หลังจากเกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ฟินช์เพลิงก็ถูกหมัดของเซี่ยฮุยกระแทกเข้าใส่เต็มแรง
ร่างของฟินช์เพลิงระเบิดออกจากกันราวกับลูกโป่งที่ถูกเจาะจนแตก
“พรวด!”
เชลลีย์ที่เพิ่งจะดื่มน้ำเข้าไปได้อึกหนึ่ง เนื่องจากเห็นฟินช์เพลิงถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา
เธอก็พ่นน้ำที่ดื่มเข้าไปออกมาด้วยใบหน้าขาวโพลน
“นาย...”
เธอชี้หน้าเซี่ยฮุยด้วยท่าทางตื่นตระหนก สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอตกใจจนพูดไม่ออก
เซี่ยฮุยมองเธอและพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “ยังจะแสดงฝีมืออีกไหม?”
“เหอะ ๆ”
เชลลีย์หัวเราะเยาะออกมา เธอยกมือเช็ดคราบเลือดที่มุมปากและก้มหน้าลงเล็กน้อย
เธอมีความพิเศษซ่อนอยู่ สัตว์เลี้ยงที่เธอมีต่างก็ได้รับพรสวรรค์ที่สามารถเอาตัวรอดจากความตายได้
มันถูกส่งกลับเข้าไปอยู่ในช่องมิติพิเศษของเธอ หลังจากการคูลดาวน์สิ้นสุดลง เธอก็จะสามารถอัญเชิญมันออกมาได้อีกครั้ง
แต่การตายของฟินช์เพลิงทำให้เชลลีย์รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ความสามารถพิเศษทำให้เธอแตกต่างจากมนุษย์ประเภทเดียวกัน
แต่พระเจ้าของก็คงความยุติธรรมไว้ เพราะทุกครั้งที่สัตว์ร้ายของเธอถูกฆ่าตาย เลือดภายในร่างกายของเธอก็จะได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน
ความเสียหายของเลือดเทียบเท่ากับพลังชีวิตของเธอที่ลดลง
วินาทีนั้นทุกอย่างเข้าสู่ความเงียบสงัด
ทั้งสองคนยืนมองตากันอย่างเงียบ ๆ ท้ายที่สุดเชลลีย์ก็ทำลายความเงียบอีกครั้ง
“นายคือ...ผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 9!”
เชลลีย์พูดด้วยความตกตะลึง พลังลมปราณที่เซี่ยฮุยปล่อยออกไปก่อนหน้านี้ทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก
ถ้าหากอยู่ในยุ่งรุ่งโรจน์เธอคงไม่สนใจเรื่องเหล่านี้
แต่ตอนนี้ความสามารถของเธออยู่ที่ขอบเขตขั้น 7 การเผชิญหน้ากับเซี่ยฮุยที่บรรลุถึงขั้น 9 ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะรับมือได้อย่างสมบูรณ์
เชลลีย์คิดไม่ถึงเลยว่าเหยื่อที่ดูดีที่สุดสำหรับเธอ จะกลายเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเธอ
เซี่ยฮุยพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ “ตอนนี้เธอจะเปลี่ยนใจได้หรือยัง?”
เชลลีย์กลอกตาใส่เขา หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้ เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “ไม่งั้นฉันจะทำอะไรได้อีกล่ะ?”
เธอพูดด้วยสีหน้าราวกับหมดหนทาง “น้องชาย เธอเล่นเป็นหมาป่าสวมหนังแกะได้แนบเนียนดีจริง ๆ เลยนะ”
“ฉันคิดว่านายอยู่ชั้นแรก ใครจะไปคิดว่านายจะอยู่ชั้นสาม...ชั้นสี่...และอาจจะสูงถึงชั้นห้า!”
“แต่ฉันก็ยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ พี่สาวคนนี้คงทำใจปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก”
พูดจบสีหน้าของเธอก็กลายเป็นความเคร่งขรึมอีกครั้ง
ใต้ฝ่าเท้าของเธอปรากฏวงเวทย์สีแดงขึ้น ด้านบนนั้นมีลวดลายซับซ้อนอีกทั้งยังมีแสงสีแดงจาง ๆ สาดส่องออกมาจนทำให้ห้องทั้งห้องกลายเป็นสีแดงชาด
โอ้โห!
