ฝนหยุดตกแล้ว…
แต่ความตึงเครียดในลานด้านหลังครัวหลวงกลับไม่จางหาย
กลิ่นควันจากระเบิดควันยังหลงเหลือเจือในอากาศ ผสมกับกลิ่นไม้เปียกและดินชื้น ซูอินยืนอยู่ใต้แสงโคมแดง มือกำชายเสื้อแน่นกว่าที่คิด หัวใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ—ไม่รู้ว่าเพราะความกลัว “ผู้ข้ามภพคนที่สอง” หรือเพราะแขนขององค์ชายฉีอวิ้นที่เพิ่งโอบเธอไว้แน่นเมื่อครู่
ใกล้เกินไป
ใกล้จนเธอได้ยินเสียงหัวใจเขา—หรือเป็นของเธอเอง
“เจ้าบาดเจ็บหรือไม่”
เสียงเขาดังขึ้นใกล้หู ซูอินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนส่ายหน้า “ไม่ค่ะ…แค่สำลักควัน”
ฉีอวิ้นมองเธออยู่ครู่หนึ่ง สายตาเข้มดั่งพยายามมองทะลุไปถึงข้างใน วินาทีนั้นซูอินกลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูก “ตรวจสอบ” ยิ่งกว่าตอนสืบคดีเสียอีก
“ต่อไป” เขาพูดช้าๆ “อย่าแยกจากข้า”
คำสั่งเรียบๆ แต่หนักแน่น
หนักพอจะทำให้หัวใจเธอสั่น
“องค์ชาย…” ซูอินลังเล “ข้าไม่อยากเป็นภาระ—”
“เจ้าไม่ใช่ภาระ” เขาตัดบททันที เสียงต่ำลง “เจ้าเป็นเป้าหมาย”
คำเดียว…ทำให้เธอเงียบ
1) แผนรับมือ: เมื่อศัตรูเล่นเกมยาวทั้งคู่ย้ายไปยังเรือนพักลับใกล้ตำหนักบูรพา โคมไฟด้านในส่องแสงนวล เงาสองร่างทอดยาวบนพื้นไม้—เหมือนเส้นทางที่กำลังจะพัวพันกันลึกขึ้นเรื่อยๆ
ฉีอวิ้นคลี่สมุดบันทึกของหลิวซานลงบนโต๊ะ “เขาไม่ใช่คนหุนหัน” เขาวิเคราะห์ “บันทึกนี้คือกับดัก…เขาต้องการให้เรารู้ว่าเขา ‘รู้’”
ซูอินพยักหน้า “เขากำลังเล่นเกมแมวกับหนู”
“และเขาคิดว่าตัวเองเป็นแมว” ฉีอวิ้นพูด ดวงตาเย็นเฉียบ “แต่เขาลืมไป…วังหลวงคือถิ่นของข้า”
ซูอินสูดลมหายใจลึก พยายามตั้งสติ “ถ้าเขาใช้ ‘อาหาร’ เป็นทางผ่าน แปลว่าเขาจะต้องลงมืออีก—เพื่อดึงความสนใจ หรือเพื่อบังคับให้ข้าออกหน้า”
“เจ้าคิดว่าเขาจะทำอะไร”
ซูอินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา “เขาอาจทำ ‘เมนู’ ใหม่…เมนูที่ไม่มีใครในยุคนี้รู้จัก แต่สร้างผลกระทบได้ทันที”
ฉีอวิ้นเลิกคิ้ว “เช่น?”
