สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 บทที่ 226 ยังมีเหตุผลอื่นไหม?

        สิบก้าวฆ่าหนึ่ง หนึ่งพันเมตรไม่มีเหลือ

        ซุนเฟยก้าวไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว แม้จะเป็นการกระทำที่เรียบง่าย ทว่าบนร่างของเขากลับระเบิดพลังที่น่าเกรงขามออกมาประหนึ่งเขื่อนแตก ราวกับมีภูเขายักษ์กดทับลงมา ทำให้ทหารรับจ้างดาบโลหิตที่โชคดีรอดจากบอลไฟมาได้ ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้วเมื่อเจอกับแรงกดดันมหาศาลนี้เข้า ก็ทำให้ร่างของพวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่

        ส่วนใหญ่แล้วทหารรับจ้างที่คุกเข่าอยู่บนพื้นต่างเป็นนักรบระดับหนึ่งดาวขึ้นไป แต่ความแข็งแกร่งของซุนเฟยในโหมดคนเถื่อนเทียบเท่ากับนักระดับหกดาว หัวเข่ากระแทกกับพื้นเสียงดังจนแตกละเอียด ร่างของพวกเขาสั่นระริกราวกับลูกเจี๊ยบบังเอิญเจอเสือ

        ยิ่งซุนเฟยเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไร พวกเขาก็ได้ยินเสียงเหมือนลูกโป่งแตกดังขึ้นมากเท่านั้น นอกจากหัวหน้าแฮร์รี่ ชายที่ถือค้อนยักษ์แปดเหลี่ยมแล้ว คนอื่นต่างถูกแรงกดดันที่มองไม่เห็นกดทับร่างเอาไว้ แม้แต่เสียงโหยหวนก็ไม่ทันจะได้ร้องออกมาสักคำ ก็ถูกแรงกดดันมหาศาลกดทับจนกลายเป็นโคลนเนื้อ

        พลังที่ทรงอำนาจเช่นนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกอกสั่นขวัญหายไปตามๆกัน

        คนทั้งภายในและภายนอกค่ายต่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พวกเขารู้สึกหวาดกลัวมากจนหน้าซีดเซียว ดวงตาแต่ละคนเบิกกว้างขึ้น ปากก็อ้าค้าง ร่างกายพลันรู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่าง ตอนนี้พวกเขาเห็นซุนเฟยไม่ต่างอะไรกับมัจจุราชหรือราชาแห่งภูตผีปีศาจ

        ระดับของคนเถื่อนที่สูงขึ้น บวกกับประสบการณ์ในการต่อสู้กับยอดฝีมือ ทำให้ซุนเฟยสามารถควบคุมพลังของคนเถื่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตลอดทางที่เขาเดินผ่าน ซุนเฟยได้ควบคุมพลังของตัวเองไม่ให้ไปส่งผลกระทบกับร่างกายของฝ่ายไบแซนไทน์ นอกจากตัวแฮร์รี่ที่ถือค้อนคู่ยักษ์แล้ว คนอื่นๆไม่มีค่าอะไรให้ซุนเฟยต้องลงมือ อันที่จริงแล้วในค่ายทหารแห่งนี้ไม่ใครคู่ควรที่จะให้ซุนเฟยต้องลงมือเองเสียด้วยซ้ำ

        “เจ้า...เจ้าเป็นใคร?” แฮร์รี่ตวาดออกมาเสียงดังในขณะที่โคจรคลื่นพลังในร่างของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง หากเขาไม่โคจรคลื่นพลังไว้ เกรงว่าแรงจะยืนก็คงไม่มี เขาตะเบ็งเสียงออกมาทั้งๆที่หน้าของตัวเองซีดลงด้วยความกลัว “พวกข้าคือคนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต เจ้าจะใจกล้าเกินไปแล้ว ไม่รู้จักที่ตายหรือไง ถึงได้กล้าลงมือกับพวกข้า?”

        “ก็แค่ฆ่าคนชั่ว!” ซุนเฟยหัวเราะอย่างเย็นชา เดิมทีก็ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องไร้สาระกับคนพวกนี้ เขาปล่อยหมัดตรงออกไป

        แฮร์รี่ยังคิดที่จะใช้ค้อนยักษ์เข้าต่อต้าน เขาเหวี่ยงค้อนในมือทุบลงไปที่หัวของซุนเฟย