ทำไมถึงเจอแต่พวกดื้อด้านตลอดเลยนะ
เซี่ยฮุยแอบถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา ดูเหมือนว่าเชลลีย์คงไม่คิดถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขา และยังคงเลือกที่จะไล่ล่าของต่อไป สิ่งนี้ทำให้เขาแทบจะหมดคำพูดในทันที
แต่เมื่อเห็นท่าทางของเชลลีย์แล้ว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายคงมีไพ่เด็ดอยู่ในมือและกำลังจะหยิบออกมาใช้สินะ
“หึ...ฝันไปเถอะ”
เซี่ยฮุยย่อเข่าลงเล็กน้อยและพุ่งตัวออกไปพร้อมกับหมัดด้วยพลังปราณที่มี เพียงชั่วครู่ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเชลลีย์
ตอนที่เธอกำลังอัญเชิญสัตว์ร้ายออกมา เธอก็ถูกขัดขวางไปชั่วขณะ
ด้วยเหตุผลนี้เมื่อต้องการอัญเชิญสัตว์ร้ายของตัวเองออกมา ผู้ควบคุมจะต้องหาสถานที่ปล่อยภัยเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกขัดขวางระหว่างอัญเชิญ
เซี่ยฮุยไม่รู้ว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าไปเอาความกล้ามาจากไหน เธอยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเขาและเข้าสู่โหมดอัญเชิญโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกเขาขัดขวาง
เราเป็นคู่ต่อสู้กันนะ! สมองหายไปไหนหมดแล้วเนี่ย?
เมื่อเห็นหมัดของตัวเองกำลังจะปะทะเข้าใส่หน้าของเธอและเกิดลมหมุนวนจนทำให้เส้นผมของเธอพลิ้วไปมาตามแรงลม
เซี่ยฮุยก็รู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ในเวลานี้เอง เชลลีย์ก็ย่อตัวลงไปนั่งยอง ๆ อยู่ที่พื้นและหลบหมัดของเขาได้ด้วยระยะห่างแค่ไม่กี่มิลลิเมตร
“ที่แท้ตอนที่เธอกำลังอัญเชิญมันออกมา เธอยังสามารถขยับเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระนี่เอง ช่างมีพรสวรรค์ดีจริง ๆ”
เชลลีย์แตกต่างจากผู้ควบคุมธรรมดาโดยทั่วไป ดังนั้นเซี่ยฮุยจึงให้ความสนใจเกี่ยวกับสิ่งนี้
แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ตอนนี้กำลังอยู่ในโหมดต่อสู้ ส่วนเรื่องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ค่อยหาเพิ่มเติมหลังจากสิ้นสุดการต่อสู้
“ฟินช์เพลิง”
สิ้นสุดเสียงของเธอ ฟินช์เพลิงจำนวนห้าตัวก็ปรากฏขึ้นข้างตัวเธอ
แสงสว่างใต้เท้าของเธอยังไม่หาไป แต่กลับมีแสงสว่างสาดส่องมากยิ่งขึ้นราวกับแสงของพระอาทิตย์ แสงสีแดงนี้ทำให้เขาแทบไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้
“หลอมรวม”
หลังจากเสียงของเชลลีย์เงียบหายไป แสงสว่างก็สว่างวาบขึ้นและมืดหม่นลงภายในวินาทีเดียว
เซี่ยฮุยที่เพิ่งจะกลับมามองเห็นอีกครั้งพบว่าวงเวทย์แสงใต้เท้าของเธอได้หายไปแล้ว
ส่วนฟินช์เพลิงจำนวนห้าตัวก่อนหน้านี้ก็ถูกหลอมรวมกลายเป็นหนึ่ง
ฟินช์ที่มีขนาดความสูงเทียบเท่ากับเชลลีย์กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ
เมื่อกวาดตามองอย่างละเอียด เขาก็พบว่าฟินช์เพลิงตัวนี้เป็นเวอร์ชันขยายใหญ่ขึ้น
เขาสำรวจสกิลของมันและพบว่าเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริง ๆ
สัตว์ร้าย : ฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ (ฟินช์เพลิงขนาดเล็กหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นสัตว์ร้ายระดับสูง)
เลเวล : ขอบเขตพิเศษขั้น 7
สกิล : พุ่งจู่โจม ไฟร์บอล ระเบิดพลีชีพ
ฟินช์เพลิงขนาดใหญ่มีสกิลเพิ่มขึ้นมาอีกสองสกิล ตอนที่เขาเหลือบมองชื่อสกิล “ระเบิดพลีชีพ” สายตาของเขาก็หยุดชะงักอยู่ที่ชื่อนั้นชั่วขณะ
เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ถ้าหากเทียบกับฟินช์เพลิงขนาดเล็กที่ถูกเขาสังหารไปก่อนหน้านี้
ความเสียหายของฟินช์เพลิงขนาดเล็กเหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับเชลลีย์ได้แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่นัก
แต่ฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ที่เกิดจากการหลอมรวมกันและมีสกิล “ระเบิดพลีชีพ” เช่นนี้ทำให้เซี่ยฮุยรับรู้ได้ว่าสกิลนี้จะต้องเป็นสกิลไม้ของเชลลีย์แน่ ๆ
จะรอให้เธอโจมตีก่อนไม่ได้
เซี่ยฮุยคิดเช่นนั้นก็เริ่มลงมือทันที
ตอนนี้เธออยู่ใกล้กับอีกฝ่ายค่อนข้างมาก หมัดที่เซี่ยฮุยปล่อยออกไปไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ฟินช์เพลิง
แต่เขาเลือกที่จะโจมตีใส่ร่างของเชลลีย์โดยตรง
เชลลีย์ไหวตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อหลบหมัดของเขา และย้ายไปยืนด้านหลังฟินช์เพลิงขนาดใหญ่
ด้วยวิธีนี้หากเซี่ยฮุยคิดจะโจมตีเธอก็ต้องเผชิญหน้ากับฟินช์เพลิงขนาดใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้
ไร้เดียงสา!
เซี่ยฮุยมองอย่างไม่แยแสและเปิดใช้สกิลกระโดดตลบวายุ
วินาทีต่อมาเขาก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของเธอและใช้หมัดซัดเข้าใส่เธออย่างต่อเนื่อง
เชลลีย์รู้สึกได้ถึงความเย็บวาบบริเวณแผ่นหลัง และเซี่ยฮุยก็หายไปจากจุดเดิมที่เขายืนอยู่แล้ว
เธอรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดี เธอแบ่งจิตออกเป็นสองส่วนโดยควบคุมฟินช์เพลิงให้หันกลับมาโจมตีเซี่ยฮุยทันที
ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากเธอกำลังยืนหันหลังจึงไม่สามารถมองเห็นเขาได้ แต่เธอก็เลือกที่จะเอนตัว 45 องศาเพื่อหลบการโจมตีของเซี่ยฮุยจากทางด้านหลัง
เมื่อเซี่ยฮุยเห็นว่าการโจมตีไม่เกิดผล เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะโจมตีเธอทันที
การเผชิญหน้ากับการโจมตีของฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ มันมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมากจนสามารถเทียบเท่าได้กับผู้มีความแข็งแกร่งขอบเขตพิเศษขั้น 8
เมื่อเห็นว่าฟินช์เพลิงขนาดใหญ่พุ่งถลาเข้ามา เซี่ยฮุยที่ดึงหมัดขวากลับมาก็ปล่อยหมัดออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
การโจมตีของฟินช์เพลิงขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าฟินช์เพลิงขนาดเล็ก ดังนั้นเซี่ยฮุยจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกระบวนท่าในการโจมตี
หมัดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังปราณปะทะเข้าใส่ฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
ปัง!
หมัดของเซี่ยฮุยปะทะเข้าใส่ร่างของฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ ร่างกายของมันที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงกลับแข็งแรงราวกับเหล็ก หลังจากที่หมัดของเขากระแทกเข้าใส่จึงเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แรงสั่นสะเทือนทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกชาไปทั้งแขน เขาดึงหมัดกลับมาและสะบัดแขนไปมาเบา ๆ
แข็งกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย!
