ตอนพิเศษสอง
ชีวิตที่เปี่ยมสุข
เช้าวันหนึ่งในสำนักคุ้มภัยต้าอันฉวนท้องฟ้าเป็สีครามสดใส มีเพียงกลุ่มเมฆบาง ๆ ลอยอยู่ไกลลิบ อากาศเย็นสบาย ลมพัดเบาๆ กิ่งไม้และใบไม้สั่นไหวพอให้ได้ยินเสียงกรอบแกรบเสียงนกร้องขับขานเบิกบานเหมือนจะร่วมยินดีในวันใหม่ที่กำลังเริ่มต้น
ภายในลานฝึกกว้างกลางสำนักคุ้มภัยเสียงดาบกระทบกันดังกังวานหวังเหยียนวัยสิบสี่ปียืนตระหง่านอยู่กลางลานกำลังฝึกดาบอยู่กับหวังฉูฉู่น้องสาววัยแปดปีของเขาหวังเหยียนมีรูปร่างสูงใหญ่เกินวัย ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นดวงตาคมกล้าไม่ต่างจากมารดาของเขา ส่วนหวังฉูฉู่แม้จะยังเล็กแต่ก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความห้าวหาญนางชื่นชอบการฝึกยุทธ์มากกว่าสิ่งใดและหวังเหยียนก็ยินดีสอนให้น้องสาวเสมอ
หวังฉูฉู่ก้าวไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่วมือเล็ก ๆ ของนางกำด้ามดาบแน่นและโจมตีพี่ชายด้วยความเร็วหวังเหยียนยกดาบขึ้นปัดป้องการโจมตีของน้องสาวอย่างง่ายดายแล้วหมุนตัวหลบออกไปด้านข้าง
“ดีมากฉูฉู่ เ้าเร็วขึ้นอีกแล้ว”หวังเหยียนเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“แน่นอนข้าจะต้องเก่งเหมือนท่านแม่ให้ได้” หวังฉูฉู่ตอบด้วยความมุ่งมั่นนางย่อตัวลงแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วหวังเหยียนเห็นแล้วก็ยิ้มด้วยความภูมิใจน้องสาวของเขาแม้จะยังเด็กแต่ก็มีพร์ไม่แพ้ผู้ใหญ่
“แต่ยังต้องระวังเื่จังหวะการเคลื่อนไหวอยู่ดีอย่าได้ประมาทเชียว” หวังเหยียนกล่าวพร้อมกับหลบหลีกดาบของนางแล้วก้าวไปข้างหน้าและแตะไหล่น้องสาวเบา ๆ เป็การเตือน
หวังฉูฉู่ชะงักเล็กน้อยก่อนจะยิ้มและก้าวถอยหลัง“ข้าจะจำไว้เ้าค่ะพี่ใหญ่”
ทั้งสองฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่องลานฝึกเต็มไปด้วยเสียงดาบและเสียงหัวเราะของทั้งคู่พวกพี่น้องในสำนักคุ้มภัยที่อยู่ใกล้เคียงต่างพากันหยุดงานเพื่อมองดูการฝึกของสองพี่น้องหวังฉูฉู่แม้จะเป็เด็กแต่ก็ได้รับความเคารพจากเหล่าพี่น้องในสำนักเพราะความกล้าหาญและนิสัยที่คล้ายกับมารดาของนาง
ในขณะที่การฝึกดำเนินไปเสียงฝีเท้าเบา ๆดังมาจากด้านหลังของลานฝึก หวังสุ่ยวัยสิบเอ็ดปีปรากฏตัวขึ้นเขามีใบหน้าที่ฉลาดเฉลียว แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกนึกคิดลึกซึ้งไม่ต่างจากบิดาของเขามือของเขาถือม้วนกระดาษอยู่น่าจะเป็งานของทางการที่เขากำลังช่วยบิดาสะสาง
“พี่ใหญ่ น้องเล็ก”หวังสุ่ยเรียกพี่ชายและน้องสาวของเขาทั้งคู่หยุดการฝึกและหันไปมองหวังสุ่ยที่เดินเข้ามาใกล้ “ท่านแม่อยู่ที่ใดหรือ”
หวังเหยียนมองน้องชายของเขาแล้วตอบ“ท่านแม่น่าจะอยู่ในห้องโถงใหญ่ เ้ามีเื่สำคัญอะไรหรือ”
“ข้าเพียงแค่อยากปรึกษาเื่งานที่ท่านพ่อมอบหมายข้ามีข้อสงสัยบางอย่างที่อยากถามท่านแม่” หวังสุ่ยตอบ
“ท่านพ่อให้พี่ผู้ช่วยแล้วหรือ”หวังฉูฉู่พูดด้วยความสนใจ นางก้าวเข้ามาใกล้และมองดูม้วนกระดาษในมือของหวังสุ่ย“ให้ข้าดูบ้างสิ”
หวังสุ่ยหัวเราะ “เ้ายังเด็กอยู่ฉูฉู่ไว้โตกว่านี้ก่อนแล้วข้าจะให้เ้าดู”