        แต่วินาทีต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงดังปึง! ตามมาด้วยแผ่นเหล็กสีดำลอยละลิ่วเต็มท้องฟ้า ค้อนยักษ์สีดำที่ไร้เทียมทานเมื่อวันวาน ตอนนี้ได้กลายเป็นเศษเหล็กบางๆที่แสนเปราะบาง ค้อนยักษ์ถูกทำลายด้วยหมัดของซุนเฟย ขณะเดียวกันก็ยังทำลายแขนทั้งสองข้างของแฮร์รี่ พลังมหาศาลที่โจมตีเข้ามายังร่างกายตรงๆทำให้จอมวายร้ายที่เพิ่งข่มขู่ราชาแห่งไบแซนไทน์เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนลอยละลิ่วปลิวออกไปไกล หยดเลือดสีแดงชโลมเกล็ดน้ำแข็งที่ตกลงมาจากท้องฟ้าให้กลายเป็นสีแดง กระดูกของเขาหักในชั่วพริบตา

        ตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบวินาทีเท่านั้น ตั้งแต่ควบคุมลูกกระจ๊อกของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตให้อยู่กับที่เพื่อจะสังหารพวกมันทั้งหมด โดยที่ไม่มีใครเหลือรอดไปได้สักราย ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายห่างชั้นกันมากเกินไป

        หยดเลือดไม่แม้แต่จะกระเด็นโดนร่างของซุนเฟย เขายืนนิ่งๆอยู่กับที่โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ดวงตาดุจคมมีดกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์

        “เจ้า...เจ้าเป็นใคร?” เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของมัจจุราชตรงหน้ากำลังจับจ้องมา ราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ก็ไม่ลังเลที่จะดึงร่างบอบบางของอิซาเบลล่ามาอยู่ด้านหลังตน ราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองแล้วถามซุนเฟยออกมาเสียงดัง

        ซุนเฟยก้มหน้า ครุ่นคิดบางอย่างไม่ยอมตอบคำถาม

        บรรยากาศก็พลันเงียบไปชั่วขณะ

        ทุกคนทั้งในและนอกค่ายทหาร หรือแม้กระทั่งฝูงชนที่ยืนดูอยู่ห่างๆต่างก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว กระทั่งหายใจเสียงดังก็ไม่กล้า พวกเขากลัวว่าถ้าส่งเสียงดังออกไปเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้มัจจุราชผู้แข็งแกร่งคนนั้นพุ่งเข้ามาบดขยี้เขาให้กลายเป็นโคลนเนื้ออย่างแน่นอน

        ราวกับว่าทั้งสวรรค์และพื้นพิภพถูกหยุดเวลาไว้

        ทันใดนั้นเองซุนเฟยก็เงยหน้าขึ้นมา

        ก่อนจะยื่นมือออกไป พลังมหาศาลที่มองไม่เห็นก็ยึดร่างของราชาไบแซนไทน์เอาไว้ จากนั้นร่างของเขาก็ถูกดึงเข้ามาหา แม้ว่าราชาไบแซนไทน์จะพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่อาจหลบหนีไปจากอำนาจที่มองไม่เห็นนี้ได้ ทันใดนั้นก็มีของเหลวสีเขียวขนาดหยดหมึกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแปลกๆผุดออกมาจากฝ่ามือของซุนเฟย ก่อนจะไหลเข้าไปในปากของราชาไบแซนไทน์

        “อ๊าก...เจ็บ...เจ็บ...เจ้าทำอะไรข้า? ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว!” ไม่ช้า ร่างของราชาไบแซนไทน์ก็เริ่มสั่นเทิ้มขึ้นมา เขาพยายามดิ้นรนต่อสู้กับความเจ็บปวดที่รุมเร้าในร่างของเขา

        “ปล่อยฝ่าบาทนะ...ไม่! ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!เจ้าคิดจะทำอะไร? เจ้าคนชั่ว!!!”

        ใบหน้าขาวผ่องของอิซาเบลล่าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นชายคนรักของนางถูกมัจจุราชในชุดคลุมสีดำบังคับให้กลืนยาพิษสีเขียวเข้มเข้าไป เสียงกรีดร้องของเขาทำให้นางหวาดกลัวจับใจ นางพยายามเข้ามาช่วยคนรักของนาง

        แต่ด้วยความของอ่อนแอของนาง ทำให้นางไม่สามารถเข้าใกล้ราชาไบแซนไทน์ได้ แค่เดินเข้ามาใกล้ก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นผลักออกไป

