นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 62 ตลบหลัง

            ตอนที่ 62 ตลบหลัง

             

             

            ราตรีเคลื่อนคล้อย วันนี้หมู่เมฆหนาทึบ ป่าในยามราตรีครั้งนี้เงียบสงัด หากไม่เพ่งมองให้ดี แม้แต่เบื้องหน้าของตนก็ไม่อาจเห็นได้ แสงจันทร์ที่เคยเป็นมิตรเมื่อคราวก่อน ครั้งนี้กลับทำให้หน่วยสามรู้สึกหนาววูบ

             

            พวกเขาทั้งหมดกำลังเดินทางกันในป่ายามค่ำคืน แม้แต่ศิลาที่บาดเจ็บก็ยังดึงดันจะขอมาด้วย รูปขบวนของพวกเขาเป็นขบวนพื้นฐาน นภาและกีออนเดินนำหน้า แถวต่อมาเป็นหัวหน้าเมย์ผู้เชี่ยวชาญการโจมตีระยะไกล ถัดไปคือเตวันที่ยืนขนาบองค์หญิงไพลิน เป็นทั้งการคุ้มครององค์หญิงไพลินและสามารถสนับสนุนแนวหน้าไปในตัว

             

            แถวรองสุดท้ายประกอบด้วยนิทานและศิลา นิทานไม่ใช่แนวหน้า เขาเป็นนักตรวจจับ แต่ด้วยระยะการตรวจจับที่ไกลเป็นพิเศษของ นิทานทำให้เขาไม่จำเป็นต้องเดินนำหน้า เขายังมีหน้าที่คอยสนับสนุนศิลาด้วย แม้ศิลาจะเป็นนักสลักเอก แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของเขาทำให้เขาไม่สามารถช่วยต่อสู้ได้ดีนัก

             

            ปิดท้ายคือคาซาและเรน ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของเหล่าผู้ฝึกสัตว์ เรนสามารถช่วยตรวจตราด้านหลังป้องกันการลอบโจมตีได้ ส่วนคาซาเมื่อรวมกับเรนแล้วสามารถป้องกันได้ทั้งองค์หญิงไพลินและเตวัน

             

            รูปขบวนนี้คือรูปขบวนที่พวกเขาไม่คุ้นชิน จะอย่างไรหน่วยสามก็มักทำภารกิจในเมือง ไม่ใช่ในป่า ผู้จัดรูปขบวนจึงเป็นนิทานผู้อยู่ในป่ามาเกินครึ่งชีวิต ระหว่างทางนิทานมักต้องคอยย้ำเตือนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอดทาง การสังเกตพืชมีพิษ การกลบร่องรอย การเคลื่อนไหวให้เกิดเสียงน้อยที่สุด

             

            พวกเขาเดินทางกันโดยไร้แสงไฟใด ๆ การจุดไฟขณะเดินทางนั้นแม้จะปลอดภัยกว่าและสามารถข่มขวัญสัตว์นักล่าได้ หากเป้าหมายของพวกเขาในคราวนี้คือการลอบโจมตีสัตว์อสูรตัวนั้น และด้วยปัญญาของมัน หากมันพบร่องรอยของพวกเขาก่อน มันย่อมเลือกหลบหนีอย่างแน่นอน

             

            ภารกิจครั้งนี้มีความปลอดภัยของชาวบ้านเป็นเครื่องเตือนใจ พวกเขาไม่อาจทำผิดพลาดได้

             

            นิทานสอนเคล็ดการมองในความมืดให้แก่สมาชิก หากส่วนมากก็เป็นแค่ช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้นเท่านั้น พวกเขาล้วนเป็นผู้เรียนรู้และนักสลัก ประสาทสัมผัสย่อมดีกว่าแรกเกิดทั่วไปมาก มีเพียงองค์หญิงไพลินที่เดินทางด้วยความยากลำบาก ใบหน้าปรากฏร่องรอยความเหนื่อยล้า หากเธอกลับไม่ปริปากบ่นใด ๆ นัยน์ตาสีชมพูที่แสนมุ่งมั่นยังคงมุ่งหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง

             

            ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าที่ผ่านพ้น พวกเขาเคลื่อนตัวกันอย่างชักช้าและเงียบเชียบ ราวกับการเดินแหวกพุ่มหญ้าสร้างเสียงอันเล็กน้อยอาจส่งผลเสียร้ายแรง

             

            การเดินทางในความมืดในป่านั้นเป็นเรื่องอันตราย ไม่ว่าจะสัตว์นักล่าหรือแมลงมีพิษ แต่เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ปัญหาสำหรับนิทาน โดยปกติแล้ว เขาจะใช้พลังจางหายเพื่อป้องกันแมลง หากในครั้งนี้เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ เขาจึงนำสมุนไพรไล่แมลงมาป้ายบนตัวทุกคนอย่างง่าย ๆ แทน นอกจากนั้นวิธีการเดินและรูปแบบการหายใจออกที่นิทานสอนก็ส่งผลดีเป็นอันมาก

             

            สัตว์นักล่ายิ่งเป็นสิ่งที่จัดการง่ายยิ่งขึ้นไปอีก หากมีสัตว์นักล่าใดที่เข้าใกล้พวกเขาภายในระยะสามร้อยเมตร มันย่อมถูกเงาสีดำเงาหนึ่งที่กระโจนออกมาจากความมืดขย้ำคอทุกรายไป

             

            คีตาสามารถยืมใช้พลังจางหายของนิทานได้เช่นกัน มันจึงไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องทิ้งร่องรอย เพียงเอากองใบไม้กลบทับพร้อมตราพลังจางหายลงไปก็ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ ให้พบเจอในเวลาอันสั้นอีก

             

            ชั่วโมงแห่งความตึงเครียดผ่านไปทั้งอย่างนั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งบริเวณริมผาสูงชัน นิทานพลันส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด เขาเดินขึ้นหน้า แหวกฝ่าดงหญ้าไปพบกับถ้ำแห่งหนึ่ง ถ้ำแห่งนี้ขนาดไม่ใหญ่มากนัก หากด้านหน้าถ้ำกลับถูกปกคลุมด้วยต้นไม้และหญ้าหนาทึบ ยากแก่การมองเห็น ภายในมีกลิ่นเลือดเบาบางโชยออกมา

             

            “รังของมันรึเปล่า” นภาสีหน้าเป็นประกาย เขาถามเสียงเบา

             

            “กลิ่นของมันกระจายอยู่หลายที่ในบริเวณนี้ แต่ต้นตอกลิ่นของมันอยู่ในนั้นครับ ไม่ผิดแน่” นิทานตอบเสียงเบา

             

            “ตามแผน นภากับกีออน พวกนายบุกเข้าไปก่อนแล้วตรึงมันไว้ ฉันจะเป็นคนโจมตีหลักเอง เตวัน สนับสนุนฉัน คาซา นิทาน พวกนายคุ้มกันองค์หญิงและคุณศิลา องค์หญิงคะ หากเห็นมันทำท่าจะหลบหนี รบกวนปลดปล่อยข่ายคลุมฟ้าด้วยค่ะ” หัวหน้าเมย์จัดแจง

             

            ทุกคนพยักหน้ารับ องค์หญิงไพลินปลดเชือกมัดผมเส้นหนึ่งลงมาถือไว้ในมือแน่น เชือกเส้นนี้เป็นสีแดงทั้งผืน ราวกับถูกถักทอขึ้นจากอาคมนับพัน แม้ดูไกล ๆ จะเหมือนเชือก หากสังเกตดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าเชือกเส้นนี้คือกลุ่มก้อนพลังที่ถูกทอรวมกัน

             

            บรรยากาศจับตัวแข็ง ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจใด ๆ เพียงชั่วพริบตา นภา กีออน และหัวหน้าเมย์ก็พุ่งเข้าไปในถ้ำอย่างดุดัน

             

            นภาเป็นผู้แรกที่เข้าไปก่อน เขานั้นมีความอึดถึกทนมากที่สุดในกลุ่ม หากมีกับดักอะไรในนี้ เขาจะเป็นผู้รับเอง ร่างของเขาเรืองแสงเล็กน้อย ม่านพลังสีทองปรากฏขึ้นคลุมร่าง บนอกแปะไว้ด้วยยันต์ปัดป้อง

