ไป๋เหรินซีและลู่อิงเจี๋ยถึงกับขนลุกซู่
ไม่ใช่ว่าเขาสามารถยึดครองทวีปหมอกสวรรค์ได้เลยงั้นหรือ
ตอนนี้ทั้งสองคนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหยวนหมิงเย่ถึงไม่ได้หวาดกลัวต่อตระกูลมู่ ต้องเป็นตระกูลมู่ต่างหากที่ต้องหวาดกลัวหยวนหมิงเย่
แน่นอนว่าหยวนหมิงเย่่ย่อมไม่มีทางที่จะบอกความจริงว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับไหนให้กับทั้งสองคนฟังอย่างแน่นอน
“ แล้วพี่เหม่ยเจียงล่ะ? ปู่หยวนและลุงจวินหยางล่ะ ” ไป๋เหรินซีถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ ท่านปู่มีความแข็งแกร่งระดับสวรรค์วิบัติขั้นสมบูรณ์เช่นกัน ส่วนลุงจวินหยางระดับสวรรค์วิบัติขั้นสูง สำหรับเหม่ยเจียงก็ระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นต้น ” หยวนหมิงเย่ตอบ
โอ้พระเจ้า
ลู่อิงเจี๋ยกลืนน้ำลาย นางไม่คิดเลยว่าสาวใช้ด้านหน้าจะเป็นถึงตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ แต่เมื่อเทียบกับหยวนหมิงเย่ที่เป็นถึงระดับสวรรค์วิบัติแล้ว นางก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา
จากนั้นนางก็จำคำพูดของเหม่ยเจียงได้
นางบอกว่านางยอมเป็นสาวใช้ของหยวนหมิงเย่ดีกว่าและถ้าหากหยวนหมิงเย่ต้องการข้ารับใช้เกรงว่าเทพยุทธ์รวมไปถึงระดับอาณาจักรสวรรค์ก็รีบไปหาเพื่อที่จะเป็นข้ารับใช้ให้กับเขา ดูเหมือนว่าคำพูดของนางจะเป็นความจริง
“ เอาล่ะเหรินซีเจ้าตัดสินใจอย่างไร? ” หยวนหมิงเย่กล่าวขึ้น
ไป๋เหรินซีเงียบไปสีหน้าของนางเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
“ เหรินซี อาจารย์ว่าเจ้าไปกับคุณชายหยวนเถอะ นี้ก็เพื่ออนาคตที่รุ่งโรจน์ของเจ้า ” ลู่อิงเจี๋ยยิ้มและกล่าวออกมา
“ แต่ว่าอาจารย์ ข้า… ” ไป๋เหรินซีเงียบไปอีกครั้ง
“ เอาแบบนี้ไหมเหรินซี เพียงแค่เจ้าตกลงข้าจะพาตระกูลไป๋และอาจารย์ของเจ้าไปด้วย ” หยวนหมิงเย่กล่าวขึ้น
ลู่อิงเจี๋ยถึงกับชะงักแต่เมื่อนางคิดแล้วนางก็คิดว่านี้ก็เป็นการดีสำหรับนางเหมือนกัน การติดตามคุณชายหยวนก็อาจจะทำให้นางเข้าสู่ระดับอาณาจักรสวรรค์หรือบางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่านั้นก็ได้
“ เรื่องนี้ข้าขอคิดก่อนได้ไหม? ” ไป๋เหรินซีกล่าวขึ้น
“ ได้สิ ยังไงข้าก็ไม่รีบร้อนที่ต้องการคำตอบจากเจ้าหรอก ” หยวนหมิงเย่ส่ายหน้าเบาๆก่อนที่เขาจะหยิบขวดหยกสีขาวออกมา
“ ท่านลู่นี้คือโอสถกระจ่างฟ้า เมื่อท่านกินมันเข้าไปแล้วมันจะทำให้ท่านแข็งแกร่งขึ้นและถ้าหากโชคดีท่านก็จะสามารถเข้าสู่ขอบเขตสวรรค์ได้เลยด้วยซ้ำ ” หยวนหมิงเย่กล่าว
ลู่อิงเจี๋ยมองไปที่ขวดหยกบนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น
