ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 95 : นักบวชต้าซิน

    แนวเทือกเขาทอดยาว มีปราการเล็กๆ สีดำตั้งอยู่เป็นแนวยาวหลายร้อยอาคาร โดยรอบมีกำแพงที่ทำจากเสาไม้ดำ มันไม่ได้ดูแน่นหนา แต่คล้ายเพียงทำให้ดูว่ามี


    ด้านบนมีคนคลุมหนังหมาป่ายืนลาดตระเวนอยู่บนกำแพงที่ทำจากไม้ดำ และที่นี่คือรังของกองกำลังหมาล่าเนื้อ


    ภายในปราการอันเป็นที่พักของ 'ติงฉี' ผู้เป็นนายแท้จริงของกองกำลังหมาล่าเนื้อ


    "ท่านพี่ข้าขอโทษ..." น้ำเสียงของติงอิ้นน่าสมเพช ร่างกายของเขาอยู่ในสภาพเปลือยและมีผ้าพันแผลช่วงบน


    ตอนนี้เขาดีขึ้นมากหลังจากการต่อสู้กับ 'ถางเทียนเจี๋ย' บุตรชายแห่งนายป้อมถางอี้เมื่อไม่นานนี้ ตอนนี้เขานั่งอยู่ด้านหน้ากลุ่มคนที่นั่งตัวเบาสบาย ด้วยเบาะที่มีหนังสัตว์ปีศาจขนาดใหญ่ปกคลุม


    ติ้ง... ติ้ง... เสียงดีดเหรียญทองดังต่อเนื่อง หากสังเกตดีๆ จะพบว่า เหรียญทองเหล่านี้มีรูปชายผู้มั่งคั่งกำลังชูถ้วยอยู่... ใช่แล้วมันคือเหรียญที่เป็นต้นตอแห่งคำสาปโรคภัยของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวในปัจจุบัน


    ชายรูปร่างสันทัด เขาไม่ได้สูงใหญ่แบบติงอิ้น แต่ทั่วร่างมวลกล้ามเนื้อของเขาแน่นและชัดเจนมาก เขาคือ 'ติงฉี'


    ใบหน้าของติงฉีนั้นภาพรวมดูเหมือนหมาป่าร้ายที่ดุดันและมีความกระหายในบางสิ่งบางอย่างอยู่เสมอ


    เหรียญทองถูกดีด และตกลงพื้น


    "เจ้าดีขึ้นมากแล้ว แค่นี้ก็ดีมากแล้วน้องข้าติงอิ้น แม้การลงมือของเจ้าจะรีบร้อนไปบ้าง แต่นั่นก็ทำให้เราได้รู้สภาพของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวมากขึ้น"


    "หลายปีแม้อาณาจักรหมีขาวแดนเหนือจะล่มสลายไป แต่ข้าก็ไม่คิดจะไปโจมตีพวกมัน ส่วนหนึ่งก็เพราะข้ารู้ว่ากองกำลังของมันแม้จะมีจำนวนน้อย แต่ก็ไม่ธรรมดา"


    "ข้าไม่อยากเสียหายแต่ได้รับอะไรกลับมาไม่มากพอ แต่จากที่เจ้าพูดมาจำนวนเงินบูลนี่และทรัพย์สินที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวมีในครั้งนี้ สำหรับข้ามันล่อตาล่อใจจริงๆ และเรื่องที่ไม่คาดคิดก็คือ ภายในนั้นจะมีนักรบที่แข็งแกร่งกว่านักรบห้าดาบอยู่จริงๆ เช่นนั้นเจ้าจึงได้พ่ายแพ้แบบน่าสังเวชแบบนี้..."


    สายตาติงฉีทอดต่ำมองติงอิ้น


    ขณะนั้นชายลึกลับในชุดคลุมก็พูดขึ้นพร้อมก้าวออกมาด้านหน้า "นายท่านติงฉี ข้าได้จัดการตามแผนที่เคยได้แนะนำกับท่านไปแล้ว ข้าได้ส่งต่อคำสาปอันยิ่งใหญ่แห่งเทพผู้สูงส่งของข้า ไปยังป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวที่ซึ่งมากมายไปด้วยเหล่าคนผู้ไร้ศรัทธา"


    "ไม่กี่วันก่อนคนของทางป้อมปราการได้ติดต่อหมอรักษาโรคจากหลายหมู่บ้านใกล้ๆ หลายสิบคนเข้าไปในป้อมปราการของพวกเขา เกรงว่าเหล่าสวะที่พวกเราซื้อตัวด้วยเงินห้าร้อยบูลนี่จะทำงานสำเร็จดี"


    "และคำสาปแห่งเทพผู้สูงส่งและการุณย์ได้ปรากฏแล้ว และนั่นทำให้พวกเราสบโอกาสเหมาะในการโจมตีป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว โดยข้าคาดว่าอีกราวหนึ่งสัปดาห์ แม้ในนักรบหนึ่งดาบ พวกเขาก็จะมีอาการของโรคแน่นอน"