“ข้าไม่เด็กแล้ว” หวังฉูฉู่แย้งแต่หวังเหยียนก็หัวเราะเบา ๆ แล้วขยี้ผมน้องสาวอย่างเอ็นดู
“พวกเราไปหาท่านแม่พร้อมกันเถอะข้าก็มีเื่จะคุยกับท่านแม่เช่นกัน” หวังเหยียนกล่าว
พวกเขาทั้งสามเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ของสำนักคุ้มภัยหลี่รุ่ยหลินนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตรงกลางห้องใบหน้าของนางยังคงงดงามและสง่างามเช่นเคยแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วแต่นางก็ยังคงเป็หญิงแกร่งที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อเห็นลูกๆ ของตนเดินเข้ามานางก็ยิ้มอ่อน“พวกเ้าเลิกฝึกแล้วหรือ”
“ขอรับท่านแม่” หวังเหยียนตอบอย่างสุภาพเขากับหวังสุ่ยเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ นาง
หวังสุ่ยยื่นม้วนกระดาษให้นางดู“ข้ามีข้อสงสัยบางอย่างที่อยากถามท่านแม่”
หลี่รุ่ยหลินรับม้วนเอกสารจากลูกชายคนรองและเปิดอ่านนางมองดูอย่างละเอียดก่อนจะพยักหน้า “เื่นี้แม่ยังไม่ได้ข่าวจากท่านลุงไป๋เลยคงต้องรออีกสักสองสามวัน”
“ขอรับท่านแม่” หวังสุ่ยพยักหน้า
ไม่นานนักหวังข่ายก็เดินเข้ามาในห้องโถงอย่างเงียบๆท่ามกลางเสียงพูดคุยของหลี่รุ่ยหลินกับลูกๆ เขาเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าสายตาของเขามองไปที่ลูกๆ ด้วยความรักใคร่และเมื่อหันไปมองภรรยาใบหน้าของเขายิ่งเต็มไปด้วยความสุข
หวังข่ายในเวลานี้ได้รับตำแหน่งเป็รองเสนาบดีแห่งราชสำนักแล้วซึ่งเป็ตำแหน่งที่สูงส่งและทรงเกียรติความสามารถของเขาได้รับการยอมรับจากฮ่องเต้และขุนนางทั้งหลายอย่างกว้างขวางด้วยผลงานที่เขาสร้างไว้มากมายตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเขาเป็บุคคลที่ฮ่องเต้ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นอย่างยิ่งไม่แปลกเลยที่ในภายภาคหน้าเขาจะได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็เสนาบดีเช่นเดียวกับบิดาของเขา
วันนี้หวังข่ายเสร็จสิ้นการประชุมที่ท้องพระโรงเร็วกว่าปกติจึงแวะมาที่สำนักคุ้มภัยก่อนเมื่อมาถึงก็เห็นแม่ลูกกำลังนั่งสนทนากันเขาเองก็อยากจะร่วมวงสนทนาด้วย
“ท่านพ่อ…เหตุใดวันนี้ท่านกลับมาเร็วเ้าคะ”หวังฉูฉู่ร้องด้วยความตื่นเต้น นางยิ้มกว้างและรีบเข้าไปกอดบิดาหวังเหยียนและหวังสุ่ยเองก็ยิ้มอย่างยินดี
“พ่อตั้งใจจะกลับมาเร็วเพื่อมาหาพวกเ้า”หวังข่ายกล่าวอย่างอ่อนโยน เขาลูบหัวบุตรสาวด้วยความรัก “วันนี้พ่อมีข่าวดีมาบอกพวกเราจะไปพักผ่อนที่บ้านพักบนเขากัน พวกเ้าว่าดีหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของลูกๆทั้งสามคนก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น ต่างถามออกมาแทบจะพร้อมกัน“จริงหรือท่านพ่อ”
หวังข่ายพยักหน้า “ย่อมจริงพวกเราจะไปพักค้างคืนกันที่นั่นสักสองสามคืนเ้าทั้งสามจะได้พักผ่อนและสนุกสนานตามใจชอบ”
“เยี่ยมไปเลยข้าอยากไปเล่นที่น้ำตกใกล้บ้านพัก” หวังฉูฉู่ะโด้วยความดีใจ
“แล้วข้าจะได้ไปฝึกยิงธนูกับท่านพ่อที่นั่นใช่หรือไม่”หวังเหยียนถามอย่างคาดหวัง
