ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 108 : พี่ชาย...

    "!เป็นเพราะเจ้าไอ้เด็กตัวแสบ ข้าไม่น่าเชื่อคำพูดของเจ้า ข้าไม่ควรมาที่นี่" เคอซวนผู้วิเศษใบหน้าแก่หงำ เขากัดฟันพูดแบบนี้ใส่เซี่ยซีหานเร็ว


    ก่อนจะเดินไปมาอย่างร้อนรนออกจากวงเวทย์เล็กๆ ของตัวเอง สองมือกุมจิกศีรษะตัวเองอย่างแรง


    ใบหน้าเคอซวนตอนนี้ราวกับแก่ขึ้นไปอีกร้อยปีในพริบตา "นี่คงไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่านี้แล้วใช่ไหม... พวกเราต้องเตรียมตัวหนี หนีในเวลาที่ยังหนีได้ ตอนนี้พลังโอน่าข้าเหลือน้อยเต็มที" เคอซวนพูดเช่นนี้พร้อมดึงขวดยาวิเศษสีเงินขึ้นมาและดื่มมันดัง เอือก เอือก เอือก ไม่หยุด


    เซี่ยซีหานก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี สถานการณ์ตอนนี้คือความผิดของเขาเต็มๆ เขาทำให้แผนการณ์ของเคอซวนถูกเปิดเผย


    แต่เซี่ยซีหานจะไม่คิดลบ เขาจึงคิดถึงข้อดีของสถานการณ์ตอนนี้เท่าที่จะเป็นไปได้ และพยายามพูดปลอบเคอซวน


    "สถานการณ์ตอนนี้อาจจะดูแย่ก็จริง แต่ที่ตรงนี้พวกเราก็ถ่วงเวลาไปได้มากแล้ว คิดดีๆ ฝั่งพี่ชายถางเทียนเจี๋ย เขาที่ต่อสู้กับหัวหน้ากองกำลังหมาล่าเนื้อ การต่อสู้ของทั้งสองคงใกล้จบลงแล้ว หากพี่ชายถางเทียนเจี๋ยชนะ และเขามาช่วยพวกเราต่อสู้กับผู้วิเศษแท้จริงเช่นนักบวชนอกรีตนั่น โอกาสที่พวกเราจะต่อสู้ยืดเยื้อได้อีกสักพักน่าจะไม่มีปัญหาอะไร..."


    และในขณะนั้นเอง


    "นั่นมันเสียงอะไร..." เคอซวนพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ ก่อนที่เขาจะใช้ดวงตาอัญมณีของเขามองโลกภายนอก เขาเห็นการระเบิดของเศษซากอาคารดังต่อเนื่องไม่หยุด มันเป็นการระเบิดที่รุนแรงมาก ใครเป็นคนทำ?


    แม้เคอซวนจะคิดแบบนี้ แต่เขาก็ไม่มีเวลาคิดมากนัก ทั้งเคอซวนและเซี่ยซีหานตอนนี้นอกจากสีหน้าไม่ดีแล้ว พวกเขาทั้งสองยังต้องรีบวิ่ง


    "บัดซบ! การระเบิดนั้น มันกำลังพุ่งมาทางนี้" เคอซวนผู้วิเศษที่อ่อนแอรีบวิ่ง เขาวิ่งก่อนที่เซี่ยซีหานจะก้าวเท้าซะอีก ปฏิกิริยาการและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเคอซวนช่างสูงส่ง สูงส่งกว่าเซี่ยซีหานที่มีจิตนักรบเสียอีก


    แต่ถึงอย่างนั้น เซี่ยซีหานก็วิ่งเร็วกว่าเคอซวน เขาวิ่งแซงเคอซวน ในเวลาต่อมาแม้จะออกตัวช้ากว่า


    "!ไอ้เด็กเวรเอาข้าไปด้วย"


    เซี่ยซีหานยิ้มหน้าเศร้า เขายื่นมือไปทางเคอซวน รากไม้ยาวพุ่งเร็วร้อยรัดร่างเคอซวนเข้าหาเซี่ยซีหาน


