90 2-2
ตอนที่166 ตามสัญญา
“ท่านแม่!นับวันนังเซียถงก็ยิ่งจองหองมากขึ้นเรื่อยๆ เราต้องเร่งหาทางจัดการนางทิ้งได้แล้ว!มิเช่นนั้นจวนเสนาบดีแห่งนี้คงตกอยู่ในกำมือของมันเป็นแน่!”
เซี่ยเสวี่ยเหลียนหันมากล่าวกับฮูหยินรองเฉิงสีหน้าการแสดงออกมืดหม่น
“กี่ไม่กี่วันลูกพี่ลูกน้องของเจ้าก็จะกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ขอให้ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าช่วยกำจัดนังเซียถงกับแม่สุนัขตัวเมียของมันอีกแรงเถอะ”
ฮูหยินรองเฉิงก่นเสียงแค้นอาฆาตเลิดลอดพลางฉีกเศษกระหล่ำปลีสีเขียวที่ติดหน้านางเป็นชิ้นๆ
“ลูกพี่ลูกน้อง? ข้ามีลูกพี่ลูกน้องตั้งแต่เมื่อใด?”
เซี่ยเสวี่ยเหลียนฉายแววฉงนงุนงงนางไปมีลูกพี่ลูกน้องตั้งแต่เมื่อใด?แล้วไฉนนางถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้จากท่านแม่มาก่อนเลย?
“เขาคนนั้นแข็งแกร่งจนผู้คนต่างทึ่งเจ้าจะได้รู้จักเมื่อเขากลับมา!”
ฮูหยินรองเฉิงกำมือแน่นหนาประกายตาที่ส่องสะท้อนเปี่ยมล้นแววเหี้ยมโหดข้นคลั่ก
เซี่ยเสวี่ยเหลียนได้แต่จับจ้องไปที่แววตาดวงนั้นของฮูหยินรองเฉิงพร้อมกับความสงสัยจากนั้นไม่นานคล้อยพยักหน้าตอบอย่างมีความสุข ไม่ว่าลูกพี่ลูกน้องที่ว่าจะเป็นใครตราบเท่าที่อีกฝ่ายช่วยนางจัดการเซียถงอีกแรง ก็นับเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น
เซี่ยอี้เฉินเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าตัวใหม่และค่อยเดินติดตามเซียถงกลับไปยังเรือนพักของฮูหยินหลี่ระหว่างทาง พวกเขาทั้งสองไม่ปริปากพูดจากันเลยสักคำฮูหยินหลี่ก็ได้แต่นั่งรออยู่บนโต๊ะพร้อมสีหน้าดูเป็นกังวลแต่พอเห็นทั้งคู่เดินกลับมาด้วยกันนางก็ระบายยิ้มกว้างเอ่ยปากทักทายสองพ่อลูกอย่างมีความสุข
ทั้งสามนั่งลงร่วมโต๊ะอาหารเดียวกันพอเห็นว่าบรรยากาศระหว่างเซี่ยอี้เฉินกับเซียถงดูไม่ค่อยลงรอยเท่าไหร่นักฮูหยินหลี่ก็พยายามขุดเรื่องวันวานขึ้นมาสนทนากันหวังให้ทั้งคู่กลับมามีความสุขอีกครั้ง
เซียถงมิได้สนใจที่จะพูดคุยกับเซี่ยอี้เฉิงอยู่แล้วแต่เพื่อต้องการให้ฮูหยินหลี่มีความสุขยิ้มแย้มได้อีกครั้ง นางจึงปริปากกล่าวต่อประโยคสนทนาให้เป็นระยะหวังให้บทสนทนาดูลื่นไหลขึ้นบ้าง และคล้อยหลังไม่นาน บรรยากาศก็ค่อยๆกลับมาดูกลมเกลียวกันตามลำดับ
“ถงถงท่านเฒ่าประหลาดที่ว่ามอบโอสถชนิดใดแก่เจ้าบ้างรึ?”
ทันทีที่เห็นว่าบรรยากาศค่อยๆกลับมาสมานฉันท์กลมเกลียวกันอีกครั้ง เซี่ยอี้เฉินได้จังหวะเอ่ยถามเซียถงขึ้นทันที
ก็ว่าอยู่แล้ว ไฉนจู่ๆอีกฝ่ายก็ชวนนางกลับมาทานข้าวร่วมกันที่บ้าน ที่แท้ก็มีจุดประสงค์เช่นนี้นี่เอง?
