ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 136 วิหารเทียมเมฆ

             ประตูทางเข้าของวิหารเทียมเมฆนั้นถูกเรียกว่าประตูมังกรเพราะผู้คนที่เข้าไปด้านในแล้วสามารถกลับออกมาได้พวกเขาจะก้าวหน้าในเรื่องของพลังยุทธ์ต่ำสุดคือหนึ่งขั้นย่อยภายในระยะเวลาสามเดือนแต่สูงสุดที่เคยมีมานั้นสามารถเพิ่มพลังยุทธ์ได้ถึงหนึ่งระดับขั้นใหญ่เลยที่เดียว

            “แล้ววิหารเทียมเมฆจะเปิดเมื่อไหร่ท่านพี่ แล้วมีประตูมังกรจากที่อื่นอีกหรือไม่?”

            “มีมีประตูมังกรที่อื่นอีก และจะเปิดในอีกเจ็ดวันข้างหน้าด้านในเรียกได้ว่าเจ้าต้องเจอกับอันตรายจากผู้คนจากอาณาจักรอื่นอีกหลายคนเลยทีเดียวเจ้าพร้อมที่จะเข้าไปยัง วิหารเทียมเมฆหรือไม่ ”

            “วิหารเทียมเมฆนี้จะเปิดขึ้นทุกสิบปีจะมีผู้คนจากอาณาจักรอื่นที่มีประตูของวิหารเทียมเมฆเข้าไปเช่นเดียวกันวิหารเทียมเมฆนี้จะมีทั้งอาวุธ สมุนไพร รวมถึงตำรายุทธ์ ตำราเวท จำนวนมาก วิหารเทียมเมฆนี้คาดว่าจะเป็นของเทพคนใดคนหนึ่งสร้างเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้ารับการทดสอบ ที่สำคัญคือประตูแต่ละแห่งจะสามารถเข้าไปได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น”

            “ส่วนประตูทางออกจะมีเพียงประตูเดียวเท่านั้นเจ้ามีเวลาเพียงแค่สามเดือนในนั้นที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่าง ๆ  เมื่อถึงเวลาประตูทางออกเปิดออกพวกเราจะไปรับเจ้าที่นั่นเอง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”

            “ได้ท่านพี่ข้ายินดีที่จะไปยัง วิหารเทียมเมฆที่ท่านว่าส่วนจะได้อะไรกลับมาบ้างนั้นก็สุดแล้วแต่วาสนา”

            เฟยหลงกลับไปยังตำหนักของตนเองอีกหนึ่งอาทิตย์จะถึงวันที่ประตูวิหารเทียมเมฆเปิดออกเฟยหลงจึงตั้งใจที่จะฝึกฝนเพลงดาบเก้ามังกรให้สำเร็จ เพลงดาบเก้ามังกรในขั้นแรกเฟยหลงฝึกฝนสำเร็จไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเฟยหลงฟาดฟันดาบออกไปเงาร่างของมังกรขนาดใหญ่พุ่งทะยานออกไปทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

            เฟยหลงรู้ดีว่าการฝึกดาบเก้ามังกรนั้นยากเป็นอย่างยิ่งและต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเป็นอย่างมากเพราะการจะสร้างร่างเงาของมังกรแต่ละตัวและพลังทำลายล้างเทียบเท่ากับมังกรได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องยากเป็นอย่างยิ่ง

            “เพลงดาบเก้ามังกรหรือว่าข้าต้องสร้างร่างเงาของมังกรให้ได้ถึงเก้าตัวถึงจะสำเร็จและเปิดตำราในหน้าต่อไปได้ แค่พลังทำลายล้างของมังกรเพียงแค่หนึ่งตัวยังมากขนาดนี้หากพลังทำลายของร่างเงาทั้งเก้าตัวประสานกันมันจะรุนแรงมาเพียงใดกันเกรงว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทวะเองก็อาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสได้เช่นเดียวกันหากไม่ป้องกันหรือรับการโจมตีแบบตรง ๆ เข้าไป”

