“ใช้ยาช่วยกระตุ้นพลังยุทธ์ในร่างหรือ? น่าสนใจดีนี่!”
ขณะที่ถังเหล่ยเห็นกลิ่นอายทั่วทั้งร่างของตงฟางอวิ๋นชิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังกินยาสีดำเข้าไป ใบหน้าของเขาก็ผุดรอยยิ้มออกมา
เมื่อตงฟางอวิ๋นชิงกลายร่าง เขาก็พุ่งมาทางถังเหล่ยทันที เขาฟาดฟันกริชในมือออกไปเป็นเส้นโค้งสายหนึ่งพุ่งไปที่คอของถังเหล่ย
บนกริชล้วนอาบย้อมไปด้วยพิษร้าย แม้ถังเหล่ยจะมั่นใจว่าเขาสามารถถอนพิษได้ แต่พยายามไม่โดนกริชอันนั้นไว้หน่อยจะดีกว่า
พลังสีทองโคจรในร่างกายของถังเหล่ย ด้านหนึ่งหลบการโจมตีของตงฟางอวิ๋นชิง อีกด้านหนึ่งพยายามสะกดพลังของตัวเองไว้
ถังเหล่ยหวังว่าตัวเองจะสามารถทะลวงระดับบนลานประลองได้ การทะลวงระดับเช่นนี้ดีกว่าการทะลวงระดับตามธรรมชาติมาก ดังนั้นเขาจึงใช้พลังเพียงห้าส่วนเท่านั้น
ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างไม่หยุดพักหายใจ แต่แม้ตงฟางอวิ๋นชิงจะกินยาร้อยพิษไปแล้ว ก็ยังแตะต้องตัวถังเหล่ยไม่ได้เลย
“ถังเหล่ยคนนี้ยังอายุน้อยแท้ๆ แต่มีประสบการณ์ต่อสู้ไม่น้อย ตงฟางอวิ๋นชิงดูไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย”
ผู้ชมรอบด้านทำได้เพียงมองถังเหล่ยกับตงฟางอวิ๋นชิงต่อสู้กันอย่างสูสี มีรุกมีรับ แต่อวิ๋นเมิ่งกลับมองออกว่าถังเหล่ยเก็บซ่อนพลังเอาไว้ ถ้าเขาเอาจริงภายในไม่กี่กระบวนท่าคงจัดการตงฟางอวิ๋นชิงได้สบายๆ
ตงฟางอวิ๋นชิงที่อยู่บนลานประลองเริ่มรู้สึกร้อนรนใจขึ้นมาแล้ว เพราะฤทธิ์ยาร้อยพิษนั้นมีเวลาจำกัด แต่ตอนนี้เขาแตะไม่ได้แม้แต่ชายเสื้อของถังเหล่ย ถ้าจนฤทธิ์ยาหมดลง เขาต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย
ตงฟางอวิ๋นชิงเริ่มโจมตีดุร้ายมากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังทำร้ายถังเหล่ยไม่ได้แม้แต่น้อย ในใจของถังเหล่ยรู้สึกผิดหวังกับตงฟางอวิ๋นชิง พลังของอีกฝ่ายอ่อนแอเกินไปแล้วกระมัง ขนาดเขากดพลังของตัวเองไว้ครึ่งหนึ่งแล้ว แต่กะอีแค่อีกฝ่ายกดดันเขาสักหน่อยยังทำไม่ได้เลย!
“พันแมงมุมสังหาร!”
ตงฟางอวิ๋นชิงใช้ท่าไม้ตายของตัวเอง แต่ถังเหล่ยเบื่อจะเล่นกับอีกฝ่ายแล้ว
ร่างกายของถังเหล่ยขยับวูบ เขาหลบการโจมตีของตงฟางอวิ๋นชิงในเสี้ยววิ จากนั้นพลันปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของตงฟางอวิ๋นชิง ขณะที่ถังเหล่ยเตรียมตัวจัดการกับเขานั้น
ด้านหลังกลับมีคนซ้อนลอบโจมตีถังเหล่ย!
คนผู้นั้นก็คือซินเยว่จากตระกูลซิน เขายืนดูและรอคอยโอกาสที่เหมาะสมนี้มาตลอด
รนหาที่ตาย!
ร่างของถังเหล่ยเบี่ยงไปด้านข้าง พลิกตัวกลับมาเตะไปทางซินเยว่ที่ลอบโจมตีจากด้านหลัง สำหรับคนเช่นนี้ ถังเหล่ยไม่คิดจะยั้งมือ เขาใส่พลังถึงสองหมื่นจินเต็ม ๆ ในลูกเตะ
ร่างของซินเยว่ถูกกระแทกกระเด็น เลือดสาดพุ่งกระจายเป็นเส้นโค้งในอากาศ ก่อนจะกระเด็นออกไปจากลานประลอง
“เยว่เอ๋อร์!”