             

            กีออนที่ตามเข้ามาไม่แตกต่างจากนภามากนัก สองมือถือดาบคู่  บนตัวแปะไว้ด้วยยันต์ปัดป้อง ม่านพลังสีทองคลุมร่าง

             

            หัวหน้าเมย์ไม่มีม่านพลังใด ๆ เพียงมีหอกด้ามยาวในมือ อีกด้านหนึ่งถ้อยคำกลางหน้าผากเปล่งประกาย พลังระดับนักสลักแผ่กระจายปกคลุมพื้นที่

             

            องค์หญิงไพลินขมวดคิ้วแน่น เธอกลั้นหายใจรอรับศึกที่จะเกิดขึ้น ศึกระหว่างนักสลักเอกสองคนและผู้เรียนรู้ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่นเดียวกับยามที่ตาไกรต่อกรกับโจรป่าระดับนักสลักเอกสองคน บริเวณพื้นที่โดยรอบกลายเป็นทะเลเพลิง พื้นที่ป่าเว้าแหว่งจากรอยไหม้และผืนดินบิดเบี้ยวจากพลังของโจรป่า

             

            เมื่อนักสลักลงมือ บริเวณโดยรอบย่อมพินาศ!

             

            หากความเป็นจริงตรงหน้ากลับแปลกประหลาด ไม่มีเสียงใด ๆ เกิดขึ้น ไม่มีระลอกของพลังที่ปะทะ ไม่มีแม้แต่พลังที่ถูกปลดปล่อยใด ๆ นอกจากพลังของสมาชิกหน่วยสามที่บุกเข้าไป

             

            เพียงครู่เดียว ทั้งสามก็ออกมาจากถ้ำ สีหน้าดำมืด ในมือของหัวหน้าเมย์ถือบางสิ่งไว้

             

            “ไม่มีสัตว์อสูรอะไรอยู่เลย” นภาส่ายหน้าไปมา สีหน้าหงุดหงิด

             

            “นายโดนมันหลอกเข้าแล้วล่ะนิทาน มันฉลาดยิ่งกว่าที่เราคิดอีก” หัวหน้าเมย์สีหน้าเคร่งเครียด ในมือถือท่อนขาแมลงชิ้นหนึ่งไว้

             

            หัวหน้าเมย์โยนท่อนขาแมลงขนาดเท่าแขนชิ้นนั้นให้เขารับ นิทานนำมันมาดมใกล้ ๆ แล้วจึงพบว่าท่อนขานี้ปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวของสัตว์อสูรตัวนั้นหนาแน่นเป็นพิเศษ

             

            นิทานหน้าเสียลง สัตว์อสูรตัวนั้นทรงปัญญามากพอที่จะรับรู้ได้ก่อนว่าถูกลอบติดตาม มันยังวางแผนล่อดักพวกเขาอีกขั้นหนึ่ง ทิ้งตัวล่อเอาไว้ในขณะที่ตัวมันอยู่ที่อื่น

             

            “พวกเราต้องรีบกลับแล้วล่ะครับ ถ้ามันรู้ตัวว่าเราจะมาอย่างนี้ และยังทิ้งตัวล่อไว้เช่นนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะกลับไปจู่โจมหมู่บ้าน” เตวันนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมาแล้วจึงร้อนใจ

             

            “หมู่บ้าน!” ศิลาขวัญเสีย หมู่บ้านเปลวเหมันต์ขณะนี้ไร้ซึ่งผู้แข็งแกร่งคอยคุ้มกัน มีเพียงกองทหารและผู้เรียนรู้ที่ไม่ถนัดการต่อสู้มากเท่านั้น

             

            “โธ่เว้ย! ถ้าเรียกกำลังเสริมแต่แรกละก็” ศิลาร้อนใจ เขาหงุดหงิดเต็มที มองหน้านิทานความอารมณ์โกรธ หากทำได้เพียงกักเก็บความไม่พอใจไว้

             