        “นังผู้หญิงโสโครก เจ้าคิดจะทำอะไร?อยากให้นายท่านคนนี้โมโหขึ้นมาหรือไง คิดจะสร้างความฉิบหายให้แก่อาณาจักรไบแซนไทน์อย่างนั้นหรือ?”เลขานุการร่างอ้วนตวาดออกมา เขาทั้งกลัวทั้งตกใจ มันเปลี่ยนสีหน้าเป็นประจบสอพลอทันควัน ดูไม่ต่างกับโอเลเกร์ในยามที่เป็นภูติตูดม้าเลยสักนิด ชายวัยกลางคนยิ้มแหยๆไปให้ซุนเฟย พลางกระโดดโลดเต้นแล้วตะโกนสั่งการว่า “มานี่เร็วเข้า! รีบจับนังผู้หญิงโสโครกไปเสีย อย่าได้ให้มันไปรบกวนนายท่านคนนี้”

        เหล่าผู้คุ้มกันสองสามคนที่จงรักภักดีต่อไอค์ก็รีบวิ่งเข้ามาลากอิซาเบลล่าไปยังด้านหลัง

        ราชาไบแซนไทน์ที่ถูกควบคุมด้วยพลังที่มองไม่เห็นกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ยิ่งนานก็ยิ่งดัง ผิวนอกร่มผ้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มน่ากลัว ดูเหมือนกำลังจะกลายพันธุ์เป็นปีศาจที่น่าเกลียดน่ากลัว เส้นโลหิตสีดำปูดโปนขึ้นมา แม้แต่หลอดเลือดก็ยังนูนออกมาอย่างชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด ส่งเสียงแหกปากร้องคร่ำครวญอย่างทรมานออกมาไม่หยุด เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ

        ฉากที่น่ากลัวตรงหน้าทำให้ผู้คนรอบข้างเงียบเป็นเป่าสาก

        พวกเขามองไปยังราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ที่กำลังแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา เพียงเท่านี้ก็พอจะจินตนาการได้แล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องอดทนแบกรับความเจ็บปวดมากมายขนาดไหน บางคนมองมาที่ซุนเฟยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป นอกจากความกลัวแล้ว พวกเขายังมองซุนเฟยไม่ต่างอะไรกับปีศาจร้ายจากนรก

        บางคนก็รู้สึกดีใจ

        พวกเขารู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีที่คนที่ถูกเลือกโดยปีศาจชุดคลุมสีดำคนนั้นไม่ใช่ตัวเอง หากตกไปอยู่ในเงื้อมมือปีศาจตรงหน้า พวกเขายอมกัดลิ้นตายดีกว่าต้องทนรับความเจ็บปวดแบบนี้ สายตาที่มองไปยังราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์เต็มไปด้วยความรู้สึกสงสาร

        แต่ตอนนี้เอง เหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น

        ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไรที่แสงสีเขียวๆบนร่างของราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์เริ่มจางลง สีหน้าของเขาดูเหมือนจะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป เส้นโลหิตสีดำและหลอดเลือดที่นูนขึ้นมาจากผิวหนังก็ค่อยๆยุบลง ใบหน้าเริ่มกลับมาเป็นปกติ ไม่แสดงสีหน้าบิดเบี้ยวอีกต่อไป

        ห้าหกนาทีผ่านไป

        ทุกคนก็พบว่าแสงสว่างสีเขียวๆ ที่คลอบคลุมร่างของราชาไบแซนไทน์สลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้สักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งร่างของเขาเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อที่ไหลโทรมกายจากการดิ้นรนและไอร้อนๆที่ไหลออกมาจากร่างของเขา บางทีทุกคนคงหลงคิดไปว่าฉากเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอาจจะเป็นเพียงภาพลวงตาก็ได้

        ตุบ!

        ซุนเฟยสะบัดมือเบาๆ พลังที่ควบคุมร่างของราชาไบแซนไทน์ก็หายไป ก่อนจะหล่นลงมาบนพื้นอย่างรุนแรง

        “ฝ่าบาท...ฝ่าบาทไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ฮือ ฝ่าบาท ท่านบาดเจ็บตรงไหนบ้างเจ้าคะ ฮึก ดีเหลือเกิน ข้ากลัวแทบตาย...” อิซาเบลล่าไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงสามารถสะบัดตัวหลุดจากการจับกุมของพวกผู้คุ้มกันได้ นางพุ่งเข้าไปประคองร่างของราชาไบแซนไทน์ขึ้นมาพลางร้องไห้ออกมา ทั้งตกใจทั้งดีใจ จากนั้นก็คุกเข่าลงตรงหน้าซุนเฟยพลางอ้อนวอนทั้งน้ำตา“ได้โปรด ได้โปรดเถอะท่าน อย่า อย่าทำร้ายเขา อย่า...”

