นับแต่วาระนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงทั้งสองก็ดูราวจะไม่ยอมพรากจากกัน งานเทศกาลดังกล่าวจัดขึ้นเป็นเวลาติดต่อกันถึงสามอาทิตย์ มีผู้คนจากเผ่าต่าง ๆ หลั่งไหลกันเข้ามามากมาย ส่วนการต่อสู้เพื่อชิงความเป็นผู้ชนะด้วยอาวุธโบราณนั้นมักจะกำหนดขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายของการจัดงานจูดิธกับฟรายเซส แคทเธอรีน สนุกสนานกับงานเทศกาลในครั้งนี้มากก็จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วเด็กหญิงทั้งสองจะพูดคุย และบอกเล่าให้กันและกันได้รับรู้ในความลับของตนไว้มันเป็นความสัมพันธ์ฉันเพื่อนอันแนบแน่นและสวยงามมาก ฟรานเซส แคทเธอรีน ได้พบใครคนหนึ่งที่พร้อมจะรับฟังในสิ่งที่เธอพูด และจูดิธก็ได้พบใครคนหนึ่งที่อยากจะพูดคุยกับเธออย่างไรก็ตาม เด็กหญิงทั้งสองออกจะสร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองของตนไม่น้อย เมื่อมาถึงเวลานี้ ฟรานเซส แคทเธอรีน เริ่มใช้คำว่า “ชั่วช้า” แทรกไว้ในทุกประโยคที่พูด และจูดิธก็จะใช้คำว่า “น่าสงสาร” บ่อยครั้งขึ้นแล้วก็มาถึงบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ถึงเวลานอนกลางวัน สาวน้อยต่างลุกขึ้นมาตัดผมให้กันและกันอย่างตั้งอกตั้งใจ พอมิลลิเซนท์เห็นสภาพของสองสาวเข้าก็แทบจะเป็นลมด้วยความตกใจ ต้องรีบหาหมวกมาให้สวมเพื่อไม่ให้ผู้คนเห็นทรงผมแบบใหม่นั้นเข้าและเธอก็โมโหเลยไปถึงเฮอร์เบิร์ท เพราะตกลงกันแล้วว่าเขาจะคอยจับตามองเด็กหญิงคู่นี้ไว้ให้ดี และแทนที่เขาจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลับหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง เธอจึงออกคำสั่งให้สามีอุ้มเด็กหญิงทั้งสองข้ามทุ่งกว้างไปยังชะง่อนหิน ให้นั่งอยู่แต่ที่นั่นเพื่อเป็นการลงโทษ จะได้สำนึกในความผิดที่ก่อขึ้นเด็กหญิงทั้งสองต่างใช้ความคิดหนักมาก เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องความผิดที่จะต้องสำนึกเลย ฟรานเซส แคทเธอรีน เกิดความคิดขึ้นมาว่า จูดิธเองก็ควรจะมีชื่อสองชื่อเช่นเดียวกันเพื่อจะได้มีอะไรที่เหมือน ๆ กันเสีย หลังจากที่เลือกอยู่นานและตกลงกันได้ จูดิธก็ได้ชื่อใหม่ว่า “จูดิธ เอลิซาเบธ” และจะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ใดทั้งสิ้น นอกเสียจากผู้ที่ออกคำสั่งจะเรียกชื่อเธอได้อย่างถูกต้องทั้งสองพยางค์นั้นหลังจากนั้นเด็กหญิงทั้งสองก็พรากกันไปหนึ่งปี แต่เมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง ก็ราวกับว่าเพิ่งจะจากกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้เอง ฟรานเซส แคทเธอรีน รีบควักตัวจูดิธออกมาทันที เพราะตอนนี้เจ้าหล่อนไปได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องกำเนิดกุมารมาใหม่แล้วความรู้นั้นก็คือ ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็สามารถมีลูกได้ เจ้าหล่อนมีความมั่นใจในเรื่องนี้อย่างยิ่งเพราะผู้หญิงในสกุลเคิร์คคัลดี้คนหนึ่งเกิดตั้งครรภ์ขึ้นทั้งที่ยังไม่แต่งงาน ผู้หญิงแก่หลายคนในเผ่าต่างเอาก้อนหินขว้างปาหญิงสาวผู้สงสารเมื่อเดินผ่าน ฟรานเซส แคทเธอรีนกระซิบกระซาบเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนรักฟัง แต่พ่อสั่งให้หยุดพูดลงเดี๋ยวนี้“แล้วเขาขว้างก้อนอิฐเข้าใส่ผู้ชายคนที่บ้วนน้ำลายลงในถ้วยนั่นด้วยหรือเปล่าล่ะ” จูดิธถามด้วยความอยากรู้แต่ฟรานเซส แคทเธอรีน สั่นหน้าปฏิเสธ“ไม่หรอก ก็ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ยอมบอกนี่ว่าผู้ชายเป็นใคร”แต่ในความคิดของฟรานเซส แคทเธอรีน นั้นเรื่องนี้ดูจะพิสูจน์ได้ง่ายมาก เธอบอกกับเพื่อนรักว่า ถ้าผู้หญิงสาวคนไหนก็ตาม ดื่มไวน์จากถ้วยที่ผู้ชายดื่มอยู่ละก้อ รับรองได้ว่าจะต้องมีลูกอยู่ในท้องหลังจากนั้นสาวน้อยก็บังคับเพื่อนรักให้สัญญาว่าจะไม่ดื่มไวน์จากถ้วยของผู้ชายคนไหนเด็ดขาด ซึ่งจูดิธก็บังคับให้ฟรานเซส แคทเธอรีน ให้สัญญาแบบเดียวกันวันเวลาที่ผ่านไปดูจะพร่าเลือนในความทรงจำของจูดิธ ความเป็นศัตรูคู่อาฆาตระหว่างอังกฤษกับสกอตแลนด์ไม่เคยผ่านเข้ามาในดวงความคิดของเธอเลย ครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งยังเด็ก เธอเคยได้รับรู้ว่าทั้งแม่และลุงเทเคลต่างเกลียดชังชาวสก๊อตต์ยิ่งนัก แต่เธอก็เชื่อว่าที่บุคคลทั้งสองมีความรู้สึกเช่นนั้น ก็เพราะไม่ได้รู้จักชาวสก๊อตต์อย่างลึกซึ้งนั่งเองความไม่รู้จริงทำให้มองโลกในแง่ร้ายจริงหรือไม่...อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่ลุงเฮอร์เบิร์ทเคยกล่าวไว้และจูดิธก็เชื่อในทุกอย่างที่ลุงพูด เพราะลุงเป็นคนใจดีมีเมตตา เป็นคนแก่ที่น่ารัก และเมื่อจูดิธแสดงความคิดเห็นว่าการที่แม่กับลุงเทเคลมีความอคติต่อชาวสก๊อตทั้งหลายเป็นเพราะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมชาติกับชาวสก๊อตต์นั่นเอง จึบมิได้รู้จักนิสัยใจคอของพวกเขาอย่างแท้จริงเมื่อเธอพูดจบ ลุงเฮอร์เบิร์ทก็โน้มตัวเข้ามาจูบลงตรงหน้าผากแล้วก็บอกว่า ความคิดเห็นของเธอนั้นน่าจะถูกต้องตรงต่อความจริงแต่จูดิธสามารถอ่านความหมายที่แฝงอยู่ในดวงตาสลดเศร้าค่านั้นได้ เธอรู้ว่าการที่ลุงเฮอร์เบิร์ทพูดเช่นนั้นก็เพียงเพราะอยากจะเอาใจพร้อมกับปกป้องเธอไว้ด้วยเท่านั้น เขาไม่ต้องการให้เธอต้องตกเป็นทาสความอคติของสตรีผู้เป็นมารดาเมื่อเธออายุสิบเอ็ดขวบ และได้เดินทางไปยังพรมแดนอันเป็นที่จัดงานเทศกาลประจำปีอีกครั้ง จูดิธจึงได้รู้ในเหตุผลที่มารดาของเธอชิงชังชาวสก๊อตต์เพราะนางได้แต่งงานกับชาวสก๊อตต์คนหนึ่งมาแล้ว...