    "และนั่นจะเป็นโอกาสที่ดีของท่าน ในการบุกเข้าสู่ป้อมปราการแห่งนั้น และรับทุกอย่างของพวกมันมาเป็นของท่าน ความมั่งคั่ง เกียรติยศและการแก้แค้นให้น้องชายผู้โง่เขลาของท่าน ท่านติงฉี"


    ติงฉีมองชายลึกลับที่แต่งกายด้วยชุดนักบวช  ก่อนเขาจะยิ้มและพูดตอบ


    "ข้าพร้อมที่จะมอบศรัทธาให้ 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' หากพระองค์สามารถชี้นำข้า และทำให้ข้าบรรลุเส้นทางแห่งผู้วิเศษได้อย่างที่เจ้าเคยพูดไว้... เจ้านักบวช"


    ชายลึกลับสวมชุดนักบวชหัวเราะเบาๆ ในลำคอ คล้ายจะย้ำอะไรบางอย่าง


    "ท่านได้รับสิ่งนั้นจากข้าไปแล้ว หากท่านกล้าหาญที่จะใช้มัน โอกาสในการเก้าสู่อาณาจักรแห่งสัมผัส และกลายเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง สำหรับท่านก็เพียงแค่เอื้อมมือคว้าจับ ท่านจะไร้โอกาสผิดพลาด 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' จะปกป้องท่านและชี้นำท่านตลอดเส้นทางแห่งการกลายเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง"


    เมื่อชายลึกลับชุดนักบวชพูดจบ สายตาของติงฉีก็มองจ้องไปที่กล่องสีทองวิจิตรกล่องหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเขา


    ชายลึกลับในชุดนักบวชเดินมาหากล่องสีทองนั้นและเขาก็เปิดมันต่อหน้าติงฉี


    มีโอสถสีทองเม็ดกลมที่มีลวดลายสวยงามปรากฏอยู่ มันดูล้ำค่า แต่... ในโลกใบนี้มีสิ่งใดได้มาง่ายๆ ด้วยเหรอ


    ติงฉีถอนหายใจ เรื่องราวบางอย่างตัวเขารู้ว่าทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกับการติดต่อกับไอ้พวก... ลัทธิจอมปลอม นักบวชนอกรีตหรือสาวกเทพที่บ้าคลั่ง


    "ข้าจะตัดสินใจในไม่ช้า ท่านนักบวชต้าซิน"


    ...


    ณ ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ส่วนของโรงชำเราซึ่งเป็นที่ผ่อนคลายของเหล่าบุรุษ


    อึกอ่า อึกอ่า ในห้องชั้นดีโรงชำเราเสียงชายหญิงร่วมรักดัง หน้าห้องมีชายคนหนึ่งที่ร้อนรนรีบเดินมา เขาทุบประตูพร้อมส่งเสียงดังไม่หยุด


    "หยวนข่าย หยวนข่าย เจ้าต้องออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้"


    "!!!บัดซบ" หยวนข่ายสบถคำดัง เขาลุกจากเตียงอย่างอารมณ์เสียเพราะต้องหยุดกิจชายหญิงอันแสนมีความสุขกลางคัน


    ก่อนจะโยนเสื้อผ้าให้หญิงโสเภณีอย่างไม่สบอารมณ์


    หลิวฉีชายหนุ่มผู้ร้อนรนที่ทุบประตูห้อง เขาเดินเข้าห้องเร็วเมื่อประตูเปิดออกในทันที


    นางโสเภณีรู้ว่าชายที่ร่วมหลับนอนกับนางมีเรื่องสำคัญ นางออกจากห้องเร็ว ในฐานะโสเภณีนางรู้ว่าเรื่องบางอย่างนางไม่ควรเข้าไปร่วมรับรู้อย่างเด็ดขาด


    !ปัง เสียงประตูห้องปิดดัง


    "หยวนข่ายไอ้บัดซบ เจ้าบอกข้าว่าสิ่งที่ให้ข้าทำนั้นมันไม่มีอะไรสำคัญ แค่ให้วัวขนที่ข้าเลี้ยงกินเหรียญทองนั้นลงไป... แต่ตอนนี้ ตอนนี้... เจ้าดูสิ ที่ป้อมปราการตอนนี้เกิดอะไรขึ้น คนป่วยมากมาย แม้แต่พี่น้องของข้า... ทั้งหมด ทั้งหมดเป็นเพราะเหรียญทองเหล่านั้นใช่หรือไม่"