เขามองไปที่ร่างของฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ มันเกิดขึ้นจากธาตุที่หลอมรวมเป็นร่างกาย หลังจากที่ร่างของมันแข็งแกร่งขึ้นก็ทำให้ความสามารถของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขั้น 8 เลย
ก่อนหน้านี้เซี่ยฮุยไม่ได้เปิดใช้โหมดพลังลมปราณ ดังนั้นหมัดที่ถูกส่งออกไปจึงไม่เกิดเอฟเฟคอย่างที่เขาคาดหวังไว้
เขารวบรวมสมาธิเป็นจุดเดียว จากนั้นก็ซัดหมัดออกไปอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาโจมตีก่อนอีกฝ่ายก้าวหนึ่งและเปิดใช้โหมดพลังลมปราณด้วย ดังนั้นพลังที่ถูกส่งออกไปคือพลังจากขอบเขตขั้น 9 ระดับสูงสุดซึ่งเป็นพลังทั้งหมดที่เขามี
อากาศที่อยู่ตรงหน้าบิดเบี้ยวและก่อเกิดพลังปราณจำนวนมหาศาลที่พุ่งออกมา จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นมังกรยาวแห่งพลังปราณ
หัวมังกรขนาดใหญ่อ้าปากกว้างและแผดเสียงคำรามออกมา มันกลืนกินพลังแห่งแรงสังหารเข้าไปและโผทะยานเข้าใส่ฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ตัวนั้น
หมัดที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังขั้นสูงสุดของเซี่ยฮุยทำให้สีหน้าของเชลลีย์เปลี่ยนไป
แม้ว่าหมัดนี้จะพุ่งไปยังฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ แต่เธอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่สร้างแรงกดดันมหาศาลมาที่เธอด้วย
แม้แต่หายใจก็ยังรู้สึกติดขัด อากาศที่อยู่รอบ ๆ ราวกับถูกควบแน่นเข้าด้วยกัน ตอนนี้การที่เธอจะขยับนิ้วก็ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบาก
ต้านไม่ไหวแล้ว!
เชลลีย์คาดเดาผลที่กำลังจะตามมาได้ในทันที พลังลมปราณของเซี่ยฮุยสร้างแรงกดดันจนทำให้ฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่สายตาของเธอกลับมีร่องรอยของความเพียรอยู่ในนั้น
ทันใดนั้นเธอก็กลายเป็นคนไร้ความปรานีและออกคำสั่งผ่านกระแสจิต
วินาทีต่อมาร่างของฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ก็ขยายขึ้นอย่างฉับพลัน
มันไม่ใช่การขยายใหญ่ขึ้นแบบปกติ แต่เป็นร่างที่ขยายใหญ่ขึ้นจากก๊าซบางชนิด
ระยะเวลาไม่กี่วินาทีหัวของมันก็สูงแตะถึงเพดานห้อง
แย่แล้ว!
เมื่อเห็นร่างของมันขยายใหญ่ขึ้น เซี่ยฮุยก็เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง
ถ้าหมัดนี้โดนฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ตัวนี้คงต้องเกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงแน่นอน
หมัดที่พุ่งออกไปชะงักกลางอากาศอย่างฉับพลัน
“ฟู่!”
พลังลมปราณที่ยุ่งเหยิงได้หายไปแล้ว เชลลีย์หลุดออกจากแรงกดดันที่อยู่รอบตัว เธอมองไปยังเซี่ยฮุยที่ถอยหลังออกไป2-3 ก้าว
ใบหน้าของเธอเผยให้เห็นรอยยิ้ม “อะไรกัน ใช้หมัดซัดมันเลยสิ”
“นายหยุดแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ ถ้าหากสกิลระเบิดพลีชีพถูกเปิดใช้งาน มันไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อะไรได้แล้วล่ะ”
หลังจากที่เธอพูดจบ เซี่ยฮุยก็พบว่าร่างของฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ยังขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่หยุด และมันยังคงเพิ่มขนาดต่อไปและมากขึ้นเรื่อย ๆ ...
หลังจากนั้นตอนที่ร่างของมันขยายจนถึงจุดสูงสุด
ตูม!
เสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มทั่วทั้งห้อง
ระหว่างที่กำลังสติแตกอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ระลอกพลังปราณขนาดใหญ่ถูกส่งมาทั่วทั้งห้อง
ภายในห้องแห่งนี้ไม่สามารถที่จะต้านพลังนี้ได้ วินาทีที่ร่างของมันระเบิดออกกำแพงห้องก็พังทลายลงจนกลายเป็นซากปรักหักพัง
ในเวลาเดียวกันหลังจากที่ระลอกพลังปราณถูกส่งออกมา อากาศที่อยู่รอบตัวก็หยุดชะงักไป หลังจากนั้นก็เกิดเพลิงร้อนระอุขึ้นและแผดเผาไปทั่วทั้งห้อง
วินาทีที่ร่างของฟินช์เพลิงขนาดใหญ่ระเบิด เซี่ยฮุยก็รีบกระโดดออกไปด้านนอกหน้าต่าง หลังจากที่ยืนได้อย่างมั่นคงแล้วเขาก็แหงนหน้าขึ้นไปมองด้านบน
ตอนนั้นเขาพบว่าโรงแรมขนาดเล็กกำลังเกิดเพลิงใหม่ขึ้นแล้ว ตึกทั้งตึกกำลังถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนระอุ
“นายนี่เอง”
จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังข้างหูของเซี่ยฮุย เขาหันไปมองก็พบว่าคนคนนั้นคือสาวน้อยยิ้มหวานที่ทำเรื่องเข้าพักให้เขาเมื่อคืนนี่เอง
ท่าทางของสาวน้อยคนนี้ดูขึงขังกว่าที่เขาเจอก่อนหน้านี้ ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงและสวมใส่ด้วยชุดนอนขาด ๆ นอกจากนี้ยังมีรองเท้าแตะหัวกระต่ายอีกหนึ่งคู่
เธอยังไม่หายจากอาการตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และกำลังใช้มือลูบหน้าอกตัวเองเพื่อปลอบขวัญตัวเอง
เธอพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ไม่รู้ไอ้บ้าไหนมาทำเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เช้า เมื่อกี้ฉันเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด”
“อย่าให้รู้นะว่าใครทำ ฉันจะตัดหัวมันให้หลุดออกจากบ่าเลยคอยดูเถอะ”
ระหว่างที่พูดสาวน้อยคนนั้นก็ทำท่าหักคอไปมาเหมือนกับพวกนักเลงหัวไม้
เซี่ยฮุยมองเธอด้วยสายตาประหลาดใจ จู่ ๆ สีหน้าของเขาก็ประกายความตกตะลึงเล็กน้อย เขาเพิ่งพบว่าสายน้อยคนนี้คือผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 7
เขาแอบถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ภายในเมืองหลวงแห่งนี้แม้แต่พนักงานต้อนรับโรงแรมเล็ก ๆ ยังเป็นผู้มีความแข็งแกร่งถึงขั้นนี้เลยเหรอเนี่ย
“เฮ้อ...ตอนแรกก็อยากจะมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์สักหน่อย ฉันอุตส่าห์เสนอตัวมาช่วยดูโรงแรมให้พี่ ตอนนี้กลับเกิดเรื่องแบบนี้ซะงั้น”
สาวน้อยพูดพึมพำด้วยใบหน้าบึ้งตึง “จะไปบอกพี่ยังไงดีล่ะเนี่ย”
“ไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย”
เซี่ยฮุยพูดปลอบใจเธอ แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองไปที่โรงแรมที่กำลังถูกไฟเผา และมองหาเงาของเชลลีย์
แต่นอกจากเปลวเพลิงแล้วเขาก็ไม่พบเงาของใครเลย
หนีไปแล้วสินะ!
จู่ ๆ เขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ตอนที่เชลลีย์สั่งให้สัตว์ร้ายระเบิดพลีชีพ เธอได้ย้ายตัวเองไปอยู่ข้างประตูทางออกของห้อง
ตอนที่เขากระโดดลงมาจากหน้าต่าง เขาก็แอบเห็นว่าเงาของเธอหายออกไปด้านนอกห้องเช่นกัน
“เจ้าเล่ห์จริง ๆ”
เซี่ยฮุยพบว่าตัวเองถูกหลอกเข้าจนได้ อันที่จริงเชลลีย์วางแผนที่จะหนีออกไปตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นเธอจึงใช้ระเบิดพลีชีพเพื่อหาโอกาสหนีออกไป
การต่อสู้ในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับประสบการณ์มากมาย
“ครั้งหน้าฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอหนีไปง่าย ๆ แบบนี้แน่” เซี่ยฮุยกำหมัดแน่นและพึมพำอยู่ภายในใจ
“เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนมาถึงแล้ว”
เซี่ยฮุยมองไปตามเสียงของสาวน้อยคนนั้น เขาก็พบว่ามีคนคุ้นตากำลังเดินตรงมาทางฝั่งพวกเขา