ดวงตาคู่สวยของเซียุงมืดทมิฬลงฉับพลันสีหน้าการแสดงออกค่อยๆ แปรเปลี่ยนดูเย็นชากว่าเดิมมากขณะกำลังจะเอ่ยวาจาเสียดสีประชดประชันสวนออกไปก็พลันเหลือบไปเห็นฮูหยินหลี่ที่นั่งรับประทานอาหารอย่างมีความสุขอย่างเคียงข้างทันใดนั้น นางถึงกับกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไปโดยฉับพลัน เปลี่ยนคำถามทันทีว่า
“ต้องการโอสถแบบใด?”
ไม่ว่านางจะรังเกียจเซี่ยอี้เฉินขนาดไหนแต่ตราบใดที่อีกฝ่ายยังมีพื้นที่จับจ้องอยู่ในหัวใจของแม่นาง จนแล้วจนรอดนางก็ทำได้เพียงเก็บงำความเกลียดชังทั้งหมดไว้ในเบื้องลึกของจิตใจ
ได้ยินแบบนั้นเซี่ยอี้เฉินก็แสดงสีหน้าดีอกดีใจขึ้นมา รีบกล่าวว่า
“หากเป็นโอสถที่มีฤทธิ์ช่วยในการบำรุงร่างกายก็ดีช่วงปีที่ผ่านมา ข้ามีอาการปวดหลังค่อนข้างบ่อย”
อืม ไม่ได้โลภมากก็ต้องการเพียงแค่โอสถบำรุงร่างกายทั่วไป
เซียถงพยักหน้าตอบ
“ข้าพอมีอยู่สองสามเม็ดเดี๋ยวจะวานให้อิ๋งเอ๋อร์นำส่งให้ในเช้าวันพรุ่งนี้”
โอสถที่เซี่ยอี้เฉินต้องการนับว่าเป็นเพียงโอสถระดับชั้นธรรมดาสามัญอย่างยิ่งในสายตาของเซียถง แต่แน่นอน...โอสถเหล่านี้กลับกลายมาเป็นของล่ำค่าทันทีหากอยู่ในสายตาของคนทั่วไป
เมื่อได้ยินเซียถงกล่าวแบบนั้นเซี่ยอี้เฉินก็รีบพยักหน้าตอบทันทียิ้มแย้มกล่าวยกย่องสรรเสริญนางไม่หยุดหย่อนขึ้นว่า
“ถงถงเจ้าเป็นลูกกตัญญูอย่างแท้จริง! มีเจ้าอยู่ทั้งคน เกรงว่าอนาคตของตระกูลเซี่ยของเราจักต้องสดใสรุ่งโรจน์!”
ก่อนหน้านี้ไม่นานตอนที่ฝ่าบาทเตรียมคาดโทษนาง อีกฝ่ายกลับลั่นวาจาไว้ว่าตั้งแต่บัดนี้จะขอตัดสายสัมพันธ์พ่อลูก แต่พอมาปัจจุบันนางกลับกลายมาเป็นลูกกตัญญูของมันเสียแล้ว?เซียถงที่ได้ยินแบบนั้นก็อดหัวเราะเยาะกับตัวเองภายในใจมิได้เซี่ยอี้เฉิน...ตัวเจ้าช่างน่ารังเกียจสิ้นดี
หลังจากมื้ออาหารผ่านไปเซี่ยอี้เฉินก็ลุกจากโต๊ะและจากออกไปทันทีส่วนเซียถงกับฮูหยินหลี่ยังคงอยู่คุยกันอีกสักครู่ใหญ่จากนั้นค่อยเดินทางกลับไปยังสถานศึกษาเซิงหลิง
ในช่วงกลางดึกเซียถงและอาหารยังคงอยู่ในบึงป่าลึกเพื่อล่าสังหารเหล่าสัตว์อสูรระหว่างที่ต่อสู้กับพวกมันอยู่นั้นเอง จู่ๆ เซียถงก็ค้นพบว่ากระบี่ทัณฑ์ฟ้าในมือของนางก็เย็นตัวลงฉับพลันประกายความคมถูกลดทอนเกือบครึ่งต่อครึ่ง พอลองฟาดฟันออกไปกลับสร้างความเสียหายให้แก่พวกสัตว์อสูรได้เพียงรอยแผลเล็กๆเท่านั้น ส่วนชนิดที่ว่า สามารถตัดร่างผ่าสัตว์อสูรเป็นสองซีกยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
“นายท่านท่านควรพาหลิวซูเข้าวังหลวงไปดูองค์หญิงอาบน้ำตามสัญญาก่อนเถอะมิเช่นนั้นมันได้สร้งาปัญหาหนักกว่านี้แก่ตัวท่านแน่”
เมื่อเซียถงรู้สึกแปลกใจกับประสิทธิภาพที่ลดทอนลงของตัวกระบี่ทัณฑ์ฟ้าในมือทันใดนั้นก็มีสุ้มเสียงของเสี่ยวฮั่วดังออกมา
นางเพิ่งจะจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเคยสัญญาอะไรกับหลิวซูเอาไว้แต่มีหลายหลากเหตุการณ์คั่นกลางผ่านเข้ามาเสียก่อน จนทำให้เกือบลืมไปสนิทเป็นประจวบเหมาะกับที่เสี่ยวฮั่วกินพลังวิญญาณจากสัตว์อสูรจนอิ่มท้องแล้วเช่นกันนางจึงหันไปพูดกับอาหานขึ้นว่า
“คืนนี้ข้ายังมีธุระที่ต้องไปทำเช่นนั้นขอตัวก่อนแล้ว”
อาหานเหลือบสายตาเคลื่อนมองกระบี่ทัณฑ์ฟ้าในเรียวมือขางผ่องของนางเล็กน้อยและพยักหน้าตอบว่า
“เข้าใจแล้ว!”
