วันนี้ร้านยาสวรรค์ของฟางเหม่ยหลิงเปิดเป็นวันแรก บรรยากาศค่อนข้างครึกครื้นเพราะมีผู้มาเข้าชมเป็นจำนวนมากและยาที่เธอได้ทำไว้มากมายหลายชนิด ได้ถูกใส่ขวดไม้ และถูกจัดแสดงบนโต๊ะไม้แกะสลักสวยงาม ผู้ดูแลร้านและพนักงานขายก็ไม่ได้หามาจากไหน ล้วนเป็นคนของจวนที่เธอคัดเลือกให้มาทำงานที่ร้าน ทุกคนต่างยืนประจำจุดและคอยดูแลลูกค้าที่ทยอยเข้ามาถามสินค้าและทำการซื้อขาย เพราะโอสถของเธอไม่ได้มีแค่ระดับสาม ระดับหนึ่ง ระดับสองก็มีอยู่มากเพื่อขายให้กับชาวบ้านที่ไม่ค่อยมีเงินทองจะซื้อโอสถแพงๆ เธอจึงมียาทุกระดับเพื่อให้ทุกคนที่ต้องการสามารถซื้อได้ตามจำนวนเงินที่ตัวเองมี และต่อให้มีเงินน้อยก็สามารถซื้อได้ เพราะสามารถแบ่งยาขายเป็นเม็ดได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งขวด ทำให้ชาวบ้านยากจนดีใจมากที่สามารถซื้อยาได้
นอกจากนั้นเหล่าศิษย์สำนักวังบาดาลก็มากันไม่น้อยทุกคนล้วนมาแสดงความยินดีและอุดหนุนยาของเธอกันคนละขวดสองขวด เว้นแต่เจ้าสำนักกับองค์ชายหลงเจี่ยนหยางที่ไปทำธุระต่างแคว้นยังไม่กลับ แค่วันเปิดร้านเธอก็สามารถขายยาที่มีอยู่ได้เป็นจำนวนมาก ถือว่าประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะแป้งพอกหน้าที่ทำให้หน้าขาวใส และเธอนำมาขายในครั้งนี้เหล่าหญิงสาวทั้งลูกคุณหนู ทั้งชาวบ้าน ต่างพากันซื้อจนตอนนี้ของขาด ทำให้เธอรู้ว่าไม่ว่ายุคสมัยใดผู้หญิงก็รักสวยรักงามทั้งนั้น เธอจึงตั้งใจจะทำแป้งพอกหน้าสูตรๆต่างๆมาขายเพิ่มและอาจทำให้ยอดขายเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น ฟางเหม่ยหลิงยืนยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเงินมหาศาลที่จะได้มา
"คุณหนูยืนยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่อะไรอยู่เจ้าคะ "
เหมียนมี่เห็นนายของตนกำลังยืนยิ้มกว้างอยู่จึงสงสัยเข้าไปถาม ว่ามีอะไรที่ทำให้นางยิ้มได้ขนาดนี้
"ข้าก็กำลังนึกถึงเงินทองที่ข้าจะได้นะสิ คิดแล้วก็มีความสุข"
ฟางเหม่ยหลิงมองไปทางลูกค้าที่กำลังซื้อยาของเธออยู่อย่างคึกคัก
"ออ ไม่น่าละ บ่าวไปดูเงินที่ขายได้จำนวนหนึ่งมาแล้วเจ้าค่ะ มีเต็มหีบเลยนะเจ้าค่ะ บ่าวให้คนยกไปไว้ที่ห้องบัญชีชั้นบนแล้ว เลียงลี่คงกำลังนับเงินอยู่ "
"จริงหรือ โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะ ข้านี่ร่ำรวยจริงๆ"
เธอได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะหัวเราะชอบใจในความร่ำรวยของตัวเองไม่ได้
"คุณหนูหัวเราะแบบนี้ไม่งามเลยนะเจ้าค่ะ"
เหมียนมี่ได้แต่ปรามๆ อีกทั้งส่ายหัวไปมา
.............................................................
