[จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    ตอนที่ 53 โอวหยางชิงเฟิง

    -- ปัง! --


    เสมือนว่าร่างของมังกรดินจะถูกบางอย่างกระแทกเข้าใส่อย่างรุนแรง ร่างแข็งแกร่งขนาดมหึมาของมันกระเด็นขึ้นจากพื้นบริเวณนั้นทันที ก่อนจะลอยพุ่งเข้ามาในจุดที่ฉินอวี้โม่และพวกพ้องยืนอยู่


    “หลบเร็ว!”


    ฉินอวี้โม่อุทานออกมา นางคว้าแขนเสี่ยวโร่วแล้วรีบกระโจนหลบออกไปด้านข้าง


    --ปัง!--


    ร่างของมังกรดินตกลงมาบนพื้นตรงจุดที่คณะเดินทางของฉินอวี้โม่อยู่ก่อนหน้านี้อย่างพอดิบพอดี ความรุนแรงของแรงกระแทกทำให้พื้นดินแตกกระจาย ก้อนดินและฝุ่นดินกระจัดกระจายไปรอบด้าน


    “ถุย! ถุย! แหวะ”



    เสี่ยวโร่วพ่นเศษดินที่กระเด็นเข้ามาอยู่เต็มปากก่อนจะหันหน้าตะโกนออกไปในทิศทางหนึ่ง “เฮ้ เจ้าตั้งใจจะฆ่าเรารึไง!”


    ฉินอวี้โม่สะบัดแขนเสื้อและปัดฝุ่นออกจากตัว เมื่ออดีตคุณหนูผู้งดงามที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและโคลนมองดูสาวใช้น้อยที่เนื้อตัวสกปรกมอมแมมทำหน้าตามู่ทู่  นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา


    “คุณหนูยังหัวเราะได้อีกหรือเจ้าคะ ถ้าเราหลบไม่เร็วพอ เราอาจจะเจ็บหนักไปแล้วก็ได้”


    เสี่ยวโร่วผู้หน้ายุ่งมองค้อนคุณหนูของนางไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันไปดูมังกรดินที่นอนแผ่หลานิ่งสนิทอยู่บนพื้นเพราะหมดลมหายใจไปแล้ว สาวน้อยผู้กำลังโมโหอดไม่ได้ที่จะเตะมันไปแรงๆ ทีหนึ่ง


    “ลองดูนี่สิเสี่ยวโร่ว เจ้าดูเหมือนกับแมวน้อยเลย”


    ฉินอวี้โม่ยังคงยิ้มขบขันพลางหยิบเอากระจกสัมฤทธิ์ออกมาและยื่นให้เสี่ยวโร่ว


    เสี่ยวโร่วรับมันมาและรีบดูใบหน้าของตัวเอง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกระจก นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเช่นกัน…...ในตอนนี้ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กสาวเลอะเทอะไปด้วยโคลนดำๆ จนมองเห็นแต่ลูกตากลมๆ สองข้าง! ไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดคุณหนูของนางถึงได้ขำนักหนา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง


    “ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าเกือบจะทำให้แม่นางทั้งสองบาดเจ็บแล้ว”


    เสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นจากบนท้องฟ้า คนผู้นั้นขี่อสูรมายาประเภทบินได้สีทองอร่ามร่อนลงมาหยุดอยู่ไม่ไกลจากฉินอวี้โม่และเสี่ยวโร่ว  เขาเอามือลูบท้ายทอยของตัวเองพลางผงกหัวขึ้นลงอยู่หลายครั้ง พร้อมกับกล่าวขอโทษขอโพยซ้ำแล้วซ้ำอีก  เขากำลังรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก


    ปักษาขนทองเป็นอสูรมายาที่มีความแข็งแกร่งในระดับที่ทัดเทียมกันกับเหยี่ยวปีกทองอย่างเสี่ยวจิน ยิ่งไปกว่านั้นอสูรมายาลักษณะใกล้เคียงกับเหยี่ยวตัวนี้ก็ดูจะแข็งแกร่งไม่น้อยเลยด้วย


