มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 162 สั่งสอน

        นงคราญสุรางค์สวรรค์นั้นตั้งแต่เกิดมามีแต่คนให้ความยำเกรง นี่นับเป็นคราแรกที่มาถูกบุรุษหยาบกระด้างด่าทอ จึงเกิดโทสะเต็มเปี่ยมต้องการสั่งสอนบุรุษผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำผู้นี้ นางมิพูดอันใดเพียงถลันกายวูบเดียว ทันใดนั้นเสียงตบดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องได้เกิดขึ้นจนผู้ที่อยู่ใกล้ถึงกับแสบแก้วหู

  

        "เพี๊ยะ..!!"

  

        องครักษ์ผู้ที่ส่งเสียงด่าทอตาละลานวูบ รู้สึกเหมือนโดนช้างเตะเข้าเต็มกรามจนฟันกรามทั้งสี่ซี่หักกระเด็นออกจากปากพร้อมโลหิตฟูฝอยพุ่งกระเซ็นแดงฉาน ร่างของมันหมุนคว้างไปสองตลบแล้วจึงค่อยร่วงลงสู่พื้นดังป๊าปใหญ่

  

        "ป๊าปปป...!!"

  

        "พลั่ก..!!"

  

        มันตะเกียกตะกายลุกขึ้น เกิดความเดือดดาลอย่างขีดสุด คิดว่าเป็นเพราะสตรีงามด้านหน้าอาศัยทีเผลอตอนที่มันประมาทมิได้ระวังตัวจู่โจม จนได้รับความอับอายต่อผู้คนทั้งหลายในบริเวณนี้

  

        "เฮอะ..นับว่าพอมีฝีมือถึงได้เย่อหยิ่ง แต่มาอาศัยทีเผลอโจมตีข้ายามมิทันตั้งตัว เดี๋ยวข้าจะกำหราบ จับเจ้าให้เป็นของเล่นขององค์ชายข้า อย่าได้หาว่าบิดามิถนอมบุปผาก็แล้วกัน"

  

        จ้าวเหลี่ยนคิดจะห้ามปรามองครักษ์ของตนเองแต่มิทันการณ์แล้ว ตัวมันเองยังมองแทบมิทันว่าสตรีงามผู้นี้เคลื่อนไหวอย่างไรโจมตีอย่างไร จึงปล่อยเลยตามเลยและตัวมันเองยังต้องการจะให้องครักษ์ของตนทดสอบดูความตื้นลึกหนาบางของระดับพลังฝีมือของสตรีงามกลุ่มนี้เช่นกัน เพื่อจะได้รับมือได้ถูกต้อง

 

        เยี่ยนฟางและหยางเสี่ยวเอ๋อร์มิได้สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย ทั้งสองทำเหมือนมิได้อยู่ในเหตุการณ์ยังคงพูดคุยชมเครื่องประดับกันอย่างมีความสุข  จ้าวเหลี่ยนคล้ายโดนความงดงามของสตรีทั้งสามบดบังสติสัมปชัญญะไปสิ้น เพียงเมียงมองสตรีทั้งสามอย่างหื่นกระหายโลภโมโทสัน มันมิเคยเจอสตรีที่งดงามปานนี้มาก่อน ในเมืองเหลียวนั้นสตรีทุกนางที่งดงาม มันล้วนทราบแต่มิมีใครจะงดงามสวยสง่าทัดเทียมสตรีทั้งสามนี้ได้ ยกเว้น ...มันครุ่นคิดขึ้น

 

        "เฮอะ ..!!  มีเพียงนางเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงกับสตรีทั้งสามนางนี้ "

 

         จ้าวเหลี่ยนครุ่นคิดไปถึงสตรีอีกนางในเมืองเหลียว ที่ตัวมันมิอาจเข้าไปข้องเกี่ยวได้ แม้มันมีจิตอันชั่วร้ายคิดหมายปองแต่มิอาจมีความสามารถกระทำอันใดได้ ครุ่นคิดขึ้นมาคราใดจึงได้แต่เจ็บแค้นใจ เมื่อจ้าวเหลี่ยนได้มาเห็นสตรีสามนางนี้ที่มีความงดงามมิได้ด้อยไปกว่าสตรีที่มันคำนึงถึง จึงมีความคิดที่จะไขว่คว้าไปครอบครองทดแทนความรู้สึกที่ขาดหายไปของมัน ความปรารถนาเบื้องต่ำได้บดบังสติสัมปชัญญะจนมิทันฉุกคิด ว่าเหตุใดสตรีทั้งสามคล้ายมิได้ตื่นตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย อีกทั้งสตรีงดงามอีกสองนางยังทำทีเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มิได้เกี่ยวข้องกับพวกนางทั้งสองเลย

