ระหว่างนั้นที่ห้องรับรองพิเศษคุณหนูเหยากำลังรอผลการแข็งขันอย่างคาดหวังส่วนเทียนคงนั้นกำลังนั่งจิบชาที่ตัวเองชงไปเมื่อครู่อย่างมีความสุข เพราะเขาได้ค้นพบเทคนิคการชงชาแบบใหม่จากพนักงานสาวคนเมื่อครู่และนำมาปรับใช้ให้เข้ากับความชอบตัวเอง ดังนั้นชาที่เขาชงออกมานี้ก็คือชาในแบบที่เขาชอบ ไม่ได้ตั้งใจชงมาเพื่อให้คนอื่นชอบด้วยแต่อย่างใด
“แย่แล้ว.... แย่แล้วเจ้าค่ะ คุณหนู ... เป็นเรื่องแล้วเจ้าค่า...” พนักงานสาววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาก่อนจะถลาเข้าหาคุณหนูเหยาพลางเหลือบไปมองเทียนคงด้วยหางตาเล็กน้อยก่อนจะดึงสายตากลับ
แน่นอนว่าการกระทำนี้คุณหนูเหยาก็สังเกตเห็นแม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจที่พนักงานแสดงกิริยาเช่นนี้แต่ด้วยความสนิทชิดเชื้อบวกกับอาการตกใจของพนักงานนางจึงไม่ได้ว่ากล่าวสิ่งใดแล้วเอ่ยถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ใจเย็น ๆ แล้วบอกข้ามา”
“ก็ชาที่คุณชายท่านนี้ชงน่ะสิเจ้าคะ... มันทำให้แขกหลายท่านไม่พอใจมาก ๆ โดยเฉพาะคุณชายเหลยเขาโกรธมากแล้วบอกข้าให้พาคนที่ชงชานี้ไปพบเขาเดี๋ยวนี้ด้วย ... คุณหนูเจ้าคะ ข้าว่าท่านต้องออกหน้าแล้วล่ะไม่อย่างนั้นคุณชายเหลยได้อาละวาดอีกแน่ ๆ”
คุณหนูเหยาได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจนางแม้จะไม่ทราบว่าฝีมือการชงชาของเทียนคงเป็นอย่างไรแต่ชาของเทียนคงก็ไม่ควรจะมีรสชาติที่แย่เพราะนักเล่นแร่แปรธาตุมีจุดแข็งที่การใช้พลังรูปแบบควบคุม ซึ่งการชงชานั้นก็มีกระบวนการที่คล้ายกับการหลอมหรือสกัดอัญมนีดังนั้นแล้ว นักเล่นแร่แปรธาตุแทบทุกคน จะชงชาได้มีรสชาติที่ดีแม้บางคนอาจจะทำได้ไม่ดีมาก แต่มันไม่แย่อย่างแน่นอน
และเทียนคงก็มีทักษะการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ไม่แพ้นางดังนั้นแล้ว ก็ควรจะมีทักษะการชงชาที่ทัดเทียมกับนางสิเหตุใดถึงชงชารสชาติแย่ถึงขนาดที่แขกเหล่านั้นโกรธเคืองเอาได้
เมื่อสงสัยก็อยากรู้คำตอบนางหันไปหาเทียนคงที่ยังคงนั่งหลับตาจิบชาของตัวเองอย่างมีความสุข แล้วเอ่ยว่า“นี่เจ้าได้ยินที่เสี่ยวเอ้อพูดเมื่อครู่ใช่หรือไม่ เจ้าชงชาแบบใดออกมากันถึงทำให้แขกโมโหแบบนั้น ... ไหน เอามาให้ข้าชิมหน่อย” และก็เช่นเดิมนางไม่รอให้เทียนคงได้ตอบรับใด ๆ แล้วเดินไปหยิบกาน้ำชาของเทียนคงรินใส่ถ้วยด้วยตัวเองทันที
“.........นะ นี่มัน ...... เหลือเชื่อ ...........” คุณหนูเหยารินชาเสร็จก็ยกถ้วยชาขึ้นมาสูดดมเล็กน้อยเพียงขั้นตอนนี้นางก็รู้สึกตื่นเต้นประหลาดใจ เช่นเดียวกับหวงจื่อหานที่ตอนรินชาแทบไม่ได้กลิ่นจะมาได้กลิ่นก็ตอนที่ชาได้มาอยู่ใกล้จนสัมผัสได้อย่างแผ่วเบาและเมื่อลิ้นได้สัมผัสรสชา ดวงตากลมโตของคุณหนูเหยาก็หลับตาปี๋และสีหน้าที่บูดเบี้ยว