เส้นทางแห่งจอมราชัน

    เริ่มงานชุมนุมแสงจันทร์

    ไป๋เหรินซีและลู่อิงเจี๋ยถึงกับขนลุกซู่

    ไม่ใช่ว่าเขาสามารถยึดครองทวีปหมอกสวรรค์ได้เลยงั้นหรือ 

    ตอนนี้ทั้งสองคนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหยวนหมิงเย่ถึงไม่ได้หวาดกลัวต่อตระกูลมู่ ต้องเป็นตระกูลมู่ต่างหากที่ต้องหวาดกลัวหยวนหมิงเย่ 

    แน่นอนว่าหยวนหมิงเย่่ย่อมไม่มีทางที่จะบอกความจริงว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับไหนให้กับทั้งสองคนฟังอย่างแน่นอน

    “ แล้วพี่เหม่ยเจียงล่ะ? ปู่หยวนและลุงจวินหยางล่ะ ” ไป๋เหรินซีถามขึ้นด้วยความสงสัย

    “ ท่านปู่มีความแข็งแกร่งระดับสวรรค์วิบัติขั้นสมบูรณ์เช่นกัน ส่วนลุงจวินหยางระดับสวรรค์วิบัติขั้นสูง สำหรับเหม่ยเจียงก็ระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นต้น ” หยวนหมิงเย่ตอบ 

    โอ้พระเจ้า

    ลู่อิงเจี๋ยกลืนน้ำลาย นางไม่คิดเลยว่าสาวใช้ด้านหน้าจะเป็นถึงตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ แต่เมื่อเทียบกับหยวนหมิงเย่ที่เป็นถึงระดับสวรรค์วิบัติแล้ว นางก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

    จากนั้นนางก็จำคำพูดของเหม่ยเจียงได้ 

    นางบอกว่านางยอมเป็นสาวใช้ของหยวนหมิงเย่ดีกว่าและถ้าหากหยวนหมิงเย่ต้องการข้ารับใช้เกรงว่าเทพยุทธ์รวมไปถึงระดับอาณาจักรสวรรค์ก็รีบไปหาเพื่อที่จะเป็นข้ารับใช้ให้กับเขา ดูเหมือนว่าคำพูดของนางจะเป็นความจริง

    “ เอาล่ะเหรินซีเจ้าตัดสินใจอย่างไร? ” หยวนหมิงเย่กล่าวขึ้น

    ไป๋เหรินซีเงียบไปสีหน้าของนางเต็มไปด้วยความครุ่นคิด

    “ เหรินซี อาจารย์ว่าเจ้าไปกับคุณชายหยวนเถอะ นี้ก็เพื่ออนาคตที่รุ่งโรจน์ของเจ้า ” ลู่อิงเจี๋ยยิ้มและกล่าวออกมา

    “ แต่ว่าอาจารย์ ข้า… ” ไป๋เหรินซีเงียบไปอีกครั้ง

    “ เอาแบบนี้ไหมเหรินซี เพียงแค่เจ้าตกลงข้าจะพาตระกูลไป๋และอาจารย์ของเจ้าไปด้วย ” หยวนหมิงเย่กล่าวขึ้น 

    ลู่อิงเจี๋ยถึงกับชะงักแต่เมื่อนางคิดแล้วนางก็คิดว่านี้ก็เป็นการดีสำหรับนางเหมือนกัน การติดตามคุณชายหยวนก็อาจจะทำให้นางเข้าสู่ระดับอาณาจักรสวรรค์หรือบางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่านั้นก็ได้ 

    “ เรื่องนี้ข้าขอคิดก่อนได้ไหม? ” ไป๋เหรินซีกล่าวขึ้น

    “ ได้สิ ยังไงข้าก็ไม่รีบร้อนที่ต้องการคำตอบจากเจ้าหรอก ” หยวนหมิงเย่ส่ายหน้าเบาๆก่อนที่เขาจะหยิบขวดหยกสีขาวออกมา

    “ ท่านลู่นี้คือโอสถกระจ่างฟ้า เมื่อท่านกินมันเข้าไปแล้วมันจะทำให้ท่านแข็งแกร่งขึ้นและถ้าหากโชคดีท่านก็จะสามารถเข้าสู่ขอบเขตสวรรค์ได้เลยด้วยซ้ำ ” หยวนหมิงเย่กล่าว

    ลู่อิงเจี๋ยมองไปที่ขวดหยกบนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น 