    บุรุษผู้มาใหม่มีผมสีดำสนิท ขนคิ้วดกหนา ดวงตากลมโต ผิวหน้าเนียนละเอียด ใบหน้าของเขาดูอิ่มเต็มและใสกระจ่างคล้ายใบหน้าเด็ก โดยรวมแล้วเขาเป็นบุรุษที่ดูน่ารักมากกว่าหล่อ แม้ว่าเขาจะสูงกว่าฉินอวี้โม่ครึ่งศีรษะแต่นางก็ไม่รู้สึกว่าเขาจะอายุมากกว่านางเท่าไหร่นัก ...จะว่าไปแล้วหากเป็นในโลกก่อนของเธอ คำนิยามของบุรุษนี้ก็น่าจะตรงกับเหล่าศิลปินไอดอลชายอายุน้อยที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน  


    “เอ่อ แค่ขอโทษแล้วจะจบได้อย่างนั้นหรือ ถ้าเกิดเราหลบไม่ทัน พวกเราคงถูกทับจนแบนแต๋ดแต๋ไปแล้ว”


    เสี่ยวโร่วมองไปที่บุรุษคิ้วหนาตาโตที่อยู่ตรงหน้า นางยังไม่คลายจากความขุ่นเคือง ทว่าความโกรธของสาวน้อยก็คงอยู่ได้ไม่นานนัก


    เพราะถึงอย่างไร การจะโกรธเคืองบุรุษผู้มีท่าทีไร้เดียงสาราวเด็กน้อยเช่นนี้ก็เป็นเรื่องยาก


    “ข้าขอโทษจริงๆ มังกรดินตัวนี้เที่ยวทำร้ายผู้คน ข้าไล่ล่ามันมาหลายวันแล้ว  เมื่อครู่ข้าบังเอิญได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้นแถวนี้จึงรีบมาดู พอเห็นว่าเจ้ามังกรดินชั่วช้ากำลังจะวิ่งหนีข้าก็เลยรีบร้อนให้อสูรมายาของข้าลงมือ ไม่คิดเลยว่ามันจะกระเด็นมาหาแม่นางทั้งสอง  ขอต้องขออภัยอีกครั้ง”


    โอวหยางชิงเฟิง ขอโทษอีกครั้ง เขารู้สึกผิดในความผิดพลาดเมื่อครู่ของตนเอง เขาไล่ล่ามังกรดินอยู่ในแถบนี้มาหลายวันแล้ว วันนี้สบโอกาสเจอตัวมันในขณะที่กำลังวิ่งหนีเขาจึงตัดสินในเผด็จศึก ทว่าคิดไม่ถึงว่าในตอนที่เขาลงมือ การโจมตีของเขาจะทำให้ร่างของเจ้ามังกรตัวใหญ่กระเด็นไปถูกหญิงสาวทั้งสองนี้ได้  ซึ่งถ้าหากพวกนางทั้งสองเป็นอะไรไป โอวหยางชิงเฟิงคงรู้ผิดจนชั่วชีวิตแน่


    “เอาเถอะ ข้าไม่ตำหนิท่านหรอก”


    เมื่อมองเห็นสีหน้าแววตา และท่าทางที่ดูสำนึกผิดจากใจจริงของบุรุษหน้าใสผู้นี้แล้ว เสี่ยวโร่วก็ไม่อยากจะถือสาหาความเขาอีก


    “ขอบคุณแม่นางน้อยมาก”


    เมื่อสิ้นเสียงเสี่ยวโร่ว โอวหยางชิงเฟิงก็ยิ้มร่าและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขไม่ต่างจากเด็กๆ


    “ข้าจะมอบมังกรดินตัวนี้ให้แม่นางทั้งสองแทนคำขอโทษ”


    โอวหยางชิงเฟิงชี้ไปที่มังกรดินที่นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่บนพื้น


    “เฮ้ คุณชายทำเช่นนี้ไม่จริงใจเลยนะ มังกรดินตัวนี้เป็นของพวกเราอยู่แล้ว ต่อให้ท่านไม่เข้ามาเราก็จัดการมันได้ มามอบให้เราตอนนี้ไม่ตลกไปหน่อยหรือ”


    เสี่ยวโร่วอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นมาเมื่อได้ยินวาจาของโอวหยางชิงเฟิง


    ถูกต้องแล้ว มังกรดินตัวนี้เป็นของพวกนาง แม้โอวหยางชิงเฟิงจะไม่เข้ามานางก็เชื่อว่าม่อเสียจะสังหารมันได้ง่ายๆ ทว่าโอวหยางชิงเฟิงกลับมาชิงลงมือสังหารมันตัดหน้าไปก่อนต่อหน้าต่อตาพวกนางเช่นนี้ ที่สำคัญเขายังกล้าจะใช้ ‘ซากของมังกรดินของพวกนาง’ มาเป็นสิ่งแทนคำขอโทษ  เรื่องนี้ทำให้เสี่ยวโร่วอดรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาไม่ได้