สกอตแลนด์, 1200ยามที่เอียน เมทแลนด์ โกรธนั้นเขาจะเป็นยิ่งกว่าสัตว์ร้าย...และขณะนี้เขาก็กำลังอยู่ในอารมณ์นั้น ความเคืองขุ่นได้เข้าครอบงำจิตใจนับแต่นาทีที่แพทริคผู้เป็นน้องชายได้เล่าให้ฟังถึงคำมั่นสัญญาที่ได้ตกปากรับคำกับฟรานเซส แคทเธอรีน ผู้เป็นภรรยาไว้ถ้าแพทริคต้องการจะสร้างความแปลกประหลาดให้เกิดขึ้นกับพี่ชาย บัดนี้เขาก็บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว คำอธิบายของเขาทำให้เอียนถึงกับนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออกแต่อาการดังกล่าวนั้นปรากฏอยู่เพียงครู่ และความโกรธเคืองก็เข้าครอบงำ โดยความเป็นจริงแล้ว คำมั่นสัญญาที่แพทริคให้ไว้กับภรรยาของเขา มิได้สร้างความขุ่นเคืองให้เกิดขึ้นกับเอียนมากเท่ากับการที่แพทริคได้ขอให้มีการเรียกประชุมสภาการปกครองเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้อันที่จริง เอียนสามารถจะยับยั้งแพทริคไม่ให้รบกวนผู้อาวุโส ซึ่งเป็นกรรมการสภาในปัญหาภายในของครอบครัวได้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากเขาต้องเดินทางออกจากปราสาทเพื่อจัดการกับอันธพาลเผ่ามาคลีนที่ดักปล้น และทำร้ายนักรบในเผ่าของเขา จนถึงแก่ความตายไปสามคน เมื่อเขาเดินทางกลับมาพร้อมด้วยชัยชนะ ปรากฏว่าได้เกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้วอันที่จริงเขาน่าจะปล่อยให้แพทริคจัดการกับเรื่องยุ่งยากที่สร้างขึ้นมาเองนั้นได้ เพื่อจะได้หลาบจำกับการทำอะไรลงไปโดยไม่ยั้งคิดเสียบ้าง แต่เนื่องจากเอียนเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทายาทที่จะสืบทอดความเป็นหัวหน้าเผ่าต่อไป เขาย่อมจะถือว่าปัญหานี้เป็นปัญหาส่วนตัวมิได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเข้าไปนั่งในที่ประชุมในฐานะที่ปรึกษาของสภาฯ อีกโสดหนึ่งด้วยเขาไม่ต้องการเผชิญหน้ากับปัญหาแบบนี้เลย ไม่ต้องการเป็นที่ปรึกษาของสภาฯ ขณะตัดสินในเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวเช่นนี้ หน้าที่ของเขาควรจะได้ยืนเคียงข้างน้องชาย ไม่ว่าท่านผู้อาวุโสทั้งหลายจะมีความคิดเห็นในทางลบอย่างไร และประการสำคัญเขาเป็นคนที่มีความจงรักภักดีต่อครอบครัวมาก เขาย่อมจะยอมให้แพทริคถูกลงโทษ เพราะคำมั่นสัญญาโง่เขลานั้นไม่ได้เอียนมีความรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในฐานะลำบากใจอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างไรเขาก็พร้อมแล้วที่จะช่วยน้องชายอย่างเต็มที่ แม้มันจะหมายถึงว่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นก็ตามแต่เอียนไม่ได้เล่าถึงการตัดสินใจในครั้งนี้ให้น้องชายฟัง เขาอยากจะเห็นแพทริคทุกข์ใจกับการกระทำอันโง่เขลาของตนเองอย่างน้อยก็อีกระยะหนึ่ง ถ้าการตัดสินใจในครั้งนี้ออกมาในทางลบ บางทีมันอาจจะช่วยให้แพทริคเรียนรู้บ้าง ว่าการทำอะไรอย่างใจเร็วด่วนได้นั้นเป็นอย่างไรขณะนี้สภาฯ การปกครองที่ประกอบด้วยสมาชิกอาวุโสห้าคนได้เข้าไปรวมตัวกันอยู่ในห้องโถงกลางของตัวปราสาท รอเวลาที่เอียนจะเสร็จสิ้นภารกิจอละเข้ามาสมทบด้วย