            นิทานนิ่งเงียบ สีหน้าซีดเผือด เขาเดินเข้าหาองค์หญิงไพลินพร้อมกับคีตา นิทานคว้าเชือกเส้นเล็กสีแดงนั้นมาจากมือขององค์หญิงไพลิน

             

            องค์หญิงไพลินเลิกคิ้วกับท่าทางเสียมารยาทของนิทาน หากก็ยอมให้เขาถือข่ายคลุมฟ้าไว้

             

            “ถึงกับเตรียมสมบัติมาเลยนะเว้ย โดนมันหลอกจนได้!” นิทานหงุดหงิด เขาชกก้อนหินก้อนใหญ่จนปริร้าวคามือ

             

            องค์หญิงไพลินขมวดคิ้วแน่น เธอไม่โทษเรื่องความผิดพลาดของนิทาน หากท่าทางของเขาในเวลานี้เริ่มมากเกินไปแล้ว

             

            “พอแล้ว! เราต้องกลับหมู่บ้านกันเดียวนี้!” องค์หญิงไพลินเดินไปเขย่านิทานที่สองตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

             

            “รีบกลับหมู่บ้านกันเถอะครับ!” ศิลาตะโกนก้อง

             

            “เออ รู้แล้ว! โวยวายกันอยู่ได้ ไม่ต้องพักแล้ว เรารีบกลับกันตอนนี้ ยังไงก็ทัน คีตาเร็วจะตายไป!” นิทานพูดเสียงดังราวกับคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขากระทืบเท้าไปมาสามสี่ทีราวกับเด็กเล็กที่ร้องไห้เอาแต่ใจขณะชี้ไปที่คีตา

             

            ทุกคนเห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้ว แม้แต่องค์หญิงไพลินก็ไม่ทนอีกต่อไป เตรียมลากตัวนิทานกลับหมู่บ้าน

             

            “สมบัตินี้ก็ไม่ทันได้ใช้แล้วล่ะ” นิทานที่ทำท่าจะโยนเชือกเส้นนั้นคืนให้องค์หญิงไพลินพลันหยุดเอาเสียดื้อ ๆ

             

            นิทานถ่ายทอดพลังเข้าสู่ข่ายคลุมฟ้าอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตางุนงงขององค์หญิงไพลิน ข่ายคลุมฟ้าสั่นไหวอย่างรุนแรง

             

            เชือกเส้นนั้นเรืองแสงขึ้น นิทานพลันโยนขึ้นท้องฟ้ากลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่คลุมพื้นที่กว่าร้อยเมตรโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง กลายเป็นกรงที่ขังทุกสิ่งไว้ภายใน

             

            ขณะที่ศิลามองข่ายคลุมฟ้าถูกใช้งานอย่างโง่งม ร่างหมอกสีดำสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากป่า จังหวะที่มันพุ่งออกมาคือจังหวะเดียวกันกับที่ข่ายคลุมฟ้าถูกใช้งานอย่างพอดิบพอดี ราวกับทั้งสองถูกใช้งานพร้อมกันโดยไม่มีช่องว่างใด ๆ ให้ฉกฉวย

             

            ร่างหมอกสีดำนั้นชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นข่ายคลุมฟ้าเปิดการทำงาน หากเพราะจังหวะที่พอดีจนเกินไป มันไม่สามารถหยุดการโจมตีของมันได้ เคียวแหลมที่ปลายมือส่องแสงวาววับตัดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว

             

            หน่วยสามไม่มีใครตั้งหลักทัน เพียงรู้ตัวอีกที หมอกสีดำนั้นก็จู่โจมเข้ามาแล้ว มันง้างเคียวแหลมที่ปลายมืออย่างองอาจ

             

            เป้าหมายของเคียวแห่งความตายนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็นคีตา!

             

            คีตาตื่นตกใจ นัยน์ตาเบิกกว้าง มองไปที่เคียวที่หมายปลิดชีวิตมันอย่างโง่งม ไม่มีใครออกตัวช่วยคีตาทัน ทุกคนเพียงยืนแข็งค้าง ไม่อาจตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้น

             

            หมอกสีดำเห็นดังนั้นจึงแสยะยิ้ม มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดข่ายคลุมฟ้าจึงทำงาน แต่เรื่องหลบหนีมันสามารถคิดทีหลังได้ เป้าหมายหลักของมันคือการสังหารสุนัขที่สามารถตามรอยมันได้ตัวนี้!