ผู้นำตระกูลซินลุกขึ้น และคนตระกูลในซินก็อุ้มซินเยว่ที่ตกลงจากลานประลองไปรักษาทันที แล้วศิษย์ตระกูลซินอีกสองคนที่เหลือยังจะกล้าอยู่ต่อได้เยี่ยงไร ทั้งคู่รีบกระโดดลงจากลานประลองและขอยอมแพ้ไปเอง
ทั้งลานประลองเหลือเพียงถังเหล่ยกับตงฟางอวิ๋นชิง
เมื่อครู่ที่ตงฟางอวิ๋นชิงรอดมาได้ เป็นเพราะซินเยว่
แต่ถังเหล่ยเบื่อที่จะเล่นกับอีกฝ่ายต่อไปแล้วจริงๆ ตงฟางอวิ๋นชิงถอยไปด้านข้าง ฤทธิ์ยาร้อยพิษในร่างเริ่มจางลงแล้ว ความอ่อนแอค่อยๆ กระจายไปทั่วร่างกาย
ตงฟางอวิ๋นชิงรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่มือของถังเหล่ย เขาจึงหันหลังคิดจะหนี ขอเพียงมีชีวิตอยู่แก้แค้นวันหน้ายังไม่สาย
แต่ใช่ว่าถังเหล่ยจะปล่อยให้เขาทำสำเร็จ!?
ปัง!
ถังเหล่ยกระโดดไปขวางด้านหน้าตงฟางอวิ๋นชิงเอาไว้
“ทำไมหรือ? คิดจะหดหัวหนีแล้วรึ? ข้ายังเล่นไม่หนำใจเลย!”
เมื่อตงฟางอวิ๋นชิงเห็นใบหน้าของถังเหล่ย เขาก็คิดอยากจะสู้ตายกับถังเหล่ยมาก แต่เขารู้ดีว่าสู้ต่อไปตอนนี้ก็มีแต่รนหาที่ตาย
ลูกผู้ชายต้องยืดได้หดได้ ตงฟางอวิ๋นชิงปลอบใจตัวเอง
“ข้ายอมแพ้! ข้าขอสละสิทธิ์!”
ผู้ชมรอบด้านมึนงง ตงฟางอวิ๋นชิงเป็นฝ่ายยอมแพ้เองหรือ? เช่นนั้นอันดับหนึ่งของปีนี้ก็ถือกำเนิดแล้วใช่ไหม? เป็นตระกูลถังอีกครั้ง!
“ข้าอนุญาตให้เจ้ายอมแพ้ตอนไหน?”
เมื่อถังเหล่ยได้ยินคำประกาศยอมเเพ้ของตงฟางอวิ๋นชิง เขาก็ไม่ได้เผยความตกใจอะไร เพื่อมีชีวิตรอดแล้ว คนอย่างตงอวิ๋นชิงย่อมทำทุกอย่าง
“เจ้าหมายความว่าอะไร? ข้ายอมแพ้ไปแล้ว เจ้าไม่อาจลงมือได้อีก!”
ตงฟางอวิ๋นชิงรู้สึกเสียววาบในบัดดล เดิมทีเขาก็เตรียมตัวยอมแพ้มาแล้ว แค่รอตอนที่เฮยฉานฉู่ลงมือกับตระกูลถัง เขาจะสังหารถังเหล่ยด้วยตัวเอง
“ข้าไม่อาจลงมือกับเจ้าได้แล้วหรือ? ทำไมเล่า? เหมือนเมื่อครู่ข้าจะไม่ได้ยินอะไรเลยนะ อีกทั้งเจ้ายังอยู่บนลานประลองนี่ การต่อสู้ของพวกเรายังไม่จบเสียหน่อย”
ถังเหล่ยมองเห็นสีดำที่ค่อย ๆ จางไปบนใบหน้าของตงฟางอวิ๋นชิง เขารู้ว่าฤทธิ์ยาหมดไปแล้ว ยามนี้ร่างกายของตงฟางอวิ๋นชิงอ่อนแอที่สุด แต่เดิมทีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของถังเหล่ยอยู่แล้ว
ตงฟางอวิ๋นชิงหันหน้าหนี ทว่าไหล่ของเขากลับหนักอึ้ง มือข้างหนึ่งแตะที่ไหล่ของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จากนั้นมีพลังมหาศาลสายหนึ่งกดตรงไหล่ของเขาลง ทำให้ท่าทางของเขาในตอนนี้ราวกับสุนัขหมอบคลาน
การเปลี่ยนผันบนลานประลองทำให้ผู้คนร้องด้วยความตกใจ ในเมื่อตงฟางอวิ๋นชิงยอมแพ้แล้ว ไฉนถังเหล่ยยังคิดจะสังหารเขาอีก!
“เจ้าเดรัจฉาน เจ้าปล่อยชิงเอ๋อร์เดี๋ยวนี้!”
ตงฟางป้าเทียนโมโห แผดเสียงคำรามดังเข้าไปในหูของทุกคน
“ปล่อยเขาหรือ? คงไม่ได้หรอก!”
ตงฟางป้าเทียนไม่อยู่ในสายตาถังเหล่ยแม้แต่น้อย เขาต่อยไปที่จุดตันเถียนของตงฟางอวิ๋นชิง
หมัดนี้ทำลายวิญญาณยุทธ์ของตงฟางอวิ๋นชิงจนสิ้น และถังเหล่ยก็ควบคุมพลังได้ดีมาก เพราะพลังของเขาไม่ได้สังหารตงฟางอวิ๋นชิง
แต่สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว การทำลายวิญญาณยุทธ์โหดร้ายกว่าการสังหารพวกเขาเสียอีก
“อ๊า...”
เมื่อวิญญาณยุทธ์ถูกทำลาย ตงฟางอวิ๋นชิงเหมือนกับคนบ้าดิ้นรนคำรามภายใต้ฝ่ามือของถังเหล่ย
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ตงฟางป้าเทียนคิดไม่ถึงว่าถังเหล่ยจะโหดเหี้ยมเช่นนี้ เขาทำลายวิญญาณยุทธ์ของตงฟางอวิ๋นชิง ตอนนี้ไม่ว่าระดับของตงฟางอวิ๋นชิงจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์หรือผู้ชำนาญยุทธ์ ต่อไปเขาล้วนกลายเป็นแค่คนพิการผู้หนึ่งแล้ว
อยู่ๆ ถังเหล่ยก็สัมผัสได้ถึงอันตรายจากด้านหลัง จึงหันกลับไป เขาเห็นตงฟางป้าเทียนกระโดดออกมา พยัคฆ์ร้ายตัวหนึ่งที่ปรากฏด้านหลังของอีกฝ่ายพุ่งตรงมาทางเขา!
ตงฟางป้าเทียนหาได้สนใจกฎการประลองไม่ ถังเหล่ยเกือบสังหารตงฟางอวิ๋นชิง เขาจะให้ถังเหล่ยชดใช้!
“ตงฟางป้าเทียนเจ้ากล้าหรือ!?”
ถังจงเวยลงมือทันที แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะใครก็คาดไม่ถึงว่าตงฟางป้าเทียนจะลงมือกับถังเหล่ยต่อหน้าผู้ชมทุกคน
“มาได้เวลาพอดี!”
ในดวงตาของถังเหล่ยเผยความบ้าคลั่ง ตงฟางป้าเทียนคนนี้เป็นระดับผู้ทรงยุทธ์ขั้นสาม พลังอย่างน้อยก็ห้าหมื่นจิน
มาช่วยถังเหล่ยทะลวงระดับได้พอดีเลย
ปราณแท้พลังยุทธ์ในร่างกายถูกถังเหล่ยรวบรวมเอาไว้ แล้วพลังสีทองพลันพวยพุ่งออกมาปกคลุมร่างกายของถังเหล่ยทุกซอกทุกมุม
‘ถังเหล่ยเตรียมตัวรับการโจมตีของตงฟางป้าเทียน!?’
อวิ๋นเมิ่งตกตะลึง ต่อให้พลังของถังเหล่ยจะแข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกันหลายเท่า แต่จะเป็นคู่ต่อสู้ของตงฟางป้าเทียนได้อย่างไร!? ทั้งสองแตกต่างกันถึงสองระดับ!
“พยัคฆ์ทมิฬทะลวงใจ!”
ตงฟางป้าเทียนคำราม ฝ่ามืองอเป็นกรงเล็บ เขาคิดจะสังหารถังเหล่ย
“เคล็ดวิชามังกรคชสาร!”
ถังเหล่ยลอบโคจรวิชามังกรคชสาร เงาสัตว์อสูรสีทองปรากฏด้านหลังถังเหล่ยอีกครั้ง
ตูม!
พลังสองสายปะทะกัน พลังมหาศาลไหลเข้าไปในร่างของถังเหล่ย มังกรคชสารในจุดตันเถียนของถังเหล่ยรู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม จมูกยาวๆ จึงแค่นเสียงเย็นอย่างดูแคลน
พลังสีทองถูกปล่อยออกมาจากในร่างกายและเข้าปกคลุมรอบกายของถังเหล่ยเอาไว้อีกครั้ง
คราวนี้กลิ่นอายของถังเหล่ยเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำดิน พลังระเบิดออกมาในเสี้ยววิ จากสองหมื่นห้าพันจินไปถึงสี่หมื่นจิน
การปะทะกันของพลังมหาศาลนี้ทำให้เกิดคลื่นสายหนึ่ง
จากนั้นร่างของถังเหล่ยก็ผละไปหลายก้าว ทิ้งระยะห่างจากตงฟางป้าเทียนระดับหนึ่ง
ทั้งแขนเจ็บปวดมาก แม้แต่เท้าสองข้างล้วนสั่นไม่หยุด แต่ในดวงตาของถังเหล่ยกลับเผยความดีใจ ภายใต้แรงกดดันของพลังมหาศาลจากตงฟางป้าเทียน ในที่สุดเขาก็ทะลวงระดับผู้ชำนาญยุทธ์ได้สำเร็จ!