    “ คุณชายหยวนมอบให้กับข้าจริงๆหรือ? ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

    “ แน่นอน นี้เป็นของขวัญพบหน้าระหว่างข้ากับท่าน อีกอย่างข้าก็ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยดูแลเหรินซีให้กับข้า ” หยวนหมิงเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม 

    “ ขอบคุณคุณชายหยวน ” ลู่อิงเจี๋ยตื่นตันใจ

    “ ตอนนี้เจ้าก็ไม่ต้องห่วงข้าแล้วนะ เจ้าควรเป็นห่วงตระกูลมู่ดีกว่าว่าพวกมันจะหายไปจากโลกนี้หรือไม่ ” หยวนหมิงเย่หัวเราะออกมา

    ไป๋เหรินซีถอนหายใจ ตอนนี้นางก็รู้แล้วว่านางไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงหยวนหมิงเย่เลยด้วยซ้ำ

    “ คุณชายหยวนข้าขอถามอะไรบางอย่างได้หรือไม่? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้น

    “ ได้สิ” หยวนหมิงเย่พยักหน้ารับ

    “ หอเฟิงเซียงท่านเป็นคนสร้างขึ้นมาใช่หรือไม่? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้น

    ไป๋เหรินซีได้ยินก็หยุดชะงักก่อนที่จะจำได้ว่าหอเฟิงเซียงมีชื่อเสียงมาก พวกเขาเป็นแหล่งข้อมูลที่ยิ่งใหญ่ เรื่องราวต่างๆก็สามารถซื้อได้กับหอเฟิงเซียงถ้าหากมีเงินมากพอ นอกจากนี้พวกเขาก็ยังมีตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ถึงสามคนดูแลอยู่ 

    นอกจากนี้นางได้ยินมาว่าหอเฟิงเซียงนั้นขยายไปทั่วทั้งอาณาจักรร้อยพฤกษาด้วยซ้ำ

    “ ใช่แล้วล่ะข้าเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง รวมไปถึงภัตตาคารสุ่ยเย่ด้วยก็เป็นกิจการของข้า ” หยวนหมิงเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม 

    ลู่อิงเจี๋ยถอนหายใจ เวลานี้นางไม่แปลกใจเลยที่ทำไมหอเฟิงเซียงถึงได้แข็งแกร่งและมีอิทธิพลมากขนาดนี้ 

    “ จะว่าไปแล้วอาหารที่ภัตตาคารสุ่ยเย่ก็เหมือนกับที่เจ้าทำให้ข้ากินเลย ไม่แปลกใจแล้วล่ะที่มันเป็นกิจการของเจ้า ” ไป๋เหรินซีส่ายหน้า นางลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน

    “ ท่านลู่ โปรดจำเอาไว้ว่าการพูดคุยในวันนี้ข้าไม่ต้องการให้มันหลุดไปด้านนอก ” หยวนหมิงเย่กล่าวออกมา

    ลู่อิงเจี๋ยสะดุ้งก่อนที่นางจะรีบสาบานต่อสวรรค์ชั้นฟ้าทันที 

    “ ขอบคุณ ” หยวนหมิงเย่ยิ้ม

    “ จะว่าไป ท่านลู่ ท่านต้องการเข้าร่วมกับหอเฟิงเซียงหรือไม่? ” หยวนหมิงเย่ถามขึ้น

    ลู่อิงเจี๋ยชะงักก่อนที่จะครุ่นคิดเล็กน้อยเพื่อคิดถึงผลประโยชน์ที่นางจะได้รับ

    “ ตกลง ข้าลู่อิงเจี๋ยขอเข้าร่วมกับหอเฟิงเซียง ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าว

    “ เช่นนั้นก็ยินดีต้อนรับสู่หอเฟิงเซียง เพียงแต่หอเฟิงเซียงมีกฏมากมายนับไม่ถ้วนเดี๋ยวข้าจะให้คนมาบอกกฏต่างๆกับท่าน ” หยวนหมิงกล่าว

    “ ตกลง ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าว

    “ จริงสิเหรินซี เจ้าเก็บแผ่นหยกนี้เอาไว้ ถ้าหากเจ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นขอให้เจ้าหยิบแผ่นหยกนี้ออกมาและใส่ลมปราณลงไปในแผ่นหยก ไม่นานคนของหอเฟิงเซียงจะไปหาเจ้าทันที ” หยวนหมิงเย่กล่าวพร้อมกับยื่นแผ่นหยกให้กับไป๋เหรินซี