             

            เมื่อเคียวแห่งความตายคืบเข้ามาใกล้ กลับเป็นตัวคีตาเองที่สลัดคราบตื่นตกใจ มันเผยรอยยิ้มเยาะ ขนสีดำสนิททั่วร่างของมันพลันเปล่งประกายแวววับ ความเร็วของมันพลันระเบิดออก กลายเป็นร่างของมันเองที่พุ่งเข้าหาหมอกสีดำ!

             

            เคร้ง!

             

            เสียงของเหล็กปะทะกันกลับเกิดขึ้นเมื่อร่างของคีตาที่หุ้มด้วยพลังปราการโถมปะทะเข้าใส่เคียวสีดำสนิท ร่างของหมอกสีดำชะงักไป ในขณะที่คีตากระเด็นถอยหลังออกไปโดยไร้บาดแผล ท่ามกลางความงุนงงของหมอกสีดำ หอกจำนวนมหาศาลแหวกมิติมาโผล่ข้าง ๆ มัน

             

            หัวหน้าเมย์สลัดสีหน้าโง่งมทิ้งไป ในมือเรืองแสงวาบ ซัดหอกเล่มแล้วเล่มเล่า หน่วยสามคนอื่นย่อมไม่ช้ากว่ากันนัก ทั้งหมดกระจายตัวออกล้อมร่างหมอกสีดำไว้อย่างแน่นหนา

             

            มันมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตกใจ ร่างของสมาชิกหน่วยสามทุกคนกลับคล้ายพร้อมอยู่ก่อนแล้ว รุมล้อมมันอย่างรวดเร็วแค่ในชั่วพริบตาที่มันปะทะเข้ากับสุนัขสีดำ ทั้งหมดล้วนพกพาอาวุธที่ตนเชี่ยวชาญ กลุ้มโจมตีเข้ามา 

             

            มันทำได้เพียงปัดป้องหอกจำนวนมหาศาลชุดแรกด้วยมือเคียวทั้งสองและต้านรับบางส่วนด้วยเกล็ดหนา หากมันไม่อาจต้านรับการโจมตีชุดต่อไปได้ทันเวลา

             

            หัวหน้าเมย์ที่เร็วที่สุดออกทีเดียวสามหอก หน้าผากของเธอปรากฏสัญลักษณ์จาง ๆ หอกทั้งสามพลันทะลวงร่างของมันจนพรุน ร่างของมันแข็งค้างกลางอากาศราวกับถูกบางสิ่งคว้าเอาไว้ นัยน์ตาของเตวันเรืองแสงสีจาง

             

            คาซา กีออน และนภาโผล่ขึ้นพร้อมกัน ทั้งสามโจมตีพร้อมกันไปที่หมอกสีดำสนิท กำปั้น ดาบ และค้อนสายลมหวดฟาดเข้าที่ร่างของมันอย่างรุนแรง แม้เกล็ดหนาของมันจะลดทอนความเสียหายไปมาก หากผลกระทบก็ยังคงหนักหนา มันที่ร่อแร่อยู่แล้วจากการโจมตีของนักสลักเอกอย่างหัวหน้าเมย์พลันกระอักเลือดสีเขียวข้น สะบักสะบอม

             

            แม้มันจะเป็นสลักเอก มีเกล็ดอันแข็งแกร่งของสัตว์อสูรจำพวกแมลง หากการโถมโจมตีของผู้เรียนรู้ระดับ3คำที่เชี่ยวชาญในการโจมตีระยะประชิดพร้อมกันทีเดียวถึงสามคนก็ไม่ใช่สิ่งที่มันสามารถรับได้อย่างสบาย

             

            มันไม่เข้าใจเลยสักนิด เมื่อชั่วครู่มันจู่โจมทีเผลอชัด ๆ ไม่มีใครตั้งตัวทันทั้งสิ้น หากมันกลับโดนจู่โจมสวนกลับจากเป้าหมายของมันในจังหวะที่มันไม่ทันป้องกันตัว หลังจากนั้นมันก็ถูกกลุ้มรุมอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับทุกคนเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว แม้แต่สีหน้าท่าทางตกใจของคนเหล่านี้ยังเป็นของปลอม

             

            มันรับรู้ได้ถึงความผิดปกติโดยทันที มันหลงกลแผนของมนุษย์เหล่านี้เข้าเต็มเปา! มันต้องหนีเดียวนี้!