แต่ก็แสดงออกมาไม่นานก่อนจะลืมตาโพล่งขึ้นมามองเทียนคงสลับกับถ้วยชาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เทียนคงที่ตั้งแต่เริ่มจนจบไม่ได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์รอบตัวเลย ยังคงใช้เวลานี้ซึมซับรสชานี้อย่างสงบคุณหนูเหยาเห็นดังนั้นก็พอเข้าใจแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น นางไม่รบกวนช่วงเวลานี้ของเทียนคงอีกต่อไปแล้ววางถ้วยชาลง จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับพนักงานสาว
“เอ่อ... คุณหนูเจ้าคะ ชาของคุณชายท่านนี้ แย่มากหรือไม่เจ้าคะ ... ระเราจะทำอย่างไรกันดี หากคุณชายเหลยอาละวาดอีกล่ะก็ คุณชายท่านนี้คงไม่รอดแน่ๆเลยเจ้าค่ะ”
“ชาของเขาไม่ได้แย่....... แล้วก็อย่ากังวลไป มีข้าอยู่ที่นี่ ไม่มีใครทำอะไรแขกของข้าได้ทั้งนั้น”พูดจบคุณหนูเหยาก็จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยดูดีที่สุดก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทางสง่างาม
ในห้องรับรองแขกทั้งสิบคนแขกสี่คนที่ไม่ชอบชาของเทียนคง กำลังรินและจิบชาของคุณหนูเหยาเพื่อล้างปากและกลิ่นอันรุนแรงจากชาของเทียนคงแต่ไม่ว่าจะดื่มน้ำและชาของคุณหนูเหยาไปมากเท่าไหร่รสและกลิ่นชาของเทียนคงก็ไม่ยักจะลดน้อยลงไปเท่าไหร่นัก
ในทางตรงกันข้ามทางฝั่งของผู้ที่ชื่นชอบ ต่างก็นั่งรินชาของเทียนคงแล้วหลับตาลงเพื่อสัมผัสกับกลิ่นและรสชาสุดเข้มข้นนี้อย่างสงบด้วยใบสุดแสนมีความสุขและไม่เพียงแค่ใบหน้าที่แสดงถึงความสุข ร่างกายของพวกเขาก็มีปฏิกิริยาเช่นกัน จู่ๆเส้นพลังและจุดเดินพลังต่าง ๆของพวกเขาก็เหมือนจะถูกชำระล้างออกไปเล็กน้อยทำให้พวกเขาสามารถเดินพลังได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นทำให้พวกเขารู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้นเป็นกอง
แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ตอนนี้ทำตัวไม่ถูกและก็ทรมานอย่างมากนั่นก็คือหวงอี้จือ เพราะเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่ชอบชาของเทียนคงแล้วต้องการล้างปากออกไปเช่นกัน แต่ด้วยที่บิดาของเขาชื่นชอบชานี้มากจึงไม่อาจแสดงความไม่ชอบนี้ออกไปแล้วพยายามฝืนกลั้นความทรมานจากรสขมและกลิ่นอันรุนแรงนี้ไว้อย่างเงียบ ๆ
“ครืดดดด....” เสียงเปิดประตูดังขึ้น เป็นคุณหนูเหยานั่นเองนางเดินเข้ามาด้วยท่าทางอันงดงาม สมกับเป็นหนึ่งหญิงงามอันดับหนึ่งของดวงดาวรัศมีความงามนี้ทำให้ความทรมานจากรสชาของเทียนคงถูกลืมไปได้ชั่วครู่เลยทีเดียวแต่ก็เกิดขึ้นกับคนที่ไม่ชอบเท่านั้นส่วนคนที่ชอบก็ทำเพียงลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นว่าคุณหนูเหยาเดินเข้ามาเท่านั้นเองไม่ได้ถูกรัศมีความงดงามสะกดแต่อย่างใด
“ต้องขออภัยแขกทุกท่านที่ผู้น้อยได้เรียนเชิญให้มาเป็นส่วนร่วมในการแข็งขันนี้ของข้าโดยเร่งรีบและทำให้พวกท่านบางส่วนต้องรับรสชาที่ตัวเองไม่ชอบอย่างไม่เต็มใจได้โปรดรับคำขออภัยจากผู้น้อยด้วย”
