เมื่อเสร็จสิ้นจากการพูดคุยกับมารดา กู่หลินเฉินก็ได้พาเย่หยุนซีกลับสู่โลกภายนอกอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่จักรพรรดิเทพปีศาจได้พาจักรพรรดิเทพสวรรค์ออกมาจากพิภพพอดิบพอดี
"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ?" ในขณะนั้น จู่ๆก็มีร่างเงาของสตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นแล้วเอ่ยถาม
"ไม่มี! นางไม่ได้อยู่ในพิภพปีศาจ" สีหน้าของจักรพรรดิเทพสวรรค์เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
"หึหึ ข้าก็บอกพวกเจ้าไปแล้ว..........แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขอขอบคุณที่นำสมบัติสวรรค์มาประเคนให้" จักรพรรดิเทพปีศาจยิ้มเยาะใส่อีกฝ่าย การที่ได้เห็นศัตรูคู่แข่งขายหน้า มันทำให้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก
"อึก! พวกเรากลับ!!" จักรพรรดิเทพสวรรค์ไร้ซึ่งทางเลือกอื่นจึงสั่งถอยทัพในทันทีโดยไม่รอช้า เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา กองทัพนับล้านของเผ่าเทพก็หายไปจนหมดสิ้น
"พวกเราก็สมควรกลับกันได้แล้ว" ทางด้านกู่หลินเฉินเองก็รีบกระชากมิติพาเย่หยุนซีกลับเข้าสู่พระราชวัง จากนั้นแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
เย่หยุนซีจึงใช้จังหวะนี้ในการสำรวจหอคอยหยินหยางอย่างจริงจัง ซึ่งสิ่งที่เขาได้ประจักษ์แก่สายตานั้นก็คือทัศนียภาพที่สุดแสนจะงดงามราวกับถูกสรวงสวรรค์สร้างขึ้นมา
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่หอคอยชั้นที่ 1 " เสียงของเทพธิดาเซียนเหยาดังกังวาน
"เอ่อ.........ท่านอยู่ที่ไหนกัน?" เย่หยุนซีหันมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย
"คิกคิก เจ้าจะรีบร้อนพบเจอข้าไปใย ข้าอยู่ในหอคอยชั้นสุดท้ายซึ่งยังไม่ถูกปลดผนึกในเวลานี้"
"เอ๋! แล้วทำอย่างไรถึงจะปลดผนึกล่ะ?" เย่หยุนซีเอ่ยถามโดยไม่คิดรอช้า
เทพธิดาเซียนเหยายังคงหัวเราะร่า "ขอเพียงเจ้าไปถึงระดับเทพทั้งพลังปราณ จิตวิญญาณ และกายา เจ้าก็จะมีสิทธิ์ในการเปิดประตูบรรพกาลชั้นที่ 9 "
"เห้อ แบบนี้คงต้องรออีกนานเลยสินะ" บุรุษหนุ่มถอนหายใจยาวด้วยความผิดหวัง
"คิกคิก นี่เจ้าอยากจะยลโฉมข้ามากเลยหรืออย่างไรกัน............ไม่ต้องรีบร้อน! ไม่ช้าก็เร็วเจ้าต้องได้พบข้าแน่ แต่ทว่าตอนนี้เจ้าควรสำรวจหอคอยชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 8 ให้เสร็จสิ้น"
"อืมๆ นั่นสินะ" เย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ได้บินสำรวจหอคอยชั้นที่ 1 โดยไม่คิดรอช้า
ซึ่งในเวลาต่อมา เขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง เพราะพื้นที่แห่งนี้มันช่างกว้างใหญ่ไพศาลประดุจดั่งโลกขนาดย่อม 1 ใบ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยพืชพรรณไม้ที่แปลกตา
แถมไอปราณและไอพลังวิญญาณของที่นี่เองก็มีมากมายมหาศาลกว่าโลกภายนอกถึง 5 เท่า สมแล้วที่เป็นดินแดนซึ่งถูกรังสรรค์โดยพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
"ฝู่! ในที่สุดก็สำรวจเสร็จจนได้ ต่อไปก็ชั้นที่ 2 สินะ" เย่หยุนซีพุ่งทะยานขึ้นบันไดในทันที
สำหรับชั้นที่ 2 นี้ ภาพที่ชายหนุ่มประจักษ์เป็นอย่างแรกก็คือ ทะเลสาบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เบื้องบนผืนฟ้ามีหยกทักษะล่องลอยไปมาประดุจดวงดาราที่ส่องแสงในยามค่ำ
"ชั้นที่ 2 คือชั้นที่เก็บสะสมทักษะต่างๆเอาไว้นี่เอง" พูดจบ! เย่หยุนซีก็ทะยานขึ้นไปยังชั้นที่ 3 อันเป็นสวนสมุนไพรและสถานที่หลอมโอสถเม็ดยา
ในเวลาต่อมา เขาก็ขึ้นไปยังชั้นที่ 4 อันเป็นถ้ำบำเพ็ญนับร้อยถ้ำ ซึ่งมีไอปราณและพลังวิญญาณหนาแน่นกว่าโลกภายนอกถึง 10 เท่า
ส่วนชั้นที่ 5 มันคือสถานที่เก็บสะสมศาสตราวุธระดับสวรรค์เอาไว้จำนวนหลายร้อยชิ้นด้วยกัน
สำหรับชั้นที่ 6 นั้นก็คือสถานที่ในการเก็บสมบัติศักดิ์สิทธิ์เช่น แร่พิเศษ โลหิตพิเศษ เมล็ดพันธุ์หายาก และอย่างอื่นอีกมากมาย
และเมื่อไปถึงชั้นที่ 7 สิ่งที่เขาได้พบก็คือพื้นที่ในการตระหนักรู้ทักษะต่างๆ
สุดท้ายเมื่อมาถึงยังชั้นที่ 8 บุรุษหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังหยินหยางอย่างรุนแรงในพื้นที่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
"ฮ่าๆๆ นี่มันยอดเยี่ยมไปเลย แบบนี้ข้าไม่จำเป็นต้้องออกจากหอคอยเลยก็ได้" หลังจากสิ้นสุดการสำรวจ เย่หยุนซีก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ เพราะนี่ถือเป็นโชควาสนาที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต และคงไม่มีโชควาสนาไหนมาแทนที่หอคอยหยินหยางได้ในใจของเขา
"หยุนซี เจ้าจะหลอมรวมมุกมิติเข้ากับหอคอยหยินหยางชั้นที่ 1 เลยหรือเปล่า?" จู่ๆเทพธิดาเซียนเหยาก็เอ่ยปากกล่าวถามออกมา
"เอ๋! มันทำได้ด้วยงั้นหรือขอรับ" บุรุษหนุ่มถึงกับดวงตาเบิกกว้างในทันที
"ได้สิ ก็ข้าเป็นคนปรับแต่งมันด้วยตัวเองนี่น่า ทำไมจะหลอมรวมกันไม่ได้"
"ฮ่าๆๆ ถ้างั้้นคงต้องรบกวนท่านแล้ว" เย่หยุนซีรีบตรงดิ่งลงไปยังชั้นที่ 1 ก่อนจะวางมุกมิติเอาไว้ริมทะเลสาบซึ่งมีวิวทิวทัศน์งดงามที่สุดในพื้นที่
เพียงไม่กี่วินาที! คฤหาสน์ขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับสวนดอกไม้นานาพันธุ์ แถมยังมีบ่อน้ำพุร้อนตั้งอยู่ข้างๆไม่ห่างไกล
5 สตรี ผู้ซึ่งอยู่อาศัยด้านในมุกมิติเองก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาด้วยเช่นกัน และเป็นที่แน่นอนว่าพวกนางย่อมต้องรู้สึกสับสนระคนตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
"สามี นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันน่ะ?" เซี่ยอวี่ซีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่สุดแสนจะคุ้นเคยจึงรีบพุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"หึหึ ไม่มีอะไรๆ ข้าก็แค่หลอมรวมสมบัติมิติเข้าด้วยกันเท่านั้น" เย่หยุนซีตอบกลับโฉมสะคราญ ก่อนจะดึงนางเข้ามาสวมกอดอย่างรักไคร่
"คาราวะจอมมารน้อย" ทันใดนั้น ซีซวนและตงฟางเซียนเอ่อร์ก็ปรากฏตัวขึ้นมา
"หืม แล้วฮั่นผิงกับยัยสาวใช้ตัวปัญหานั่นล่ะ?" เย่หยุนซีมองซ้ายมองขวาแล้วเอ่ยถามถึงภรรยาอีกคนและจักรพรรดินีภูตแห่งแสง ถงเหยา
"คิกคิก เรียนท่านจอมมารน้อย ตอนนี้ท่านหญิงฮั่นผิงกำลังเข้าเข้าฌาน ส่วนถงเหยานางกลัวว่าท่านจะพรากพรหมจรรย์ของนางจนถึงขนาดขังตัวเองเอาไว้ในห้อง ไม่ยอมออกมาแม้แต่ครึ่งก้าว" ซีซวนหัวเราะขณะกล่าว
คำพูดนี้ทำเอาเย่หยุนซีถึงกับหางคิ้วกระตุกอยู่หลายครั้ง ยัยสาวใช้คนนี้ยังคิดว่าตนเองเป็นจักรพรรดินีผู้สูงส่งอยู่อีกหรืออย่างไร
"เห้อ ช่างเถอะๆปล่อยนางไปก่อน ตอนนี้ข้าอยากจะผ่อนคลาย ไม่ทราบว่ามีสาวๆคนไหนอยากจะปรนนิบัติบีบนวดให้ข้าบ้างหรือเปล่า?" เขาเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยถาม
เซี่ยอวี่ซี ตงฟางเซียนเอ่อร์ และซีซวนใบหน้าแดงก่ำ แต่ทว่าทันใดนั้นเซี่ยอวี่ซีก็ขอถอนตัว เพราะนางอยากจะเปิดโอกาสนี้ให้กับทั้ง 2 สาว
"ท่านจอมมารน้อย ครั้งนี้ให้พวกเราปรนนิบัติท่านนะเจ้าค่ะ" ซีซวนและตงฟางเซียนเอ่อร์ก้มหน้ากล่าวอย่างอายๆ ก่อนที่พวกนางรวบรวมความกล้าและเดินเข้าไปควงแขนเย่หยุนซี จากนั้นพาเข้าห้องโดยไม่คิดรอช้า
เพียงกี่นาทีต่อมา! ท่วงทำนองแห่งความรักก็ถูกบรรเลงขึ้นอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเสียงครวญครางแห่งความสุขสมที่ดังกังวานอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งมันส่งผลให้ผู้เป็นจักรพรรดินีภูติแห่งแสงถึงกับอยู่ไม่สุขไปหลายวัน
"อึก! นี่ก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว ขะ เขา เขามันสัตว์ประหลาดชัดๆ" นางตัวสั่นอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ไม่กล้าแม้แต่จะออกจากห้อง