บทที่20
แม่ทัพโจว
ามันดุเดือดได้ผ่านพ้นไปอีกครั้งวันนี้ก็เป็อีกวันหนึ่งที่หลี่หยางใช้ร่างกายของตัวเองอย่างถึงที่สุดแต่ว่าสิ่งที่มันได้ต่อกลับมาาในครั้งนี้ไปมันก็ถือว่าดีมากพอที่จะยอมแลกกับความเหนื่อยล้าภายในา
วันถัดมา
ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่บริเวณด้านหลังค่ายหลี่หยางนั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ยามสายของวัน สายลมเย็นๆพัดผ่านกระทบร่างกาย เสียงาที่กำลังเริ่มขึ้นมันดังจนมาถึงจุดที่เขานั่งอยู่ตรงนี้
ฝ่ามือได้ทำการยกขึ้นมาแล้วก็ทำการตวัดฝ่ามือเพื่อที่จะเรียกหน้าต่างของระบบให้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
----------------
ชื่อ หลี่หยาง LV21
เผ่ามนุษย์
ฉายา-----
HP[610/610]
MP[350/350]
ค่าความเหนื่อยล้า[100/100]
ค่าความหิว[100/100]
ค่าความกระหาย[100/100]
ค่าประสบการณ์EXP[5100/2000]
ค่าสเตตัสหลัก
ความแข็งแกร่ง98 หน่วย
ความรวดเร็ว95 หน่วย
ความยืดหยุ่น75 หน่วย
ประสาทัั85 หน่วย
เส้นพลังปราณ80 หน่วย
สติปัญญา60 หน่วย
---------------
หน้าต่างของระบบปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา
หลี่หยางจ้องมองมันอย่างเรียบเฉยค่าความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก
“ ข้ามาแล้วขอรับนายน้อย!!! ” เสียงนั้นดังมาแต่ไกล
เสียงอันคุ้นเคยเมื่อดังมาแต่ไกลหลี่หยางที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ดวงตาของเขาปรายสายตาไปมองอย่างรวดเร็ว
ร่างของอี้ชิงวิ่งตรงมาพร้อมกับกระบี่คู่กายของตนเองตัวของเขาวิ่งมาหยุดตรงๆหน้าของหลี่หยาง พลางกับใช้มือของตนเองล้วงเข้าไปภายในเสื้อแล้วนำบางอย่างออกมา
สิ่งที่เขานำออกมามันคือถุงผ้าถุงนึงที่ภายในนั้นมันดูเหมือนว่ามีบางอย่างถูกบรรจุเอาไว้จนเต็มเพราะว่ารูปลักษณะของถุงมันพองโตเป็อย่างมาก
หลี่หยางกำลังนั่งอยู่เขาจ้องมองอย่างประหลาดใจพร้อมกับเอ่ยถามออกไปอย่างเรียบเฉย “ นั่นมันอันใด?”
“ ก็เมื่อวานพี่พวกเราสามารถสังหารเหล่าทหารมารได้เป็จำนวนมากอย่างไรละขอรับเมื่อนำผลงานไปแลกอาหารมาแล้วมันยังเหลือผลงานที่พวกเราทำได้อีกเป็จำนวนมากค่าเลยลองไปแลกเงินมา” อี้ชิงพูดออกมาด้วยความดีใจ
“ แลกเงิน ”
“ ใช่ขอรับนายน้อยดูนี่สิขอรับ ” คนผู้นั้นทำการใช้มือของตนเองล้วงเข้าไปภายในถุงผ้าก่อนจะนำบางอย่างออกมา
สิ่งที่เขานำออกมามันก็คือเหรียญที่มีรูปลักษณะเป็เหรียญกลมๆมันเป็เหรียญเงินที่บริเวณตรงกลางมีสัญลักษณ์รูปหยินหยางอยู่
หลี่หยางทำการยื่นมือของตนเองออกไปอี้ชิงได้นำของชิ้นนั้นวางลงบนมือของผู้เป็นาย
เขาได้ทำการนำมันกลับมาจ้องมองไกลๆเมื่อลองหยิบดูแล้วเ้านี่คือเงินของโลกใบนี้มันแตกต่างจากโลกที่เขานั้นเคยอยู่อย่างสิ้นเชิง “ เงินพวกนี้มีค่าอย่างไรบ้าง”
เมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้นอี้ชิงเขาทำใบหน้าเข้าใจบางอย่างของเขานั้นลืมนึกไปเสียสนิทเลยว่าได้น้อยของตนเองสูญเสียความทรงจำคงจะไม่รู้เกี่ยวกับเื่พวกเงินทอง
“ ข้าลืมอธิบายไปสินะขอรับภายในมหาทวีปนี่คือเงินพวกเราจะเรียกว่าเหรียญโดยที่เหรียญมันจะถูกแบ่งออกเป็สี่ประเภทเหรียญทองแดงถือว่าเป็เหรียญที่สำคัญที่สุดมูลค่าของมันสามารถซื้อข้าวได้ 1โดยที่ 10 เหรียญทองแดงจะมีมูลค่าเท่ากับ 1เหรียญเงิน ”
“ แล้วมูลค่าของเหรียญเงิน 100 เหรียญจะเทียบเท่ากับเหรียญทอง1 เหรียญ ”
“ ส่วนมูลค่าของเหรียญทอง 100 เหรียญจะมีมูลค่าเท่ากับเหรียญหยก 1 เหรียญขอรับ ” อี้ชิงการอธิบายเื่ราวทุกอย่างให้กับนายน้อยของตนเองฟังอย่างคร่าวคร่าวๆ
ไม่ได้ยินเช่นนั้นมันก็เข้าใจง่ายดี “ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าจะเอาเหรียญเงินในมือนี่ก็สามารถแลกเข้าได้10 ชามใช่หรือไม่.. ”
“ ใช่แล้วขอรับนายน้อย 1 เหรียญเงินโดยทั่วไปแล้วจะสามารถซื้อข้าวได้10 ชาม ”
“ ถ้าเช่นนั้นเหรียญหยกที่มีมูลค่ามากกว่าเหรียญเงินมันก็สามารถซื้อข้าวได้…” หลี่หยางขบคิด
“ หนึ่งแสนชาม!!! ” หลี่หยางอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนกใ
“ ให้แล้วเขารับเหรียญหยก 1 เหรียญมีมูลค่ามากมายสามารถซื้อจวนได้ตั้งหลายหลัง”
“ แล้วเ้าได้เงินมาเท่าไหร่ ” หลี่หยางหันไปจ้องมองถุงเงินที่อยู่ภายในมือของอี้ชิง
“ เ้าทหารที่สร้างได้เมื่อวานเราแลกเงินมาได้ประมาณ 50 เหรียญเงินขอรับ ”
“ ถ้าคิดว่ามันน่าจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วนายน้อยตั้งใจจะเป็จอมยุทธใช่หรือไม่ขอรับเพราะแบบนั้นข้าเลยคิดว่าถ้าเราสามารถเก็บเงินได้จากายามที่เดินทางกลับไปที่เมืองน่าจะสามารถใช้เงินนี้เป็เงินทุนในการออกจากตระกูลได้นะขอรับ” อี้ชิงเขาทำการคิดเอาไว้อย่างเสร็จสรรพแล้ว
อย่างไรการที่จะออกจากตระกูลมันก็จำเป็จะต้องมีเงินทุนสำรองเอาไว้เพื่อที่จะดำรงชีพ
“ เข้าใจแล้วเป็ความคิดที่ดีถ้าแบบนั้นาครั้งหน้าเราก็แลกอาหารเพื่อเฉลิมฉลองเพียงแค่พอประมาณก็พอส่วนที่เหลือก็เก็บไว้เป็เงินทุน” หลี่หยางเขาเห็นด้วยกับความคิดนี้
ไหนตอนแรกเพราะว่าอาศัยอยู่ภายในกองทัพเลยแทบจะไม่ได้คำนึงถึงเื่เงินแต่ในตอนนี้เมื่อรู้เช่นนี้ก็ควรจะเก็บเงินเอาไว้บ้าง
“ ขอรับ!!! ”
“ เอาล่ะเรามาฝึกงานต่อเถอะ ”
†††
ในยามเที่ยงวันบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่บุรุษทั้งสองทำการฟาดฟันกระบี่เข้าหากันอย่างดุเดือดนับวันนับวันการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองยิ่งพัฒนามากขึ้นมันทำให้การต่อสู้นั้นยิ่งดุเดือดมากขึ้นไปอีก
ทั้งทักษะการต่อสู้สัญชาตญาณทุกอย่างมันโดนขัดเกลาจากการฝึกฝนและก็การต่อสู้ภายในสนามรบจนตอนนี้พวกเขาทั้งสองกลายเป็นักรบที่เก่งกาจไปแล้ว
