“ข้าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง หากเจ้าอยู่กับข้าข้ากลัวว่าเจ้าอาจจะต้องตายไปด้วย” ลั่วปิงกินยาได้ของหยางเฉินช่วยชีวิตไว้และติดค้างบุญคุณของหยางเฉินนางจึงไม่อยากให้เขาติดตามนางมา เพราะมันจะทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายไปด้วย
‘ นางคิดได้ดี แต่ข้าไม่อาจจะหนีไปไหนได้หากเขาไล่ตามข้ามา เถาเถาเพียงลำพังคงไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ ’ หยางเฉิน พึมพำในใจก่อนจะส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น “เมื่อข้ารับปากกับเจ้าแล้วข้าก็ไม่มีทางที่จะทิ้งเจ้า เจ้าสบายใจได้ แม้ว่าข้าจะไม่ได้แข็งแกร่งนักแต่ข้าก็มีความสามารถที่จะปกป้องตัวเองได้อยู่”
เมื่อได้ยินที่หยางเฉินพูดมาลั่วปิงก็ซึ้งใจอีกครั้ง นางถอนหายใจออกมา นางไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่กลับมองไปที่พู่กันทีเอวของหยางเฉินแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เสียดาย “ สมบัติจิตของเจ้านั้นเหมือนจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่อาจจะแสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้เฮ้อ !”
“ สมบัติจิตรึ?” หยางเฉินยิ้มออกมา แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร
“ เร็วเข้ารีบไปหาที่เงียบๆเพื่อดูดซับพลังของยาในร่าง แม้ว่าเขาจะมาแต่เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัว”ในตอนที่พูดนั้น ลั่วปิงก็ได้วิ่งออกไปต่อ
‘ ทำไมข้าถึงมาเจอกับหญิงสาวที่ดีแบบนี้? ‘ หยางเฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแห้งๆออกมาก่อนจะใช้ก้าววายุอสนีไล่ตามลั่วปิงไปประสบการณ์ตลอดหลายเดือนมานี้ทำให้เขารู้สึกว่าเขาอ่อนแอเกินไปหากไม่ใช่เพราะเถาเถาแล้ว แค่นักล่าอสูรทั่วไปก็ยังฆ่าเขาได้เขาอยากที่จะแกร่งขึ้นไปอีก
ตอนที่ลั่วปิงและหยางเฉินเดินทางอยู่ในป่านั้นอยู่ๆก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ! ได้มีเสียงดังขึ้นในส่วนลึกของป่าพร้อมกับมีหอกพุ่งตัดอากาศและเสียงตะโกนดังขึ้น
“ หอกไฟผกผัน !ตายซะ !”
ทันใดนั้นก็มีหอกไฟพุ่งออกมาและที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือยังมีไฟพุ่งออกมารอบตัวหอกอย่างต่อเนื่องพลังงานในหอกนั้นทำให้มิติถึงกับบิดเบี้ยวไปต้นไม้รอบๆได้รับผลจากคลื่นความร้อนไปด้วย มันโดนเผาในพริบตาและเปลี่ยนเป็นเถ้าพื้นดินเองก็ยังโดนทำลายไปด้วย
สีหน้าของหยางเฉินเปลี่ยนไปทันทีนี่มันพลังแบบไหนกัน ? มิติถึงกับบิดเบี้ยว หากเขาโดนหอกนี่เข้าเขาคงตายอย่างแน่นอน
“ โม่ซานหยวน !” สีหน้าของลั่วปิงเปลี่ยนไปในพริบตานางก็ได้พุ่งไปหาหยางเฉิน แสงสีทองส่องประกายขึ้นมาพร้อมกับใบมีดปีกผีเสื้อที่ปรากฏขึ้นมาในมือของนางทุกที่ที่มีดนั้นผ่านไปจะมีน้ำแข็งเข้าปกคลุมมันได้แช่แข็งทุกอย่างและเปลี่ยนเป็นเศษน้ำแข็งไปในทันที
หอกโดนแช่แข็งไปแม้แต่ไฟที่ปะทุออกมาก็ยังโดนแช่แข็งไปด้วย เมื่อเห็นแบบนั้น หยางเฉินก็ต้องตะลึงมันเยือกเย็นจนน่ากลัว !
