“ขอพระชายาทรงอภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น” จางฉีเซียนแสร้งกล่าวอย่างเสียใจก่อนจะหันหน้าขึ้นไปสบตากับหลินอ๋อง
ตงอ๋องฉู่ฉือยิ้มมองดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งในที่นั่งของตัวเอง
“จางฉีเซียนบุตรสาวของเจ้าเมืองหลิน เจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก เราขอบใจแทนพระชายาของเราด้วย เพียงแต่ว่าการที่ชายาของเราจะมีสหายสักคนต้องให้เจ้ามาเดือดร้อนด้วยถึงเพียงนี้เชียวหรือ” หลินอ๋องพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉย
“ท่านอ๋องเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าคิดแต่เพียงว่าพระชายาเป็นหญิงที่เดินทางจากบ้านมาไกล การที่จะมีสหายสักคนคงจะช่วยคลายความเหงาได้เจ้าค่ะ” จางฉีเซียนตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“แม่นางจาง เราได้ยินว่าช่วงนี้เจ้าเมืองหลินสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอย่างนั้นหรือ” ตงอ๋องฉู่ฉือพูดขึ้น
“เรียนตงอ๋อง เป็นเพราะท่านพ่ออายุมากแล้วเจ้าค่ะ อีกทั้งช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้เกิดความอดอยากติดต่อกันมานานหลายปี ทำให้ร่างกายของท่านทรุดโทรมลงไปบ้างเจ้าค่ะ” จางฉีเซียนตอบเสียงนุ่ม
“น่าเห็นใจท่านเจ้าเมืองอยู่ไม่น้อย เจ้าต้องดูแลเขาให้พักผ่อนมากๆ หากต้องการความช่วยเหลือเรื่องใดให้คนมาบอกกับเรา วิชาแพทย์ของเราคงพอจะช่วยพ่อของเจ้าได้” ตงอ๋องฉู่ฉือพูดอย่างมีน้ำใจ
“ขอบพระทัยตงอ๋องเจ้าค่ะ” จางฉีเซียนแสร้งทำหน้าขัดเขินยินดี
“แม่นางจาง เจ้ายังมีธุระอะไรกับข้าอีกหรือไม่” หลิวจางหมิ่นพูดแทรกขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้
“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” จางฉีเซียนกล่าวลาก่อนจะหันไปมองหลินอ๋องอีกรอบหนึ่ง
“น้องสะใภ้ สงสัยเจ้าจะต้องมีเรื่องให้กังวลใจเพิ่มมาอีกเรื่องหนึ่งแล้วล่ะ” ตงอ๋องพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“จะเป็นปัญหาหรือไม่ต้องอยู่ที่คนกลางเจ้าค่ะ”
“ท่านพี่ ท่านเป็นพี่ชายของข้านะขอรับ” หลินอ๋องพูดอย่างร้อนรน “จางหมิ่นเจ้าจะมากล่าวโทษข้าอย่างนี้ไม่ได้”
“ข้าไม่ได้กล่าวโทษอะไรท่านพี่เลยนะเจ้าคะ ข้าเพียงแต่บอกว่าปัญหาต่างๆ จะเกิดหรือคลี่คลายก็อยู่ที่ตัวท่านพี่เอง” หลิวจางหมิ่นพูดอย่างสบาย
“พวกเจ้าหยุดก่อน น้องห้าเจ้าก็อย่าเพิ่งตระหนกไป เจ้าคิดว่าที่แม่นางจางพยายามที่จะเข้ามาตีสนิทกับพวกเจ้านั้นเป็นเพราะอะไร” ตงอ๋องถามอย่างตรงประเด็น
“ข้ายังไม่ทราบขอรับ แต่ข้าจะให้หลงเป่ากับหลงปิงไปสืบมาเดี๋ยวนี้” หลินอ๋องพูดเสร็จก็เรียกองครักษ์ทั้งสองคนเข้ามาสั่งการโดยเร็ว
“พี่สี่ ท่านเคยดูละครหรือไม่เจ้าคะ เดาได้ไม่อยากหรอกเจ้าค่ะ นางคงอยากเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของข้าก็เท่านั้น”