ทั้งเขาและนางต่างมุ่งหน้าเดินออกจากบึงทันทีซึ่งระหว่างทางเขาเองก็มิได้ปริปากถามซักไซ้ใดๆ เลยสักคำ
ออกจากบึงในป่าลึกเซียถงมุ่งหน้าไปที่วังหลวงเป็นลำดับต่อไปทันทีหลังจากลักลอบเข้ามาพลางเสาะพบสถานที่เปลี่ยวไร้ผู้คนแล้วจึงค่อยมุ่งสมาธิสื่อจิตผ่านห้วงความคิด ชั่วพริบตาต่อมาหลิวซูในเสื้อคลุมสีแดงเพลิงก็ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าต่อตา
“ที่นี่คือวังหลวงเจ้าเดินเตร่ได้ตามใจชอบเลย”
เซียถงเหลือบมองหลิวซูไปปราดหนึ่งแล้วกล่าวขึ้น
“แล้วเรือนองค์หญิงอยู่ไหน?”
หลิวซูโพล่งตัวเอ่ยถามด้วยความตื่นตกตื่นเต้นสายตาค่อนข้างอยู่ไม่สุขลุกลี้ลุกลน กวาดมองไปโดยรอบ
“ไม่รู้เจ้าต้องไปหาเอาเอง”
เซียถงนั่งพักพิงบนกระเบี้องหลังคาแหงนหน้าเอนกายนอนมองจันทร์เจ้าบนแผ่นฟ้ารัตติกาล แล้วกล่าวต่ออีกว่า
“ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งชั่วยามพอครบเวลาข้าจะเรียกเจ้ากลับมา”
“ข้ายังต้องตระเวนทั่ววังหลวงเพื่อหาห้ององค์หญิงเวลาแค่หนึ่งชั่วยามจะไปเพียงพออันใด?”
หลิวซูเอ่ยปากประท้วงขึ้นทันที
“นี่เริ่มนับแล้วจะทำอะไรก็รีบทำ หรือจะเอาแต่นั่งเถียงข้าอยู่แบบนี้?”
เซียถงหาได้สนใจท่าทางการแสดงออกที่ไม่สบอารมณ์นักของหลิวซูไม่ยืดเหยียดร่างกายบิดขี้เกียจไปทีหนึ่งจากนั้นค่อยใช้สองมือเข้าประสานและช้อนไว้อยู่หลังศีรษะทำเป็นหมอนเบนสายตาคู่ใสบริสุทธิ์เชยชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนคู่เคียงไปกับบรรยากาศเงียบสงบสุดแสน
หลิวซูจงใจพ้นลมหายใจแรงให้นางได้ยินและร่างนั้นก็อันตรธานหายวับไปต่อหน้าต่อตาในทันที
จันทร์เจ้าพราวแสงนวลสว่างไสวสายลมยามราตรีสงบช่างเป็นสุขนักแลทั้งยังกอปรคู่กับกลิ่นหอมจางอ่อนของบุปผาที่ล่องลอยตามอากาศเซียถงกำลังนอนอยู่บนหลังคากระเบื้องเคลือบสีแดงเข้ม เฝ้าชมจันทร์เจ้าจรัสฉายสดใสและเหล่าดวงดาราที่รายล้อม ผ่านไปเพียงไม่นาน ความง่วงเริ่มรบเร้าเยี่ยมเยือนนางจะว่าไปแล้ว ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ตัวนางเองก็แทบไม่ได้พักผ่อนเลยเช่นนั้นจึงหลับตาลง