“ร่วมมือ?”
เย่เทียนมองหวังเยี่ยนด้วยความประหลาดใจเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดินทางมาเพราะเรื่องนี้
นอกจากนี้หวังเยี่ยนก็คาดเดาได้ถูกต้องเขาไม่ใช่ศิษย์ของใคร และไม่ได้มีภูมิหลังที่แข็งแกร่งใดๆ นี่ทำให้เธอดูออกว่าข้อได้เปรียบของเขามีเพียงพรสวรรค์เท่านั้น
ในยุคนี้พรสวรรค์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดและมีความสำคัญมากกว่าการสืบทอดใดๆ
แต่การมีพรสวรรค์สูงไม่ได้หมายความว่าจะไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือคำแนะนำจากใคร
หากเย่เทียนไม่ได้รับประสบการณ์ในการบ่มเพาะของราชาจวี้เฟิงเขาคงจะไม่สามารถสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ ถึงแม้เขาจะสามารถคัดลอกพรสวรรค์ระดับลึกลับของคนอื่นได้แต่มันก็เท่านั้นหากไม่มีรากฐานที่สมบูรณ์แบบ เขาก็จะไม่สามารถทำลายขีดจำกัดร้อยเท่าได้
พรสวรรค์ในการคัดลอกไม่ใช่พลังที่จัดการทุกสิ่งอย่างได้มันไม่สามารถช่วยให้เขาทำลายขีดจำกัดร้อยเท่าได้ มีเพียงอัจฉริยะที่มีรากฐานที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นที่จะสามารถทำลายขีดจำกัดได้ดังนั้นสำหรับโอกาสบางอย่างก็จำเป็นต้องต่อสู้และพยายามเพื่อที่จะได้มันมา
“พี่หวัง พี่ต้องการร่วมมือกับผมเรื่องอะไร?”
เย่เทียนถามออกไปตรงๆ
“ฉันมีโควตาที่สามารถเข้าไปยังซากโบราณสถานของอารยธรรมโบราณที่คล้ายกับหอคอยเทพสงครามได้แต่ฉันรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของฉันนั้นไม่สามารถเดินทางไปยังที่นั่นได้ หากยังฝืนเข้าไปไม่เพียงแต่ฉันจะไม่ได้รับอะไรเลย แต่บางทีฉันก็อาจจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นเลยก็ได้มีอัจฉริยะจากขุมกำลังใหญ่มากมายที่ต้องการโควตานี้ แต่ฉันก็ไม่ได้มอบให้พวกเขา ตอนนี้ฉันจะมอบโควตานี้ให้แก่นายแลกกับคำขอเดียวของฉัน ซึ่งก็คือนายต้องหาสมบัติที่สามารถเลื่อนขั้นพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นมาให้ฉัน”หวังเยี่ยนบอกจุดประสงค์ของตัวเองออกมาในที่สุด
“ซากโบราณสถานของอารยธรรมโบราณ?”
เย่เทียนถามด้วยความประหลาดใจ“มันคืออะไร?”
หวังเยี่ยนไม่แปลกใจเลยที่เย่เทียนไม่รู้เกี่ยวกับโบราณสถานเพราะแม้แต่ในฐานจงไห่ก็มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้
“หอคอยเทพสงครามเองก็เป็นสมบัติที่หลงเหลือจากซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณ!”
หวังเยี่ยนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายต่อว่า“ซากโบราณสถานของอารยธรรมโบราณ นายสามารถตีความได้ว่ามันเป็นมรดกที่ถูกทิ้งไว้มาเนิ่นนานอาจจะหลายพันปี หลายหมื่นปี หรืออาจจะนานกว่านั้น”
“หรือว่ามีอารยธรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นก่อนอารยธรรมมนุษย์?”
เย่เทียนตกใจ
เขาเองก็เคยสงสัยเหมือนกันว่าสมบัติล้ำค่าอย่างหอคอยเทพสงครามนั้นมาจากไหนซึ่งตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว
หอคอยเทพสงครามเป็นสมบัติของอารยธรรมโบราณที่ถูกสร้างมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่มีใครรู้เห็นได้ชัดว่าอารยธรรมที่สามารถสร้างหอคอยเทพสงครามขึ้นมาได้นั้นต้องมีความก้าวหน้าและทรงพลังอย่างมาก
“แล้วคนของอารยธรรมเหล่านั้นล่ะ?”