 

        แต่สิ่งเหล่านี้มิได้รอดพ้นความสังเกตุของเหยียนตงห่าว ผู้ซึ่งมีนิสัยสุขุมเล่ห์เหลี่ยมซ่อนลึกเช่นมันไปได้  ก่อนนี้มันเองก็สังเกตุมิทันเช่นกันว่าสตรีงามที่ตบองครักษ์ของจ้าวเหลี่ยนเช่นไร รวดเร็วจนมันเริ่มเอะใจ และพลันเห็นสตรีงามอีกสองนางยังคล้ายมิสนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมิมีท่าทีตื่นตกใจแม้แต่น้อย คล้ายมิเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตา เหตุการณ์เช่นนี้มันไม่ปกติแล้ว ผู้ที่จะแสดงอาการเช่นนี้ออกมาได้มีสองประเภท หนึ่งคือผูัที่อ่อนประสบการณ์หรืออ่อนต่อโลกจนไม่รู้ว่าอันตรายเป็นเช่นไร และสอง คือ ผู้ที่มีฝีมือเหนือล้ำกว่าคู่ต่อสู้ จนมิเห็นคู่ต่อสู้อยู่ในสายตาคร้านจะเมียงมองจึงแสดงเช่นนี้ออกมา เหยียนตงห่าวจึงแสร้งถอยห่างออกไปจนดูคล้ายเป็นเพียงผู้มาชมดูเหตุการณ์ และมิได้ตักเตือนจ้าวเหลี่ยนอันใดแม้แต่น้อย มันเพียงต้องการดูว่าสิ่งที่มันคาดคิดจะเป็นเช่นนั้นรึไม่ และต้องการดูว่าเหตุการณ์จะยุติลงเช่นไร

 

        องครักษ์ที่โดนตบตีจนฟันร่วง สำแดงพลังปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้นออกมาจนถึงขีดสุด โถมกายเข้าหานงคราญสุรางสวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะด้วยความดุดัน กางนิ้วทั้งห้าออกหวังจะจับสตรีที่สร้างความอับอายให้แก่มันในผ่ามือเดียว

 

        "กรงเล็บพยัคฆ์..!!"

 

        ."ฟ้าววว..!!"

 

        ร่างที่ทุ่มโถมมาทั้งตัว กรงเล็บอันมหึมาคว้าจับได้แต่ความว่างปล่าว ร่างสตรีงามเบื้องหน้าพลันสลายไปจากสายต่ดุจวิญญาณภูติพราย มันถึงกับอุทานออกมา

 

        "เอ๊ะ..!!"

 

        "เปรี้ยง..!!"

 

        "อั๊กกก..!!"

 

        เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหวกว่าคราแรกถึงหลายเท่า ร่างองครักที่พุ่งจู่โจมพุ่งกระเด็นกลับหลังพร้อมห่าโลหิตพวยพุ่งออกจากปากดุจน้ำพุ ร่างมันพุ่งกระแทกเข้าใส่องค์ชายสี่ที่ยืนตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนล้มระเนระนาดไปด้วยกัน 

 

        "โครม..!!"

 

        จ้าวเหลี่ยนลุกขึ้นปัดฝุ่นหันมองไปยังองค์รักของตัวเองหวังจะดุด่าที่บังอาจทำให้ตนล้มคะมำจนเสียหน้า แต่ต้องตกตะลึงหน้าถอดสีเมื่อเห็นองครักษ์ของมันนอนน้ำลายปนโลหิตฟูมปากสิ้นสติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว องครักษ์ของมันมีพลังฝีมืออยู่ที่ปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้น แต่มิอาจรับมือสตรีงามที่มันคิดหมายปองได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว มันจึงเริ่มได้สติคืนมาคิดว่าครานี้ได้เจอกุหลาบมีหนามเข้าให้แล้ว จึงได้แต่ทำใจดีสู้เสือเปลี่ยนท่าทีคิดจะกล่าว แต่น้ำเสียงเย็นชาอำมหิตดุจน้ำแข็งจากปากนงคราญสวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะได้ดังขึ้นหยุดความคิดที่จะกล่าวของมันซะก่อน

 

        "ไสหัวไปซะ ..!!  หากยังวุ่นวายสร้างความรำคาญให้ข้าอีก...พวกเจ้าทั้งหมดจะไม่โชคดีเช่นครานี้...!!"

