จากการค้นพบซากปราสาทผุพังภายในเมืองวิจิล นักโบราณคดีได้ค้นพบหลุมฝังศพหลุมนึง ซึ่งมีแค่หลุมเดียวภายในปราสาท
เหล่านักโบราณคดีพากันวุ่นวายกันทันทีเมื่อพวกเขาได้ขุดหลุมศพขึ้นมาเพราะสิ่งที่ข้างใต้หลุมนั้นมีสมบัติมากมายขนาดที่ว่าหากขายได้ก็ใช้ชีวิตได้ตลอดชาติ
เมื่อจะมีคนเอาสมบัติขึ้นมาท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีจากสีฟ้าครามสดใสกลับกลายเป็สีดำและมีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น และสายฟ้าก็ได้ผ่าลงผู้ที่เอาสมบัติขึ้นมาจากหลุม
หลายวันต่อมาได้มีนักวิจัยสิ่งลี้ลับ 3คน ได้เดินทางมายังซากปราสาทที่ผุพังพวกเขาได้เริ่มสำรวจพื้นที่โดยรอบและเตรียมที่จะเปิดโลงศพ
เอ็ดเวิด ทิช ฉันเจอห้องใต้ดิน เสียงวอของเอ็ดเวิดและทิชดังขึ้น
โอเคพวกเรากำลังไปหานายอย่าพึ่งเปิดนะจอห์น เอ็ดเวิดได้ตอบกลับ
เมื่อเอ็ดเวิดและทิชมาถึงพวกเขาจึงเปิดและเข้าไปยังห้องใต้ดิน ภายในห้องยังคงมีสภาพเหมือนใหม่
มีฝุ่นเล็กน้อยมีโต๊ะทำงานและเตียงนอนอยู่ภายในห้อง ที่โต๊ะทำงานมีหนังสืออยู่ 2 เล่มแต่ละเล่มถูกสร้างขึ้นด้วยหนังสัตว์และมีอักขระพิเศษอยู่
จอห์นและทิช ได้สำรวจภายในห้องและเตียงมีเพียงแค่เอ็ดเวิดเท่านั่นที่สำรวจภายในโต๊ะทำงาน เอ็ดเวิด ได้เปิดหนังสือดู เห้พวกนายต้องมาดูนี่ เอ็ดเวิดได้บอกเพื่อนทั้งสองคนมาดู
มีอะไรงั้นเหรอเอ็ดเวิดทิชและจอห์นถามด้วยประหลาดใจ
พวกนายดูนี่นะมีอักขระอะไรสักอย่างถูกเขียนไว้บนหนังสือและเมื่อเราเปิดหนังสือตัวหนังสือที่เขียนไว้ในนี้มันหายไปเอ็ดเวิดตอบกลับ
แสดงว่าหนังสือเล่มนี้มีเวทย์มนต์ปกคุมอยู่จอห์นพูด
งั้นก็แสดงว่าสมบัติที่อยู่ภายในหลุมก็มีเวทมนต์อยู่ด้วยสินะ ทิชพูด
ใช่แต่หนังสืออีกเล่มไม่มีเวทมนต์ปกคุมอยู่ เอ็ดเวิดพูด
งั้นพวกเรามาอ่านกัน ทิชพูดออกมา
ภายในหนังสือถูกเขียนไว้ว่า
ข้า ดยุก มาติเยอร์ ฟาเรนไฮน์ น้องชายของกษัตริย์แห่งฟาเรนไฮน์ ที่ 4 แห่งเกาะเบเดย์เนีย
ข้าถูกขับออกจากเมืองบ้านเกิดของข้าและได้แล่นเรือมาตามทิศตะวันตก่เวลานั้น ข้ามาติเยอร์ผู้นี้ ได้พบกับชายลึกลับคนหนึ่ง
ซึ่งชายคนนั้นเขาได้พูดกับว่าหากเดินยังแล่นเรืออยู่อย่างนี้ก็ไม่มีทางถึงที่หมายหรอกนะ
ทำไมท่านถึงรู้ มาติเยอร์พูด