เย่เทียนถาม
“บางทีพวกเขาอาจถูกล้างเผ่าพันธุ์หรืออาจจะไปยังโลกอื่นแล้วก็ได้ ใครจะรู้?” หวังเยี่ยนยักไหล่แสดงให้เห็นว่าเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน
เย่เทียนไม่ได้ถามอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้หวังเยี่ยนยังคงเล่าเกี่ยวกับโบราณสถานของอารยธรรมดังกล่าว “โบราณสถานแห่งนี้เป็นวิหารแห่งหนึ่งมันอยู่ในรอยแยกมิติ มีสมบัติมากมายซ่อนอยู่ อย่างเช่นสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ อีกทั้งยังมีแม้กระทั่งสมบัติที่ช่วยรวบรวมพลังจิตปรับแต่งให้กลายเป็นห้วงจิตสำนึกเหตุผลที่ฐานจงไห่สามารถปลูกฝังผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงได้มากมายก็เพราะว่าพวกเขาพึ่งพาสมบัติเหล่านี้มิฉะนั้นความแข็งแกร่งของฐานจงไห่จะด้อยกว่านี้มาก”
“วิหารนั่นมีทักษะดาบอยู่บ้างหรือเปล่าครับ?”
เย่เทียนถามอย่างไม่ใส่ใจ
ตอนแรกเขาไม่ได้คาดหวังกับมันมากนักแต่หวังเยี่ยนกลับพูดขึ้นมาว่า
“มี!! ทักษะในการบ่มเพาะทักษะดาบ ทักษะกระบี่ ทักษะหอก และสมบัติอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนั่นฐานทัพระดับสุดยอดของเราก็ได้มาจากโบราณสถานของอารยธรรมโบราณเหล่านั้นนั่นแหละวิหารต้องมีทักษะดาบอย่างแน่นอน แม้แต่ทักษะดาบระดับทองก็ยังมี แต่ไม่ใช่ว่ามันจะหาเจอได้ง่ายๆ”
“มีแม้แต่ทักษะดาบระดับทอง?”
เย่เทียนใจเต้นแรง เขาต้องการทักษะดาบระดับทองมากหากเขามีทักษะดาบระดับทอง ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“คุณจะให้โควตานี้แก่ผมจริงๆเหรอ?”
แม้ว่าเย่เทียนจะไม่รู้ว่ามีโควตานี้มีมากเท่าไหร่แต่มันจะต้องล้ำค่ามากอย่างไม่ต้องสงสัย
“แน่นอน!” หวังเยี่ยนยืนยัน“ฉันเชื่อในความแข็งแกร่งของนาย และนี่คือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ซึ่งเป็นหลักการของพันธมิตรพเนจรที่นางสังกัดอยู่ไม่ใช่เหรอ?
ฉันมอบโควตานี้ให้นาย แต่นายต้องหาสมบัติที่สามารถเลื่อนขั้นพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นได้ให้ฉันนี่คือการแลกเปลี่ยน ฉันมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น ยากที่จะบรรลุถึงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้แต่ถ้าฉันได้สมบัติที่ช่วยปรับแต่งจิตวิญญาณมา มันจะช่วยฉันได้อย่างมาก แต่เดิมสมบัติเช่นนี้หายากเกินไปแม้แต่หลานชายของผู้ก่อตั้งหอทหารรับจ้างขวานสงครามยังไม่สามารถหามันมาได้ ฉันจึงจำเป็นต้องตั้งความหวังไว้ที่ซากอารยธรรมโบราณแห่งนี้”
“ได้ ผมตกลง!”
เย่เทียนตอบตกลง
ทำไมเขาจะต้องปฏิเสธเรื่องนี้ด้วยในเมื่อมันได้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย?