“ของทอดกรอบจัด…ใช้น้ำมันร้อนจัดผิดปกติ กินแล้วไม่ตาย แต่ป่วยทั้งวัง” เธอเม้มริมฝีปาก “ความวุ่นวายจะทำให้การรักษาความปลอดภัยหย่อนลง—เขาจะใช้โอกาสนั้นเข้าหา ‘ข้า’”
ฉีอวิ้นพยักหน้า “ดี…ถ้าเขาจะล่อ เราก็จะล่อกลับ”
2) กับดักหวาน: เมนูที่ตั้งใจให้คนร้ายออกมารุ่งเช้า ครัวหลวงคึกคักผิดปกติ
ข่าวลือแพร่สะพัดว่า “ซูอิน” จะทำเมนูใหม่ถวาย—ของทอดสีทองหอมฉุยที่ไม่มีใครเคยเห็น
ซูอินยืนหน้าเตา มือสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสายตานับสิบคู่ที่จ้องเธออยู่ และเธอรู้ดีว่า…มีสายตาคู่หนึ่งซ่อนอยู่ในนั้น
ออกมาเถอะ เธอคิด ถ้าอยากเล่นเกม ก็มาเล่นต่อหน้า
น้ำมันในกระทะเดือด เสียงฉ่าดังขึ้น กลิ่นหอมลอยฟุ้ง—หอมจนคนทั้งครัวกลืนน้ำลาย
ฉีอวิ้นยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกล ในชุดขุนนางธรรมดา แต่รัศมีอำนาจยังทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้ เขามองซูอินตลอด—ไม่ใช่แค่เฝ้าคดี แต่เฝ้า “หัวใจ” ตัวเองด้วย
ทันใดนั้น—
“อ๊ะ!”
ซูอินสะดุด
พื้นครัวเปียกน้ำมันเล็กน้อย เท้าเธอลื่น ร่างเซไปข้างหน้า
โลกทั้งใบเหมือนหมุนช้าลง
ก่อนที่แขนแข็งแรงจะโอบเอวเธอไว้ทัน
Fall-and-Catch Scene — เกิดขึ้นจริง
ฉีอวิ้นดึงเธอเข้าหาอก ใบหน้าใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน ดวงตาเธอสบกับเขาโดยไม่ตั้งใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบลืมหายใจ
“ระวัง” เขาพูดเสียงต่ำ
ซูอินหน้าแดงวาบ มือเธอเผลอกำเสื้อเขาแน่น “ขะ…ขอบคุณค่ะ”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
แต่บรรยากาศหวานปนตึงเครียดจนแม่ครัวรอบข้างแกล้งทำเป็นไม่เห็น
และในเงามืดด้านหลัง…มีใครบางคนมองฉากนั้นอยู่
3) ศัตรูเผยตัว: เมื่อแมวเริ่มลงเล็บช่วงเที่ยง เสียงโวยวายดังขึ้นจากลานด้านหน้า
ขุนนางชั้นผู้น้อยสองคนมีอาการปวดท้องกะทันหัน—ไม่รุนแรง แต่สร้างความแตกตื่น
“เริ่มแล้ว…” ซูอินพึมพำ
ฉีอวิ้นไม่รอช้า เขาสั่งปิดพื้นที่ทันที และพาซูอินออกจากครัวหลวง—ตั้งใจให้เป็น “เหยื่อล่อ”
ทางเดินยาวใต้แสงโคมแดงเงียบผิดปกติ
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังตามหลังมา
“เขาตามมาแล้ว” ซูอินกระซิบ
ฉีอวิ้นจับมือเธอแน่นขึ้น “อย่าปล่อยมือ”
เงาหนึ่งพุ่งออกมาจากมุมเสา—เร็วและแม่นยำ ราวกับนักล่าที่ซ้อมมาอย่างดี
“ซูอิน” เสียงนั้นเรียกชื่อเธอเป็นภาษาของโลกเดิม “คุยกันหน่อยสิ”