    ก่อนในไม่ช้า


    !!!ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของถางเทียนเจี๋ยพุ่งเข้าไปชนกับกำแพงภูเขา ซึ่งมันใกล้กับจุดที่เซี่ยซีหานและเคอซวนอยู่มากๆ


    "พี่ชาย..." เสียงของเซี่ยซีหานดัง


    ถางเทียนเจี๋ยที่ตอนนี้ร่างคล้ายกลายเป็นเหล็กทั้งตัว เขายิ้มเจื่อนๆ มองทางเซี่ยซีหานและเคอซวน ตอนนี้เกราะอ่อนของถางเทียนเจี๋ยส่วนบนแตกออกจนหมด หน้ากากที่เขาสวมปิดซ่อนไม่ปรากฏอีกต่อไป มุมปากมีเลือดไหลซึม


    แต่ถึงอย่างนั้นถางเทียนเจี๋ยก็ยังดูอารมณ์ดีอยู่


    "ซีหานเจ้ายังมีเทวรูป 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' อีกไหม ของข้าทำมันแตกไปแล้ว... "


    "หัวหน้ากองกำลังหมาล่าเนื้อติงฉีมันตึงมือกว่าที่ข้าคิด ข้าพยายามทำให้มันบ้าคลั่ง เลยทำลายรูปปั้นเทวรูป 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' ของตัวเองไป และมันก็บ้าคลั่งจริงๆ มันกลืนอะไรสักอย่างเข้าไป จากนั้นพลังแห่งผู้วิเศษของมันก็เพิ่มมากขึ้นจนข้าสัมผัสได้"


    "มันน่าจะได้กลายเป็นผู้วิเศษที่มีพลังเทียบเท่าผู้วิเศษที่แท้จริงไปแล้ว หรือมันอาจจะเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงไปแล้วก็ได้ แต่... จริงๆ ข้าก็เอามันอยู่หลอกนะ เพียงแต่ว่ามันตึงมือจริงๆ แค่นั้นแหละ แคร่ะ แคร่ะ" ถางเทียนเจี๋ยไอออกมาเป็นเลือด สภาพของเขาดูไม่ดีเลย


    ในสถานการณ์แบบนี้เซี่ยซีหานจะมีรูปปั้นเทวรูป 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' เพิ่มมาได้ยังไงกัน สิ่งนี้เขาสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ มันไม่ยากอะไร แต่สิ่งนี้เป็นงานประณีต เขาจำต้องใช้สมาธิในการก่อรูปค่อนข้างมากถ้าต้องการให้มันสมบูรณ์


    การปั้นเทวรูปขึ้นมาใหม่อย่างหยาบๆ เซี่ยซีหานกังวลว่ามันจะใช้การไม่ได้ หากนางเงือกขาวบ้าคลั่งเขาจะหยุดนางอย่างไร


    แต่ตอนนี้เซี่ยซีหานก็ไม่มีเวลาคิดมากนัก มือข้างหนึ่งของเขาบังคับพลังวิเศษ ธาตุดินก่อรูปเร็ว พร้อมเซี่ยซีหานแผดเสียงให้เคอซวนหยิบรูปปั้นเทวรูป 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' ของเคอซวนขึ้นมาเป็นแบบให้เขาดูชัดๆ ที


    และเซี่ยซีหานก็รีบก่อรูปของเทวรูปจากธาตุดินอย่างรวดเร็ว ทำให้รูปปั้นเทวรูปนี้ดูขาดรายละเอียด เซี่ยซีหานไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้หรือไม่ แต่เขาต้องรีบสร้างมันขึ้นมาอย่างเร่งด่วน


    และเมื่อเขาสร้างสำเร็จ


    เขาก็พบว่ารอบด้านปรากฏกลุ่มคนล้อมตัวเขาแล้ว


    เสียงหนูร้องจี๊ดๆ ดังไม่หยุด พร้อมชายคนหนึ่งค่อยๆ ก่อรูปตัวเองขึ้นจากคลื่นน้ำเลือดและน้ำหนอง