    “ ขอบคุณนะ ” ไป๋เหรินซีมองดูแผ่นหยกในมือด้วยความตื่นเต้นและตื้นตันใจ 

    ไม่นานทั้งสามก็ออกมาจากห้องรับแขก 

    เวลานี้ที่ด้านหน้าห้องรับแขกเหม่ยเจียงก็ยืนอยู่พร้อมกับท่าทีสงบนิ่ง

    “ กลับกันเถอะ ” หยวนหมิงเย่กล่าวก่อนที่จะเดินนำเหม่ยเจียงไป 

    หยวนหมิงเย่และเหม่ยเจียงหายลับไปแล้ว ไป๋เหรินซีจึงถอนหายใจออกมา

    “ เป็นอะไรไปเหรินซี? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้น

    “ ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่าเขายังต้องการข้าอยู่อีกหรือไม่? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้น

    ลู่อิงเจี๋ยรู้ดีว่าลูกศิษย์ของนางคิดอะไรอยู่

    “ เจ้าอย่าคิดเช่นนั้น คุณชายหยวนก็อยู่กับเจ้าแล้วก็ยังเอาใจเจ้าขนาดนี้ นอกจากนี้เขาก็ยังต้องการที่จะให้เจ้าตามเขาไปแล้วอย่างนี้เจ้าจะคิดเป็นอื่นได้อีกงั้นหรือ ” ลู่อิงเจี๋ยส่ายหน้า

    เมื่อได้ยินคำปลอบใจจากอาจารย์ ไป๋เหรินซีก็เริ่มมีความสุขขึ้นมา จริงด้วย หมิงเย่เอาใจนางทุกอย่างจริงๆ 

    “ พวกเรากลับกันเถอะ ดูเหมือนว่าพวกเราไม่ต้องเป็นห่วงคุณชายหยวนแล้วล่ะ ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าวขึ้น

    ไป๋เหรินซีก็พยักหน้า

    หลังจากที่ออกมาจากตำหนักหมื่นวิถีแล้ว หยวนหมิงเย่ก็กลับจวนของเขาทันที 

    เพียงแต่ในขณะที่กำลังจะกลับจวนอยู่นั้น จู่ๆก็มีนักฆ่ากลุ่มหนึ่งปรากฏตัวโจมตีรถม้าของหยวนหมิงเย่

    นักฆ่ากลุ่มนี้ต่างก็สวมชุดสีดำทั้งยังปกปิดใบหน้า ในมือของพวกเขาต่างก็ถืออาวุธระดับสวรรค์ขั้นต่ำ

    นักฆ่ากลุ่มนี้เป็นถึงตัวตนระดับเซียนยุทธ์สามคนและเหนือยุทธ์อีกห้าคน ด้วยจำนวนคนขนาดนี้เกรงว่าต่อให้เป็นเทพยุทธ์ก็ต้องตายหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัส

    เพียงแต่สิ่งที่พวกนักฆ่าไม่รู้ก็คือ กลุ่มของหยวนหมิงเย่รู้มาก่อนแล้วว่ามีนักฆ่าตามพวกเขามาตั้งแต่ออกจากตำหนักหมื่นวิถีแล้ว 

    เหม่ยเจียงโบกมือเบาๆ ก่อนที่จะควบคุมร่างกายของนักฆ่าทั้งแปดคนทันที

    เมื่อนักฆ่าที่จู่ๆร่างกายของตัวเองถูกควบคุมเอาไว้ก็ทำให้พวกเขาตกใจ 

    “ เกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆพวกเราถึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้? ” กลุ่มนักฆ่าพากันตกใจ

    ทันใดนั้นจู่ๆหัวของพวกเขาก็ถูกตัดทิ้งอย่างรวดเร็วโดย 

    ชุนหานให้เหม่ยเจียงควบคุมรถม้าก่อนที่เขาจะไปเก็บอุปกรณ์มิติและยุทธภัณฑ์ทั้งหมดเข้าอุปกรณ์มิติอย่างรวดเร็ว

    “ นายน้อยนี้คือนักฆ่าจากเงาโลหิต นายน้อยต้องการพวกเราทำลายกลุ่มนักฆ่านี้เลยหรือไม่? ” เหม่ยเจียงถามขึ้น