            เฟยหลงตั้งใจเอาไว้ก่อนการเดินทางเข้าสู่วิหารเทียมเมฆเขาต้องฝึกฝนเพลงดาบเก้ามังกรให้ได้ถึงมังกรที่ห้าแต่เมื่อถึงเวลาที่เขาจะต้องเดินทางไปยังวิหารเทียมเมฆจริง ๆ แล้วเขากลับสามารถฝึกฝนได้เพียงแค่มังกรที่สามเท่านั้นแต่ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่มังกรที่สามแต่ความรุนแรงของมันกลับทำให้เฟยหลงต้องตกตะลึง

            มังกรที่หนึ่งสามารถทำลายก้อนหินขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายมังกรที่สองพลังของมันรุนแรงมากกว่ามังกรที่หนึ่งเป็นเท่าตัว ส่วนมังกรที่สามนั้นรุนแรงมากกว่ามังกรที่หนึ่งถึงสี่เท่าด้วยกันความรุนแรงระดับนี้สามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่าจักรพรรดิถูกสังหารได้อย่างไม่ยากเย็น

            “เฟยหลงเจ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยังอีกสองวันประตูวิหารเทียมเมฆก็จะเปิดแล้วพวกเราต้องเดินทางไปยังจุดที่ประตูจะเปิดได้แล้ว”เสียงของเป๋ยหลง เจ้าสำนักมังกรเพลิงดังขึ้นมา

            “น้องเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วท่านพี่พวกเราออกเดินทางกันได้เลย”

            เป่ยหลงนั่งอยู่บนหลังของอินทรีย์ทมิฬสัตว์อสูรระดับสูงรอเฟยหลงอยู่หน้าตำหนัก สองพี่น้องตระกูลลู่ยืนอยู่ข้าง ๆเป่ยหลง เมื่อทั้งสองเห็นเฟยหลงเดินออกมาทั้งคู่รีบคำนับเฟยหลงทันที

            “ขอบคุณนายท่านที่ช่วยส่งเสริมให้พวกเราสามารถเป็นศิษย์ของสำนักมังกรเพลิงพวกเราพี่น้องจะไม่ลืมพระคุณของนายท่านตลอดชีวิตของพวกเรา”

            “พวกเจ้าอย่าได้คิดมากเป็นเพราะตัวพวกเจ้าเองต่างหาก ถึงได้ทำให้พวกเจ้ามาถึงจุดนี้ได้ พวกเจ้าพี่น้องตั้งใจฝึกฝนให้ดีต่อไปในอนาคต สำนักมังกรเพลิงยังต้องให้พวกเจ้าช่วยเหลืออีกมาก  ที่สำคัญเจ้าอย่าได้ลืมตัวว่าเจ้าและตระกูลของเจ้ามีทุกวันนี้เพราะสำนักมังกรเพลิง”

            “พวกเราพี่น้องจะจำคำสอนของนายท่านและจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวังอย่างแน่นอน”

            “ไปกันเถอะนี่ก็สายมากแล้ว พวกเรายังต้องเดินทางอีกไกล” เป่ยหลงเอ่ยขึ้นมา

            “ขอรับท่านพี่”

            ตลอดการเดินทางสองวัน  เป่ยหลงได้อธิบายเรื่องราวต่าง ๆ  เกี่ยวกับวิหารเทียมเมฆให้กับเฟยหลงฟังอย่างละเอียดตลอดทางเป่ยหลงได้เล่าประสบการณ์การเข้าไปในวิหารเทียมเมฆให้แก่เฟยหลงจนกระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึงยังประตูทางเข้าวิหารเทียมเมฆซึ่งอยู่ในอาณาเขตของสำนักมังกรเพลิง

            ที่นี่คือประตูทิศตะวันออกของวิหารเทียมเมฆเมื่อผ่านประตูนี้ไปจะไม่ใช่อาณาเขตของสำนักมังกรเพลิงอีกต่อไป แน่นอนว่าจะมีป่าเขาและหนทางที่เจ้าต้องข้ามผ่านไปอีกยาวไกลจำเอาไว้ว่าเจ้ามีเวลาอยู่ด้านในวิหารเทียมเมฆนั้นเพียงแค่สามเดือนเท่านั้นส่วนประตูทางออกจะอยู่ในทิศตะวันตกของวิหารเทียมเมฆทั้งสองคนรอจนกระทั่งประตูของวิหารเทียมเมฆเปิดออก