    ชายอีกสองคนกระโดดมาพร้อมเสียงพื้นแตกหักดัง ทั้งสองคือ 'ติงกัง' และ 'ติงอิ้น' กองกำลังหมาล่าเนื้อคนอื่นๆ วิ่งมาเห็นได้แต่ไกลๆ


    แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดกลับเป็น ชายที่ดูไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป และเขาดูไม่เหมือนชายใบหน้าดุร้ายที่สวมเกราะรบที่เซี่ยซีหานเคยเห็นเมื่อในครั้งแรก


    !ติงฉีเขาอยู่ในสภาพร่างเหมือนศพ แต่ร่างกายเขาตอนนี้ใหญ่โตขึ้นราวกับเป็นคนยักษ์ ดวงตาของเขามองจ้องถางเทียนเจี๋ย ก่อนจะเพ่งมองในมือของเซี่ยซีหาน


    "โชคดีที่พวกเจ้ายังมีสัญลักษณ์อยู่มากกว่าหนึ่ง ไม่เช่นนั้น แม้พวกเจ้าจะตาย ข้าก็จะกลืนเลือดและเนื้อของเจ้า ไอ้เด็กหนุ่มบัดซบ... เจ้าทำให้ข้าต้องมีสภาพไม่ต่างจากซากศพเดินได้แบบนี้" เมื่อพูดว่า 'ไอ้เด็กหนุ่มบัดซบ' สายตาติงฉีจ้องถางเทียนเจี๋ยอย่างโกรธแค้น


    ดูท่าในการต่อสู้เขาจะถูกถางเทียนเจี๋ยบีบให้จนมุม จนทำให้เขาต้องเลือกเส้นทางอันบ้าคลั่ง ทำให้ร่างกายของเขามีสภาพไม่ต่างจากศพ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้พลังลึกลับบางอย่างที่ทำให้เขาบรรลุเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง


    ซึ่งมองดูดีๆ ก็จะรู้ว่าติงฉีเขามีสภาพเหมือนกับนักบวชนอกรีต ตอนนี้ในใจเซี่ยซีหานได้แต่กดด่า ทำไมศัตรูของมันจึงมีไพ่ตายกันเยอะแยะกันนัก ขอสู้กับศัตรูโง่ๆ ไม่ได้หรือไง


    จนเซี่ยซีหานได้แต่คิดกับตัวเอง นี่มันเป็นพระเอกหรือไอ้พวกนอกรีต โจรชั่วพวกนี้กันแน่ที่เป็นพระเอกกัน พวกมันถึงมีพลังลึกลับระเบิดออกมาเยอะแยะกันแบบนี้


    ถางเทียนเจี๋ยหัวเราะ มองติงฉีหัวหน้ากองกำลังหมาล่าเนื้อก่อนพูดจาเย้ยหยัน "นั่นก็ช่วยไม่ได้เจ้ามันฝีมือไม่เอาไหนเอง"


    ถางเทียนเจี๋ยงัดร่างตัวเองออกมาจากกำแพงภูเขา เขาอ้วกออกมาเป็นเลือด แต่ก็เช็ดมันและเดินมาด้านหน้า ก่อนหันมองเซี่ยซีหาน ด้วยสายตาประหลาด


    "ไอ้น้องชายในตอนที่ต่อสู้กับไอ้ตัวประหลาดนี่ อยู่ดีๆ พี่ชายคนนี้ก็นึกอะไรออก..."


    "เสียงฮัมเพลงเรไรของดวงวิญญาณเงือกขาวตนนี้ช่างให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับข้า และข้าพบว่ามันเป็นเพลง เพลงเดียวกับที่ชาวทะเลที่ท่องไปในมหาสมุทรทั้งสิบสองชอบขับร้อง"


