ตอนที่92 ทำความคุ้นเคย 2
“เยี่ยมการออกเสียงของภาษาปกติ ลองดัดเสียงอีกสักหน่อยเพิ่มความดุดันไม่เกรงกลัวใครเข้าไป เท่านี้เราคงเหมือนพวกชนเผ่าพื้นถิ่นไม่น่ามีใครมาค้นหาการมีอยู่ของเรา ขอแค่ทำตัวให้ไม่โดดเด่นมากไป...ฮ่า ฮ่า ฮ่า!...ก้าวแรกของการเริ่มต้น” แอนดรูว์หัวเราะเสียงดังก้องน้ำเสียงเขายังเหมือนพวกคนป่าเถื่อนหลังเขาเข้าไปทุกที
ต่อจากนั้นแอนดรูว์พยายามแสดงท่าทางและสีหน้าให้เป็นธรรมชาติมากขึ้นความก้าวร้าวดุดันเพิ่มจนดูเหมือนเป็นคนละคน
“ข้าหยวน!” แอนดรูว์พูดเสียงดัง เขายืดอก กำมือขวาชี้นิ้วโป้งมาที่หน้าอกตัวเองด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
“เผ่าไร้ชื่อจากพิภพแดนเหนือ” แอนดรูว์เอามือเท้าเอว เขาเชิดหน้า ยกยิ้มด้วยท่าทางของคนเถื่อนแต่น้ำเสียงเขาฟังดูจริงใจพิกล
“ข้าหยวน, เจ้าคือสหายข้า” แอนดรูว์กำมือขวาชี้มาที่หน้าอกตัวเอง และชี้ไปด้านหน้าเขายกยิ้มขึ้นและหัวเราะด้วยความจริงใจเสียงดังพร้อมเดินไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง
ฮ่าฮ่า ฮ่า…
“สหายสหาย!” แอนดรูว์พูดกับต้นไม้ พร้อมกับทำท่าทางเหมือนตบไหล่เบา ๆ สองครั้งก่อนจะเปลี่ยนท่าทางให้แข็งกร้าวน้อยลงสองส่วน
“ข้าหยวน, ไม่รู้มารยาท ต้องขออภัยแล้ว”
“ข้าหยวน, ผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ” แอนดรูว์โค้งตัวเล็กน้อย แค่สามสิบองศาไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น
แอนดรูว์ยังลองฝึกอีกหลายท่าทางเพื่อให้เขารู้สึกคุ้นชินภาษาที่ใช้ยังเปลี่ยนไปจากเดิม
“น้อมรับคำสอน”แอนดรูว์แสดงท่าทางเหมือนคนไร้มารยาท พยายามทำให้ดูมีมารยาทเล็กน้อย
“ยินดียินดี” แอนดรูว์พูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมที่จริงใจ แล้วทุบอกสองครั้งให้เกิดเสียง ตึกตึก
“สหายเซียนยอดเยี่ยมนัก”แอนดรูว์พูดชมพร้อมยกนิ้วโป้งให้กับต้นไม้
“ท่านเซียนช่างปราดเปรื่อง”แอนดรูว์พยักหน้า ภาษากายยังแสดงออกถึงความชื่นชม
“สหายเต๋าท่านนี้พูดมาตรง ๆ เถิด” แอนดรูว์แสดงท่าทางจริงจัง ดวงตาเขาดูดุดันขึ้น ไม่นานเขาลองเปลี่ยนคำพูดและท่าทางให้ดูเหมือนคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามากยิ่งขึ้นด้วยการทดลองแสดงออกว่าพบผู้หญิง
“แม่นางช่างงดงามนัก” แอนดรูว์พูดคำชื่นชมไปทางต้นไม้มือข้างหนึ่งทำท่าทางยื่นอะไรบางอย่างด้วยท่าทางเคอะเขินเล็กน้อย โดยรวมอาจดูตลกไปสักหน่อยแต่ท่าทางทั้งหมดต่างเข้ากับบุคลิกของตัวตนที่เขาจะใช้ในสวรรค์แดนใต้
“ไม่เลวนับจากนี้เราจะใช้ชื่อว่า หยวน บุคลิกทั้งหมดจะเป็นคนชนเผ่าพื้นถิ่นจากพิภพแดนเหนือชอบพูดชื่อตัวเองก่อนเกือบทุกครั้งจนน่ารำคาญ พูดมากประมาณหนึ่ง พอรู้มารยาทอยู่บ้างในอนาคตอาจต้องมีตัวตนใหม่ที่เป็นผู้รอบรู้มีมารยาทภาพลักษณ์ต้องเหมือนนักปราชญ์ที่ตรงข้ามกับตัวตนของหยวนภาษาที่ใช้ต้องเปลี่ยนไปทั้งหมด เราจะหยุดใช้ภาษาสมัยใหม่จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย”แอนดรูว์พูดกับตัวเอง ก่อนมองไปบนท้องฟ้าที่เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาตามที่เขาต้องการเข้าไปทุกที