            “เฟยหลงอีกสามเดือนพวกเราจะไปรอเจ้าอยู่ที่ประตูทางออกข้าขอให้เจ้าโชคดีและกลับมาอย่างปลอดภัย”

            “ขอบคุณท่านพี่ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

            เมื่อเฟยหลงก้าวข้ามผ่านประตูวิหารเทียมเมฆไปเมื่อเขามองออกไปด้านหน้า จะมีไอหมอกสีขาวปกคลุมหนาแน่นอยู่ทั่วมองไปไกล ๆ  จะเห็นวิหารหลังใหญ่ตั้งอยู่ขนาดของวิหารแห่งนั้นใหญ่โตและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

            หลังจากนั้นเฟยหลงจึงมองดูรอบๆ มีประตูกว่าหนึ่งร้อยประตูที่อยู่รอบด้าน

                “แสดงว่าต้องมีคนเข้ามาในวิหารเทียมเมฆอีกนับร้อยคนเป็นแน่”เฟยหลงคิดได้ดังนั้นเขาจึงได้ทะยานไปยังวิหารเทียมเมฆด้วยความเร็ว

                หลังจากนั้นไม่นานหลังจากที่เฟยหลงพุ่งทะยานไปยังวิหารเทียมเมฆได้ราวๆ  ยี่สิบนาที ประตูบานอื่น ๆ  ก็เริ่มมีคนทยอยเข้ามาในตอนแรกเฟยหลงคิดจะใช้กระบี่บินในการเดินทางแต่เมื่อเขาสังเกตดูประตูแต่ละที่นั้นเปิดออกไม่พร้อมกันเฟยหลงจึงเปลี่ยนใจไม่ใช้กระบี่บินในการเดินทาง เพราะเขาไม่อยากที่จะเป็นจุดสนใจ

                และก็เป็นดังที่เขาคิดเอาไว้พวกที่ใช้วิธีการบินไปยังวิหารเทียมเมฆนั้นส่วนใหญ่ต้องตายตกระหว่างทางเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะในป่าด้านหน้ามีทั้งสัตว์อสูรระดับสูง และสัตว์ปีสาจที่คอยล่าเหยื่ออยู่เป็นจำนวนมาก  พวกมันอาศัยป่าทึบในการอำพรางตัวส่วนผู้ที่ใช้วิธีการบินไปยังวิหารเทียมเมฆนั้นส่วนใหญ่จะถูกสัตว์อสูรที่มีปีกจับตัวไปเป็นอาหารพวกเขาไม่สามารถหลบเลี่ยงได้เร็วเมื่ออยู่ข้างบน แต่หากพวกหลบเลี่ยงได้เมื่อลงสู่พื้นก็จะเป็นอาหารของสัตว์อสูรหรือสัตว์ปีศาจที่อยู่ด้านล่างที่คอยจังหวะจู่โจมพวกเขาอยู่

                เฟยหลงพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วแม้จะใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าแต่ว่าความปลอดภัยนั้นมีมากกว่าใช้กระบี่บินเพราะเขาสามารถจับสัมผัสของสัตว์อสูรหรือสัตว์ปีศาจได้ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวเสียด้วยซ้ำทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับพวกมันได้

                จวบจนท้องฟ้ามืดมิดเฟยหลงจึงได้อาศัยต้นไม้ใหญ่ในการพักผ่อน การเดินทางในช่วงเวลากลางคืนนั้นเรียกได้ว่าอันตรายยิ่งกว่ากลางวันมาก ทำให้เฟยหลงเลือกที่จะพักผ่อนเขาร่ายเวทป้องกันม่านพลังคลอบคลุมบริเวณที่เขาใช้เป็นที่พักจากนั้นจึงค่อย ๆล้มตัวลงนอน

