สือเจียงหย่วนไม่ได้มาที่ห้างสรรพสินค้าหกเจ็ดวันแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายุ่งอยู่กับธุรกิจอื่นๆ แต่พอได้เห็นผลลัพธ์หลังจากการตกแต่งห้างสรรพสินค้า เขาก็อดทึ่งไม่ได้
การตกแต่งห้างสรรพสินค้าดูเรียบง่าย สดใส โดยใช้โทนสีขาวและฟ้าอ่อนเป็นหลัก มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นและหรูหรามาก
พื้นปูด้วยพรมแดง ทำให้รู้สึกถึงความหรูหราตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา
ตามมุมต่างๆ ของห้างสรรพสินค้าจัดวางต้นไม้สีเขียวอย่าง ต้นวาสนา ต้นศุภโชค และพลูด่างเอาไว้ ทำให้ภายในห้างสรรพสินค้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา การผสมผสานของโทนสีที่สดชื่นทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลาย
“เยี่ยมไปเลย! ถ้าผมไม่รู้ว่าที่นี่คืออำเภอหลี่ว์ พอเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าแบบนี้ คงคิดว่านี่คือห้างสรรพสินค้าเยียนจิงต้าซ่า [1] ในเมืองหลวงแล้ว” สือเจียงหย่วนกล่าวชม
คังอิงยิ้มบางๆ ห้างสรรพสินค้าเยียนจิงต้าซ่าเป็นห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ของเมืองหลวงในยุคนี้ คำพูดของสือเจียงหย่วนดูเกินจริงไปหน่อย
เพราะถึงอย่างไรนี่ก็เป็นแค่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง วัสดุก่อสร้างและการตกแต่งล้วนแต่ล้าหลังกว่าเมืองใหญ่ ฝีมือของช่างเองก็ยังต้องพัฒนาอีกมาก แต่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของคังอิง เหล่าช่างก็พยายามทำให้การตกแต่งดูดีเกินกว่าอำเภอเล็กๆ แห่งนี้
ในตอนนั้น ช่างไฟฟ้าของห้างสรรพสินค้าก็มาทำงานพอดี คังอิงจึงให้เขาเปิดบันไดเลื่อนแบบสายพาน พวกเขาต้องทดสอบการใช้งานมัน
ช่างไฟฟ้าเปิดสวิตช์ไฟ บันไดเลื่อนก็ค่อยๆ เคลื่อนตัว คังอิงกับสือเจียงหย่วนก้าวเท้าขึ้นไปบนบันไดเลื่อน มันก็ค่อยๆ พาพวกเขาขึ้นไปยังชั้นสอง
“ดีจริงๆ เลยนะครับ สิ่งนี้แปลกใหม่มาก ยังไม่มีห้างสรรพสินค้าในอำเภอที่ติดตั้งบันไดเลื่อนแบบนี้ แค่บันไดเลื่อนอย่างเดียวก็สามารถดึงดูดชาวบ้านให้เข้ามาดูได้แล้วล่ะ” สือเจียงหย่วนกล่าวชม
“ใช่แล้ว น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเรามีเงินทุนจำกัด จึงยังไม่สามารถติดตั้งเครื่องปรับอากาศส่วนกลางได้
เอาไว้ปีหน้าก็แล้วกัน ยังไงฤดูร้อนก็ใกล้จะผ่านไปแล้ว เอาไว้ปีหน้าฉันจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศส่วนกลางให้กับห้างสรรพสินค้า เตรียมท่อเอาไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ” คังอิงกล่าว
สือเจียงหย่วนได้ฟังดังนั้นก็บอกว่า “งั้นผมขายเหมืองถ่านหินหยางเคิงให้อาสี่แล้วเอาเงินมาติดตั้งเครื่องปรับอากาศดีไหม? ช่วงนี้ราคาถ่านหินไม่ค่อยดี เจ้าของเหมืองหลายคนที่มองไม่เห็นอนาคตต่างก็พากันถอนตัวแล้วล่ะ”
คังอิงได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกสนใจ เธอรีบพูดขัดจังหวะสือเจียงหย่วน