    "มันเป็นเพลงวิงวอนถึง 'ชายอันเป็นที่รักแห่งท้องทะเล' ที่ว่ากันว่าเป็นผู้มอบเสรีให้เผ่าใต้สมุทรทั้งปวง หากชาวทะเลร้องเพลงนี้ พวกเขาจะได้รับความเคารพและการคุ้มครองจากมหาสมุทร เรือของพวกเขาจะไม่ถูกสังหารด้วยสัตว์ทะเลและชาวทะเลที่นับถือชายผู้นั้น ข้าก็ว่ามันคุ้นหู" ถางเทียนเจี๋ยเกาแก้มตัวเองเบาๆ ก่อนจะพูดต่อโดยไม่หันมองเซี่ยซีหานและเคอซวน


    "ตลอดการต่อสู้ข้าได้รองนับจำนวนเพลงที่ดวงวิญญาณนางเงือกขาวร้องฮัมจบ ข้าพบว่านางร้องไปทั้งหมดอย่างน้อยๆ สิบแปดหรือสิบเก้าจบแล้ว"


    "ยังเหลืออีกหลายจบกว่าจะครบสามสิบสอง... และ ' เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย' จะออกอาละวาด ข้าหวังว่าเจ้าจะยังเอาตัวรอดได้นะ สู้ๆ เข้าล่ะ ส่วนตัวข้า..." ถางเทียนเจี๋ยไม่พูดอะไรต่อเพราะเขารู้ว่าต่อจากนี้คือหนทางที่ยากลำบากของตัวเขาเอง การพูดอาจจะทำให้ใครบางคนท้อแท้


    ...


    ร่างเซี่ยซีหานนิ่งแข็ง มือที่จับเทวรูป 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' สั่นไม่หยุด


    เซี่ยซีหานไม่รู้ว่าถางเทียนเจี๋ยคิดอะไร แต่การเผยความลับอันยิ่งใหญ่นี้ในเวลาแบบนี้ดีจริงๆ หรือ ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าบทเพลงนี้จะเล่นจบ หรือบทเพลงแห่งท่วงทำนองที่แสนเศร้านี้ จะเป็นบทสวดเพื่ออาลัยถึงการจากลาของตัวเขากัน เซี่ยซีหานคิดกับตัวเอง


    สายตาของเซี่ยซีหานตอนนี้ มองไปที่นักบวชนอกรีต ติงอิ้น ติงกัง และ!ติงฉี


    ทั้งหมดกำลังมองจ้องมาทางเซี่ยซีหานด้วยตาเป็นมัน เพราะนอกจากเทวรูปเทพเจ้าแห่งโชคชะตาที่อยู่ที่มือของเซี่ยซีหาน แต่ที่เอวของเขายังมีอีกหนึ่ง


    และไม่ต้องพูดถึงว่า เมื่อครู่เขาแสดงความสามารถสร้างเทวรูปเทพเจ้าแห่งโชคชะตาออกมาโดยการด้นสด  ราวกับเป็นเครื่องพิมพ์สามมิติ


    ไม่ต้องคิด ในเวลานี้จะมีชายคนไหนมีเสน่ห์ไปมากกว่าเขาอีก


    ชายที่สามารถสร้างตั๋วรอดชีวิตให้กับทุกคนได้


    ...


    เสียงนักบวชนอกรีตต้าซินแผดดัง "ไอ้หนูถ้าไม่อยากตายก็อยู่นิ่งๆ" ร่างของนักบวชนอกรีตพุ่งเข้าหาเซี่ยซีหาน จากกายเนื้อกลายเป็นคลื่นน้ำเลือดน้ำหนอง มันก่อรูปเป็นรูปมือปีศาจ


    ติงอิ้น ติงกังที่อยู่ในสภาพไม่ดี ร่างมีแผลเหวอะหวะก็จริง แต่พวกเขาทั้งสองก็พุ่งเข้าหาตัวเซี่ยซีหานเช่นกัน ราวกับเห็นเซี่ยซีหานเป็นเหยื่อที่เคี้ยวง่าย


    "ตายแล้ว ตายแล้ว ข้าตายแน่ๆ" เคอซวนผู้วิเศษแก่หงำ พูดซ้ำๆ อย่างน่าสังเวช เขาไม่ใช่ชายสุดเท่อีกต่อไป


    ...


    'เวรแล้วไง' เซี่ยซีหานกรีดร้องในใจ