“ ไป !” ลั่วปิงจับมือของหยางเฉินแล้วหันกลับก่อนจะหนีออกไปต่อหยางเฉินหันกลับไปมองที่ลั่วปิงก็พบว่าสีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างมากนางหน้าซีดเผือด ที่มุมปากก็มีเลือดไหลออกมา อาการบาดเจ็บของนางแย่ลงอีกแล้ว !
“ เสี่ยวหยางนางบาดเจ็บอยู่แล้ว ตะกี้นี้นางไม่สนใจอาการบาดเจ็บและใช้พลังทั้งหมดออกมาตอนนี้อาการบาดเจ็บมันจึงกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง นางต้องหาที่พักเพื่อดูดซับยา ไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต” ในตอนที่บอกกับหยางเฉินเถาเถาก็ได้ทำการควบคุมพู่กันให้บินออกไปพร้อมกับขยายขนาดขึ้น “ให้นางจับข้าเอาไว้อีกฝ่ายจะตามมาทันในไม่ช้า !”
หยางเฉินหันกลับไปหาลั่วปิงทันที “ จับพู่กันเอาไว้ ! ” ตอนที่พูดนั้นเขาก็ได้ยื่นมือออกไปจับพู่กันเอาไว้ในเวลาเดียวกันลั่วปิงก็พยักหน้า นางทนต่ออาการบาดเจ็บในร่างและยื่นมือออกมาจับพู่กันเอาไว้
ซู่ ! เถาเถาได้โคจรปราณเข้าไปในพู่กันก่อนที่พู่กันจะพุ่งออกไปพาหยางเฉินและลั่วปิงพุ่งเข้าไปในป่าต่อ
ตอนที่ทั้งสองหนีไปในป่านั้นก็มีอีกสามร่างโผล่มา สองคนนั้นหยางเฉินรู้จักเป็นอย่างดี มันคือเทียนหลินและหลงฉี ส่วนอีกคนนั้นเป็นชายวัยกลางคนใส่ชุดสีแดงหน้าตาของเขาดูดุดันอย่างมาก
“กลับเป็นอาวุธจิตแต่โชคร้ายที่เหมือนจะได้รับความเสียหายมา” ในตอนที่พูดนั้นชายวัยกลางคนก็ยื่นมือออกมาจับหอกที่โดนแช่แข็งด้วยพลังเพียงเล็กน้อยน้ำแข็งที่เกาะบนหอกก็แตกออกทันที
“ ลุงโม่สมบัติจิตนั่นน่าจะเป็นของนักล่าอสูร ไม่คิดเลยว่ามันจะตกมาอยู่ในของมือหญิงสาวคนนั้น”เทียนหลินแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา นักล่าอสูรที่เขาพูดถึงคือเสี่ยวหมิง ซึ่งก็เป็นหยางเฉินที่ปลอมตัวมา
“ หญิงสาวคนนี้ไม่ธรรมดา”จากนั้นน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป โม่ซานหยวนถอนหายใจออกมา “ หากไม่ใช่เพราะลิงสายฟ้าอินทนิลแล้วแม้แต่ข้าก็ไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้ นางโชคดีจริงๆ ไม่ใช่แค่ได้สิ่งนั้นมา แต่กลับยังได้สมบัติจิตมาครองอีกด้วย”
“นางเองรึที่ได้มันไป ?” เทียนหลินและหลงฉีมองหน้ากัน พวกเขาเหมือนจะคาดเดาตัวตนของลั่วปิงออกทันที