หากเ้าหันเรือแล้วแล่นไปทิศตะวันออกเ้าจะพบกับเกาะแห่งความเป็มิตร ชายลึกลับพูด
ให้ข้าเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือเหรอบ้าหรือเปล่า ทางนั้นไม่มีเกาะหรอกนะที่นั้นมีแต่พื้นที่ที่เป็ทะเล
และปลาั์ซึ่งดุร้ายมาก มาติเยอร์พูด
หากเ้าเชื่อข้าปลาั์พวกนั้นและสัตว์ทุกตัวแทบนั้นจะไม่ทำอันตรายเ้า
จงหันเรือและแล่นไปยังทางทิศตะวันออกแล้วเ้าจะเจอ ชายลึกลับพูด
หลังจากชายลึกลับพูดจบ เขาก็หายตัวไปข้าผู้ได้แต่อึ่งเพราะอยู่ดี ๆ ชายคนนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตา
วันที่30 ของการแล่นเรือ ในที่สุดข้าก็ได้พบเกาะแห่งหนึ่งตามคำพูดของชายลึกลับ
วันที่ 31ข้าได้ลงหลักปักฐานที่เกาะแห่งนี้ ไม่เพียงแค่นั้นข้ายังพบกับชาวบ้านบนเกาะนี้อีกด้วย
วันที่ 40ข้าถูกแต่งตั้งเป็หัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ เนื่องจากหัวหน้าหมู่คนก่อนเสียชีวิต
หลังจากข้าไม่ได้เขียนเื่ของข้ามานานข้าจึงตัดสินใจเขียนมันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อาจจะครั้งสุดท้ายของข้าวันนี้ข้าได้รับข่าวสารมาว่า กองทัพแห่งฟาเรนไฮน์ได้เดินทางมายังเกาะแห่งนี้เพื่อจะมาสังหารข้าและข้าจึงมาเขียนเื่นี้ลงในหนังสือ เพื่อที่จะได้จารึกว่า ประวัติศาสตร์แห่งฟาเรนไฮน์ที่จะรุ่งเรืองต่อจากนี้ เพราะการตายของข้าผู้ที่ถูกพรากทุกสิ่งจากเกาะแห่งนี้และความโหดร้ายของฟาเรนไฮน์ ข้าจึงต้องมาเขียนเื่นี้ด้วยตัวเอง
หากข้าตายขอให้ฝังทุกสิ่งที่ข้ามีไปพร้อมกับข้าและจงเอาหนังสือเล่มที่1 สารจากพระเ้าผู้เป็ที่รักพร้อมกับหนังสือเล่มนี้เอาไว้ที่ห้องใต้ดินของข้า
ลงชื่อผู้เขียนดยุกฟาเรนไฮน์
หมดแค่นี้งั้นสินะ ทิชพูด
น่าจะใช่ หากมีเยอะกว่านี้ฉันคงอ่านไหวจอห์นพูด
เดียว ยังมีอีก เอ็ดเวิดพูด
ว่าไงนะ!! ทิชและจอห์นพูดออกมาด้วยความใ
มันเขียนสั้น ๆ ไว้ว่า
หากมีใครเปิดโลงศพของ มาติเยอร์เมื่อนั้น เหล่าสัตว์ประหลาดและปีศาจจะปรากฎขึ้นมา
-พระเ้า-
ฉิบหายแล้วไงทั้ง 3 คนพูดออกมาและรีบวิ่งออกจากห้องใต้ เพื่อจะบอกว่าห้ามพวกเขาเปิดโลงศพเด็ดขาด
แต่เมื่อออกจากห้องใต้ดิน พวกเขาก็พบว่า ไม่ทันเสียแล้วเพราะตอนนี้โลงศพได้ถูกเปิดออกไปแล้ว