหลายคนจะมารอฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ซูหยวนเข้าไปฟังการรายงานร่วมกับพวกเขาด้วย เธอเองก็ได้รับลงทะเบียนให้เป็นทหารชั้นน้อยผู้หนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงต้องร่วมรายงานภารกิจกับคนอื่นๆ ซึ่งโชคดีที่เหล่าทหารทั้ง 5 คนไม่ได้พูดเรื่องที่เธอขัดคำสั่งของพวกเขา เพียงอธิบายว่าจัดการกับตั๊กแตนมือสังหารอย่างไรเท่านั้น ทำให้สายตาของท่านพลตรีที่เป็นผู้ควบคุมการรบครั้งนี้จับจ้องมายังเธอ
“ใช้เพียงเมือกสีเหลืองของตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์จากเขต A ก็จัดการตั๊กแตนมือสังหารได้จริงๆหรือ?”
เขาเอ่ยถามย้ำ ซึ่งทหารทุกคนก็พยักหน้ารับ แต่ดูเหมือนว่าคนเป็นหัวหน้าจะไม่พอใจกับคำตอบของคนอื่น คำถามนี้แน่ชัดแล้วว่าจงใจถามกับซูหยวน และอยากให้เธอเป็นคนตอบกลับ
“ใช่ค่ะท่านพลตรี แต่เพื่อให้สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของมันได้ ฉันต้องใช้สมาธิค่อนข้างมากเพื่อจับจังหวะค่ะ มีเหล่ารุ่นพี่ทหารที่ช่วยล่อให้ตั๊กแตนมือสังหารหยุดการเคลื่อนไหวด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นก็คงหยุดมันไม่ได้” เธอไม่ได้รับความดีความชอบเพียงคนเดียวเท่านั้น ยังชมพวกทหารคนอื่นๆด้วยเช่นกัน
เห็นเธอพูดแบบนั้น ทหารคนอื่นๆก็ซาบซึ้งมาก สายตาที่พวกเขามองนักเรียนคนนี้ก็เป็นมิตรมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นกัน ทว่า...พลตรีไม่ใช่ตำแหน่งที่จะได้มาง่ายๆ ถึงแม้เขาจะถามเหมือนไม่มีอะไร แต่ที่จริงแล้วเขาย่อมรู้ถึงประสิทธิภาพของเมือกสีเหลืองจากตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ดี
เขาไม่ได้ถูกหลอกง่ายๆโดยคำพูดที่น่าซาบซึ้งนี้ สายตาของเขามองไปยังนักเรียนหญิงที่ตรวจสอบประวัติแล้วพบว่าเป็นคนของสกุลจาง ถูกเด็กสกุลจางคนนั้นรับเข้าองค์กรด้วยตนเอง แสดงให้เห็นแล้วว่าเด็กหญิงคนนี้มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการสนับสนุน บางที....เมือกสีเหลืองที่เธอนำมาใช้ อาจจะได้รับมาอย่างพิเศษโดยสกุลจางก็ได้
หลังจากนี้ เขาอาจจะต้องลองติดต่อสกุลจางบ้าง ถ้าหากอีกฝ่ายมีกรรมวิธีในการใช้เมือกสีเหลืองของตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่ดีกว่าเดิม เขาเองก็อยากจะตกลงร่วมธุรกิจกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐบาลบ้าง อย่างน้อยๆเมือกที่มีประสิทธิภาพขนาดนี้ก็ควรจะถูกกองทัพเอามาใช้ ไม่ใช่มีไว้แค่คนสกุลจางเท่านั้น...
พูดให้ถูกก็คือ ท่านพลตรีคนนี้กำลังสนใจ “บอลกาว” ของซูหยวนต่างหาก ส่วนเรื่องของทักษะในการใช้ธนู เขารู้ตั้งแต่การต่อสู้ที่ผ่านมาแล้ว ยิ่งได้รับการยืนยันโดยพันเอกเติ้งด้วยแล้วก็เท่ากับไม่มีข้อสงสัยใดๆ มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่สงสัยในการรับศิษย์ของพันเอกเติ้งน่ะ...
ซูหยวนไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับบอลกาวตัวหนืดของเธออีก ต่อให้สิ่งนี้จะน่าสงสัยที่มา แต่ตรวจสอบอย่างไรก็มีแค่ส่วนผสมของเมือกตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์เท่านั้นไม่มีสิ่งอื่นอีก ถ้าพวกเขาจะทำก็ทำขึ้นมาได้เช่นกัน ขอแค่ใช้เทคโนโลยีเพื่อขจัดของเหลวอื่นๆออกไปให้หมดก็เป็นอันใช้ได้แล้ว
และใช่! ก่อนที่เธอจะเอาบอลกาวออกมาใช้ได้อย่างสบายใจ เธอใช้เวลาไปกับการทดสอบที่ฟาร์มของตนเองมาก่อนแล้ว พบว่ายิ่งใช้ความร้อนเพื่อละลายเมือกสีเหลือง ก็จะยิ่งทำให้เหลือแค่ส่วนที่เป็นกาวมากขึ้น ทว่า...ความร้อนที่ใช้จุดไฟปกตินั้นไม่ทำให้กลายเป็นบอลกาวได้ จำเป็นต้องผ่านกรรมวิธีที่เหมาะสม ซึ่งซูหยวนก็ทำจนกลายเป็นบอลกาวตัวหนืดไม่ได้เช่นกัน
สำหรับเรื่องนั้น เธอไม่จำเป็นต้องทำให้สำเร็จเหมือนทุกประการ เพียงแค่มีแนวโน้มที่ดีเช่นนี้ก็สามารถอธิบายทั้งหมดได้แล้ว ต่อไปสกุลจางก็อาจจะผลิตบอลกาวตัวหนืดออกมาได้จริงก็ได้ นั่นเป็นเรื่องของพวกเขาในอนาคตแล้ว...