“อย่าเพิ่งขายเด็ดขาด! ในอนาคตเศรษฐกิจของประเทศเราจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วแน่ๆ และมีสถานที่ต่างๆ อีกมากมายที่ต้องการใช้ถ่านหิน ยุคทองของธุรกิจถ่านหินกำลังจะมาถึงแล้วล่ะ
ตอนนี้ราคาถ่านหินตกต่ำมาก คุณทนต่อไปก่อนเถอะนะ เก็บเหมืองเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งขาย รออีกสักปีสองปี ไม่แน่ว่ามันจะพลิกสถานการณ์ได้ ถึงตอนนั้นแค่ธุรกิจถ่านหินอย่างเดียวก็ทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีได้แล้ว”
สือเจียงหย่วนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฟังคุณพูดดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงเลยนะครับ”
“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ นี่เป็นข้อมูลที่ฉันสรุปออกมาเอง หลังจากดูข้อมูลที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยแพร่ออกมา
ลองคิดดูสิ เศรษฐกิจของประเทศเรากำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทุกที่ต่างก็ต้องการใช้ถ่านหิน เมื่อความต้องการมากขึ้น ราคาของถ่านหินจะไม่เพิ่มขึ้นได้อย่างไรกัน?” คังอิงกล่าว
สือเจียงหย่วนอาจจะไม่รู้ว่าอนาคตของประเทศจีนจะพัฒนาไปในทิศทางใด แต่เขารู้แนวโน้มการพัฒนาของประเทศดีกว่าคนทั่วไป เมื่อได้ฟังสิ่งที่คังอิงวิเคราะห์ บวกกับข้อมูลที่เขารวบรวมมา เขาจึงมั่นใจมากขึ้น
“เอาละ ฟังคุณก็แล้วกัน เก็บเหมืองหยางเคิงเอาไว้ก่อน”
“ไม่ใช่แค่เก็บเหมืองหยางเคิงเอาไว้เท่านั้นนะ ถ้าในอนาคตคุณสามารถถอนกำไรออกมาจากห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ คุณก็สามารถนำเงินส่วนนั้นไปซื้อเหมืองถ่านหินที่มีคุณภาพของเจ้าของเหมืองคนอื่นๆ ได้ด้วย” คังอิงกล่าว
สือเจียงหย่วนรู้สึกว่าคังอิงมองการณ์ไกลจริงๆ ห้างสรรพสินค้ายังไม่เปิดทำการ แต่เธอกลับวางแผนการใช้กำไรของห้างสรรพสินค้าไว้เรียบร้อยแล้ว
คังอิงในตอนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของนักธุรกิจหญิงอย่างเต็มเปี่ยม และสิ่งที่เขาชื่นชมมากที่สุดก็คือความมุ่งมั่นของเธอ สือเจียงหย่วนจึงกล่าวว่า
“ตกลง ฟังคุณ”
ทั้งสองขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาถึงชั้นสองของห้างสรรพสินค้า การจัดวางสินค้าชั้นสองแตกต่างจากชั้นหนึ่ง สินค้าหลักๆ ของชั้นสองคือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น หม้อหุงข้าว ไดร์เป่าผม และเครื่องทำน้ำเต้าหู้
เช่นนี้แล้ว ชาวบ้านทั่วไปก็สามารถหาซื้อได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จะเป็นสินค้าราคาแพง
ตราบใดที่ชาวบ้านมาซื้อของที่นี่บ่อยๆ แล้วเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ ในอนาคตหากพวกเขาต้องการซื้อของชิ้นใหญ่ ก็จะต้องเลือกมาที่นี่อย่างแน่นอน
ส่วนชั้นสาม นอกจากครึ่งหนึ่งของพื้นที่จะเป็นโซนขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว อีกครึ่งหนึ่งยังถูกจัดให้เป็นโซนบริการหลังการขาย
พอเห็นว่าเป็นเช่นนี้ สือเจียงหย่วนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะถามคังอิง “รับสมัครพนักงานบริการหลังการขายครบแล้วหรือยัง?”