“ คุณชายหยวนมอบให้กับข้าจริงๆหรือ? ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ แน่นอน นี้เป็นของขวัญพบหน้าระหว่างข้ากับท่าน อีกอย่างข้าก็ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยดูแลเหรินซีให้กับข้า ” หยวนหมิงเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบคุณคุณชายหยวน ” ลู่อิงเจี๋ยตื่นตันใจ
“ ตอนนี้เจ้าก็ไม่ต้องห่วงข้าแล้วนะ เจ้าควรเป็นห่วงตระกูลมู่ดีกว่าว่าพวกมันจะหายไปจากโลกนี้หรือไม่ ” หยวนหมิงเย่หัวเราะออกมา
ไป๋เหรินซีถอนหายใจ ตอนนี้นางก็รู้แล้วว่านางไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงหยวนหมิงเย่เลยด้วยซ้ำ
“ คุณชายหยวนข้าขอถามอะไรบางอย่างได้หรือไม่? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้น
“ ได้สิ” หยวนหมิงเย่พยักหน้ารับ
“ หอเฟิงเซียงท่านเป็นคนสร้างขึ้นมาใช่หรือไม่? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้น
ไป๋เหรินซีได้ยินก็หยุดชะงักก่อนที่จะจำได้ว่าหอเฟิงเซียงมีชื่อเสียงมาก พวกเขาเป็นแหล่งข้อมูลที่ยิ่งใหญ่ เรื่องราวต่างๆก็สามารถซื้อได้กับหอเฟิงเซียงถ้าหากมีเงินมากพอ นอกจากนี้พวกเขาก็ยังมีตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ถึงสามคนดูแลอยู่
นอกจากนี้นางได้ยินมาว่าหอเฟิงเซียงนั้นขยายไปทั่วทั้งอาณาจักรร้อยพฤกษาด้วยซ้ำ
“ ใช่แล้วล่ะข้าเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง รวมไปถึงภัตตาคารสุ่ยเย่ด้วยก็เป็นกิจการของข้า ” หยวนหมิงเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ลู่อิงเจี๋ยถอนหายใจ เวลานี้นางไม่แปลกใจเลยที่ทำไมหอเฟิงเซียงถึงได้แข็งแกร่งและมีอิทธิพลมากขนาดนี้
“ จะว่าไปแล้วอาหารที่ภัตตาคารสุ่ยเย่ก็เหมือนกับที่เจ้าทำให้ข้ากินเลย ไม่แปลกใจแล้วล่ะที่มันเป็นกิจการของเจ้า ” ไป๋เหรินซีส่ายหน้า นางลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน
“ ท่านลู่ โปรดจำเอาไว้ว่าการพูดคุยในวันนี้ข้าไม่ต้องการให้มันหลุดไปด้านนอก ” หยวนหมิงเย่กล่าวออกมา
ลู่อิงเจี๋ยสะดุ้งก่อนที่นางจะรีบสาบานต่อสวรรค์ชั้นฟ้าทันที
“ ขอบคุณ ” หยวนหมิงเย่ยิ้ม
“ จะว่าไป ท่านลู่ ท่านต้องการเข้าร่วมกับหอเฟิงเซียงหรือไม่? ” หยวนหมิงเย่ถามขึ้น
ลู่อิงเจี๋ยชะงักก่อนที่จะครุ่นคิดเล็กน้อยเพื่อคิดถึงผลประโยชน์ที่นางจะได้รับ
“ ตกลง ข้าลู่อิงเจี๋ยขอเข้าร่วมกับหอเฟิงเซียง ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าว
“ เช่นนั้นก็ยินดีต้อนรับสู่หอเฟิงเซียง เพียงแต่หอเฟิงเซียงมีกฏมากมายนับไม่ถ้วนเดี๋ยวข้าจะให้คนมาบอกกฏต่างๆกับท่าน ” หยวนหมิงกล่าว
“ ตกลง ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าว