หัวใจเธอเย็นวาบ
ผู้ข้ามภพคนที่สอง—ยืนอยู่ตรงหน้า
เขายิ้มอย่างคนเหนือเกม “ข้าตามเจ้ามานานนะ”
ฉีอวิ้นก้าวขึ้นหน้า ดาบในมือสะท้อนแสงโคม “ถอยไป”
“โอ้…องค์ชาย” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ “ข้าไม่ได้มาหาเจ้า”
เขาพุ่งเข้าใส่—ไม่ใช่ซูอิน แต่ฉีอวิ้น
การต่อสู้ปะทุทันที
ดาบปะทะกับท่าล็อกแบบยุคใหม่ เสียงโลหะกับแรงกระแทกดังสนั่น ทางเดินแคบกลายเป็นสนามไล่ล่าแบบแมวกับหนู
ซูอินถอยหลัง แต่ไม่หนี—เธอเห็นช่องว่าง
“องค์ชาย! ซ้าย!” เธอตะโกน
ฉีอวิ้นเบี่ยงตัวทัน เขาฟันสวนจนคนร้ายถอยกรูด แต่ก่อนจะถูกจับได้ ชายคนนั้นกลับหัวเราะ
“เกมนี้…เพิ่งเริ่ม”
เขาปล่อยลูกกลิ้งควันลงพื้นอีกครั้ง
4) เลิฟซีนในเงาควัน: เมื่อความกลัวแปรเป็นแรงปรารถนาควันหนาทึบ
ซูอินถูกดึงเข้าไปในเงามืด แขนฉีอวิ้นโอบรัดเธอไว้แน่น—แน่นกว่าครั้งไหน
“อย่าขยับ” เขากระซิบชิดหู
ความมืดทำให้ประสาทสัมผัสอื่นชัดเจนขึ้น
กลิ่นกายเขา…อุ่น แข็งแรง
เสียงลมหายใจเขาใกล้จนเธอขนลุก
หัวใจเธอเต้นแรง—ไม่ใช่เพราะควัน แต่เพราะแรงดึงดูดที่ปะทุขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป…” เสียงเขาสั่นเล็กน้อย “ข้าจะไม่ให้อภัยตัวเอง”
ซูอินเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากเกือบแตะกันในความมืด ระยะห่างเพียงลมหายใจเดียว—เสน่หาที่อันตรายยิ่งกว่าคดี
เธอกระซิบ “องค์ชาย…นี่ไม่ใช่เวลา—”
“ข้ารู้” เขาตอบทันที แต่แขนกลับไม่คลาย “แต่ข้าทำเหมือนไม่รู้สึกไม่ได้”
วินาทีนั้น…ถ้าไม่มีเสียงฝีเท้าองครักษ์ใกล้เข้ามา
ทุกอย่างอาจเลยเส้นไปแล้ว
ควันจาง
คนร้ายหายไปอีกครั้ง—เหมือนเงาที่ไม่อาจจับต้อง
บนพื้น มีของชิ้นหนึ่งถูกทิ้งไว้
ซูอินก้มเก็บ มันคือห่อกระดาษเล็กๆ ข้างในเป็นผงสีทองอ่อน
และข้อความสั้นๆ ภาษาโลกเดิม
“สูตรต่อไป…จะไม่อ่อนโยนเหมือนครั้งนี้
คืนหน้า—เลือกเอา
วัง หรือ หัวใจของเจ้า”
ซูอินมือสั่น
ฉีอวิ้นอ่านแล้วกำหมัดแน่น
“เขาบังคับให้เราเลือก” ซูอินพูดเสียงแผ่ว
ฉีอวิ้นหันมามองเธอ สายตาแน่วแน่ยิ่งกว่าครั้งไหน “เขาคิดผิดแล้ว”
“เพราะ?”
“เพราะข้าจะไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ “ข้าจะปกป้องทั้งวัง…และเจ้า”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสั่นไหวรุนแรงยิ่งกว่าคำขู่ใดๆ
ใต้แสงโคมแดง
เกมแมวกับหนูเดินมาถึงจุดที่เดิมพันไม่ใช่แค่ชีวิต—
แต่คือหัวใจของทั้งสองคน
—จบบทที่ 46—