    โอวหยางชิงเฟิงหมดคำพูดไปในทันที เขาเพิ่งสำนึกได้ว่าที่แม่นางน้อยผู้นั้นพูดมาก็ถูก


    เมื่อเขาสังเกตเห็นเหล่าอสูรมายาของฉินอวี้โม่ และมองเห็นม่อเสียที่เพิ่งจะเดินกลับมา บุรุษหน้าใสก็เอามือลูบท้ายทอยอีกครั้งอย่างขัดเขิน


    “เอ่อคือ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หากว่าท่านมีเรื่องเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ หรือมีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกข้ามาได้เลย  ขอเพียงเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ ข้าจะไม่ปฏิเสธเด็ดขาด”


    หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดโอวหยางชิงเฟิงก็กล่าวสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดออกมา


    “แต่ก่อนจะพูดเรื่องนั้น คุณชายช่วยบอกเราได้หรือไม่ว่าเจ้าคือใคร?”


    ฉินอวี้โม่เอ่ยขึ้นมา  บุรุษหน้าใสตาโต ทั้งกิริยาท่าทางก็ยังดูไม่โตเลยสักนิด แต่กลับกล้าออกมาผจญภัยภายในป่าแสงจันทร์และยังมีอสูรมายาที่ทรงพลังเป็นคู่หู  ดังนั้นเขาต้องไม่ธรรมดาแน่  อีกทั้งสภาวะพลังของเขายังแข็งแกร่งกว่านางด้วย  หากคาดเดาไม่ผิดเขาน่าจะอยู่ในขอบเขตนภมายา!


    “ข้าชื่อ โอวหยางชิงเฟิง”


    โอวหยางชิงเฟิงบอกชื่อของตัวเองออกไปด้วยรอยยิ้ม


    “อืม”


    ฉินอวี้โม่และเสี่ยวโร่วพยักหน้า


    “ห๊าา! นี่พวกเจ้าไม่ประหลาดใจเลยหรือที่ได้ยินชื่อข้า?”


    เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูนิ่งๆ หลังจากได้ยินชื่อเขา โอวหยางชิงเฟิงก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ


    “แล้วทำไมเราต้องประหลาดใจด้วยล่ะ?”


    เสี่ยวโร่วกลอกตา มันก็คือชื่อเรียกขานเท่านั้น มีอะไรต้องประหลาดใจกัน


    “พวกเจ้าไม่รู้จักโอวหยางชิงเฟิงอย่างนั้นหรือ?”


    ตาโตๆ ของโอวหยางชิงเฟิงเบิกกว้าง เขาจ้องมองฉินอวี้โม่และเสี่ยวโร่วสลับไปสลับมาแล้วถามอย่างงุนงง


    “เจ้านี่หลงตัวเองจังเลยนะ มีเหตุผลอันใดที่พวกเราต้องรู้จักเจ้าด้วย?”


    เสี่ยวโร่วมองโอวหยางชิงเฟิงด้วยสายตาดูถูก นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกนางจะต้องตกใจเมื่อได้ยินนามของบุรุษผู้นี้ด้วย


    โอวหยางชิงเฟิงผงะไปก่อนจะรีบกล่าว “ข้าเป็นผู้มีชื่อเสียงแห่งป่าแสงจันทร์ การที่พวกเจ้าไม่เคยได้ยินชื่อข้าก็แสดงว่าพวกเจ้าเพิ่งจะเคยเดินทางป่าแสงจันทร์ครั้งแรกเช่นนั้นสินะ?”


    ...ผู้ที่ถูกเรียกขานนามว่าโอวหยางชิงเฟิงนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักผจญภัยที่เดินทางผ่านป่าแสงจันทร์ว่า ‘ลมอ่อนแห่งป่าแสงจันทร์’  เขาไม่ได้มีดีเพียงฝีมือที่สูงส่งเท่านั้น  เขายังเป็นบุรุษมากไมตรี เป็นมิตรกับทุกผู้คน เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายที่มักจะเดินทางผ่านป่าแสงจันทร์ต่างก็ชื่นชอบเขามาก และบางคนก็ถึงกับให้ความเคารพยำเกรง ยกย่องนับถือเขา ขอเพียงเป็นผู้ที่เดินทางผ่านป่าแสงจันทร์แห่งนี้หลายครั้ง หรือเคยศึกษาเรื่องราวของป่าแสงจันทร์มาเป็นอย่างดี ก็ย่อมต้องรู้จักนามของโอวหยางชิงเฟิง...