“อีกครึ่งชั่วยามถึงเวลาระบุตำแหน่ง” แอนดรูว์พึมพำก่อนเริ่มทำความคุ้นชินให้เขาแสดงออกถึงสิ่งที่คนในชนเผ่าพื้นถิ่นพึงจะมีบางครั้งยังแสดงทางท่าราวกับนักปราชญ์ผู้เคร่งในมารยาทราวกับว่าเขากำลังเตรียมแผนการบางอย่างเพิ่มเติม
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเวลาที่แอนดรูว์รอคอย
ตอนนี้แอนดรูว์รีบกระโดดขึ้นต้นไม้เขาตรงขึ้นไปบนยอดไม้ที่สูงที่สุดแถวนั้นทันที
“ตะวันลับฟ้าทางนั้นคือทิศตะวันตก” แอนดรูว์มองทิศทางที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าในเวลาเดียวกันสมองเขาสร้างภาพทิศทั้งสี่ขึ้นจากสิ่งที่เห็น...
...เริ่มจากทางทิศตะวันตกที่นอกจากมีดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจุดเด่นคือผืนป่าที่ไม่มีภูเขามากนัก ต่อมาคือทางทิศตะวันออกที่มองจากต้นไม้สูงจะพบว่ามีแหล่งน้ำมากเป็นพิเศษ ทิศเหนือคือทางทิศที่มีภูเขาและต้นไม้ขึ้นเยอะกว่าทิศทางไหนส่วนทางทิศใต้คือทิศที่มีหลายสิ่งรวมกันเป็นธรรมชาติที่ซับซ้อน
หลังแอนดรูว์สร้างภาพในหัวเสร็จเขาเริ่มใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ให้เฉียบคมเพิ่มขึ้นหลายเท่าเพื่อหาความพิเศษและความแตกต่างของสิ่งที่เรียกว่าลมปราณตามธรรมชาติ
“ความพิเศษณ ดินแดนนี้ซับซ้อนยิ่งกว่าดินแดนใดในจักรวาลอันกว้างใหญ่มิเพียงมีสนามแม่เหล็กผิดแผกลมปราณตามธรรมชาติอันแสนประหลาดยังไหลเวียนเป็นรูปแบบทิศทั้งแปด...
...ดี! ข้าจะสร้างเข็มทิศความทรงจำใช้สัมผัสจากลมปราณตามธรรมชาติเข้มข้นมิขาดสายนำทาง”แอนดรูว์ใช้ถ้อยคำเก่าแก่โบราณ ชั่วอึดใจต่อมาเขาหลับตาลงอนุมานเข็มทิศชี้นำขึ้นในใจ
เวลาล่วงเลยผ่านไป
แอนดรูว์ลืมตาขึ้นเขารับรู้ถึงบรรยากาศเย็นเยียบรอบตัวกับแสงสลัวของดวงจันทร์ประหลาดกำลังถูกเมฆบดบังอย่างช้าๆ
“ตะวันลับฟ้าจันทราหวนคืนดาราประดับเมฆาเคลื่อนคล้อย” แอนดรูว์พึมพำพลางมองฟ้าประดับดาวเขาขยายสัมผัสรับรู้ไปไกลถึงสิบกิโลเมตร
“ผิดปกติพื้นที่ใกล้ธาราน้อยไร้อสูรย่างกราย พื้นที่รอบนอกอสูรชุกชุม ข้าไม่พบอสูรร้ายกล้าแกร่งแถวธาราน้อยสักตนเดียวอสูรส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง ไม่กล้าเข้าใกล้” แอนดรูว์พูด เขาเพิ่มความระมัดระวังขึ้นแต่ไม่ถึงขั้นชักกระบี่ แค่มองดูบางจุดที่ลมปราณตามธรรมชาติแปรเปลี่ยนไปเป็นควันสีขาวเย็นยะเยือก
“หืม!?” แอนดรูว์เกิดความสงสัย เขาเคลื่อนไหวไปยังจุดที่มีควันสีขาวโดยใช้การเคลื่อนตัวไปตามยอดไม้ แล้วหยุดสังเกตอยู่ในระยะไกลระดับหนึ่งเพื่อความปลอดภัย
แอนดรูว์ยืนมองควันสีขาวเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่องยิ่งดึกเท่าไหร่ควันสีขาวยิ่งมีจำนวนมาก ความเย็นยังอยู่ในระดับน่าขนลุก ถึงขั้นทำให้ต้นไม้บางต้นแข็งตาย
“จำไม่ผิดควันสีขาวคือพลังหยิน ไม่ควรพบเจอมัน เว้นแต่มีซากศพจำนวนมากทับถม หรือผีสางวิญญาณร้ายสถิตอยู่ด้วยวิธีตามธรรมชาติไม่ก็พิธีบางอย่างจากฝีมือของผู้เชี่ยวชาญในด้านวิญญาณ” แอนดรูว์เอามือลูบคางเขารอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปแบบไม่กะพริบตาเพราะเหตุนี้การณ์แบบนี้เขาเคยเจออยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่ละครั้งยังแตกต่างกันไปไม่มากก็น้อยจึงกระตุ้นเขาให้สนใจพอสมควร