หวังข่ายยิ้มกว้าง“เ้าจะได้ฝึกธนูเท่าที่เ้า้าส่วนเ้าก็สามารถใช้เวลาศึกษาตำราหรือทำงานของเ้าได้”
หวังสุ่ยพยักหน้า “ขอรับท่านพ่อข้าจะเตรียมตำราไปด้วย”
หลี่รุ่ยหลินที่ยืนดูสามีและลูกๆพูดคุยกันก็รู้สึกยินดีไปด้วย นางก้าวเข้ามาใกล้และยิ้มให้กับสามี“ข้าจะรีบสะสางงานและสั่งให้คนเตรียมรถม้าให้พร้อม”
“รบกวนเ้าแล้วข้าจะไปจัดการเตรียมของที่จำเป็เอง” หวังข่ายกล่าว
พวกเขาเริ่มเตรียมการสำหรับการเดินทางหวังข่ายและหลี่รุ่ยหลินสั่งคนในบ้านให้จัดเตรียมสิ่งของจำเป็ เช่น เสื้อผ้าอาหาร และของใช้ส่วนตัวพวกเขาตั้งใจจะไปพักค้างคืนที่บ้านพักบนเขาซึ่งเป็สถานที่ที่ครอบครัวของพวกเขาชอบไปพักผ่อนเมื่อมีเวลาว่าง
หลี่รุ่ยหลินตรวจสอบความเรียบร้อยของทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความพิถีพิถันนางไม่อยากให้มีอะไรขาดเหลือหรือผิดพลาด ลูก ๆ ของนางก็ตื่นเต้นกันมากพวกเขาวิ่งไปวิ่งมาในบ้านช่วยบิดามารดาเตรียมของไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็ดังก้องทั่วทั้งบ้าน
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วรถม้าก็มาจอดรออยู่หน้าบ้านพวกเขาบรรทุกสัมภาระขึ้นรถม้าอย่างเรียบร้อยหลี่รุ่ยหลินตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกสิ่งพร้อมแล้วจริง ๆก่อนที่พวกเขาจะพากันขึ้นรถม้า
“พวกเราออกเดินทางกันเถอะ”หวังข่ายเอ่ยด้วยเสียงสดใส
“ไปกันเลยๆ” ลูกๆทั้งสามคนร้องพร้อมกันอย่างตื่นเต้น
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนออกจากบ้านข้ามผ่านถนนสายเล็กๆ มุ่งหน้าไปยังูเาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลพวกเขานั่งกันอย่างผ่อนคลายหวังเหยียนและหวังฉูฉู่ก็คุยกันอย่างสนุกสนานเกี่ยวกับแผนการที่จะเล่นและฝึกยุทธ์กันที่บ้านพักหวังสุ่ยเองก็ดูมีความสุขกับการได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว
การเดินทางผ่านไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นเมื่อพวกเขามาถึงบ้านพักบนเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ดูแลที่หวังข่ายมอบหมายดูแลสถานที่นี้มานานบ้านพักตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามล้อมรอบไปด้วยป่าไม้เขียวขจีและลำธารใสไหลริน เสียงนกร้องขับขานดังก้องไปทั่วบริเวณทำให้บรรยากาศดูสดชื่นและผ่อนคลาย
พวกเขาก็เริ่มสำรวจบ้านพักและบริเวณรอบๆหวังฉูฉู่รีบวิ่งไปที่น้ำตกทันที หวังเหยียนก็เดินตามไปพร้อมกับธนูของเขาส่วนหวังสุ่ยก็หาที่เงียบๆ นั่งอ่านตำรา หลี่รุ่ยหลินกับหวังข่ายมองดูลูกๆด้วยความรักและความสุขในหัวใจ
“ที่นี่สงบเงียบและสวยงามมากข้ารู้สึกสุขใจทุกครั้งที่พวกเรามาที่นี่” หลี่รุ่ยหลินเอ่ยขึ้นเบาๆขณะที่ยืนอยู่ข้างหวังข่าย
“ข้าก็เช่นกันที่นี่เป็สถานที่ที่ข้าอยากจะให้พวกเราใช้เวลาร่วมกันเสมอ”หวังข่ายตอบพร้อมกับโอบไหล่ภรรยาของเขาไว้
ครอบครัวของพวกเขาเริ่มต้นการพักผ่อนที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามซึ่งนี่จะกลายเป็ความทรงจำที่พวกเขาจะหวงแหนไปตลอดชีวิต