    “ งั้นก็ออกคำสั่งสังหารลงไปแล้วกัน แล้วก็บอกให้โก่วเฟิงไปหาลู่อิงเจี๋ยในค่ำคืนนี้ด้วยเนื่องจากนางเข้าร่วมกับหอเฟิงเซียงแล้ว ” หยวนหมิงเย่กล่าว

    คำสั่งสังหารคือคำสั่งที่ใช้สำหรับสังหารผู้คนจากกองกำลังหนึ่งทิ้งทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องถูกกำจัดทิ้ง ซึ่งผู้ที่สามารถสั่งคำสั่งสังหารได้มีเพียงแค่สามคนเท่านั้นคือหยวนหมิงเย่ หยวนเฉิง และอู๋จวินหยาง

    “ รับคำสั่ง ” เหม่ยเจียงกล่าวจบนางก็หายตัวไปทันที

    ไม่นานเหม่ยเจียงก็มีถึงที่โรงเตี๊ยมหว่างโย่ว 

    “ มีอะไรหรือเหม่ยเจียง? ” โก่วเฟิงถามขึ้นทันที

    “ นายน้อยออกคำสั่งสังหารกลุ่มนักฆ่าเงาโลหิต นอกจากนี้ท่านจะต้องไปพบกับลู่อิงเจี๋ยที่ยอดเขาภายในตำหนักหมื่นวิถี เนื่องจากนางได้เข้าร่วมกับหอเฟิงเซียงของเราแล้ว ” เหม่ยเจียงกล่าวขึ้น

    โก่วเฟิงหรี่ตาลงก่อนที่จะหันไปบอกกับพนักงานโรงเตี๊ยมทันที จากนั้นไม่นานพนักงานโรงเตี๊ยมก็กระจายตัวไปอย่างรวดเร็ว

    สองเค่อหยวนหมิงเย่ก็กลับมาถึงจวนของเขาที่เมืองหลวงแสงจันทร์

    ที่หน้าจวน เหม่ยเจียงยืนอยู่อย่างสงบ

    “ นายน้อยคำสั่งสังหารกระจายไปแล้วเจ้าคะ ” เหม่ยเจียงกล่าวขึ้นที่หน้าจวน

    หยวนหมิงเย่พยักหน้ารับเบาๆ

    ยามค่ำคืนที่ยอดเขาที่เป็นที่พักของลู่อิงเจี๋ย 

    ลู่อิงเจี๋ยที่กำลังมองดูขวดหยกในมืออย่างตื่นเต้น แต่นางยังไม่ได้กินเข้าไปเนื่องจากนางกำลังรอคนของหอเฟิงเซียงก่อน 

    ทันใดนั้นก็มีเงาสายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของลู่อิงเจี๋ย 

    “ แม่นางลู่ ” น้ำเสียงอันสงบนิ่งดังขึ้น

    ลู่อิงเจี๋ยตกใจและรีบหันหลังกลับไปมองทันที

    เมื่อนางหันกลับไปนางก็พบว่าเป็นชายวัยกลางคนยืนอยู่อย่างสงบ 

    “ ท่านคือคนของหอเฟิงเซียง? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ

    “ ถูกต้อง ข้ามีนามว่าโก่วเฟิง ”  โก่วเฟิงกล่าว

    “ เข้าใจแล้ว ” ลู่อิงเจี๋ยพยักหน้า นางยอมรับเลยว่าคนของหอเฟิงเซียงนั้นแข็งแกร่งจริงๆ 

    “ เช่นนั้นก็เข้าเรื่องกันเลยแล้วกัน ” โก่วเฟิงกล่าว 

    ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม 

    โก่วเฟิงก็มาหาหยวนหมิงเย่ในจวนพร้อมกับมอบลูกแก้วผนึกวิญญาณให้กับหยวนหมิงเย่ 

    “ จริงสิเจ้ามีบัตรเข้าร่วมงานชุมนุมแสงจันทร์หรือไม่?” หยวนหมิงเย่ถามขึ้น 

    “ บัตรเชิญข้าน้อยไม่มีขอรับ แต่ถ้าหากเป็นเฉียงกั่วก็ไม่แน่ขอรับนายน้อย ” โก่วเฟิงตอบ