เรื่องที่ซูหยวนสร้างผลงานใหญ่แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง เมื่อทุกกลุ่มกลับมาแล้วก็พบกับข่าวที่น่าสนใจนี้ กลุ่มคนที่ดีต่อซูหยวนก็พากันเข้ามาเพื่อชื่นชม แต่ก็มีบางคนที่ไม่พอใจกับการทำงานของซูหยวนด้วยเช่นกัน
“ก็แค่โชคดีไม่ใช่รึไง”
“จริงด้วย มีฝีมือในการใช้ธนูเล็กน้อย แต่โชคดีนั้นมากกว่าจริงๆ”
“เพราะได้สกุลจางสนับสนุนก็เลยมีอุปกรณ์ดีๆมากกว่าคนอื่น เหอ เหอ เหอ ถ้าฉันได้รับการสนับสนุนเหมือนกัน ฉันก็ต้องล่าตั๊กแตนมือสังหารได้สบายๆอยู่แล้ว”
หลายคนไม่เชื่อว่านักเรียนคนหนึ่งจะจัดการตั๊กแตนมือสังหารด้วยฝีมือของตนเอง อย่าลืมว่าตั๊กแตนมือสังหารนั้นเป็นนักล่าที่จัดการกับนักล่าจำนวนมากได้ อีกทั้งมันยังถูกตั้งเป็นภารกิจระดับสูงของกองทัพด้วยซ้ำ เช่นนั้นภารกิจยากๆจะถูกจัดการโดยนักเรียนคนเดียวได้ยังไง ทั้งหมดนี้ก็แค่ข้ออ้างที่จะช่วยเลื่อนระดับกองทัพให้อีกฝ่ายเท่านั้นแหละ
ยิ่งพวกเขารู้สึกถึงความอยุติธรรมมากเท่าไร ก็ยิ่งไม่พอใจซูหยวนมากขึ้นเท่านั้น เด็กสาวเพียงคนเดียวกลับข้ามหน้าข้ามตาพวกเขาขนาดนี้จะยอมรับง่ายๆได้อย่างไร
คืนนั้น ซูหยวนเข้าไปในกระโจมส่วนตัวเพื่อพักผ่อนเหมือนกับทุกวัน หลังจากที่ร่างเล็กหายเข้าไปในกระโจมแล้ว ทหารกลุ่มหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ก็ปรากฏตัวออกมา พวกเขาส่งสัญญาณให้กัน แม้ว่าจะไม่สามารถกำจัดนักเรียนคนนี้ได้ แต่การกลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆก็ยังทำได้อยู่ไม่ใช่หรือ?
สำหรับภารกิจครั้งนี้ ดูแล้วน่าจะต้องอยู่ที่นี่อีก 2-3 วันเพื่อเคลียร์แมลงดินหัวเขียวให้หมด หากที่พักของเธอถูกไฟเผาจะเป็นอย่างไร? ในค่ำคืนที่แสนจะอันตรายและหนาวเหน็บนี้ เธอจะยังนอนหลับสบายใจอยู่ได้ไหม?
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าทหารกล้าจะคิดทำสิ่งชั่วร้ายเช่นนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการเฝ้าระวังกันเลย
ทหารเฝ้าเวรยามเดินถือคบเพลิงไปเรื่อยๆ เพราะรอบๆพื้นที่นี้ใช้ผงกันสัตว์กลายพันธุ์อยู่แล้ว ทำให้ไม่ค่อยมีสัตว์กลายพันธุ์หรือพืชกลายพันธุ์มาก่อกวนมากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ระมัดระวังอะไรมากมาย เพียงแค่เดินไปรอบๆตามหน้าที่ ทว่าไม่ทันได้คาดคิด จู่ๆทหารคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากมุมมืดแล้วชนเข้ากับเขาอย่างจัง
คนหนึ่งถือน้ำมันเอาไว้ คนหนึ่งถือคบไฟ ... ช่างเป็นเรื่องน่าบังเอิญที่จู่ๆทั้งน้ำและคบเพลิงนั้นสาดเข้าไปที่กระโจมส่วนตัวของนักเรียนอันจนเกิดไฟลุกท่วม
“เกิดเรื่องแล้ว!! ไฟไหม้! เร็วเข้า! ต้องรีบดับไฟ!!”
