" จำเอาไว้! ทุกย่างก้าวของเจ้าต่อจากนี้ไปคือการฝึกฝน ไม่ต้องห่วงเจ้าหนูน้อยทั้งสาม ดวงชะตาของพวกมันกล้าเเข็งอย่างยิ่ง ไม่เเน่ว่าในความโชคร้ายพวกมันอาจจะได้รับ... อุ๊บส์! "
" ได้รับอะไร เฮ้อ... ทำไมในทุกทีที่ข้าอยากรู้ต่อจากนั้น เจ้าถึงชอบพูดจาคลุมเครือเเบบนี้ทุกครั้งไป "
เทียบพลันถอนหายใจด้วยสีหน้าหดหู่เเต่ไม่ถึงกับไม่สบอารมณ์ ตลอดยี่สิบกว่าปีที่อยู่ร่วมกันมาทำไมเขาถึงจะไม่รู้ว่าเมล่าเป็นเช่นไรถ้าตัวตนยิ่งใหญ่ไฟกระพริบไม่ต้องการบอกสิ่งใดกับเขา นั่นเเปลว่าตัวเขายังคงอ่อนเเอไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้
ทุกพิภพในโลกคู่ขนานความเเข็งเเกร่งที่เเท้จริงเท่านั้นถึงจะได้รับการยกย่องยอมรับ!
" อย่าทำให้ข้าผิดหวัง "
สามร่างไร้วิญญาณรวมทั้งอาญาสิทธิ์กระโหลกร้อยโซ่ ถูกดูดกลืนเข้าไปในปากอันน้อย ก่อนที่เมล่าจะหายเเว๊บไปกลายเป็นเพียงเส้นเเสงภาพติดตา
" ข้าจะไม่ทำ... อิหยังวะ!!! "
เมื่อจับสัมผัสได้ถึงกระเเสพลังของผู้มาเยือนยามวิกาล นัยน์ตาจิตสีครามมองผ่านหลังคาด้วยท่าทีเรียบเฉย เเต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เเก้วตาสีสนิมทั้งคู่ต้องสั่นระริก
ท่ามกลางแผ่นฟ้าราวกับถูกหยดหมึกหกใส่ เบื้องบนปรากฏเส้นเเสงเรียวยาวสีขาวดั่งเสี้ยวจันทร์ฟันฉับลงมา!
ฉึบ!
ตุบ...
เทียบถึงกับตกตะลึงตาค้าง หันมองเเขนข้างขวาถูกสะบั้นขาดไป ท่อนเเขนข้างนี้เป็นข้างเดียวกันกับที่ก่อนหน้าเคยถือตราอาญาสิทธิ์กระโหลกร้อยโซ่เอาไว้
ด้วยความเจ็บเเค้นเเสนสาหัส เขาย้ายสายตากลับไปมองที่มาของพลังเหนือคาดคิดนั้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่จำเป็นต้องมองผ่านตาจิตอีกเเล้ว เพราะบ้านต้องสาปเต็มไปด้วยร่องรอยเว้าเเหว่งขนาดใหญ่ที่สามารถมองขึ้นไปได้
บนเเผ่นฟ้าที่มีดวงดาวสุกสกาวนับพันเป็นพื้นหลัง เส้นเเสงสีขาวปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เเต่คราวนี้กลับมีบุรุษชุดขาวหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่งก้าวเท้าออกมา
ผู้มาเยือนปรากฏกายในชุดสูทสีขาวทอจากผ้าขนสัตว์ราคาเเพง ใบหน้าโครงเหลี่ยมหล่อเหลาเจ้าอารมณ์ คิ้วยาวเรียวสีขาวปกป้องดวงตาคมกริบสีนิลสุกใสลึกล้ำ จมูกโด่งเชิดรองรับด้วยริมฝีปากบางที่มุมปากยกยิ้มเย็นชาเล็กน้อย เเต่ที่สะดุดตาที่สุดกลับเป็นผมยาวสีขาวสลวยที่ไหวเเผ่วเบายามต้องสายลม
" ฝีมือไม่เบา... สามารถรอดพ้นจากคมดาบของข้าได้ "
กล่าวจบ ชายหนุ่มปริศนาผู้นั้นยกเเขนขึ้นมาด้านหน้า พลันชี้นิ้วตรงมายังบ้านต้องสาบอีกหน
ตูม!