    “ เข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปได้ ” หยวนหมิงเย่กล่าว

    “ ขอรับนายน้อย ” โก่วเฟิงตอบรับและหายตัวไป

    ‘ ดูเหมือนว่าต้องเปลื่ยนแผนการณ์บางอย่างแล้วล่ะ ’ หยวนหมิงเย่พึมพำเบาๆ

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน จนกระทั้งถึงวันที่เริ่มงานชุมนุมแสงจันทร์ 

    ในช่วงหลายวันมานี้ ไป๋เหรินซีก็มาหาหยวนหมิงเย่อยู่บ่อยๆ นอกจากนี้นางยังบอกข่าวดีว่าตอนนี้อาจารย์ของนางได้เข้าสู่ขอบเขตอาณาจักรสวรรค์แล้ว 

    แน่นอนว่าเรื่องที่มีตัวตนขอบเขตอาณาจักรสวรรค์ปรากฏขึ้นมาอีกหนึ่งคนก็ยิ่งทำให้อำนาจของตำหนักหมื่นวิถีแข็งแกร่งขึ้น รวมไปถึงสถานะของไป๋เหรินซีในตำหนักหมื่นวิถีสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

    ตอนบ่ายของวันที่มีงานชุมนุนแสงจันทร์

    หยวนหมิงเย่นั่งอยู่ในรถม้าพร้อมกับเฉียงกั่วโดยที่ด้านข้างเหม่ยเจียงก็นั่งอยู่ด้วย

    การที่สามารถนั่งรถม้าไปยังยอดเขาชมจันทร์ได้แสดงให้เห็นว่าคนๆนั้นจะต้องมีเบื้องหลังที่ทรงอำนาจ 

    ในรถม้า หยวนหมิงเย่และเหม่ยเจียง ทั้งสองสวมหน้ากากเพื่อที่จะปกปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้

    หลังจากที่รถม้าจอดแล้ว ทั้งสามก็ลงมาจากรถม้า 

    เมื่อผู้มีอำนาจเห็นว่ารถม้าคันนี้เป็นของเฉียงกั่วก็รีบเข้ามาทักทายทันที แต่ก่อนที่พวกเขากำลังจะเดินไปหาเฉียงกั่ว พวกเขาก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆมีชายหญิงสวมหน้ากากสองคนลงมาจากรถม้า และดูเหมือนว่าสถานะของเขาจะสูงกว่าเฉียงกั่วอีกด้วย

    “ สองคนนั้นเป็นใครกัน? ” 

    “ ทำไมท่านเฉียงกั่วถึงเดินตามหลังชายหนุ่มคนนั้นล่ะ? ” 

    “ หรือว่าจริงๆแล้วชายหนุ่มคนนั้นจะมีสถานะเหนือกว่าท่านเฉียงกั่วอีก ” 

    ผู้มีอำนาจหลายคนพากันตื่นตกใจและมองไปที่หยวนหมิงเย่ด้วยความสงสัยและอยากรู้ การที่ตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นสูงเดินตามหลังนี้แสดงว่าไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว

    พริบตาเดียวข่าวที่เฉียงกั่วเดินตามหลังคนๆหนึ่งเข้าร่วมงานชุมนุมแสงจันทร์ก็กระจายไปทั่วงานชุมนุมทันที 

    ซึ่งตลอดทางผู้คนจำนวนมากก็มองไปที่เฉียงกั่วด้วยความเคารพ และพวกเขาก็ยังรู้สึกสงสัยว่าชายสวมหน้ากากคือใครกันแน่ 

    บนยอดเขาชมจันทร์ ด้านหน้าก็ปรากฏสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหน้าของหยวนหมิงเย่

    “ นายน้อยนี้คือลานประลองขอรับ ” เฉียงกั่วอธิบายทันที

    หยวนหมิงเย่พยักหน้ารับและดูสนามประลองด้วยความสนใจ เพราะสนามประลองแห่งนี้คล้ายกับโคลอสเซียมในโลกเก่าของเขา

    ที่ทางเข้าสนามประลอง มีเจ้าหน้าที่ของสนามประลองหลายคนยืนอยู่ แต่เมื่อพวกเขาเห็นเฉียงกั่ว พวกเขาก็รีบวิ่งมาต้อนรับด้วยความเคารพทันที 

    “ ท่านเฉียงกั่วเชิญทางนี้ ทางเราได้จัดที่นั่งพิเศษเอาไว้ให้แล้วขอรับ ” พนักงานกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพพร้อมกับนำทางให้กับกลุ่มของหยวนหมิงเย่

     

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางแห่งจอมราชัน ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052