รูปร่างหน้าตาอันงดงามท่าทางอันอ่อนหวาน และน้ำเสียงอันไพเราะนุ่มนวล ทำให้อารมณ์ที่โกรธเคืองของแขกลดลงจนแทบไม่เหลือไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ต่างพอใจกับคำขออภัยนี้ของคุณหนูเหยาเป็นอย่างยิ่งเพราะใครเล่าไม่รู้จักคุณหนูเหยาแห่งสำนักนพเก้า หนึ่งในสามหญิงงามแห่งดวงดาวระดับศักดิ์ฐานะของนางไม่ได้ต่ำไปกว่าองค์หญิงองค์ชายเลยแม่แต่น้อย เท่าที่พวกเขารู้มีเพียงไม่กี่คนบนดาว ที่นางน่าจะยอมขอโทษก่อนด้วยตัวเองและจะว่าไปพวกเขาก็ยังไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
แต่ในตอนนี้เดี๋ยวนี้นางไม่รอให้ใครได้ออกคำสั่งให้นางขอโทษแล้วเอ่ยคำพร้อมท่าทางนี้ด้วยตัวเองแล้วใครเล่าจะไม่ยินดีที่จะรับมันไว้
“คุณหนูเหยาข้าไม่ถือสาหาความอะไรแล้ว ในเมื่อท่านออกหน้าแบบนี้ พวกเราย่อมยินดีรับไว้ ....แต่ว่าเถอะ คนคนนี้เป็นใครกันหรือถึงได้กล้าคิดแข่งกับท่านแถมยังชงชาแบบนี้ออกมาอีก”หนึ่งในแขกคนหนึ่งเอ่ยปากขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม แม้จะมีรสขมติดปากอยู่แต่ด้วยความงามของคุณหนูเหยาตรงหน้า ทำให้เขาลืมรสขมนี้ไปเสียสนิทจากนั้นแขกคนอื่น ๆก็เข้ามาสมทบ รวมคุณชายเหลย ที่ก็เข้ามาเกาะแกะพูดคุยไม่เว้นแม้แต่คนที่ชื่นชมชาเทียนคงก็สมทบเอ่ยถามเรื่องบุคคลปริศนาที่ชงชานี้ขึ้นมาด้วยเช่นกัน
คุณหนูเหยาที่ได้เตรียมคำตอบมาแล้วสำหรับคำถามนี้ก็ยิ้มบางแล้วตอบไปว่า “เขาคือคุณชายเทียนคง แห่งสำนักนพเก้าของเราพวกท่านคงได้ยินชื่อของเขามาบ้างแล้ว จริงหรือไม่”
แขกเหลือไม่คาดคิดว่าคุณหนูเหยาจะบอกตัวตนของคนคนนี้ออกมาอย่างหน้าซื่อตาใสเพราะต่างคิดว่าเพื่อปกป้องแขกของตัวเอง นางคงจะไม่ยอมบอกแน่ ๆซึ่งพวกเขาก็เอ่ยถามไปอย่างนั้นเอง และพอจำได้แล้วว่าเทียนคงเป็นใครมาจากไหนก็พยักหน้าเข้าใจ ว่าทำไมคุณหนูเหยาถึงกล้าบอกชื่อของเขาออกมาตรง ๆ
คุณชายเหลยที่คิดจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างกดดันคุณหนูเหยาให้ทำตามสิ่งที่เขาคิดจะเรียกร้องต่อไปก็ชะงักค้างไปเล็กน้อยก่อนจะตั้งสติแล้วเดินเข้ามากล่าวว่า “แม้ข้าจะไม่เอาความกับคุณชายเทียนคงอะไรนั่นแล้วแต่ก็ใช่ว่าเขาจะหลบอยู่หลังท่านแล้วไม่ออกมากล่าวขอโทษข้าได้หรอกนะจริงหรือไม่ล่ะ คุณหนูเหยา”
คุณหนูเหยาที่ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคุณชายเหลยคงไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็เอ่ยตอบเสียงเรียบไปว่า “หากข้าได้ยินมาไม่ผิดเป็นคุณชายเหลยเอง ที่เสนอตัวขอเข้าร่วมการเป็นกรรมการในครั้งนี้มิใช่หรือดังนั้นแล้ว ท่านไม่ควรมีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใด จริงหรือไม่”