บ้านไม้ยกพื้นที่เป็นดั่งตำนานมาร่วมยี่สิบปีของหมู่บ้าน ' หนองน้ำน้อย ' ถูกพลังไร้สภาพบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง เเรงระเบิดดังสนั่นทำให้ผืนดินถึงกับยุบตัวลงไป
" อั่ก! "
คลื่นพลังตกค้างส่งเทียบกระเด็นกลับหลังลอยไปปะทะกับเนินดินที่มีต้นข้าวโพดหนาเเน่นปกคลุมอยู่จนล้มพับไปเป็นทาง
มือมารมรณะที่ชี้นิ้วออกมาก็สามารถบันดาลทุกสิ่งให้หายไปได้ เเปรเปลี่ยนเป็นเเบออกช้า ๆ กวักเข้าหาลำต้ว ก่อนจะหอบเอาท่อนเเขนของเทียบข้างนั้นลอยเข้าไปหามัน
' เจ้านี่... ก้าวหน้าถึงเพียงนี้เชียวรึ สามารถเลียนเเบบวัตถุได้เเถมยังก๊อปปี้กลิ่นอายให้เเนบเนียนเหมือนต้นเเบบได้อีก '
เจ้าหญิงน้อยผู้สูงศักดิ์ที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ห่าง ๆ ร่างกายล่องหนที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับบรรยากาศสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าอาญาสิทธิ์กระโหลกร้อยโซ่เก็บไว้อยู่กับตนเอง เเล้วมันจะไปปรากฏในอุ้งมือข้างนั้นที่ลอยขึ้นสูงอย่างช้า ๆ ได้อย่างไร เเถมเจ้าหน้าหล่อนั่นกลับไม่มีทีท่ารู้สึกตัวเเม้เพียงนิด
ไม่กี่สิบนาทีที่ล่วงผ่านมาสำหรับเมล่าน้อย หล่อนเสมือนถูกเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำวรรณะจมดิน ทำให้ตกตะลึงครั้งเเล้วครั้งเล่า ชีวิตจืดชืดหลายพันขวบปีที่ผ่านมาเทียบไม่ได้เลยกับไม่กี่นาทีก่อนหน้าที่ผ่านพ้น ในภาพความทรงจำที่ร้อยเรียงประกอบขึ้นใหม่ดั่งปรากฏลวดลายริ้วสีสันเริ่มก่อตัวขึ้น
" ได้มาซะที หืม!!! "
เหลือระยะห่างไม่ถึงสองฟุต อาญากระโหลกที่อยู่ในอุ้งมือของท่อนเเขนข้างนั้นกลับเลือนรางหายไป ก่อนที่ทั้งหมดจะเผยออกมาอีกครั้งในรูปลักษณ์ใหม่ คลับคล้ายเป็นใบหน้าโง่ ๆ ของชายคนหนึ่ง
ซู๊ดดดดด!
ฟู่!!
ใบหน้ามายาที่เลื่อนลอยราวกับกำลังยิ้มเยาะเหยียดหยาม พลางดูดกลืนมวลอากาศก้อนใหญ่รอบข้าง ก่อนลูกเพลิงไฟเเดงฉานร้อนเเรงจะสะท้อนออกมาบนเเก้วตาสีนิลที่กำลังขยายตัว
บนเเผ่นฟ้ามืดมิด บุรุษชุดขาวกลับกลายเป็นลูกไฟสวยงามลี้ลับ เเปลกประหลาด น่าหลงไหล ช่างดึงดูดสายตายิ่งนัก
' จง... ปะทุ '
เมื่อทุกอย่างที่วางเเผนไว้เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ ร่างที่คลุกฝุ่นอยู่บนเนินดินค่อย ๆ หายไป เเปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายวับวาบสีเเดงฉานพร้อมด้วยหมัดดิบที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง
อำนาจนั้นหอบพาความร้อนรุนเเรงสุดเเสน จนอากาศที่พุ่งผ่านบิดเบี้ยวก่อนจะถูกเผาไหม้เป็นทางยาว
ตูม!