    หลิวฉีเขาคือชายหนุ่มที่เลี้ยงดูวัวขนเพื่อรีดนมในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ในดินแดนแห่งนี้น้ำนมเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยอาหารการกินส่วนใหญ่ไม่ดีนัก ดังนั้นในป้อมปราการและหมู่บ้านทั้งหลาย จึงมีวัวขนที่ทนหนาวเลี้ยงแทบจะทุกที่เพื่อรีดนม และหลิวฉีเด็กหนุ่มอายุประมาณ 18 ถึง 20 ปี เขาคือผู้ทำหน้านี้ที่นี่


    หยวนข่ายมองหลิวฉีราวกับคนโง่


    "หลิวฉีเจ้าคิดว่าในโลกใบนี้มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ข้าได้มอบเงินเหรียญเหล็กไปให้เจ้าห้าร้อยเหรียญเหล็ก มันก็คุ้มกับสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไปแล้ว ส่วนพี่น้องของเจ้า... คิกคิก มันจะสำคัญตรงไหน "


    "แต่... แต่พวกเขากำลังจะตาย" เสียงหลิวฉีสั่น


    หยวนข่ายหัวเราะ เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพูดว่า พี่น้องของเจ้าตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับตัวเจ้าและข้า


    พูดจบหยวนข่ายเดินไปที่กองเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะล้วงอะไรออกมา จากนั้นก็โยนเข้าหาหลิวฉี


    "รับไป"


    ขวดยาสีเลือดถูกโยนเข้าหาหลิวฉี


    "นี่มันคืออะไร" หลิวฉีถามอย่างคนโง่


    "โอกาสสำหรับเจ้าไงล่ะ ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่เหรอว่า จะช่วยเจ้าให้เป็นนักรบที่แท้จริง ขวดยาวิเศษขวดนี้จะช่วยเจ้า 'ก่อร่าง' และสร้างปราณพลังสำเร็จในครั้งแรกได้โดยง่าย จงอย่าไปเชื่อเรื่องพรสวรรค์และจิตนักรบที่ไอ้แก่เหอหมิ่นอะไรนั้นพูด คำสอนของมันว่างเปล่า จริงๆ แล้วการเป็นนักรบไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านั้น สิ่งที่นักรบต้องการคือ 'ยาวิเศษ' ที่ใช้กระตุ้นร่างกาย เหอหมิ่นมันหลอกพวกเรามาโดยตลอด"


    "จริงเหรอ..." หลิวฉีถามอย่างคนโง่อีกครั้ง


    หยวนข่ายไม่ตอบตรงคำถาม แต่เขาบอกให้หลิวฉีมองดูที่ตัวเขา "ดูนี่" หยวนข่ายเปิดขวดยาวิเศษสีเลือดและกระดกดื่ม ทั่วร่างของเขาเส้นเลือดบูดนูน


    ใบหน้ามีความสุขอย่างเลื่อนลอย


    ปราณในตัวเขาให้ความรู้สึกเหมือนจะเดือด


    จากนั้นเขาก็จับเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งขึ้นมาและบีบมันแตกคามือ


    "เห็นหรือไม่ นี่คือความแข็งแกร่งที่ข้าได้มาจากยาวิเศษ"


    หลิวฉีมองขวดยาในมืออย่างไม่เชื่อสายตา


    "เจ้าได้มันมาได้อย่างไร..."


    หยวนข่ายตอนนี้เริ่มไม่สบอารมณ์กับชายหนุ่มเลี้ยงวัวขน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเลือกที่จะอธิบาย


    นี่ไม่ใช่เพราะหยวนข่ายใจดีหรือมีน้ำใจต่อหลิวฉีจริงๆ แต่เป็นเพราะตอนนี้เขาได้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำไปแล้ว เขาต้องการรีบออกไปจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวนี้ทันทีหลังจากทำงานของตัวเองเสร็จ แต่หลังโรคระบาดเริ่มต้น การเข้าออกป้อมปราการทำไม่ได้ง่ายๆ


    และหยวนข่ายไม่ต้องการเป็นผู้ต้องสงสัย เขาอยากให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปอย่างแนบเนียน เช่นนั้นเขาจึงจะจากไป ไม่เช่นนั้นเขาจะถูกไล่ล่า


    ในกระเป๋าของเขามีเงินเหลืออีกราวสี่ร้อยบูลนี่ และนี่เป็นจำนวนเงินที่ทำให้เขานักรบหนึ่งดาบอยู่อย่างสบายๆ ได้หลายปี


    แต่นั้นอยู่บนข้อแม้ว่าตัวเขาต้องมีชีวิตอยู่และได้ใช้เงิน ดังนั้นตอนนี้เขาจำต้องหลอกให้ชายหนุ่มหน้าโง่ ที่ฝันอยากเป็นนักรบและฝึกปราณพลังเชื่อคำพูดเขาซะก่อน


    แต่หลังจากอธิบายอยู่นานหลิวฉีกลับ...