“ แม้ว่านางจะไม่บาดเจ็บแต่ข้าก็ต้องแย่งสมบัติจิตมาให้ได้ นี่ไม่ต้องพูดถึงการที่นางอยู่ในสภาพปางตายเลยอีกอย่างแล้วของสิ่งนั้นก็จะต้องเป็นของข้าอยู่แล้ว ไป่เซียวเทียนและฮันหยุนเมื่อพวกเจ้ามาถึง ของสิ่งนั้นอาจจะตกมาอยู่ในมือของข้าแล้ว ฮ่าฮ่า....”โม่ซานหยวนเร่งความเร็วตามไปทันที ตัวของเขาเหมือนกับโดนปราณรอบตัวลากไปเขาก้าวขึ้นไปในอากาศแล้วตาม หยางเฉินและลั่วปิงไปทันที
‘หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่อาจจะสลัดเขาหลุดได้ แม้ว่าจะใช้ปราณทั้งหมดก็ตาม !’ ในพู่กันนั้นเถาเถารับรู้ได้ว่าโม่ซานหยวนกำลังไล่ตามเขาอยู่ สีหน้าของเขาจึงตึงเครียดมากยิ่งขึ้น
“บางทีเราอาจจะซื้อเวลาได้บ้าง ” ลั่วปิงมองไปที่หยางเฉิน “ รังของมันน่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดมันคงตามหาข้าไปทั่วทุกที่ และคงไม่คิดว่าข้าจะไปซ่อนที่รังของมัน”
หยางเฉินไม่รู้ว่าจะฟังคำพูดของลั่วปิงดีรึไม่แต่ตอนนั้นเถาเถากลับพูดขึ้นมา “ ฟังนาง ตอนนี้เราไม่อาจจะไปที่อื่นได้ข้ารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่แข็งแกร่งหลายอันกำลังมุ่งหน้ามาหานาง รีบหนีไปก่อนจะดีกว่า”
เมื่อได้ยินคำพูดของเถาเถา หยางเฉินก็พยักหน้าให้กับลั่วปิงทันที
ฟู่ ! พู่กันได้แบกทั้งสองคนหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกไปไม่นานพวกเขาก็พบกับป่าที่เต็มไปด้วยสีม่วง แทบทุกอย่างในป่านั้นเป็นสีม่วงทั้งหมด
พู่กันได้พาทั้งสองคนเข้ามาในป่าอินทนิลและมุดเข้าไปในถ้ำหินในถ้ำเองก็เป็นสีม่วงเช่นกัน พวกเขาไม่รู้เลยว่ามันเป็นแร่แบบไหนกัน
“ ข้าหวังว่าเขาคงจะไม่กลับมาในเร็วๆนี้ไม่งั้นแล้ว...” ลั่วปิงร่วงลงมาจากพู่กัน สีหน้าของนางแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าดูดซับยาไปก่อน ข้าจะเฝ้าข้างนอกให้เอง ตราบใดที่ข้าไม่ตายข้าจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาด้านในเป็นอันขาด !” หยางเฉินไม่ได้โกหก นี่คือความคิดจากใจจริงของเขา เพราะหากลั่วปิงไม่อาจจะฟื้นฟูพลังกลับมาได้เขากับเถาเถาก็จะตกอยู่ในอันตราย คนที่มานี้ไม่ได้มาหาแค่ลั่วปิงเท่านั้น แต่ยังมาเพื่อชิงพู่กันไปอีกด้วย
“ ทำไมเจ้า...”ลั่วปิงยังพูดไม่ทันจบ หยางเฉินก็ได้พุ่งออกจากถ้ำไปจนนางไม่ทันได้พูดอะไรต่อ
ลั่วปิงมองไปที่แผ่นหลังของหยางเฉินที่หายออกไปนางอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา “ เด็กน้อยเหตุใดเจ้าถึงดีกับข้าถึงเพียงนี้ ?” โชคร้ายที่หยางเฉินไม่อาจจะได้ยินคำพูดของลั่วปิงได้เพราะตอนนั้นเขาออกไปนอกถ้ำแล้ว