“ครบแล้วค่ะ เงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานแต่ละคนอยู่ที่หนึ่งร้อยยี่สิบหยวนต่อเดือน ส่วนค่าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นจะบวกเพิ่มให้อีก พวกเรายังมีบริการซ่อมถึงบ้านด้วยนะ เรื่องพวกนี้ฉันมีแผนการจัดการที่ชัดเจน เดี๋ยวฉันจะเอามาให้คุณดูนะคะ” คังอิงกล่าว
ตอนนี้สิ่งที่ทำให้คังอิงรู้สึกหนักใจมากที่สุดก็คือ คอมพิวเตอร์ยังคงอยู่ในช่วงของ 386 [2] อินเทอร์เน็ตเพิ่งเริ่มต้น การใช้อินเทอร์เน็ตยังอยู่ในขั้นตอนการใช้โมเด็ม ค่าบริการอินเทอร์เน็ตแพงมาก ทรัพยากรออนไลน์นั้นก็มีน้อยมากด้วย เช่น อีเมล ซึ่งถือเป็นของใช้สำหรับคนรวย ไม่อย่างนั้นแล้ว เธอแค่ส่งข้อมูลที่บันทึกไว้ในอีเมลไปยังอีเมลของสือเจียงหย่วนก็เป็นอันเสร็จสิ้น รวดเร็ว สะดวกสบาย ใช้เวลาไม่ถึงนาที
แต่เวลานี้ เธอต้องให้พนักงานพิมพ์ดีดพิมพ์ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ จากนั้นค่อยพิมพ์ออกมาจากคอมพิวเตอร์เพื่อให้สือเจียงหย่วนดู ช่างไม่สะดวกเสียจริงๆ
สือเจียงหย่วนตั้งใจจะเป็นเจ้านายสบายๆ แต่เขารู้สึกว่าแนวคิดการจัดการห้างสรรพสินค้าของคังอิงนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขาจึงอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
หากกล่าวว่าตอนแรกที่เขาตกลงร่วมลงทุนกับคังอิงเป็นเพียงเพราะเขาต้องการตอบแทนบุญคุณ แต่ตอนนี้พอเห็นว่าคังอิงสามารถสร้างห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัย สือเจียงหย่วนก็เกิดความคาดหวังขึ้นมา
เขารู้สึกว่าการลงทุนครั้งนี้อาจจะทำให้เขาได้รับเซอร์ไพรส์สุดประทับใจ
ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา คังอิงได้ฝึกอบรมพนักงานของเธอที่วิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์ ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของการฝึกอบรมพนักงานเหล่านี้จะเป็นอย่างไร
เมื่อคิดถึงพนักงานเก่าๆ ของห้างสรรพสินค้าที่เอาแต่ทำงานแบบขอไปที สือเจียงหย่วนก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำงานได้ดีไหม หากทำงานไม่ได้ผล ก็ไม่สะดวกที่จะไล่พวกเขาออก ตอนนั้นคังอิงไม่รู้เป็นอะไร ถึงได้ยอมรับคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงาน
“เหลือเวลาอีกสามวันห้างสรรพสินค้าก็จะเปิดทำการแล้ว พวกนั้นที่คุณฝึกอบรมพวกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?” สือเจียงหย่วนถามอย่างกังวลใจ
“ก็พอใช้ได้ค่ะ พวกเขาเอาแต่ทำงานแบบขอไปทีมาหลายสิบปี การที่ฉันจะเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของพวกเขาในช่วงครึ่งเดือนคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฉันคิดว่าหากมีผลประโยชน์ล่อใจ พวกเขาจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของตนเองแน่ๆ ค่ะ” คังอิงกล่าว
ในใจเธอนั้นรู้ดี การฝึกอบรมเป็นเพียงแค่เครื่องมือหนึ่งเท่านั้น หากต้องการให้ได้ผลลัพธ์จริงๆ ก็ต้องให้ผลประโยชน์ที่แท้จริงแก่พวกเขา ไม่มีปลาตัวไหนจะยอมติดเบ็ด หากไม่ได้เห็นเหยื่อล่อ
พนักงานเก่าๆ ของห้างสรรพสินค้าก็เช่นกัน ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะพูดจาหว่านล้อมอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ มีเพียงแค่ให้พวกเขาได้เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของ ‘ยิ่งขยันก็ยิ่งได้เงินมาก’ พวกเขาถึงจะเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยที่ไม่ต้องให้เธอพูดจาสั่งสอนหรือเล่าประสบการณ์มากมายอะไร
ส่วนพวกที่มองไม่เห็นเงินที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาจะต้องถูกยุคสมัยนี้กำจัดอย่างแน่นอน คังอิงมอบโอกาสให้พวกเขาแล้ว แต่พวกเขากลับไม่คว้ามันไว้ เธอก็จนปัญญา ทำได้เพียงคัดพวกเขาออกไป เรื่องนี้คังอิงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
สือเจียงหย่วนเห็นว่าคังอิงไม่ได้หลงละเลิงไปกับความมั่นใจ และเธอไม่ได้คิดว่าแค่เพียงการฝึกอบรมจะสามารถทำให้คนพวกนั้นตาสว่างขึ้นมาได้ เขาก็รู้สึกวางใจลง
สิ่งที่เขากลัวมากที่สุดคือ คังอิงมองการณ์ไกลเกินไป เอาแต่ยึดติดกับทฤษฎีของตนเอง จนลืมไปว่าพวกเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่
เชิงอรรถ
[1] ห้างสรรพสินค้าเยียนจิงต้าซ่า เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในจีนที่ติดตั้งบันไดเลื่อน
[2] Intel 386 : เป็นไมโครโพรเซสเซอร์รุ่นที่สามของบริษัท Intel ที่เปิดตัวในปี 1985