“ จริงสิเหรินซี เจ้าเก็บแผ่นหยกนี้เอาไว้ ถ้าหากเจ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นขอให้เจ้าหยิบแผ่นหยกนี้ออกมาและใส่ลมปราณลงไปในแผ่นหยก ไม่นานคนของหอเฟิงเซียงจะไปหาเจ้าทันที ” หยวนหมิงเย่กล่าวพร้อมกับยื่นแผ่นหยกให้กับไป๋เหรินซี
“ ขอบคุณนะ ” ไป๋เหรินซีมองดูแผ่นหยกในมือด้วยความตื่นเต้นและตื้นตันใจ
ไม่นานทั้งสามก็ออกมาจากห้องรับแขก
เวลานี้ที่ด้านหน้าห้องรับแขกเหม่ยเจียงก็ยืนอยู่พร้อมกับท่าทีสงบนิ่ง
“ กลับกันเถอะ ” หยวนหมิงเย่กล่าวก่อนที่จะเดินนำเหม่ยเจียงไป
หยวนหมิงเย่และเหม่ยเจียงหายลับไปแล้ว ไป๋เหรินซีจึงถอนหายใจออกมา
“ เป็นอะไรไปเหรินซี? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้น
“ ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่าเขายังต้องการข้าอยู่อีกหรือไม่? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้น
ลู่อิงเจี๋ยรู้ดีว่าลูกศิษย์ของนางคิดอะไรอยู่
“ เจ้าอย่าคิดเช่นนั้น คุณชายหยวนก็อยู่กับเจ้าแล้วก็ยังเอาใจเจ้าขนาดนี้ นอกจากนี้เขาก็ยังต้องการที่จะให้เจ้าตามเขาไปแล้วอย่างนี้เจ้าจะคิดเป็นอื่นได้อีกงั้นหรือ ” ลู่อิงเจี๋ยส่ายหน้า
เมื่อได้ยินคำปลอบใจจากอาจารย์ ไป๋เหรินซีก็เริ่มมีความสุขขึ้นมา จริงด้วย หมิงเย่เอาใจนางทุกอย่างจริงๆ
“ พวกเรากลับกันเถอะ ดูเหมือนว่าพวกเราไม่ต้องเป็นห่วงคุณชายหยวนแล้วล่ะ ” ลู่อิงเจี๋ยกล่าวขึ้น
ไป๋เหรินซีก็พยักหน้า
หลังจากที่ออกมาจากตำหนักหมื่นวิถีแล้ว หยวนหมิงเย่ก็กลับจวนของเขาทันที
เพียงแต่ในขณะที่กำลังจะกลับจวนอยู่นั้น จู่ๆก็มีนักฆ่ากลุ่มหนึ่งปรากฏตัวโจมตีรถม้าของหยวนหมิงเย่
นักฆ่ากลุ่มนี้ต่างก็สวมชุดสีดำทั้งยังปกปิดใบหน้า ในมือของพวกเขาต่างก็ถืออาวุธระดับสวรรค์ขั้นต่ำ
นักฆ่ากลุ่มนี้เป็นถึงตัวตนระดับเซียนยุทธ์สามคนและเหนือยุทธ์อีกห้าคน ด้วยจำนวนคนขนาดนี้เกรงว่าต่อให้เป็นเทพยุทธ์ก็ต้องตายหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัส
เพียงแต่สิ่งที่พวกนักฆ่าไม่รู้ก็คือ กลุ่มของหยวนหมิงเย่รู้มาก่อนแล้วว่ามีนักฆ่าตามพวกเขามาตั้งแต่ออกจากตำหนักหมื่นวิถีแล้ว
เหม่ยเจียงโบกมือเบาๆ ก่อนที่จะควบคุมร่างกายของนักฆ่าทั้งแปดคนทันที
เมื่อนักฆ่าที่จู่ๆร่างกายของตัวเองถูกควบคุมเอาไว้ก็ทำให้พวกเขาตกใจ
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆพวกเราถึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้? ” กลุ่มนักฆ่าพากันตกใจ
ทันใดนั้นจู่ๆหัวของพวกเขาก็ถูกตัดทิ้งอย่างรวดเร็วโดย
ชุนหานให้เหม่ยเจียงควบคุมรถม้าก่อนที่เขาจะไปเก็บอุปกรณ์มิติและยุทธภัณฑ์ทั้งหมดเข้าอุปกรณ์มิติอย่างรวดเร็ว