ในขณะที่ทั้งสองกำลังฝึกซ้อมกระบี่กันอย่างดุเดือดหารู้ไม่ว่าในขณะที่พวกเขานั้นกำลังซ้อมกระบี่กันอยู่ดวงตาคู่นึงกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จากไกลๆ
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองการต่อสู้ของบุรุษทั้งสองอย่างไม่กระพริบตาเขายืนจ้องมองเช่นนั้นอยู่สักพักก่อนที่จะเริ่มทำการขยับร่างกาย
ร่างกายเริ่มขยับอย่างช้าๆเดินมุ่งตรงไปหาทั้ง2 ที่กำลังต่อสู้กันอยู่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่
แต่แล้วเมื่อก้าวเดินเข้ามาในระยะคนผู้นั้นก็ได้เปลี่ยนท่าทางของตนเองเขาทำการใช้มือของตนเองยื่นไปคว้าจับด้ามกระบี่ที่มันเหน็บอยู่ที่บริเวณเอว
ร่างกายที่ดูสมบุกสมบันย่อต่ำลงก่อนที่จะออกแรงพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วยามที่ออกแรงพุ่งทะยานไปด้านหน้าผ้าคลุมด้านหลังสะบัดพัดปลิวไปมาตามสายลม
ฟิ้ว!!!
หลี่หยางที่กำลังปะทะกระบี่กับอี้ชิงอยู่ประสาทััอันเฉียบคมของเขาทำงานพร้อมกับข้อความของระบบที่มันปรากฏขึ้นตรงหน้า
----
ตรวจพบอันตรายจากจิตสังหาร
----
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นตรงหน้าดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้างขึ้น
“ อี้ชิง!!! ” หลี่หยางส่งเสียงเตือนผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอี้ชิงเขาเริ่มััได้ถึงตัวตนบางอย่างที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาพวกเขาทั้งสองไหวตัวทันทำการหันร่างกายของตนเองไปยกกระบี่ขึ้นมาเป็ท่าทางตั้งรับ
และแล้ว
ฟิ้ว!!!เคล้ง!!!! เสียงปะทะกันของโลหะดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณบังเกิดกลายเป็ประกายไฟกระบี่ขนาดใหญ่ที่มีความยาวมากกว่าปกติฟันเข้ามาที่กระบี่ของพวกเขาทั้งสองเป็แนวนอน
ทั้งสองที่ตั้งกระบี่รอตั้งรับอยู่นั้นเมื่อโดนกระบี่เล่มนั้นปะทะเข้าไปด้วยความรุนแรงพวกเขาพยายามต้านเอาไว้อย่างสุดกำลังพลังปราณที่ห่อหุ้มกระบี่ของเขาสามารถยั้งการโจมตีนั้นเอาไว้ได้เพียงแค่คู่เดียวเท่านั้น
ตรึง!!!แรงการโจมตีรุนแรงเกินไปมันอัดกระแทกร่างกายของพวกเขาทั้งสองให้กระเด็นถอยไปด้านหลังหลายเมตร
ตู้บ!!!ตู้บ!!! ตู้บ!!! ร่างของทั้งสองกระเด็นเกือบกลิ้งไปกับพื้นหลายเมตรก่อนที่จะหยุดลง
HP[610/590]
ค่าระดับพลังชีวิตมันลดลงทั้งที่เขานั้นสามารถป้องกันได้แสดงว่าการโจมตีของอีกฝ่ายมันรุนแรงขนาดนั้น
หลี่หยางลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองไปด้านหน้า “ ใครกัน!!! ”
และแล้วเมื่อเขาได้ทำการใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปด้านหน้าสิ่งที่เขามองเห็นมันทำให้เขานั้นต้องตกตะลึง