    การที่นักเดินทางที่มีเพียงสองสตรีตัวน้อยกลุ่มนี้ไม่รู้จักนามของเขาจึงทำให้โอวหยางชิงเฟิงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ทราบในทันทีว่าทั้งหมดต้องไม่เคยเดินทางผ่านสถานที่แห่งนี้มาก่อน 


    อีกทั้งหากพิจารณาดีๆ สตรีทั้งสองมีอสูรมายาในระดับเทวะราชันที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ได้คอยคุ้มครอง การที่พวกนางจะเดินทางผ่านป่าแสงจันทร์อย่างไม่เกรงภัยก็อาจจะไม่แปลกมากนัก


    แววตาของฉินอวี้โม่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ฟังเรื่องที่โอวหยางชิงเฟิงบอกเล่า หากสิ่งที่เขากล่าวมาเป็นเรื่องจริงก็แสดงว่าเขาเดินทางร่อนเร่อยู่ภายในป่าแสงจันทร์แห่งนี้บ่อยๆ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับพวกนางไม่น้อย


    “โอวหยางชิงเฟิง แท้จริงแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราเดินทางเข้ามาในป่าแสงจันทร์แห่งนี้ และเนื่องจากเจ้าก็มีความผิดติดค้างพวกเราอยู่  เหตุใดไม่อาสาเป็นไกด์ (Guide) นำทางให้เราเลยล่ะ?”


    ฉินอวี้โม่เอ่ยทีเล่นทีจริงด้วยใบหน้านึกสนุกพร้อมแย้มยิ้มมุมปาก นางต้องการหาประสบการณ์ภายในป่าแห่งนี้ หากว่าได้ผู้ที่คุ้นเคยมาคอยช่วยนำทางก็จะเป็นเรื่องที่สะดวกและประหยัดเวลาได้ไม่น้อย


    “ไกด์คืออะไร?”


    โอวหยางชิงเฟิงก็ชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉินอวี้โม่พูดก่อนจะเอ่ยถาม เขาไม่รู้จักคำว่าไกด์


    “เอ่อ.. ข้าเหมือนถึงว่าเราไม่คุ้นเคยกับป่าแสงจันทร์แห่งนี้และเรากำลังมองหาสถานที่ดีๆ สำหรับฝึกวิชา ซึ่งข้าก็หวังว่าเจ้าจะพาพวกเราไปหาสถานที่เหมาะสมที่ว่าได้”


    ฉินอวี้โม่อธิบายออกไปด้วยรอยยิ้ม...เก้อเขิน


    “อ่อ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”


    โอวหยางชิงเฟิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น สำหรับเขาแล้วเพียงแค่หาสถานที่เหมาะสมสำหรับฝึกวิชาไม่นับว่าเป็นปัญหาแม้แต่น้อย


    “เอาล่ะ เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วพวกเราก็อย่ามัวช้ากันอยู่เลย”


    ฉินอวี้โม่ยิ้มและเอ่ยต่อ “ชื่อของข้าคือฉินอวี้โม่ ส่วนสาวน้อยผู้นี้คือเสี่ยวโร่ว ส่วนนั่นม่อเสีย โปรดแนะนำพวกเราด้วย”


    เมื่อได้ยินการแนะนำตัวของฉินอวี้โม่ โอวหยางชิงเฟิงก็พยักหน้า และหลังจากลอบพิจารณารูปลักษณ์ของฉินอวี้โม่โดยละเอียดแล้วก็อดทำให้โอวหยางชิงเฟิงอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้


    ต้องบอกเลยว่าความรู้สึกของโอวหยางชิงเฟิงผู้นี้เชื่องช้ายิ่งนัก  เขาใช้เวลานานมากกว่าจะสังเกตเห็นถึงความงามของฉินอวี้โม่  และอาจจะเป็นเพราะเขาอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้มานานแล้วจึงทำให้ไม่มีโอกาสได้พบเจอสาวงาม  เมื่อได้เห็นก็ทำให้บุรุษผู้อยู่ป่ามีใบหน้าแดงซ่านอย่างอดไม่ได้


