แปบเดียวอาหารก็มาเสิร์ฟ พอเนื้อสีแดงอ่อนๆที่ถูกทำให้สุขแล้ว กับกลิ่นหอมที่แตะจมูกของเนื้ออสูรที่ถูกปรุงมาอย่างดี ลอยเข้าจมูกก็ทำให้เฉินเทียนอยากลิ้มรสมันขื้นมาทันที
พอเขากินเสร็จเขากำลังจะจ่ายเงิน แต่เขาลืมไปว่าเขามีแต่หินดวงดาวระดับสูง แม่เขาไม่ได้ให้หินิญญาแบบอื่นมาเลย เขาหันหน้าไปหาเด็กหญิง
แต่นางกับมองเขากลับด้วยสายตาสงส้ย
'' เ้าจ่ายสิ พอดีข้าลืมพกหินิญญามาด้วย '' เขาไม่มีจริงๆไม่ใช่ลืมอาไรแต่เขาย่อมไม่บอกนางแน่
เหมือนนางเพิ่งจะรู้ตัวนางดืงถุงทีเอว ออกมาแล้วคิดในใจ ''หืม'ช่างขี้เหนียวยิ่งนัก เก่งขนาดนั้นจะไปลืมหินิญญาติดตัวได้ยังไงเหล่า''
'' เอาละเ้าพาข้าไปหาที่พักก่อน ข้าเหนื่อยแล้ว''
'' เ้าค่ะ'' นางยืนขื้นแล้วเดินนำเขาเข้าไปที่ใจกลางของเมือง
ที่นั้นมีจวนขนาดใหญ่สูงถืง5ชั้น และรอบๆก็มีจวนขนาดเล็กอีกหลายหลัง มีกำแพงสูงสามจั้งล้อมรอบกินเนื้อที่ไปหลายร้อยจั้ง
พอพวกเขาเดินมาถืงประตูก็เห็นทหารยาม4คนเฝ้าอยู่ '' หยุกก่อน มิทราบว่ามีป้ายยืนยันตัวตนหรือไม่ ''
เฟิงฮว่าเออร์หยิบป้ายหยกสีเขียวออกมาแล้วปลดผ้าคลุมหน้าออก
พอทหารยามเห็นป้ายหยกนั้นก็ใอย่างยิ่ง '' ขออภัย องค์หญิงที่เสียมารยาท '' พวกเขารีบก้มหน้าคำนับทันที
นางชี้ไปที่เฉินเทียน `' เ้าพาแขกของข้าไปพักผ่อนในจวนรับรองก่อน' พูดจบนางก็รีบเดินเข้าไปข้างในทันที
''เชิญขอรับนายท่าน '' ทหารยามพูดด้วยความนอบน้อมแล้วก็เดินนำทางเขาไป
เขาเดินตามทหารยามไปจนถืงจวนแห่งหนื่ง จวนแห่งนี้เป็จวนชั้นเดียว มีกระท่อมหลังหนื่งและสระน้ำขนาดเล็กที่เลี้ยงปลาทองใว้ พอมาส่งแล้วทหารยามก็จากไปทันที
ข้างในมีสาวใช้2คนเดินออกมาต้อนรับทันที '' ยินดีต้อนรับเ้าค่ะนายท่าน ''
'' พวกเ้าออกไปเฝ้าประตูห้ามใครเข้ามาจนกว่าจะได้รับอนุญาต เข้าใจมั้ย '' เขาสั่งพวกนางเสร็จก็เดินเข้าไปนั่งขัดตะหมาดบนกระท๋อมทันที
'' เ้าค่ะ `' ตอบรับแล้วพวกนางก็รีบเดินออกไปแล้วปิดประตูจวน
เฉินเทียนนั่งสมาธิอยู่บนกระท่อม มองนิ้วชี้ด้านขวาที่มีแสงสีขาวเปล่งจางๆออกมา นี้คือดัชนีหนื่งดารา ทักษะสุดท้ายที่ระดับสร้างฟ้าสามารถฝืกได้ มันคือการรวมพลังิญญาจำนวณมากใว้ที่นิ้วให้แหลมคมแล้วยิงออกไป ที่ยากคือการควบคุมมันไม่ให้ะเินิ้วตัวเอง เพราะแบบนี้เขาถืงเก็บมันใว้ฝืกหลังสุด เขาคาดว่ารอจนสร้างฟ้าขั้น6แล้วก็คงสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์
