สงครามรักจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของภรรยาสาวทั้ง 4 เย่หยุนซีบัดนี้กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิตรวจสอบร่างกายและฐานการบ่มเพาะของตนเองอย่างจริงจัง ซึ่งผลปรากฏว่าตบะของเขาพุ่งทะยานไปถึงระดับจักรพรรดิขั้นที่ 5 แถมพลังทางกายภาพยังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
"ฝู่! นี่คือผลของการดูดซับ 2 แก่นพรหมจรรย์และกายหยางบริสุทธิ์งั้นสินะ" เย่หยุนซีบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวทั้ง 4 ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงใหญ่ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเสน่หา
"ไหนขอดูหน่อยสิว่า สามเดือนมานี้พวกท่านได้รับประโยชน์อะไรบ้าง" บุรุษหนุ่มเรียกใช้งานความสามารถดวงตาพิเศษของตนเองในทันที ส่งผลให้ดวงเนตรสีอันพัน ข้างหนึ่งปรากฏลวดลายพระจันทร์เสี้ยวสีดำ ส่วนอีกข้างปรากฏลวดลายดวงสุริยันสีขาว และทันทีที่เขามองไปยังภรรยาสาวข้อมูลต่างๆของพวกนางก็พลันประดังเข้ามาในหัวสองของเขาโดยตรง
ชื่อ: หยุนฉางเยว่
เผ่าพันธุ์: มนุษย์(ผู้มีตราประทับพันธะหยินหยาง)
ตบะ: ระดับเบิกนภาขั้น 1---->ระดับจักรพรรดิขั้น 1
จิตอสูร: ฟินิกซ์พายุมรกต ระดับนภา
ชื่อ: หลิงจี
เผ่าพันธุ์: มนุษย์(ผู้มีตราประทับพันธะหยินหยาง)
ตบะ: ระดับเบิกนภาขั้น 1---->ระดับจักรพรรดิขั้น 1
จิตอสูร: ผีเสื้อท่วงทำนองดารา ระดับนภา
ชื่อ: เหยียนลี่
เผ่าพันธุ์: มนุษย์(ผู้มีตราประทับพันธะหยินหยาง)
ตบะ: ระดับจักรพรรดิขั้นที่2---->ระดับจักรพรรดิขั้น 8
จิตอสูร: มังกรสีชาด ระดับนภา
กายศักดิ์สิทธิ์: กายหยางบริสุทธิ์---->กายเทพยุทธ์
ชื่อ:มู่หลิงเฟย
เผ่าพันธุ์:มนุษย์(ผู้มีตราประทับพันธะหยินหยาง)
ตบะ:มหาจักรพรรดิขั้น 2----> มหาจักรพรรดิขั้น 5
จิตอสูร: จิ้งจอกเพลิงหกหาง ระดับนภา
เส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์:เส้นลมปราณเพลิงผลาญ----.> เส้นลมปราณเพลิงจักรพรรดิ
"โอ่ว การร่วมหลับนอนกับข้า มันมีผลในการพัฒนากายศักดิ์สิทธิ์และเส้มลมปราณศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรือนี่" เย่หยุนซีครุ่นคิดพลางบ่นพึมพำหลังจากได้รับรู้ข้อมูลพัฒนาการทุกอย่างของบรรดาภรรยา ซึ่งผลออกมาน่าทึ่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหยียนลี่กับมู่หลิงเฟยที่ได้รับการยกระดับกายศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์ไปอีกขั้น
"อืม......กายเทพยุทธ์กับเส้นลมปราณเพลิงจักรพรรดิงั้นหรือ ข้าควรนำเรื่องนี้ไปถามอาจารย์" หลังสิ้นสุดวาจานั้น บุรุษหนุ่มพลันชำระล้างร่างกาย สวมใส่อาภรณ์ เดินออกไปหาผู้เป็นอาจารย์โดยไม่คิดรอช้า
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็มาถึงจุดหมาย บัดนี้เซียนกระบี่เมามายกำลังร่ำสุราอย่างสบายใจอยู่บนหลังคา ดวงตาทอดมองท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยแสงดาวระยิบระยับ
"ผ่านมาสามเดือน เจ้าถึงกับกลายเป็นจักรพรรดิขั้น 5 นี่คงเป็นผลมาจากกายหยางบริสุทธิ์สินะ" สัมผัสได้ถึงการมาของศิษย์รัก หลี่ไป่หันขวับพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ได้รู้สึกตกใจอะไร
เย่หยุนซีส่ายศีรษะเบาๆตอบกลับไป "อืม......มันก็ไม่ใช่เพราะกายหยางบริสุทธิ์เสียทั้งหมดหรอกขอรับ.......พอดีร่างกายของข้ามันประหลาด ข้าสามารถพัฒนาพลังของตนเองและสตรีที่ร่วมหลับนอนด้วยกันได้"
"โอ่ว นี่เจ้ากำลังจะบอกว่าตัวเองมีกายศักดิ์สิทธิ์สายมารอย่างนั้นหรือ?" ผู้เป็นอาจารย์เอ่ยถาม