    เมื่อได้เห็นท่าทางเปลี่ยนไปของโอวหยางชิงเฟิง ฉินอวี้โม่ก็ยิ้มอ่อนอย่างรู้ทัน ทว่าก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา...คุณหนูสี่ช่างเป็นสตรีที่งดงามมากจริงๆ


    ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้นับว่าสัญชาตญาณระวังภัยและความระแวดระวังทั้งหลายที่มีต่อชายผู้นี้ของฉินอวี้โม่ลดทอนลงไปมาก  เพราะหลังจากที่ลอบสังเกตและได้พูดคุยกันมา ดูแล้วบุรุษหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มผู้นี้เป็นคนที่เรียบง่ายและเป็นมิตรไม่น้อยทีเดียว


    หลังจากเก็บเกี่ยวสมบัติมีค่าทั้งหลายจากร่างของมังกรดินยักษ์แล้ว ฉินอวี้โม่ เสี่ยวโร่วและม่อเสียก็เดินตามโอวหยางชิงเฟิงผู้เป็นอาสาสมัครนำทางไปเรื่อยๆ เพื่อตามหาสถานที่พักค้างแรมดีๆ ดังที่เขาบอกเล่า


    ระหว่างการเดินทางไกล ฉินอวี้โม่ก็ได้ทราบว่าโอวหยางชิงเฟิงนั้นนับว่ายังเป็นเด็กอยู่มาก อายุของเขามากกว่านางเพียงสองปี นั่นแสดงว่าเขายังมีอายุไม่ถึงยี่สิบปีบริบูรณ์...เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบในยุคที่เธอจากมานั้นก็ถือว่าค่อนข้างเด็ก อย่างน้อยก็ถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ


    “ชิงเฟิง หากว่าเดาไม่ผิดเจ้าคงจะอยู่ขอบเขตนภมายาแล้วสินะ”


    หลังจากลอบตรวจสอบสภาวะพลังของอีกฝ่ายจนมั่นใจแล้วสาวนักฆ่าในร่างอดีตคุณหนูก็เอ่ยปากถามขึ้นมา


    โอวหยางชิงเฟิงพยักหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบังสหายสาวทั้งสอง


    “ข้าเพิ่งจะทะลวงผ่านขึ้นมาได้ไม่นานนัก”


    โอวหยางชิงเฟิงเป็นคนเรียบง่ายและซื่อตรง เขาเริ่มรู้สึกชื่นชมฉินอวี้โม่และเสี่ยวโร่ว เขาจึงปฏิบัติต่อพวกนางเหมือนเป็นสหาย  เมื่อสหายถามไถ่เขาจึงตอบออกไปตามตรงไม่ปิดบัง


    “เจ้าช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนภมายาได้?”


    ฉินอวี้โม่เอ่ยถามสิ่งที่นางสงสัยมานานกับโอวหยางชิงเฟิง ในที่สุดนางก็ได้พบกับจอมยุทธ์ขอบเขตนภมายาแล้ว นางต้องการจะรู้ถึงวิธีการทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตนี้


    “ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” โอวหยางชิงเฟิงส่ายศีรษะและกล่าวต่อ “ในตอนที่ข้ายังอยู่ขอบเขตมายารัตนะเก้าดารา มีอยู่วันหนึ่งที่ข้าต้องต่อสู้เป็นตายแบบตัวต่อตัวกับอสูรมายาที่แข็งแกร่งมาก ในตอนนั้นเมื่อถึงคราววิกฤต จู่ๆ ข้าก็ก้าวข้ามขอบเขตไปได้โดยไม่ตั้งใจ”


    โอวหยางชิงเฟิงเองก็ยังงุนงง การตัดผ่านของเขาในเวลานั้นนับว่าแปลกมาก ตอนที่เขาต่อสู้กับอสูรมายาระดับเทวะ จู่ๆ เขากลับสามารถทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตนภมายาได้


    ฉินอวี้โม่พยักหน้า นางไม่คิดว่าโอวหยางชิงเฟิงจะโกหกนาง ทว่าหากเป็นดังที่โอวหยางชิงเฟิงเล่า เช่นนั้นการจะทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตนภมายาได้ก็ต้องอาศัยโชคและจังหวะเวลาที่เหมาะสม หรืออีกอย่างก็คือจะต้องมีเงื่อนไขที่พิเศษถึงจะสามารถตัดผ่านได้  ซึ่งก็ยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะเป็นเมื่อไหร่เช่นนั้นหรือ? 