( 1.โซ่แสงดาว 2.เงาดารา 3. โล่สะเก็ดดาว 4.กระบี่แสงดาว 5.ดัชนีหนื่งดารา)
ผ่านไปกว่าหนื่งเค่อ ก็มีเสียงะโเขามา
'' ท่านนาย องค์หญิงเชิญท่านไปพบเ้าค่ะ''
เขาลุกขื้นแล้วก็เดินออกไป ตอนนี้เขาไม่มีที่ไปและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับดินแดนนี้เลยเขาคิดใช้จะตำแหน่งองค์หญิงเพื่อหาข้อมูลคราวๆของดินแดนนี้ก่อน แล้วค่อยหาจุดหมายที่จะไป
เขาเดินออกมาก็เห็นชายวัยกลางคนสองคนสวมชุดราชองครักษ์สีขาวตรงหน้าอกมีรูปเมฆบิดเกี้ยวเป็วงกลมอยู่
''เชิญขอรับ '' พูดจบพวกเขาก็เดินนำเขาออกไป พวกเขาเดินนำเฉินเทียนไปจนถืงจวนแห่งหนื่ง ทีี่ใหญ่โตกว่าจวนของเขาถืงสามเท่า เขาเดินตามพวกเขาเข้าไปในห้องโถงข้างในจวน
ในนี้มีคนอยู่มากทีเดียวถ้านับสองคนที่นำทางเขาด้วยก็ ยี่สิบหกคนพอดี เขากวาดตาไปรอบๆตรงกลางห้องโถงมีเด็กหญิงนั่งอยู่ ด้านขวามีชายอายุราว40ปียืนอยู่ และด้านข้างเขายังมีอีกสามคนยืนอยู่ หนื่งในนั้นเหมือนจะมีคนหนื่งที่แขนขาดข้างหนื่ง และด้านช้ายของเด็กหญิงนั้นเป็ชายชราราว50 ยืนอยู่
'' พี่ใหญ่เชิญนั่งก่อน '' พอเด็กหญิงเห็นเขาก็รีบเชิญเขาไปนั่งโตที่ว่่างด้านขวาทันที
เฉินเทียนค่อยๆเดินไป หลังจากนั่งลงแล้วก็มีสาวใช้ยกน้ำชามารินให้ เขาแค่ยกขื้นมาจิบเบาๆแล้วก็วางลง จากจิตััของเขาแล้ว ดูเหมือนคนที่ยืนด้านขวานั้นคงเป็หัวหน้าราชองครักษ์ มีระดับสร้างฟ้าขั้น7 อีกสามคนข้างหลังก็มีพลังอยู่สร้างฟ้าขั้น6 ส่วนที่เหลือยังงอยู่3ขั้นแรกเท่านั้น
'' พี่ใหญ่นี้คือลุงเป่าเป็ผู้ดูแลข้า และนี้คือ ลุงต้าเป็เ้าเมืองเมฆดำนี้ '' พอเฉินเทียนวางจอกลงนางก็รีบแนะนำทันที
'' ข้าน้อย เป่าอี ขอขอบคุณสหายที่ช่วยเหลือองค์หญิง ถ้าองค์หญิงเป็ไรไป ข้าก็คงมิกล้าเผชิญหน้ากับเ้าแคว้นแล้ว '' พูดจบเขาและเ้าเมืองแซ่ต้าก็ประสานมือคารวะเล็กน้อย
เป่าอีสามารถััได้ว่าคนข้างหน้านี้มีระดับถืงสร้างฟ้าขั้น5แล้วและดูจากอายุน่าจะไม่เกิน20 ต้องเป็อัจฉริยะของสำนักหรือตระกูลใหญ่แน่นอน
'' ข้าแค่บังเอิญเท่านั้น '' เฉินเทียนคารวะกลับเล็กน้อย
'' ขออภัยที่เสียมารยาท มิทราบว่า สหายมีนามว่าอันใด แล้วมาจากใหนรื ''
'' ข้าชื่อ เฉินเทียน ส่วนมาจากใหนนั้นขออภัยด้วยข้าไม่สามารถบอกได้ '' เขาพูดพลาฝทำสีหน้าอืดอัดใจเล็กน้อย เขาย่อมไม่บอกแน่ว่ามาจากใจกลางป่าไพรปีศาจ
'' ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร ถ้าสหายไม่สะดวกที่จะเปิดเผยก็หาเป็ไรไม่ เมืองนี้ยินดีต้อนรับ สหายสามารถพักผ่อนที่จวนนี้ได้ตามสบาย รับรองจะไม่มีผู้ใดมารบกวนแน่นอน''
'' ขอบคุณสหายเป่า ข้าอยากยืมห้องสมุดสักหน่อยไม่ทราบว่าเป็ไปได้หรือไม่ '' เขาอยากเรียนรู้เกี่ยวกับดินแดนให้เริวที่สุด จะถามตรงๆก็น่าสงส้ยไป แต่ถ้าเป็ห้องสมุดละก็ ต้องมีข้อมูลพวกนี้อย่างแน่นอน
ก่อนที่เป่าอีจะตอบก็มีเสียงเด็กหญิงดังขื้นมาก่อน '' ได้อยู่แล้วพี่ใหญ่ ไปกันเถอะข้าจะนำทางท่านเอง '' พูดจบองค์หญิงน้อยก็ลุกขื้นมาแล้วพาเข้าเดินออกไป
ในห้องโถงยังเหลือแค่องครักษ์ทั้ง4และเ้าเมืองชราเท่านั้น
'' จากชุดที่สวมดูมีราคาไม่น้อย และ กิริยาการพูดข้าว่าอาจจะมาจากหกสำนักหรือแคว้นใหญ่สักแห่ง แต่เขาใส่ผ้่าปิดตาใว้เพื่ออาไร ข้ารู้สืกว่าตัวตนของเขาน่าสงส้ย '' เ้าเมืองชราพูดแล้วก็คบคิดในใจ
เป่าอีเขาคือหัวหน้าราชองครักษ์สิ่งที่เขาห่วงที่สุดนอนแน่คือความปลอดภัยขององค์หญิง เขาหันหน้าไปหาเ้าเมือง '' ข้าจะลองให้คนสืบสวนดู ส่วนท่านก็ให้คนจับตาดูเขาอยู่ห่างๆละกัน แต่ดูแล้วเขาน่าไม่เป็อันตรายสำหรับองค์หญิง '' พอพูดจบเขาก็เดินออกไปมันที
นี้คือบ้านที่เหมือนหอคอยมีอยู่3ชั้น เฉินเทียนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ชั้นที่2 โดยมีองค์หญิงนั่งมองอยู่ข้างๆ
จากหนังสือนี้เขาได้รู้ว่าดาวนี้มีชื่อว่าดาวไร้ทิศ มีอยู่3แดนหลักคือ หุบเขาหมื่นอสูรอยู่ตรงกลางง มหาสมุทรอสูร อยู่ทิศตาวันออก ส่วนรายละเอียดไม่มีเลย และที่เขาอยู่ตอนนี้คือ แดนมนุษย์อยู่ทิศตาวันตก มันแบ่งออกเป็6เขตใหญ่ เรียก6ดินแดนหลัก แต่ละดินแดนจะมีแคว้นน้อยใหญ่มากมายและมีหนื่งสำนักใหญ่ดูแลอยู่ และแคว้นวายุเมฆก็คือแคว้นที่อยู่ภายในดินแดนวายุอัสนี ของสำนักเทพวายุอัสนี ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็มีแค่ที่เกี่ยวกับแคว้นวายุเมฆและแคว้นใกล้เคียงที่เหลือก็ไม่มีข้อมูลอาไรอีกแล้ว
ในนี้ยังบันทึกใว้อีกว่าราชีนีหมาป่าจันทราสีเงินของป่าไพรปีศาจคือสัดอสูรระดับเบิกฟ้า เขาไม่คิดเลยว่าป้าเสวี่ยจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่แม่ของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าป้าเสวี่ยสะอีก แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางอยู่ระดับใหนกันแน่