เย่หยุนซีส่ายศีรษะอีกครั้ง "ไม่ใช่อย่างแน่นอน หากเป็นกายศักดิ์สิทธิ์สายมาร ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการร่วมรักย่อมมีเพียงข้า แต่นี่เหล่าบรรดาภรรยาของข้าต่างก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน"
"อืมๆถ้างั้นร่างกายของเจ้าก็คงจะแปลกประหลาดจริงๆ.........นี่เจ้าหนู! ต่อไปอย่าได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังโดยเด็ดขาดเข้าใจหรือเปล่า?" หลี่ไป่กล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย เพราะถ้าความสามารถนี้ถูกเผยออกไป เย่หยุนซีจะตกเป็นเป้าหมายของพวกนิกายใหญ่ในทันที โดยเฉพาะนิกายที่อยู่ฝ่ายอธรรมเหมือนๆกัน
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านอาจารย์........ทว่าจุดประสงค์หลักที่ข้ารีบมาหาท่านในวันนี้ หาใช่มาบอกเล่าเรื่องความสามารถพิเศษไม่"
"โอ่ว......แล้วเจ้ามาหาข้าเรื่องอะไร?" หลี่ไป่เอ่ยถามอีกครั้งก่อนจะกระดุกสุรา
"ข้าอยากรู้ข้อมูลของกายเทพยุทธและเส้นลมปราณเพลิงจักรพรรดิขอรับ" เย่หยุนซีเอ่ยปากตอบกลับไปเช่นนั้น
"หือ! กายเทพยุทธกับเส้นลมปราณเพลิงจักรพรรดิงั้นหรือ ดูเหมือนเจ้าจะสร้างเรื่องมหัศจรรย์อีกแล้วสินะ เจ้าหนู" ผู้เป็นเซียนกระบี่บ่นพึมพำ
"ฮ่าๆๆเป็นผลมาจากความสามารถที่ข้าเล่าเมื่อครู่นี้ขอรับ" เย่หยุนซีไม่คิดปิดบัง เพราะไม่ช้าก็เร็วอาจารย์ของเขาก็ต้องค้นพบอยู่ดี
ทางด้านหลี่ไป่เมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาก็ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเริ่มอธิบายข้อมูลที่ศิษย์รักต้องการ
"กายเทพยุทธ์ คือกายศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงที่อัดแน่นไปด้วยพลังหยาง ความสามารถของมันเรียบง่ายมาก หนึ่งคือเพิ่มพลังการโจมตีทางกายภาพอย่างมหาศาล สองคือการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่รวดเร็วกว่าคนอื่นถึง 10 เท่า...........สุดท้ายวิธีการฝึกฝน เจ้าจำเป็นต้องบำรุงนางด้วยโอสถและสมุนไพรที่มีคุณสมบัติพลังหยางจำนวนมาก"
"ส่วนเส้นลมปราณเพลิงจักรพรรดิก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแต่อย่างใด เพราะมันคือเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงเช่นกัน ซึ่งความสามารถของมันนั้น ทำให้ผู้ถือครองสามารถกักเก็บเปลวเพลิงแท้จริงได้ 3 ชนิด ทั้งยังใช้ออกด้วยทักษะสายอัคคีที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าคนอื่นถึง 10 เท่า........ส่วนวิธีฝึกฝน ถ้าเจ้าหาเปลวเพลิงแท้จริงมาให้นางได้ก็จะดีมาก แต่หากหาไม่ได้ การใช้เปลวเพลิงของสัตว์อสูรก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน"
"ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะขอรับ" หลังจากได้ฟังทุกอย่าง เย่หยุนซีก็รีบผสานมือคาราวะอีกฝ่าย
"ไม่ได้มากมายอะไรๆ มันก็แค่ความรู้เล็กๆน้อยๆก็เท่านั้น.........อ๊ะ! จริงสิเจ้าหนู อีกไม่นานก็จะถึงที่หมายแล้ว ข้ามีเรื่องจะเตือนเจ้าอีกหนึ่งอย่าง"
"หือ เรื่องอะไรงั้นหรือขอรับ"บุรุษหนุ่มเอียงคอเล็กน้อยด้วยความฉงนสงสัย
"เจ้าหนูจงจำไว้ ในฐานะที่เป็นจอมมารน้อยของนิกาย เจ้าจะต้องเด็ดขาดและไร้ความปรานี ส่วนเรื่องความดีงามต่างๆก็คิดถึงมันให้น้อยลงซะ เพราะที่ฝ่ายอธรรม พลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ อาจารย์" เย่หยุนซีเผยสีหน้าจริงจังออกมา
"อืม เข้าใจก็ดีแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ อีกประมาณเดือนกว่าพวกเราก็จะถึงจุดหมาย" เซียนกระบี่เมามายกล่าว ก่อนจะเงยหน้ามองดูดวงดาว
"ตกลงตามนั้นขอรับ" บุรุษหนุ่มหันหลังสาวเท้ากลับเข้าห้องพักไปในทันที