“อุ๊ปส์.....” ด้วยการตอกกลับแบบไม่ยอมคนของคุณหนูเหยา ทำเอา หวงอี้จือ ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆหวงจื่อหาน หลุดขำออกมาเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยจริง ๆแต่นั่นก็ยิ่งทำให้คุณชายเหลยรู้สึกเสียหน้าและโมโหอย่างมากแต่เพราะเขารู้ว่าหวงอี้จือเป็นใคร และหวงจื่อหานเป็นใคร มีหรือเขาจะกล้าทำอะไรเขาจึงเก็บความโกรธแค้นนี้ไว้ แล้วรีบเดินออกไปจากห้องรับรองนี้ไปเพราะหากอยู่ต่อก็มีแต่ถูกทำให้ขายขี้หน้า แล้วจะอยู่ต่ออีกทำไม
เมื่อบรรยากาศกลายเป็นแบบนี้แขกคนอื่น ๆก็ไม่รั้งจะอยู่ต่อ แล้วพากันขอตัวกลับในเมื่อก็รู้แล้วว่าคนชงชานี้เป็นใคร และมีใครหนุนหลังอยู่ก็ไม่มีเหตุให้ต้องพูดเรื่องนี้กันต่อแล้ว
ด้านหวงจื่อหานระหว่างทางที่เดินทางกลับเมืองประกายทอง ก็พลันพูดเบา ๆกับตัวเองว่า“เทียนคงงั้นรึ น่าสนใจจริง ๆ” ด้วยรอยยิ้มมุมปากเล็กๆที่ยากจะคาดเดาว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่
เมื่อจัดการแขกทั้งหมดเรียบร้อยแล้วคุณหนูเหยาก็เร่งรีบกลับไปที่ห้องรับรองพิเศษ เพราะกลัวว่าเทียนคงจะแอบหนีไปซึ่งมันก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆเสียด้วย เทียนคงไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้วหลงเหลือไว้เพียงกระดาษที่เขียนข้อความไว้ว่า “ขอบคุณคุณหนูเหยาอีกครั้งตัวข้ามีธุระต้องไปจัดการ หวังว่าคุณหนูเหยาจะไม่ถือสา ไว้พบกันใหม่”
คุณหนูเหยาอ่านข้อความบนกระดาษจบก็ขยำมันแล้วปาลงพื้นพร้อมกับกระทืบเท้าอย่างหัวเสียก่อนจะตะโกนออกไปทางด้านที่เปิดโล่งกว้างว่า “ไอเจ้าบ้า งี่เง่า เอ้ยยยยยย”ทำเอาพนักงานสาวตื่นตกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางเห็นคุณหนูเหยาหัวเสียเพราะถูกบุรุษเพศทิ้งไว้กลางทางแต่ก็อดยิ้มเล็ก ๆไม่ได้เพราะคุณชายเทียนคงก็รูปงามไม่น้อยคุณหนูของนางจะชื่นชอบเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ตัวนางเองยังชื่นชอบอยู่ไม่น้อยแม้การชงชาจะไม่ได้เรื่องอย่างที่อวดอ้างก็เถอะ
ด้านเทียนคงที่ได้ชิ่งหนีออกมาหลังจากที่คุณหนูเหยาออกไปรับหน้าแขกให้ก็มุ่งหน้าไปยังตำหนักเจ้านครทันที จากนั้นจึงส่งสัญญานไปหาซินเหยียนเพื่อนัดหมาย
และไม่นานนักเสียงของซินเหยียนก็ดังขึ้นมาในหัวของเทียนคงว่า“ข้ากำลังคิดจะติดต่อเจ้าไปอยู่พอดี ในเมื่อเจ้ามาที่นครหลวงแล้วก็มาหาข้าที่ตำหนักเลยแล้วกัน”
“ได้เลย...........อะ แฮ่มมม ข้าอยู่ทางนี้” เทียนคงที่จริงๆได้มาถึงตำหนักของซินเหยียนแล้วตั้งแต่ก่อนส่งสัญญานหาและก็เห็นซินเหยียนกับคุณหนูโจวกำลังนั่งง่วนอยู่กับเอกสารกองเป็นภูเขาบริเวณสวนด้านนอกโดยที่ไม่รู้สึกตัวกันเลยสักนิดว่าตัวเขาอยู่ตรงนี้ก็เอ่ยสะกิดเรียก จนสองหญิงงามหันไปตามเสียงด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ซินเหยียนจะหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยไม่ทราบว่าด้วยความเขินอายหรือด้วยสิ่งใด แล้วเอ่ยว่า
“มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยคิดจะถ้ำมองอีกแล้วสิท่า .....”