“น้องห้า เจ้ามีความเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร” ตงอ๋องหันไปถามน้องชาย
“พี่สี่ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะขอรับว่านางต้องการสิ่งใด” หลินอ๋องตอบอย่างร้อนรน ก่อนจะเปลี่ยนมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าคิดว่าคงเกี่ยวพันกับตำแหน่งและความผิดที่เจ้าเมืองหลินเคยทำไว้ขอรับ”
“เขาคงคิดจะใช้แผนสาวงามเข้ามาช่วยจัดการเป็นแน่ เพราะหากแม่นางจางได้เข้ามาอยู่ในจวนอ๋องจริง เจ้าก็คงจะจัดการกับเจ้าเมืองหลินได้ยากขึ้น” ตงอ๋องวิเคราะห์
“เวลานี้เราคงต้องรอฟังข่าวจากหลงเป่าและหลงปิงก่อนเท่านั้นขอรับ”
“ท่านพี่ กับพี่สี่ก็ต้องระวังตัวไว้ด้วยนะเจ้าคะ ข้าว่าแม่นางจางดูเป็นคนเจ้าแผนการอยู่ไม่น้อย”
“น้องสะใภ้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก เพราะข้าไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขา” ตงอ๋องพูดยิ้มๆ ก่อนหันไปมองน้องชาย
“พี่สี่ จางหมิ่น พวกท่านก็รู้ว่าข้าเคยเจอแผนการอย่างนี้มาก่อน ข้าจะไม่ยอมให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองแน่ขอรับ” หลินอ๋องยืนยันอย่างหนักแน่น
“ท่านพ่อ จะว่าไปแล้วพระชายาน่าจะจัดการได้ไม่ยากนะเจ้าคะ”
“เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น”
“จากที่ข้าลองสังเกตดู นางเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านที่ได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋องให้ขึ้นมาเป็นพระชายาเท่านั้น ใบหน้าก็จัดว่าเป็นเพียงหญิงงามทั่วไป และดูเหมือนว่าการที่ข้าเข้าไปพบนางที่จวนวันนี้ นางไม่ได้รู้สึกระแวงสงสัยอะไรเลยเจ้าค่ะ” จางฉีเซียนพูดอย่างมั่นใจ
“เจ้าก็อย่าเพิ่งมั่นใจจนเกินไป ถึงแม้นางจะเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่หากนางไม่มีข้อดีอะไรเลย เจ้าคิดว่าหลินอ๋องจะยกนางให้ขึ้นเป็นชายาได้อย่างนั้นหรือ” จางฉีซื่อวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล
“ท่านพ่อเชื่อใจข้าได้เลยเจ้าค่ะ ไม่มีบุรุษใดต่อต้านมารยาหญิงได้หรอกนะเจ้าคะ”
“เจ้าคิดจะทำสิ่งใดก็ต้องรอบคอบไว้ก่อนจะเป็นการดี พ่อไม่คิดว่าหลินอ๋องจะจัดการได้ง่ายอย่างที่เจ้าว่า”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ แล้วฝั่งของท่านพ่อจะจัดการเรื่องโยกย้ายเสบียงอย่างไรหรือเจ้าคะ”
“เวลานี้คนของหลินอ๋องและคนของแม่ทัพเปาเข้มงวดเรื่องการตรวจนับและเฝ้าระวังมาก พ่อยังนึกไม่ออกเลยว่าต่อไปจะทำอย่างไร ฝ่ายโน้นก็เร่งรัดอยากจะได้เสบียงมากเสียด้วย” จางฉีซื่อกล่าวเสียงเครียด
“ท่านพ่อไม่ลองใช้แผนนี้ล่ะเจ้าคะ ซื้อตัวคนคุมเสบียงให้ได้ หาคนที่มีจุดอ่อนและพร้อมจะทำงานให้เรา”
“เป็นความคิดที่ดีมากทีเดียว พ่อจะให้คนไปสืบหาเดี๋ยวนี้ว่าจะมีคนอย่างที่เจ้าว่าหรือไม่”
จางฉีซื่อรีบเดินออกจากห้องไปสั่งการด้วยความดีใจ ปล่อยให้จางฉีเซียนนั่งคิดแผนการของนางอยู่คนเดียว