“ตอนอยู่ใกล้ธาราน้อยข้าสัมผัสดูไม่พบซากศพทับถม หรือพลังหยินในพื้นที่แถวนี้ ช่างแปลกประหลาดนัก”แอนดรูว์พึมพำ เขานิ่งคิดว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่เพราะยังไม่เห็นอะไรนอกจากควันสีขาว
“ช่างเถอะวันนี้ข้าหยวนจะรอดูจนถึงเช้า พลังหยินหรือผีสางตนใด ในสายตาข้า มันเป็นเพียงกลุ่มก้อนพลังงานมีจิตสำนึก”แอนดรูว์พูดเสียงดังก้อง คำพูดเขาเป็นภาษาเก่าแก่น้ำเสียงยังดูท้าทายต่อสิ่งลี้ลับในยามราตรี
เวลาค่อยๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แสงจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะแอนดรูว์เขาเฝ้ามองทุกอย่างมานาน นอกจากควันเพิ่มจำนวนและขยายตัวออกไป ยังไม่พบเห็นความผิดปกติ
“ธรรมชาติของหมอกควันประหลาดไม่น้อยมันเพิ่มจำนวนด้วยปัจจัยบางอย่างเป็นแน่ ขยายตัวไม่เร็วนัก ความหนาแน่นเพิ่มขึ้นทุกการขยายตัวหนึ่งคืบไม่ลอยสู่เบื้องบน อยู่สูงจากผืนดินสี่เมตร เคลื่อนผ่านที่ใดทุกสิ่งจะถูกแช่แข็งส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอย่างเดียว จุดกำเนิดแรกไม่แน่ชัด เหมือนผุดขึ้นมาจากผืนดิน” แอนดรูว์พึมพำเขาวาดแผนที่ขึ้นในหัวแบบละเอียด เตรียมเคลื่อนตัวไปตามทิศด้วยการดูเข็มทิศที่สร้างขึ้นในหัวเพราะหมอกควันสีขาวที่เกิดจากการรวมตัวกันของพลังหยิน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมันแค่ขยายตัวต่อเนื่อง ขืนดูต่อไปอาจเสียเวลาเปล่าได้
‘เดินทางต่อเนื่อง หาที่ปักหลักได้ มีตำราให้อ่านคงเข้าใจเกี่ยวกับสวรรค์แดนใต้เพิ่มขึ้นอาจช่วยเพิ่มพูนชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์ที่ขาดหาย...ถึงน่าเสียดาย แต่ดีกว่าเสียเวลาเฝ้ามองหมอกถึงเช้า’
วูบ! แอนดรูว์เคลื่อนตัวไปตามยอดไม้ เขามุ่งไปยังทิศใต้ไม่หันกลับมามองกลุ่มหมอกควันสีขาดอีก แม้ว่าในหมอกได้มีพลังงานลี้ลับควบรวมหมอกเป็นมือนับไม่ถ้วน คล้ายกำลังดึงชีวิตลงสู่ขุมนรก
หากแอนดรูว์ใช้พลังจิตวิญญาณอาจไม่ได้มองเห็นแค่หมอกสีขาว จะได้เห็นวิญญาณหยินน่าหวาดกลัวนับไม่ถ้วนกำลังเพิ่มจำนวนด้วยการกลืนกินพลังชีวิต
ระหว่างแอนดรูว์เคลื่อนไหวไปตามยอดไม้มีบางครั้งต้องเคลื่อนตัวออกจากเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรและต้นไม้ขาดตอนในบางพื้นที่ อย่างไรเสียเขาก็มุ่งตรงไปถูกทิศถูกทาง
เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงพลบค่ำ
แอนดรูว์ไม่ได้แค่เดินทางแบบไม่หยุดพักอย่างเดียวยังจดจำทุกพื้นที่ที่เคลื่อนผ่านไปทั้งหมด เพื่อสร้างแผนที่ในหัว สำหรับใช้ในอนาคต
ตลอดการเดินทางแอนดรูว์ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเพราะกลัวพบเจอผู้แข็งแกร่งในด้านการบ่มเพาะด้วยความเชื่อที่ว่าผู้แข็งแกร่งที่ชาญฉลาด ไม่เปิดเผยตัวตนสู่โลกกว้าง ยังมีจำพวกใช้ชีวิตกลมกลืนไปกับฝูงชน...