                กลางดึงเฟยหลงต้องตกใจตื่นเพราะด้านล่างต้นไม้ใหญ่ที่เขาพักอยู่นั้นเกิดการต่อสู้ขึ้นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเปียกชุมไปด้วยโลหิตเขากำลังหลบหนีจากสัตว์อสูรจำนวนหลายสิบตัวที่บินวนผลัดเปลี่ยนกันเข้าโจมตีชายหนุ่มคนนั้นทุกครั้งที่สัตว์อสูรพวกนั้นโจมตีมันจะเกิดสายฟ้าฟาดใส่ร่างของเขาก่อนที่กรงเล็บอันแหลมคมจะพุ่งผ่านตัวของชายหนุ่มคนนั้นไป

                ตอนแรกเฟยหลงไม่คิดที่จะช่วยเหลือแต่อย่างใดแต่เมื่อเขามองร่างที่เปียกชุมไปด้วยโลหิตผ่านแสงเดือนที่สาดส่องลงมาเฟยหลงสังเกตว่าชายหนุ่มคนนั้นมีใบหูที่ยาวกว่าคนทั่วไปอีกทั้งรูปร่างของเขานั้นยังสูงสง่าชายหนุ่มคนนั้นพยายามที่จะใช้ธนูยิงไปยังยังสัตว์อสูรพวกนั้นที่ทำร้ายเขาอยู่

                สัตว์อสูรที่โจมตีชายหนุ่มคนนั้นอยู่ตัวขนาดหนึ่งฟุต มันมีฟันและกรงเล็บที่แหลมคมเป็นอย่างมากสายฟ้าที่อยู่บนศีรษะของมันโจมตีเป็นระยะ ๆ 

                “ค้างคาวสายฟ้ามันเป็นค้างคาวสายฟ้า ไม่น่าเชื่อข้าจะเจอพวกมันอยู่ที่นี่ได้”

                เฟยหลงตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้นเพราะดูแล้ว ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลหากเฟยหลงไม่ช่วยเหลือคาดว่าคงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงชายหนุ่มคนนั้นต้องกลายเป็นอาหารของสัตว์อสูรพวกนี้อย่างแน่นอน

                สายฟ้ากระพริบอยู่บนศีรษะของมันความเร็วของมันสายตาของเฟยหลงแทบจะมองตามไม่ทันเฟยหลงร่ายเวทป้องกันชายหนุ่มคนนั้นเอาไว้ทันที

                “เจ้าอยู่นิ่งๆ อย่าได้ขยับตัวไปไหน ตอนนี้พวกมันไม่สามารถจับทิศทางของเจ้าได้แล้ว รีบฟื้นฟูพลังของเจ้าเสีย”เฟยหลงเอ่ย ชายหนุ่มคนนั้นแหงนมองขึ้นบนต้นไม้ใหญ่แต่เขากลับมองไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียว แต่ค้างคาวสายฟ้าพวกนั้นก็ทำได้เพียงแค่บินวนไปมาเท่านั้น

                ชายหนุ่มคนนั้นจึงได้ทำการฟื้นฟูพลังของเขาในทันทีเพียงไม่นานค้างคาวสายฟ้าก็บินจากไป จวบจนรุ่งเช้าเฟยหลงจึงได้ลงมาหาชายหนุ่มแต่เมื่อเขาสังเกตดูรูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มคนนั้นเขาพบว่าชายหนุ่มคนนั้นมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับมนุษย์และยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาเพียงแต่ว่าใบหูที่แหลมยาว และยังมีนัยน์ตาสีฟ้าอีกด้วย

                “ขอบใจท่านมากที่ช่วยเหลือชีวิตของข้าข้าชื่ออาเมล ข้าไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์แต่ข้าเป็นเผ่าเอลฟ์”

                “ข้าชื่อเฟยหลงอาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นยังไงบ้าง?”

                “ได้รับการฟื้นฟูและรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว  ขอบใจเจ้ามากจริง ๆ ที่ช่วยเหลือข้าไม่เช่นนั้นข้าคงต้องตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน