“ใครเป็คนทำร้ายเธอ” เหลิ่งจั้นนึกอยากทุบหมอนั่นสักป้าบ
“ไม่เป็ไร ฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ชนะฉันหรอก”ไป๋รั่วเสวี่ยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าให้แห้งอย่างอายๆ
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“ฉันกำลังจะไปฝึกภาคปฏิบัติที่ฟาร์มทดลองของมหาลัยวิทยาลัยน่ะ”
“มีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้นหรือ”เหลิ่งจั้นมองทะลุถึงต้นสายปลายเหตุ แต่เธอคนนี้เป็คนเข้าสังคมเป็นี่นาทั้งยังดูไม่น่าตกเป็เบี้ยล่างอีกด้วย
ไป๋รั่วเสวี่ยก้มหน้าไม่พูดอะไร เธอรู้สึกค่อนข้างอับอาย
“ฉันไปส่งเธอเอง” เหลิ่งจั้นดึงเธอขึ้นรถ
บนรถบัสของมหาลัยวิทยาลัย
“นายทำแบบนี้กับเพื่อนนักเรียนหญิงมันเกินไปนะ”หัวหน้าห้องอดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบา
“นายต้องเข้าใจสิ เธอเป็คนเริ่มก่อน”เฉิงเฉิงพูด ในใจรู้ดีว่าที่ตีกันเมื่อครู่ตัวเองเป็ฝ่ายเสียเปรียบไป๋รั่วเสวี่ยออกหมัดได้ทั้งแรง เร็วและแม่นยำบริเวณที่ต่อยโดนก็ทำเขาเจ็บเจียนตายจนแสดงฝีมือไม่ออกแต่ตัวเขากลับต่อยเฉียดหน้าอีกฝ่ายได้แค่หนึ่งหมัดเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกฝ่ายสามารถสกัดไว้ได้ทั้งหมดผู้หญิงคนนี้ฝีมือร้ายกาจมาก คราวหน้าคราวหลังจะต้องไม่ไปยั่วโมโหเธออีก
“เพราะนายไปยั่วโมโหเธอก่อนไงล่ะ วันนี้นายทำเกินไปหน่อยนะ”เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งพูดติง
“อะไรกัน หรือว่านายเห็นว่าเธอสวยเลยเกิดหวั่นไหวขึ้นมานายต้องเข้าใจนะว่าเธอเป็คนวางแผนให้แฟนของตัวเองขึ้นเตียงกับลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงประเภทนี้นายยังจะกล้าเอาอีกรึ” เฉิงเฉิงพูด
“เฉิงเฉิงนายพูดแบบนั้นได้ยังไงตอนนี้ไป๋รั่วเสวี่ยเป็เพื่อนนักเรียนของพวกเรานะหยางหลิ่วคนนั้นเป็เพื่อนนักเรียนของนาย รั่วเสวี่ยเองก็ด้วยนายจะรังแกเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งเพื่อช่วยเพื่อนนักเรียนอีกคนหนึ่งไม่ได้นะ”หัวหน้าห้องต่อว่า
“เธอนับเป็เพื่อนนักเรียนเสียที่ไหนกันเพื่อนนักเรียนประเภทนี้ฉันไม่อยากได้หรอก” เฉิงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเ็านั่งลงบนที่นั่งและอดทนกับอาการเ็ป
รถจี๊ปทหารคันหนึ่งแล่นเข้ามาในฟาร์มทดลองของมหาลัยวิทยาลัยเพื่อนนักเรียนทุกคนต่างหันไปมอง เมื่อเห็นไป๋รั่วเสวี่ยที่ก้าวลงมาจากรถทุกคนต่างก็จ้องเป็ตาเดียวกัน
“ไป๋รั่วเสวี่ยไปอยู่กับทหารนายนั้นได้ยังไง”
“ดาวหนึ่งดวง เป็พลตรีล่ะ”
“เฮอะมิน่าเธอถึงวางแผนสลัดแฟนหนุ่มทิ้ง ที่แท้ก็เพราะไต่กิ่งสูง[1]ไปแล้วนี่เอง” เฉิงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงร้ายกาจ
ไม่มีใครตอบสนองต่อคำพูดนั้นของเขา
“พลตรีเหลิ่งคุณมาที่นี่ได้ยังไงกันครับ” อาจารย์สวีผู้รับผิดชอบฟาร์มทดลองเดินมาหา
“เมื่อครู่ตอนขับรถอยู่เจอนักเรียนคนหนึ่งของคุณที่ข้างทางก็เลยพามาส่ง”
“ทำไมเธอถึงไม่ได้มากับรถล่ะ” อาจารย์สวีถามไป๋รั่วเสวี่ย
“ฝีมือร้ายกาจดีนี่ แต่หมัดของลูกผู้ชายไม่ได้มีไว้รังแกผู้หญิงหรอกนะ”เหลิ่งจั้นมองพริบตาเดียวก็รู้ว่าเป็เฉิงเฉิงที่ทะเลาะกับไป๋รั่วเสวี่ยแต่ก็ดูออกอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ฝ่ายที่ได้เปรียบแต่กลับเป็ฝ่ายเสียเปรียบอย่างมากต่างหาก
“เกิดอะไรขึ้น” มีนักเรียนตีกันนับเป็เื่ใหญ่อาจารย์สวีรีบถาม
“เธอเป็คนเริ่มก่อนครับ” เฉิงเฉิงที่บัดนี้ใบหน้าเริ่มช้ำ และบวมมาก ชีไปทางไป๋รั่วเสวี่ย
“เธอเป็ผู้ชายถ้าไม่ใช่เพราะเธอทำเื่อะไรให้รู้สึกเกลียด มีรึที่ผู้หญิงเขาจะอยากตีกับเธอ”อาจารย์สวีพูดอย่างจริงจัง
“อาจารย์สวี ผมพาคนมาส่งแล้ว อนุญาตให้ผมพูดอะไรสักประโยคเถอะสอนนักเรียนไม่เพียงแต่ต้องสอนความรู้ทางวิชาชีพแต่ยังต้องสอนพวกเขาให้เป็คนมีคุณธรรมด้วยนะครับ”
“ครับ ครับ ต่อไปนี้ผมจะใส่ใจสอนเื่คุณธรรมแน่นอน”อาจารย์สวีเอ่ยรับประกัน
“ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนการเรียนการสอนของพวกคุณแล้วดีกว่าครับ”เมื่อเหลิ่งจั้นพูดจบก็มองไป๋รั่วเสวี่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะขึ้นรถจากไป
หลังจากที่ไป๋รั่วเสวี่ยเรียนภาคปฏิบัติเสร็จก็ให้คนขับรถของที่บ้านมารับกลับบ้าน
หยางหลิ่วกับไป๋หรูอวี้เล่นงานเธอแบบนี้เธอปล่อยผ่านไปเฉยๆ ทั้งอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อโจวหยางที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จได้รับสายจากไป๋รั่วเสวี่ยก็รู้สึกดีใจมาก “รั่วเสวี่ย ในที่สุดเธอก็นึกโทรหาฉันสักที”
“นัดพวกเขาออกมาที” ไป๋รั่วเสวี่ยหมายถึงเพื่อนสมัยมัธยมปลายที่มาร่วมงานวันเกิดของเธอครั้งก่อนฐานะทางบ้านของพวกเขาใกล้เคียงกัน พ่อแม่ก็ติดต่อธุรกิจร่วมกัน ทั้งยังเป็เพื่อนร่วมชั้นกันมาั้แ่เด็กถึงจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันคนละแห่ง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งห้าคนก็ยังแน่นแฟ้นมาก
“ได้เลยครับผม” โจวหยางสะบัดผ้าเช็ดตัวทิ้งแล้วโทรหาสี่คนที่เหลือ
“เธอบอกว่าหยางหลิ่วคนนั้นไปหาเธอถึงที่มหาลัยวิทยาลัยรึ”โจวหยางกับคนอื่นๆ มองสบตากันอย่างไม่อยากจะเชื่อไอ้ผู้ชายคนนั้นจะหน้าด้านเกินไปแล้ว
“เธอไปได้แผลบนหน้ามายังไง” โจวหยางสังเกตเห็นรอยช้ำสีเขียวบนหน้าไป๋รั่วเสวี่ยและยื่นมือออกไปัั
ไป๋รั่วเสวี่ยเบี่ยงตัวหลบก่อนพูดว่า “ตีกับคนมา ไม่ทันระวังเลยโดนมานิดหน่อย ไม่ได้เป็อะไรมากหรอก” แผลแค่เล็กน้อยเช่นนี้ ไป๋รั่วเสวี่ยไม่เก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว
“เธอเปลี่ยนไปมากนะรั่วเสวี่ย”ทั้งสี่คนพากันพูด เมื่อก่อนนั้นแม้ไป๋รั่วเสวี่ยจะมีฝีมือการต่อสู้ที่ดีขนาดไหนก็ตามแต่เธอก็ยังคงมีความอ่อนแอบอบบางให้เห็นอยู่ดี เธอไม่กลัวถ้าร่างกายจะมีาแ แต่หากแผลนั้นปรากฏขึ้นบนหน้าละก็จะถือเป็เื่ใหญ่มากเลยทีเดียว
“ตรงไหน” หัวใจของไป๋รั่วเสวี่ยกระตุกวูบขึ้นเล็กน้อยหรือว่าพวกเขาจะดูออก
“ก็แค่ผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่งเองรั่วเสวี่ยเห็นเธอเหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคนแบบนี้แล้วรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเลย เธอมีพวกเรานะเื่ที่ไหนที่จัดการไม่ได้ก็ยังมีพวกเราคอยออกหน้าจัดการให้อยู่นะ” โจวหยางพูดพลางตบอกตัวเอง
“ใช่แล้ว เธอมีพวกเรานะ ถ้าเื่ไหนที่เธอรู้สึกว่าไม่โอเคก็ร้องไห้ออกมาเลยอย่าลังเล ถ้าไหล่ของโจวหยางไม่พอก็ยังมีไหล่ของพวกเราอีกสองคนนะ” หลี่เลี่ยและคนที่เหลือยักคิ้วหลิ่วตาให้โจวหยาง
พวกเขาสี่คนต่างก็มีใจให้ไป๋รั่วเสวี่ย แต่หลังจากแข่งกันเป็การส่วนตัวและได้โจวหยางเป็ผู้ชนะแล้วพวกเขาสามคนจึงได้แต่ถอยออกมา
“รั่วเสวี่ยเธอวางใจได้ ฉันจะช่วยเธอจัดการเื่หยางหลิ่วอย่างดีที่สุดแน่นอน”โจวหยางตบอกที่ไม่ค่อยจะแข็งแกร่งของตัวเอง เอ่ยสาบานขึ้นในใจเงียบๆว่าครั้งนี้จะต้องแสดงผลงานให้ดี ไม่ทำให้รั่วเสวี่ยต้องผิดหวังให้ได้
“ขอบใจพวกนายมากอย่าลืมฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ล่ะ เพราะหลังจากนี้จะต้องได้ใช้แน่นอน” ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยเตือน
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของหยางหลิ่วกับไป๋หรูอวี้ได้รับผลกระทบเล็กน้อยเท่านั้นแต่ทั้งสองคนเป็ใครกันล่ะ คนหนังหน้าหนา ใจดำและมีลูกเล่นแพรวพราวเช่นนั้นไม่ทันไรก็สามารถเปลี่ยนดำเป็ขาวจนทุกคนต่างก็เชื่อว่า ทั้งสองคนเป็ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกไป๋รั่วเสวี่ยวางแผนใส่ร้าย
แฮกเกอร์แฮ็กเข้ากระดานสนทนาบนอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยBโดยบนกระดานสนทนาทุกห้องล้วนมีภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลัง***กัน เมื่อผ่านการวินิจฉัยจากคนทั้งมหาวิทยาลัยแล้วก็เกิดเป็เื่อึกทึกครึกโครมขึ้นในมหาวิทยาลัยทันทีเพราะชายหญิงในรูปก็คือหยางหลิ่วกับไป๋หรูอวี้แห่งสภานักเรียนนั่นเอง
หยางหลิ่วกับไป๋หรูอวี้ไปหาคนมากมายเพื่อขอให้ช่วยลบโพสต์เ่าั้แต่ก็ไร้ผล สุดท้ายทางมหาวิทยาลัยจึงต้องปิดกระดานสนทนาลง
เที่ยงวันนั้น บรรดานักศึกษาที่กินข้าวเที่ยงเสร็จต่างก็เตรียมตัวกลับหอพักจู่ๆ ก็มีรถหรูอาวดี้เอกซ์เท็นแล่นเข้ามาในมหาวิทยาลัย B และจอดลงที่สนามกีฬา รถยนต์หรูหรามีระดับคันนี้ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วนของเหล่านักศึกษาโจวหยาง หลี่เลี่ย อวี๋เจียเฉียงและหลีจื่อมู่ที่สวมชุดสูทตัดเย็บชั้นสูงและใส่แว่นกันแดด ยืนด้วยท่วงท่าสง่างามอยู่ที่สองข้างของรถทำให้ยิ่งมีคนมองมามากขึ้น
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428
[1]ไต่กิ่งสูงเป็สุภาษิตจีน มีความหมายว่าคบหาสมาคมกับผู้ที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่าตัวเอง