             

            มันทำท่าส่งเสียงคำรามกึกก้อง ทุกคนร่างไหวสะท้านอย่างรุนแรงจากการโดนโจมตีทางจิต มันอาศัยโอกาสชุลมุนรีบหอบร่างของตัวเองหนี มันปล่อยควันดำรอบทิศบดบังวิสัยทัศน์อีกครั้ง

             

            แม้สมาชิกหน่วยสามหลายคนจะชินกับหมอกดำบดบังวิสัยทัศน์นี้แล้ว หากเมื่อพวกเขาพุ่งฝ่าหมอกออกไป ร่างของมันก็ไม่อยู่ที่เดิมแล้ว

             

            ด้วยพลังระดับนักสลักเอก เพียงชั่วพริบตามันก็เคลื่อนตัวมาถึงปลายขอบของข่ายคลุมฟ้า มันง้างเคียวทั้งสองสุดแขนหวังทำลายข่ายคลุมฟ้าในครั้งเดียว

             

            หากมันไม่อาจมีโอกาสทำได้ เพราะบนร่างของมันกลับปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ซ่อนร่างไว้บนต้นไม้ ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคนนี้ห้อยร่างลงมาจากต้นไม้ราวกับนักกายกรรม

             

            มันไม่อาจจับสัมผัสใด ๆ ได้เลย ราวกับอยู่ ๆ ชายหนุ่มคนนี้ก็โผล่มาจากความว่างเปล่า มันเพียงเห็นประกายสีเขียวมรกตที่มุ่งเป้ามาทางมันด้วยความเร็วสูง

             

            มันยกเลิกการโจมตีที่เล็งไปทางข่ายคลุมฟ้า มันพยายามปัดป้องด้วยเคียวขนาดยักษ์หากในจังหวะนั้นเองที่เคียวของมันหนักขึ้นจนมันเสียจังหวะ ร่างของมันถูกแรงปริศนาดึงเข้าหาคมมีดสีมรกต แม้จะเป็นเพียงการดึงอันแผ่วเบาที่กินระยะไม่ถึงครึ่งเมตร หากในระยะเพียงแค่นี้ ดวงตาของมันจ่อประชิดคมมีดสีเขียวทันที

             

            มันใช้ความพยายามเฮือกสุดท้ายระเบิดพลัง หวังดึงร่างตัวเองออกด้านข้าง หากจู่ ๆ ความเร็วของมีดนั้นก็มากขึ้นในพริบตา น้ำหนักของมีดพลันหายไป มือนั้นกุมมีดจ้วงเข้าใส่ดวงตาของมันด้วยจังหวะที่เปลี่ยนไป ทำลายการพยายามหลบครั้งสุดท้ายของมัน

             

            การเสียจังหวะสี่ครั้งซ้อนจากทั้งการที่ถูกลอบโจมตี น้ำหนักของเคียวหนักขึ้นในชั่วพริบตา ร่างถูกดึงเข้าหาเป็นระยะสั้น ๆ และมีดเร่งความเร็วในพริบตาทำให้มันไม่มีทางหลบได้อีกต่อไป ทำได้เพียงมองประกายสีเขียวมรกตทะลวงเข้าสู่ดวงตาที่อ่อนนุ่มไร้ซึ่งเกล็ดใดปกป้องของมัน

             

            ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต มันพลันเห็นชายหนุ่มเผยรอยยิ้มบางเบา

             

            “การลอบโจมตีมันทีเด็ดของฉันต่างหาก”

             

            เมื่อสิ้นเสียง หัวของมันพลันระเบิดออก ห้วงสติของมันดับวูบไป เหลือเพียงความมืดนิรันดร์กาลที่กลืนกินห้วงจิตของมัน


    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165