    “อวี้โม่ มีปัญหาอะไรหรือ? หรือว่าเจ้าเกือบจะก้าวข้ามขอบเขตแล้ว?”


    แม้ว่าโอวหยางชิงเฟิงจะเป็นคนซื่อ ทว่าเขาก็ยังมีไหวพริบ เมื่อได้ยินคำถามนี้ของฉินอวี้โม่ เขาจึงคาดเดาว่านางคงใกล้จะทะลวงสู่นภมายาแต่อาจมีปัญหาบางอย่าง


    ฉินอวี้โม่พยักหน้า นางเองก็ไม่คิดปกปิดโอวหยางชิงเฟิงเช่นกัน


    “เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้ารู้สึกได้ว่าพลังภายในของเขาเพียงพอที่จะทะลวงผ่านได้แล้ว ทว่าแม้จะผ่านมาหลายวันแต่กลับไม่มีสัญญาณของการข้ามสู่ขอบเขตต่อไปให้ได้เห็น  หากข้าคาดเดาไม่ผิด การจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนภมายาคงต้องอาศัยจังหวะเวลาและเงื่อนไขบางอย่างที่ค่อนข้างพิเศษ”


    ต้องทราบก่อนว่าขอบเขตนภมายานั้นถือเป็นปราการด่านสำคัญสำหรับจอมยุทธ์ ขอเพียงทะลวงเข้าสู่นภมายาได้ ความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ว่ากันว่าจอมยุทธ์ในขอบเขตนภมายาสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้และสามารถฝึกฝนวิทยายุทธ์ระดับสูงได้มากมาย  ยิ่งกว่านั้นการต่อสู้ของจอมยุทธ์ในขอบเขตนภมายานี้จะแตกต่างจากการต่อสู้ของจอมยุทธ์ในขอบเขตที่ต่ำกว่า นั่นคือ ด้วยข้อจำกัดของความแข็งแกร่งและขอบเขตพลังส่งผลให้จอมยุทธ์ในขอบเขตที่ต่ำกว่านภมายาไม่สามารถใช้วิทยายุทธ์ที่ร้ายกาจรุนแรงได้มากนัก


    โอวหยางชิงเฟิงพยักหน้าและกล่าว  “ในสมัยที่ข้ายังอยู่ในตระกูล ข้าได้ยินมาจากผู้อาวุโสว่า การจะทะลวงผ่านจากขอบเขตมายารัตนะสู่ขอบเขตนภมายาเป็นเรื่องยาก นภมายาถือเป็นขอบเขตสำคัญของการฝึกวรยุทธ์ หากทะลวงผ่านมาถึงขอบเขตนี้ได้ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง  ข้าว่าบางทีโอกาสของเจ้าอาจจะยังมาไม่ถึง”


    เมื่อฟังจากคำบอกเล่านั้นแล้ว ฉินอวี้โม่ก็คาดเดาได้ว่าตระกูลของโอวหยางชิงเฟิงน่าจะเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย  ทว่าก็โชคร้ายที่เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก  แต่อย่างหนึ่งที่น่าจะถูกต้องก็คือภายในตระกูลของบุรุษหน้าใสผู้นี้น่าจะมีจอมยุทธ์ฝีมือสูงส่งที่อยู่ในขอบเขตนภมายาและสูงกว่านั้นอยู่หลายคน


    แน่นอนว่าฉินอวี้โม่เองก็สงสัยว่าเหตุใดโอวหยางชิงเฟิงถึงได้มาอาศัยอยู่ภายในป่าทั้งๆ ที่เกิดในตระกูลที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น ยิ่งกว่านั้นจากที่สิ่งเขาเล่ามา เขาบอกว่าตัวเองอยู่ในป่าแสงจันทร์แห่งนี้มาถึงห้าปีแล้วอีกด้วย! 


    อย่างไรก็ตามฉินอวี้โม่ก็เลือกที่จะไม่ถามเรื่องนั้น 


    หลังจากเดินสนทนากันมาได้พักใหญ่ ในที่สุดภาพของค่ายพักแรมขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า!

    .

    .

    .




    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247