 

        "องค์ชายสี่ มิอาจวู่วาม สตรีกลุ่มนี้มิใช่คนที่พวกเราจะรังแกได้ จากท่าร่างและพลังยุทธที่แสดงออกมาข้ามิอาจหยั่งตื้นลึกหนาบางของนางได้ และพรุ่งนี้องค์ชายสี่ต้องเข้าร่วมการประลองคัดเลือกตัวแทนของอาณาจักร หากพลาดพลั้งบาดเจ็บจนมิอาจเข้าร่วมได้ จะต้องโดนตำหนิและลงโทษจากตระกูลเป็นแน่แท้"

 

        องครักษ์อีกคนเข้ามาช่วยพยุงจ้าวเหลี่ยนไว้ และกระซิบบอก จนองค์ชายสี่ได้สติ จึงสั่งให้ทหารอังครักษ์นำตัวผู้ที่นอนหมดสติขึ้นรถม้าและรีบจากไปในทันที เหยียนตงห่าวก็รีบตามกลับไปพร้อมกับคนทั้งหมด ตัวมันถึงกับหลั่งเหงื่อออกมาจากกลางหลังจนเปียกชุ่ม จากที่มันยืนชมดูจากด้านข้าง ตัวมันเองมิอาจมองออกแม้แต่น้อยนิด ว่าสตรีงามลงมือจัดการกับองครักษ์ที่มีพลังปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้นอย่างไร เคลื่อนไหวเช่นไร  และท่าทางสตรีงามนางนี้คล้ายยังมิได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ เพียงแค่นี้ก็ยากจะมีใครเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้

  

        ถ้าเช่นนั้นสตรีงามอีกสองนางที่มาด้วยกันคงต้องมีระดับพลังฝีมือที่ใกล้เคียงกันเป็นแน่แท้เพราะดูทั้งสองมิได้เดือดเนื้อร้อนใจต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย แต่เหตุไฉนครานี้มิเห็นบุรุษหนุ่มท่างทางอ่อนแอผู้นั้นกัน หรือบุรุษหนุ่มผู้นั้นเพียงมาพบเจอกับทั้งสามโดยบังเอิญ แล้วได้แยกจากกันไปแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับสตรีงามทั้งสามย่อมยังคงมีอยู่ คงต้องรอให้เสร็จสิ้นการประลองเพื่อคัดเลือกตัวแทนระดับอาณาจักร หากตัวมันชนะได้เป็นตัวแทนของอาณาจักร สตรีงามทั้งหลายย่อมต้องประทับใจสนใจในวีรบุรุษเป็นแน่แท้ คิดได้เช่นนั้นเหยียนตงห่าวถึงกับแย้มยิ้มออกมา 

 

        หลังจากกลุ่มขององค์ชายสี่จากไปไม่นานกังหลงก็มาถึงในยังร้านที่สตรีทั้งสามชมเครื่องประดับอยู่เมื่อเห็นทุกอย่างปกติมิมีใดร้ายแรงเกิดขึ้นจึงโล่งใจ เดินเข้าไปหาสตรีงามทั้งสามและกล่าวขึ้น

 

        "ได้สิ่งของที่ถูกใจกันบ้างหรือไม่ ? ตอนนี้ถึงเวลาที่ควรจะกลับไปพักผ่อนแล้ว พรุ่งนี้มีเรื่องการประลองรออยู่.."

 


คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน

ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
781K 869
ระบบเปลี่ยนชีวิต

ระบบเปลี่ยนชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
627K 658
เทพสงครามสายเลือดมังกร

เทพสงครามสายเลือดมังกร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
854K 4500
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
279K 178
(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

นิยาย แฟนตาซี
146K 134