“ นายน้อยนี้คือนักฆ่าจากเงาโลหิต นายน้อยต้องการพวกเราทำลายกลุ่มนักฆ่านี้เลยหรือไม่? ” เหม่ยเจียงถามขึ้น
“ งั้นก็ออกคำสั่งสังหารลงไปแล้วกัน แล้วก็บอกให้โก่วเฟิงไปหาลู่อิงเจี๋ยในค่ำคืนนี้ด้วยเนื่องจากนางเข้าร่วมกับหอเฟิงเซียงแล้ว ” หยวนหมิงเย่กล่าว
คำสั่งสังหารคือคำสั่งที่ใช้สำหรับสังหารผู้คนจากกองกำลังหนึ่งทิ้งทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องถูกกำจัดทิ้ง ซึ่งผู้ที่สามารถสั่งคำสั่งสังหารได้มีเพียงแค่สามคนเท่านั้นคือหยวนหมิงเย่ หยวนเฉิง และอู๋จวินหยาง
“ รับคำสั่ง ” เหม่ยเจียงกล่าวจบนางก็หายตัวไปทันที
ไม่นานเหม่ยเจียงก็มีถึงที่โรงเตี๊ยมหว่างโย่ว
“ มีอะไรหรือเหม่ยเจียง? ” โก่วเฟิงถามขึ้นทันที
“ นายน้อยออกคำสั่งสังหารกลุ่มนักฆ่าเงาโลหิต นอกจากนี้ท่านจะต้องไปพบกับลู่อิงเจี๋ยที่ยอดเขาภายในตำหนักหมื่นวิถี เนื่องจากนางได้เข้าร่วมกับหอเฟิงเซียงของเราแล้ว ” เหม่ยเจียงกล่าวขึ้น
โก่วเฟิงหรี่ตาลงก่อนที่จะหันไปบอกกับพนักงานโรงเตี๊ยมทันที จากนั้นไม่นานพนักงานโรงเตี๊ยมก็กระจายตัวไปอย่างรวดเร็ว
สองเค่อหยวนหมิงเย่ก็กลับมาถึงจวนของเขาที่เมืองหลวงแสงจันทร์
ที่หน้าจวน เหม่ยเจียงยืนอยู่อย่างสงบ
“ นายน้อยคำสั่งสังหารกระจายไปแล้วเจ้าคะ ” เหม่ยเจียงกล่าวขึ้นที่หน้าจวน
หยวนหมิงเย่พยักหน้ารับเบาๆ
ยามค่ำคืนที่ยอดเขาที่เป็นที่พักของลู่อิงเจี๋ย
ลู่อิงเจี๋ยที่กำลังมองดูขวดหยกในมืออย่างตื่นเต้น แต่นางยังไม่ได้กินเข้าไปเนื่องจากนางกำลังรอคนของหอเฟิงเซียงก่อน
ทันใดนั้นก็มีเงาสายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของลู่อิงเจี๋ย
“ แม่นางลู่ ” น้ำเสียงอันสงบนิ่งดังขึ้น
ลู่อิงเจี๋ยตกใจและรีบหันหลังกลับไปมองทันที
เมื่อนางหันกลับไปนางก็พบว่าเป็นชายวัยกลางคนยืนอยู่อย่างสงบ
“ ท่านคือคนของหอเฟิงเซียง? ” ลู่อิงเจี๋ยถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ
“ ถูกต้อง ข้ามีนามว่าโก่วเฟิง ” โก่วเฟิงกล่าว
“ เข้าใจแล้ว ” ลู่อิงเจี๋ยพยักหน้า นางยอมรับเลยว่าคนของหอเฟิงเซียงนั้นแข็งแกร่งจริงๆ
“ เช่นนั้นก็เข้าเรื่องกันเลยแล้วกัน ” โก่วเฟิงกล่าว
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
โก่วเฟิงก็มาหาหยวนหมิงเย่ในจวนพร้อมกับมอบลูกแก้วผนึกวิญญาณให้กับหยวนหมิงเย่
“ จริงสิเจ้ามีบัตรเข้าร่วมงานชุมนุมแสงจันทร์หรือไม่?” หยวนหมิงเย่ถามขึ้น
“ บัตรเชิญข้าน้อยไม่มีขอรับ แต่ถ้าหากเป็นเฉียงกั่วก็ไม่แน่ขอรับนายน้อย ” โก่วเฟิงตอบ
“ เข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปได้ ” หยวนหมิงเย่กล่าว
“ ขอรับนายน้อย ” โก่วเฟิงตอบรับและหายตัวไป
‘ ดูเหมือนว่าต้องเปลื่ยนแผนการณ์บางอย่างแล้วล่ะ ’ หยวนหมิงเย่พึมพำเบาๆ