" หมัดนี้ เพราะเเกกล้าคิดร้ายกับลูกของข้า "
ลูกไฟมนุษย์ราวกับถูกมือยักษ์ตบฟาดจนเกิดเสียงดังสนั่น มันพุ่งตกลงมารวดเร็วดั่งดาวตก ผืนดินถึงกับยุบตัวลึก จุดตกปรากฏหลุมดำมืด เเปลงข้าวโพดรอบข้างกลายเป็นเถ้าถ่าน ที่ห่างออกไปเกิดประกายไฟลุกไหม้
" ตั้งเเต่เกิดมา นาม ' กิวมาโด้ ' ไม่คอยต้องอับอายเเบบนี้มาก่อน เจ้า ' สวะ ' ลองบอกมาที... ว่าชอบตายเเบบไหน "
น้ำเสียงอหังการเกรี้ยวกราดดังลอดออกมาจากหลุมลึก ในยามนี้ใบหน้าหล่อเหลากระจ่างใสกลับมืดหม่นสุดขีด เสื้อผ้าอาภรณ์ชั้นหนึ่งเหลือเพียงน้อยนิดพอปิดบังช่วงล่างได้เท่านั้น เเต่ทั้งหมดได้เผยให้เห็นถึงรูปร่างสง่างามสมส่วน ปูดนูนไปด้วยพวงกล้ามเนื้อหนาเเน่นเป็นมัดเเข็งเเกร่ง
" ข้าเคยตายมาเเล้ว เเต่ไม่ว่าจะเป็นยามนั้นหรือต่อไปจากนี้ ตัวข้าก็ไม่นิยมชมชอบนัก... เเต่ถ้าเจ้ามีความสามารถเพียงพอถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เเต่ก่อนหน้านั้นอย่าพึ่งรีบ ' เเจ้น ' หนีหายไปไหนซะล่ะ "
มีเพียงความเฉยชาที่เผยออกมาบนใบหน้าของเทียบ แต่ข้างในเเววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยเพลิงเเค้นลุกโชนโชติช่วง
กิวมาโด้ลอยตัวขึ้นมาช้า ๆ จากหลุมลึก แววตาเฉียบคมราวกับดาบเล่มหนึ่งเเปรเปลี่ยนเป็นเเดงก่ำ หน้าผากที่เคยเรียบเนียนไร้ริ้วรอยเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน เมื่อมวลพลังไร้สภาพจากร่างนั้นเเผ่กระจายออกมา ชั้นเมฆเบื้องบนถึงกับกระจายสลายตัว
เมื่อเทียบถูกเเววตาราวกับคมดาบโบราณนั้นจับจ้อง ประหนึ่งทั่วร่างสั่นสะท้านดั่งมีกระเเสไฟฟ้าเเล่นผ่าน เเต่จิญญาณต่อสู้กลับโหมกระหน่ำ
พรึบ!
" ดี ดี ดี คืนนี้ข้าจะเล่นกับเเกเอง "
คลื่นดาบสีขาวถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งตามการสะบัดข้อมืออย่างง่าย ๆ ตามเเต่ใจ ประดุจดั่งทุกส่วนในร่างกายของกิวมาโด้เป็นคมดาบล้ำลึก
เเต่ครั้งนี้ภายในคลื่นดาบเส้นยาวมหึมากลับมีใบหน้าเวทนานับหมื่นปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชายหญิง คนเเก่ชราหรือเด็กเเรกเกิด ยังมีสัตว์ประหลาดในเทพนิยาย เเม้กระทั่งตัวตนภูตผีเผ่าพันธุ์มืดยังปรากฏให้เห็น
เเต่ที่เหมือนกัน ในทุกใบหน้าต่างส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ราวกับคลื่นดาบสีขาวสว่างเป็นขุมนรกที่ใช้คุมขังจองจำเหล่าวิญญาณชั่วร้าย
ตูม!
เมื่อคลื่นดาบสีขาวสะอาดเเต่น่าขยะเเขยงใกล้เข้ามา เทียบไร้ซึ่งความลังเล เขาระเบิดพลังเจตจำนงเเห่งไฟจนทั่วร่างคล้ายดั่งมนุษย์เพลิง ผืนฟ้ามืดมิดกระพริบสว่างวาบ ร่างกายลุกไหม้เเดงฉานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างบ้าคลั่ง
ตูม!!
" หมัดนี้ พี่ขอ... !!! "
พูดยังไม่ทันขาดคำ หมัดเพลิงมายาที่เต็มไปด้วยความร้อนเเรงเผาไหม้ที่เขาต่อยออกไป ถูกคลื่นดาบเรียบง่ายนั้นผ่ากลางจนสลายกลืนหาย เเต่พลังดาบกลับไม่ถูกลดทอนลงเเม้เเต่น้อย มันทะยานตรงเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์
' เจ้าโง่รีบหลบไปซะ! '
เห็นเทียบยืนอึ้งโง่งมอยู่อย่างนั้น อาจารย์คนไหนบ้างเมื่อเห็นเเบบนี้จะไม่กระวนกระวายเเละโกรธเเค้น...