“นักเรียนอันรีบออกมาเร็วเข้า!” ทหารสองคนส่งเสียงดังท่าทางตื่นตระหนก ไม่เหมือนกับว่าเป็นความตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งเลย
อันซูหยวนออกมาจากกระโจมอย่างรวดเร็ว เธอขมวดคิ้วมองดูกระโจมของตนเองที่ถูกเผาไหม้อยู่เช่นนั้น แม้ว่าพวกพี่ๆทหารจะช่วยกันใช้ผ้าและเศษดินเข้าดับไฟ แต่ก็ช่วยไม่ได้มากอยู่ดี ผลสุดท้าย...กระโจมของเธอก็เหลือเพียงแค่เศษซากเท่านั้น เกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่จนใช้การไม่ได้อีกแล้ว
“นักเรียนอัน นี่เป็นความผิดของพวกเราเอง ฉันไม่น่ารีบร้อนที่จะนำน้ำมันไปเป็นพลังงานเติมการป้องกันให้ค่ายเลย ไม่อย่างนั้นคงจะไม่วิ่งชนสหายทหารที่ถือคบเพลิงมาเช่นนี้หรอก”
“ที่จริงก็เป็นความผิดของฉันด้วย นักเรียนอัน...เรื่องนี้ขอโทษจริงๆ ฉันจะชดใช้ให้แน่นอน แต่ค่ากระโจมของเธอคงมีราคาแพงมาก ฉันจะผ่อนจ่ายให้นะ” ทหารทั้งสองยอมรับความผิดของตนเอง ท่าทางที่น่าสงสารของพวกเขาทำให้คนอื่นๆไม่สามารถเอาผิดได้เลย
อย่างไร เรื่องโชคร้ายแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้บ้าง อีกอย่างพวกเขาก็ไม่ได้หน้าหนาขนาดที่จะโยนความผิดให้กันและกัน การที่แสดงความรับผิดชอบออกมาแบบนี้ทำให้ได้รับคำชื่นชมมากกว่าตำหนิเสียอีก
“นักเรียนอัน กระโจมที่พักของเธอก็พังแล้ว ราคาของมันคงจะแพงมาก ทหารทั้งสองคนไม่ได้มีเจตนา ฉันคิดว่าเธออาจจะให้อภัยพวกเขาได้ใช่ไหม? เงินเดือนของทหารมากมายแค่ไหนกันเชียว พวกเขามาเป็นทหารก็เพื่อเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวมกันทั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้...เธอให้อภัยพวกเขาได้ไหมล่ะ”
หัวหน้ากองสนับสนุนผลัดหนึ่งที่เคยมีประเด็นกับซูหยวนก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มเย็น ท่าทางของเขาต้องการสร้างปัญหาจริงๆ ซูหยวนเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายที่ทำเป็นพูดดี แต่ทั้งหมดก็เพื่อให้เธอเจอกับความเสียหายอยู่ฝ่ายเดียว
“อย่างที่หัวหน้าพูดค่ะ กระโจมนี้ราคาแพงมาก ดังนั้นฉันจะไม่รับเงินเป็นก้อนใหญ่ แต่ยังสามารถรอให้พวกเขาผ่อนจ่ายได้ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหา ฉันจะทำสัญญากู้ยืมกับพวกพี่ๆทหารให้ค่ะ โดยไม่คิดดอกเบี้ยเลยสักเครดิตเดียวเนื่องจากฉันเข้าใจว่านี่เป็นอุบัติเหตุค่ะ”
ซูหยวนตอบกลับอย่างสุภาพ ถึงอย่างนั้นคำพูดของเธอก็แสดงเจตนาออกมาว่าไม่ยอมรับข้อเสนอของหัวหน้ากองสนับสนุนด้วยเช่นกัน
“ตะ แต่นักเรียนอัน...พวกเราไม่เหมือนเธอที่ได้รับการสนับสนุนจากสกุลจาง เครดิตของพวกเราไม่ค่อยมีมากนักหรอก ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่พอกินอยู่แล้ว หากพวกเราต้องแบ่งจ่ายเป็นค่าชดเชยทุกเดือน คาดว่าน่าจะไม่เหลือเกินแล้ว”
“จริงด้วยนักเรียนอัน ไม่ใช่ว่าเธอได้รับแกนพลังงานจากตั๊กแตนมือสังหารหรอกหรอ? ด้วยราคาของแกนพลังงานนั้นก็น่าจะมากพอให้ซื้อกระโจมนี้ได้อีกหลายสิบอันเลย ดังนั้น...ช่วยมองข้ามเรื่องนี้ไปได้ไหม”
เมื่อทหารทั้งสองได้ยินว่าซูหยวนจะบังคับให้พวกเขาทำสัญญากู้ยืมเครดิต พวกเขาก็รีบพูดออกมากันยกใหญ่ ทว่า...ไฉนจึงแสดงออกได้แตกต่างจากเดิมมากกันเล่า ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ขอโทษขอโพยและพยายามจะรับผิดชอบหรอกหรือ? ดูท่าทางของพวกเขาที่ผิดปกติแบบนี้ ทหารหลายคนก็มองหน้ากันเอง ราวกับรับรู้ได้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องนี้
…………………………………