รูปลักษณ์ที่องอาจผ่าเผยกำลังยืนอยู่ด้านหน้าของเขาร่างกายที่ดูสมบุกสมบันกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เกราะสีทองทั่วทั้งร่างกายผ้าคลุมสีแดงด้านหลังโบกสะบัดพัดปลิวไปมาตามสายลมกระบี่ที่อยู่ภายในมือข้างขวาของคนผู้นั้นมันมีความยาวกว่ากระบี่ทั่วไปถึง 2 เท่าแถมยังมีความใหญ่โตมากกว่าประมาณ1 ด้วย
เมื่อลองจ้องมองรูปลักษณ์ภายนอกว่าน่ายำเกรงแล้วแต่เมื่อลองจ้องมองไปที่ใบหน้าของคนผู้นั้นเขาเป็ชายวัยกลางคนที่น่าจะมี่อายุอยู่ราวๆสักประมาณเลข 5 ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังมีหนวดเคราสีดำประดับอยู่อย่างประปรายบนใบหน้าร่องรอยของคมมีดแห่งกาลเวลาเชือดเฉือนอยู่บนใบหน้าปรากฏเป็รอยเหี่ยวย่นอยู่ไม่น้อยบนใบหน้านั้นมีจุดเด่น 1 อย่างที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนรอยแผลจากคมอาวุธที่ฝากอยู่บนใบหน้าเป็รอยกากบาทบริเวณแก้มทางด้านซ้าย
หลี่หยางร่างกายของเขาแข็งทื่อไปขณะที่จ้องมองผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเองในตอนนี้
“ โอ๊ย!!! เจ็บๆๆ ” อี้ชิงที่อยู่ข้างๆค่อยๆลุกขึ้นมาศีรษะของเขาส่ายไปส่ายมาเพื่อที่จะพยายามเรียกสติของตนเอง
ดวงตาทั้งสองข้างที่มันพร่ามัวค่อยๆกลับมาอีกครั้งเขาใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้
เมื่อเขาทำการใช้ดวงตาของตัวเองจ้องมองไปถึงผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเองสิ่งที่เขามองเห็นมันทำให้คนพวกนี้อ่ะปากค้างด้วยความตกตะลึงก่อนจะส่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ ท…ท่า…ท่านแม่ทัพใหญ่!!”
หลี่หยางเขาแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยเพราะว่าสิ่งที่เขาสนใจคือข้อความของระบบที่มันปรากฏขึ้นด้านหน้าในขณะที่เขากำลังจ้องมองไปที่คนผู้นั้นต่างหาก
---
ชื่อโจวผิง(แม่ทัพใหญ่ของกองทัพดินแดนห้าธาตุ) LV.81
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[6350/6350]
--
ข้อความของระบบปรากฏขึ้นมามันบ่งบอกถึงความห่างชั้นและความแข็งแกร่งของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ในขณะที่ทั้งสองกำลังร่างกายแข็งทื่อไปร่างของชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้าใบหน้าที่เคร่งขรึมเริ่มเปลี่ยนแปลงมุมปากทั้งสองข้างค่อยๆฉีกยิ้มออกมาก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ ฮ่าๆๆๆพวกเ้าน่าสนใจดี!! ”
“ ไม่คิดเลยว่าพลทหารระดับล่างจะสามารถรับการโจมตีของข้าได้โดยที่หัวไม่หลุดเช่นนี้แสดงว่าสายตาของข้ายังคงไม่แก่สินะที่มองคนไม่ผิด ”
บุคลิกท่าทางภายนอกเขาดูแตกต่างจากคำพูดคำจาอย่างสิ้นเชิงถ้าทางภายนอกที่ดูเป็คนเคร่งขรึมจริงจังแต่ยามที่ทำการพูดออกมาแล้วเขากลับดูเป็คนที่ร่าเริง
จบบท