“ เถาเถา ยาที่เจ้าให้ข้ามาอยู่ระดับไหนกันด้วยความแข็งแกร่งของข้าแล้ว ข้าปรุงมันขึ้นมาได้รึไม่?” หยางเฉินมองไปที่พู่กันที่ลอยอยู่ตรงหน้าแล้วถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ยาระดับต่ำเพราะข้าน่ะมีแต่ของระดับสูงเท่านั้น” เถาเถามุดออกมาจากพู่กันและมองไปที่หยางเฉินด้วยท่าทีภูมิใจ
“เจ้าต้องการเงินไม่ใช่รึ ? มันจะดีกว่าหรือไม่หากจะเอาสมบัติทั้งหมดที่เจ้ามีนำไปประมูลเจ้าจะได้มีเงินไว้ใช้” หยางเฉินลูบจมูกแล้วยิ้มออกมา
“ ฮึ่มเจ้าว่าข้าไม่คิดเรื่องนี้รึ ? ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าแล้ว หากเจ้านำของมีค่าพวกนี้ไปประมูลข้ากลัวว่าไม่เกิน 3 ชั่วโมงเจ้าคงโดนหมายหัว จากนั้นเจ้าคงตายโดยไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ”เถาเถามองไปที่หยางเฉินด้วยสายตาดูถูกราวกับมองคนโง่
“ นายท่าน ป่าที่นี่ดูแปลกๆทั้งหินและต้นไม้ต่างก็เป็นสีม่วง” ตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากในป่ามันทำให้สีหน้าของ หยางเฉินเปลี่ยนไปทันที
“ มีคนกำลังมา”หยางเฉินรีบเอาหน้ากากออกมาจากแหวนมิติทันที ตอนที่เขาล่าเหล่านักล่าอสูรเขาได้ทำหน้ากากขึ้นมาหลายอัน หากเขาสวมหน้ากากแล้วอ้างชื่อหน่วยเซียวเทียนก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายกลัวได้เพราะเขาไม่อยากให้ใครมารบกวนลั่วปิงที่กำลังรักษาตัวอยู่ในถ้ำ
หลังจากที่ใส่หน้ากากและใส่ชุดนักล่าอสูรแล้วหยางเฉินก็ได้เปลี่ยนเป็นนักล่าอสูรวัย 20 ปี คลื่นพลังที่แผ่ออกมาเพิ่มขึ้นทันทีมันขึ้นมาอยู่ขอบเขตปรมาจารย์ขั้น 7
ในตอนนั้นก็มีคนหลายสิบคนเดินออกมาจากป่าพวกนั้นสวมชุดเกราะ ,รองเท้าหนัง, มีมีดเหน็บอยู่ที่เอวและมีคำว่า ‘ หยู’ ปักไว้บนเกราะที่อกด้านซ้ายเมื่อเห็นคนเหล่านั้น หยางเฉินก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงสงครามในโลกที่เขาจากมาคนยุคนั้นก็เหมือนจะแต่งตัวเช่นนี้ตอนทำสงคราม
เกราะที่หัวหน้ากลุ่มใส่นั้นเหมือนจะดีกว่าเกราะของคนอื่นๆสีของมันก็ต่างกัน มันเป็นสีเหลืองทอง หยางเฉินมองไปที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและดูเย็นชาผู้นั้น
‘ จักรวรรดิแดวู ’ หยางเฉินไม่ใช่ว่าเพิ่งเคยเห็นคนที่แต่งตัวแบบนี้เป็นครั้งแรกเขาเคยเห็นตอนที่อยู่ในเมืองซูเซียนมาแล้ว ซึ่งคำว่า ‘หยู’ บนอกนั้นก็แสดงให้เห็นว่าพวกนี้เป็นคนของจักรวรรดิแดวู
“นักล่าอสูรรึ ?” หัวหน้ากลุ่ม เมื่อเห็นหยางเฉินก็แสดงสายตาดูถูกออกมาไม่รู้ว่าเขาดูหมิ่นหยางเฉินรึนักล่าอสูรกันแน่