หลังจากนั้นหวังเยี่ยนก็บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิหารแล้วเธอก็จากไป
สิ่งที่ทำให้เย่เทียนสนใจก็คือผู้ที่สามารถเข้าไปในโบราณสถานของอารยธรรมโบราณนี้ไม่ได้มีเพียงคนของฐานจงไห่เท่านั้นแต่ยังมีผู้ฝึกยุทธ์จากฐานทัพระดับสุดยอดฐานอื่นด้วย
ฐานระดับสุดยอดแห่งนั้นเรียกว่าฐานแม่น้ำแยงซีฐานนี้ถูกสร้างขึ้นที่ริมชายฝั่งของแม่น้ำแยงซี พวกเขาจึงตั้งชื่อนี้ขึ้นมา
ผู้ฝึกยุทธ์จากฐานแม่น้ำแยงต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรในแม่น้ำแยงซีทุกวันและบริเวณใกล้เคียงยังมีรอยแยกมิติระดับห้าดาวถึงสองแห่ง แม้ว่าจำนวนคนของฐานทัพแม่น้ำแยงซีจะมีเพียงแค่20 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าฐานทัพจงไห่ถึง10 ล้านคน แต่พลังต่อสู้ของพวกเขานั้นก็แข็งแกร่งมาก เพราะพวกเขาต้องปะทะกับสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ฐานจงไห่ไม่ได้ปะทะกับสัตว์อสูรเหล่านั้นบ่อยนัก
ก่อนจะกลับไปหวังเยี่ยนเตือนเขาว่า“ระวังผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นให้ดีเมื่อเข้าไปในมิติวิหาร แม้แต่คนที่รู้จักก็อาจจะต่อสู้กันเองเพื่อแย่งสมบัติแล้วจะนับประสาอะไรกับคนแปลกหน้า”
เย่เทียนพยักหน้า เขารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัวและความโลภ ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีคุณธรรมเกินไปไม่สามารถอยู่รอดได้ในยุคนี้
ผู้อ่อนแอจะถูกกลืนกินโดยผู้แข็งแกร่งมีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ผู้อ่อนแอจะถูกคัดออก นี่คือกฎของยุคสมัยปัจจุบัน
แม้แต่ตัวหวังเยี่ยน เขาก็ไม่ได้ไว้ใจเธอทั้งหมดเขายังคงระมัดระวังเธออยู่
เมื่อหวังเยี่ยนจากไป เธอได้ทิ้งเหรียญตราไว้นี่เป็นหนึ่งในกุญแจสู่วิหาร กุญแจของวิหารนี้มีทั้งหมด 365 ดอก ซึ่งในฐานจงไห่มีเพียง 108ดอกเท่านั้น
ฐานทัพของจงไห่มีขุมกำลังระดับสูงมากมายแต่กุญแจเข้าวิหารนั้นมีเพียง 108 ดอก แต่ละกองกำลังครอบครองกุญแจเหล่านี้ไม่มากนัก เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้ล้ำค่าเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเย่เทียนจะเข้าร่วมกองกำลังชั้นนำอื่นๆ ผู้มีอำนาจเหล่านั้นก็ไม่มีทางให้โควตาแก่เขาในฐานะสมาชิกใหม่
ถ้าไม่ใช่เพราะหวังเยี่ยนต้องการร่วมมือกับเขาเขาคงไม่มีทางที่จะได้รับกุญแจนี้มา
“ยังเหลือเวลาอีก2 เดือนตามที่หวังเยี่ยนกล่าว เหตุผลที่เหล่ายอดฝีมือที่ติดอันดับต้นๆของระดับราชายังอยู่ในระดับราชาต้องเป็นเพราะว่าข้อจำกัดในการเข้าสู่มิติวิหารนี้อย่างแน่นอน!”
เย่เทียนคาดเดา
ด้วยคำเตือนของหวังเยี่ยนเขาจึงยังไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ แม้เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดายแต่เมื่อเขารู้ถึงความลับของระดับราชาแล้ว ความเข้าใจของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ตัวของเย่เทียนนั้นไม่เหมือนกับคนอื่นเขาสามารถคัดลอกพรสวรรค์ของคนอื่นได้
แต่แม้ว่าเขาจะสามารถคัดลอกพรสวรรค์ของคนอื่นได้แต่พรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงนั้นหายากเกินไป
พรสวรรค์ในการป้องกันของเขาถึง70% แล้วและเมื่อเขาไปถึงระดับศักดิ์สิทธิ์พรสวรรค์ด้านการป้องกันของเขาจะกลายเป็นระดับลึกลับที่แท้จริง
แต่เขาก็ยังต้องการที่จะทำให้พรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมอื่นๆกลายเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงด้วยเช่นกัน
“เป้าหมายต่อไปคือการคัดลอกพรสวรรค์ระดับความลึกลับปลอมเพื่อทำให้พรสวรรค์อื่นของเราไปถึง70%!”
เย่เทียนตั้งเป้าหมายเล็กๆกับตัวเองอีกเป้าหมายหนึ่ง