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน จนกระทั้งถึงวันที่เริ่มงานชุมนุมแสงจันทร์
ในช่วงหลายวันมานี้ ไป๋เหรินซีก็มาหาหยวนหมิงเย่อยู่บ่อยๆ นอกจากนี้นางยังบอกข่าวดีว่าตอนนี้อาจารย์ของนางได้เข้าสู่ขอบเขตอาณาจักรสวรรค์แล้ว
แน่นอนว่าเรื่องที่มีตัวตนขอบเขตอาณาจักรสวรรค์ปรากฏขึ้นมาอีกหนึ่งคนก็ยิ่งทำให้อำนาจของตำหนักหมื่นวิถีแข็งแกร่งขึ้น รวมไปถึงสถานะของไป๋เหรินซีในตำหนักหมื่นวิถีสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
ตอนบ่ายของวันที่มีงานชุมนุนแสงจันทร์
หยวนหมิงเย่นั่งอยู่ในรถม้าพร้อมกับเฉียงกั่วโดยที่ด้านข้างเหม่ยเจียงก็นั่งอยู่ด้วย
การที่สามารถนั่งรถม้าไปยังยอดเขาชมจันทร์ได้แสดงให้เห็นว่าคนๆนั้นจะต้องมีเบื้องหลังที่ทรงอำนาจ
ในรถม้า หยวนหมิงเย่และเหม่ยเจียง ทั้งสองสวมหน้ากากเพื่อที่จะปกปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้
หลังจากที่รถม้าจอดแล้ว ทั้งสามก็ลงมาจากรถม้า
เมื่อผู้มีอำนาจเห็นว่ารถม้าคันนี้เป็นของเฉียงกั่วก็รีบเข้ามาทักทายทันที แต่ก่อนที่พวกเขากำลังจะเดินไปหาเฉียงกั่ว พวกเขาก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆมีชายหญิงสวมหน้ากากสองคนลงมาจากรถม้า และดูเหมือนว่าสถานะของเขาจะสูงกว่าเฉียงกั่วอีกด้วย
“ สองคนนั้นเป็นใครกัน? ”
“ ทำไมท่านเฉียงกั่วถึงเดินตามหลังชายหนุ่มคนนั้นล่ะ? ”
“ หรือว่าจริงๆแล้วชายหนุ่มคนนั้นจะมีสถานะเหนือกว่าท่านเฉียงกั่วอีก ”
ผู้มีอำนาจหลายคนพากันตื่นตกใจและมองไปที่หยวนหมิงเย่ด้วยความสงสัยและอยากรู้ การที่ตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นสูงเดินตามหลังนี้แสดงว่าไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว
พริบตาเดียวข่าวที่เฉียงกั่วเดินตามหลังคนๆหนึ่งเข้าร่วมงานชุมนุมแสงจันทร์ก็กระจายไปทั่วงานชุมนุมทันที
ซึ่งตลอดทางผู้คนจำนวนมากก็มองไปที่เฉียงกั่วด้วยความเคารพ และพวกเขาก็ยังรู้สึกสงสัยว่าชายสวมหน้ากากคือใครกันแน่
บนยอดเขาชมจันทร์ ด้านหน้าก็ปรากฏสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหน้าของหยวนหมิงเย่
“ นายน้อยนี้คือลานประลองขอรับ ” เฉียงกั่วอธิบายทันที
หยวนหมิงเย่พยักหน้ารับและดูสนามประลองด้วยความสนใจ เพราะสนามประลองแห่งนี้คล้ายกับโคลอสเซียมในโลกเก่าของเขา
ที่ทางเข้าสนามประลอง มีเจ้าหน้าที่ของสนามประลองหลายคนยืนอยู่ แต่เมื่อพวกเขาเห็นเฉียงกั่ว พวกเขาก็รีบวิ่งมาต้อนรับด้วยความเคารพทันที
“ ท่านเฉียงกั่วเชิญทางนี้ ทางเราได้จัดที่นั่งพิเศษเอาไว้ให้แล้วขอรับ ” พนักงานกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพพร้อมกับนำทางให้กับกลุ่มของหยวนหมิงเย่