...การใช้ชีวิตแบบนี้อาจถูกมองว่าขี้ขลาดสำหรับพวกยึดถือ‘ทิฐิ’ ในทางกลับกันผู้ใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนจะเติบโตต่อเนื่องไม่ติดขัดย่อมมีการอยู่รอดมากกว่า จากประสบการณ์ตรง เขารู้ว่าสิ่งมีชีวิตแข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยชอบซ่อนตัวหรืออยู่แบบเงียบ ๆ…
...ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือเกิดจากความหวาดกลัวนี่คือหนึ่งสิ่งที่หลายชีวิตมองข้าม ไม่ใช่แค่ศัตรูจะไม่รู้จักเราดีพอ ยังใช้แรงในจังหวะที่จำเป็นไม่มีปัญหาความขัดแย้งไร้สาระและมีเวลาวางแผนให้รัดกุม
ผ่านไปสามวัน
ตลอดทางแอนดรูว์หยุดพักสองรอบรอบแรกคือสองวันก่อน หยุดพักเพื่อล่าสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายกระต่ายตัวเท่าสุนัขขนาดใหญ่ หลังจากล่าเขาได้นำหนังมันมาสร้างเป็นหมวกและต่อเติมชุดเล็กน้อย…
...รอบที่สองเมื่อหนึ่งวันก่อนหยุดพักเพื่อล่าเสือโคร่งสามตัว พวกมันเป็นแค่เสือโคร่งธรรมดามีพละมากกว่าเสือทั่วไปเล็กน้อยไม่ใช่สัตว์อสูร พวกมันทั้งสามตัวจึงถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย
หลังถูกจัดการแอนดรูว์ได้ถลกหนัง เอาหนังของสองตัวมาสร้างเป็นชุดคลุม หนังอีกหนึ่งผืนถูกสร้างเป็นย่ามสะพายรัดตัวใช้เก็บของส่วนหางทั้งสาม ตัดแยกแล้วเอามาใช้เป็นผ้าสำหรับมัด นอกจากนี้ยังเอาเขี้ยวพวกมันมามีแค่ร่างที่ถูกทิ้งให้สัตว์ในป่ากิน
ผ่านไปอีกหกวัน
ครั้งนี้แอนดรูว์เดินทางแบบไม่หยุดพักสักครั้งความเร็วเขายังคงเดิม ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป ทำให้การเดินทางคืบหน้าการสำรวจสร้างแผนที่ยังราบรื่นไม่มีข้อบกพร่อง ยังได้พบเห็นสิ่งมีชีวิตแปลกตาและคุ้นตาเพิ่มขึ้นบางครั้งยังพบเห็นผู้ฝึกตน
‘จำนวนสัตว์มีพลังปราณในร่างลดน้อยลงแทบหมดไปพืชพรรณส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ธรรมดา บางครั้งพบมนุษย์ผู้ฝึกตนสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่รวมกลุ่มมากับมนุษย์ผู้ฝึกตน พวกมันมีพลังปราณ น่าจะบ่มเพาะแบบมนุษย์ห่างไปอีกหลายกิโลเมตรกลิ่นอายพลังปราณธรรมชาติเข้มข้น เริ่มเห็นเงาอารยธรรมราง ๆ’แอนดรูว์คิด พลางมองไปทั่วพื้นที่สัมผัสถูกแผ่ออกไปไกลเกินสิบกิโลเมตร
‘ไม่ถึงวัน คงเดินทางถึงสวรรค์แดนใต้’ แอนดรูว์เพ่งมองไปยังเส้นขอบฟ้าอารยธรรมเลือนรางและความเจริญอยู่ในจุดไกลสายตา
‘ก่อนเข้าสู้พื้นที่ รอบนอกอาจมีหมู่บ้านหรือเมืองเล็ก ๆ ให้เก็บข้อมูลบ้าง’แอนดรูว์คิดแล้วก็เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่