        น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความร้าวรานใจกับน้ำตาที่ไหลพรากไม่หยุดทำให้คนฟังรู้สึกโศกเศร้า

        “เอ๋...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า?ข้า...พลังนี่...ร่างของข้าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง!”

        ทันใดนั้น เสียงร้องอย่างตื่นตกใจก็ดังขึ้น ราชาไบแซนไทน์มองสองมือของตัวเองตาค้าง เขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างของเขาประหนึ่งแม่น้ำขนาดใหญ่ ในใจก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เขาตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะกำหมัดตัวเองแน่นแล้วชกลงไปบนพื้นดินตูม!พื้นดินแข็งๆ ถูกต่อยจนยุบลงไปหลายนิ้ว พร้อมๆ กับลายปริแตกของพื้นที่กระจายออกมาเหมือนใยแมงมุม

        วินาทีต่อมา ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างอ้าปากค้างจนน้ำลายแทบไหล

        นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

        ทำไมถึงเป็นแบบนี้เล่า?

        ปาฎิหาริย์!

        นี่มันปาฎิหาริย์!

        ความแข็งแกร่งของราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์เพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ดูจากความแข็งแกร่งของหมัดนี้ อย่างน้อยๆก็น่าจะระดับสองดาว ก่อนหน้านื้เขายังเป็นเพียงนักรบระดับหนึ่งดาวระยะต้นเท่านั้นเอง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? บางคนที่หัวไวก็รีบเบนสายตาไปยังร่างที่สวมชุดคลุมสีดำที่ยืนอย่างเงียบๆทันที เรื่องมหัศจรรย์แบบนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ ก็เจ็ดแปดส่วน สายตาของพวกเขาพลันเร่าร้อนขึ้นมาทันที

        “นี่...” หลังจากราชาไบแซนไทน์ชะงักไปชั่วครู่ ไม่ช้าเขาเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆก่อนจะมาหยุดอยู่ข้างๆ สาวคนรักและคุกเข่าลงข้างๆ นางเพื่อแสดงความขอบคุณกับบุรุษชุดคลุมสีดำตรงหน้า ทว่าเขากลับไม่สามารถคุกเข่าลงได้เนื่องจากมีพลังที่มองไม่เห็นหยุดการกระทำของเขาไว้

        “สถานะของเจ้าและข้าต่างเท่าเทียมกัน เจ้าเป็นราชาดังนั้นจะคุกเข่าให้ข้าไม่ได้”ซุนเฟยพูดออกมา

        “นี่...ข้าขอบคุณท่านมากจริงๆ ข้า...”ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ไม่อาจเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดได้ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี ชายตรงหน้าเป็นคนดี เขาไม่เพียงช่วยสังหารคนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่เขาอีกด้วย และยังทำให้คนอื่นเกือบจะเข้าใจเขาผิดอีกตะหาก

        “ท่าน ได้โปรดยกโทษให้กับการกระทำอันไร้มารยาทของอิซาเบลล่าด้วยเถอะ ข้าไม่รู้ว่าที่แท้ท่าน...”สาวน้อยตรงหน้ายิ้มออกมา ใบหน้านวลเริ่มหยุดร้องไห้ สายตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและละอายใจ นางย่อกายแสดงความขอโทษให้แก่ซุนเฟยอย่างสุภาพ

        ซุนเฟยหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหน้าไปหาราชาไบแซนไทน์แล้วถามออกมาว่า“ในตอนที่เจ้ากำลังเจ็บเจียนตาย เจ้าสามารถเลือกที่จะกัดลิ้นตายเพื่อให้พ้นจากความเจ็บปวดพวกนั้นได้ แต่ทำไมเจ้าถึงยืนหยัดที่จะทนต่อไปเล่า?”

        “เพราะอาณาจักรไบแซนไทน์ต้องการข้า และข้าก็ไม่อาจทอดทิ้งประชาชนของข้าได้...”

        ซุนเฟยส่ายหัวและขัดจังหวะคำตอบของเขาจากนั้นก็จ้องไปที่ดวงตาของเขาอย่างจริงจังและถามอีกครั้งว่า“นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วยังมีเหตุผลอื่นหรือไม่?”

        “ข้า...” ราชาไบแซนไทน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะผงกหัวลงแล้วกำหมัดของตัวเองแน่น“ข้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อปกป้องอิซาเบลล่า นางไม่อาจอยู่คนเดียวได้โดยที่ไม่มีข้า!”

        ซุนเฟยยิ้มออกมา

        ------------------------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

นิยาย แฟนตาซี
81K 280
ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
873K 2049
ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.91M 3613
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
จอมกระบี่กบฏสวรรค์

จอมกระบี่กบฏสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
5.35M 1277
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
481K 312