จวนเสนาซ้าย
หลังจากกลับมาจากการเปิดร้านใหม่ ฟางเหม่ยหลิงก็ไปนั่งพักผ่อนอยู่ที่ศาลาริมสระบัว เธอให้เลียงลี่กับเหมียนมี่อยู่ดูแลร้านไปก่อน เธอกลับมาคนเดียว สระบัวแห่งนี้เป็นที่ๆทำให้เธอนั้นได้มาอยู่ที่นี่ เธอกำลังคิดว่าชาตินี้คงกลับไปยังที่ที่จากมาไม่ได้แล้ว และคงต้องอยู่ที่แคว้นนี้ตลอดไป ถึงแม้จะเสียใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอได้แต่ปลงตก ระหว่างที่เธอกำลังจะลุกกลับไปที่ห้องของตัวเอง อยู่ๆก็มีชายชุดดำที่ปิดหน้ามิดชิดเหลือเพียงลูกตากระโดดลงมาขวางหน้าเธอ และไม่ทันที่เธอจะถามอะไรออกไป มันก็ง้างดาบและฟันลงมาที่เธอ แต่เธอก็กระโดดหลบทัน
"คงมีคนสั่งให้มาฆ่าข้าอีกแล้วสินะ"
เธอไม่ต้องถามคนบงการเธอก็รู้ว่าใครที่ต้องการกำจัดเธอ
"ใช่และเจ้าต้องตายในวันนี้ ย๊ากก"
มันส่งเสียงก่อนที่จะกระโจนเข้ามาใกล้พร้อมทั้งฟันดาบลงมาที่เธอหลายครั้งแต่เธอก็หยิบแส้ที่เอวและสบัดไปมาปัดคมดาบที่จะถึงตัวเอาไว้ได้ เธอสบัดแส้ในมือให้เหมือนกับงูกำลังเลื้อย แส้นั้นเลื้อยตามแรงสบัดไปฟาดเข้ากับหน้าของชายชุดดำ บนใบหน้าของมันปรากฏเป็นลอยแส้มีเลือดไหลซึมออกมาตามบาดแผล เธอไม่หยุดแค่นั้นยังใช้แส้เหวี่ยงและฟาดลงไปที่ตัวของมันอีกหลายครั้ง
"เฟี้ยว เฟี้ยว เพี้ย เพี้ย "
เธอควงแส้ให้หมุนเป็นวงกลมขึ้นเหนือหัวของตัวเองเพื่อใช้แรงเหวี่ยงของแส้และฟาดไปที่ร่างของมัน มันเอี้ยวตัวหลบไปมาเพื่อไม่ให้โดนแส้ฟาดอีก เพราะตอนนี้ตัวมันเองก็มีเลือดซึมออกมาตามบาดแผลแล้ว มันอาศัยจังหวะหลบไปมาและเห็นช่องโหว่ของเธอ หมายฟันดาบลงมาที่คอแต่เธอหมุนตัวหลบได้ทำให้มันฟันไปโดนเส้นผมทำให้ผมของเธอร่วงหล่นลงพื้น ถึงจะไม่มากนักแต่ก็ทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะถ้าหลบไม่ทันคออาจขาดแทนก็ได้
มันยังคงรุกเข้ามาฟันเธอไม่ยั้งแต่เธอก็ใช้แส้กันได้ทุกครั้ง นักฆ่าคนนี้มาคนเดียวแสดงว่าฝีมือเก่งมาก ไม่เหมือนกับที่เธอเจอ ถึงมันจะโดนฟาดจนเป็นแผลก็ไม่ร้องโวยวายเลยสักนิด มันยังคงมุ่งหมายมาที่เธออย่างไม่ลดละ กระบวนท่าที่ใช้ล้วนแล้วแต่คล่องแคล่วว่องไว จนบางครั้งเธอเกือบจะหลบไม่ทัน
ระหว่างที่เธอกำลังเสียเปรียบเพราะกระบวนท่าของเธอนั้นไม่คล่องแคล่วนักเธอเริ่มเหนื่อยจากการต่อสู้และการหลบหลีก กำลังจะพลาดท่าอยู่หลายครั้ง
หลงเจี่ยนหยางก็ทะยานมาลงตรงหน้าชายชุดดำกับเธอและใช้ดาบของเขาเข้าไปต่อสู้กับชายชุดดำ ไม่กี่กระบวนท่าชายชุดดำก็เป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำและถูกเขาฟันจนตาย
"เจ้าไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่"
หลงเจี่ยนหยางรีบเดินเข้ามาสวมกอดเธอ พร้อมทั้งสำรวจร่างกายของเธอว่ามีตรงไหนที่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่
"ไม่บาดเจ็บตรงไหนเลยเพคะ แค่ผมขาด ดีที่คอไม่ขาด "
เธอได้แต่ลูบคอไปมาอย่างกลัวๆ
"ดีแล้วที่เจ้าปลอดภัย ข้าเป็นห่วงเจ้าแทบแย่"
เขายังดึงเธอเข้ามาสวมกอดอีก จนตอนนี้เธอเริ่มเขินแล้ว แต่ก็ไม่กล้าพลักเขาออก เพราะเวลาที่เธอกำลังเจอกับอันตรายมักจะได้เขาคอยช่วยอยู่เสมอ ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมาก
"อะ...องค์ชายกลับมาคนเดียวหรือเพคะ"
ตอนนี้เธอรู้สึกเขินจนต้องหาเรื่องคุยเพื่อให้เขาปล่อยเธอก่อน
"ใช่แล้ว ข้ากลับมาคนเดียว ท่านอาจารย์ยังต้องทำธุระต่อ"
เขาปล่อยเธอจากอ้อมแขนก่อนจะตอบคำถาม
"'งะ...งั้นหรือ "
ตอนนี้เขาก็ยังมองหน้าเธอจนเธอเริ่มประหม่า
''เจ้าคิดถึงข้าหรือปล่าว"
เขามองตาเธอและก็ถามคำถามแบบนี้ เธอจะกล้าตอบได้อย่างไร
'จะบ้าหรือมาถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิง'
เธอได้แต่นึกในใจ
ฟางเหม่ยหลิงไม่รู้จะทำอย่างไรไม่ตอบก็ไม่ได้ เธอจึงได้แต่พยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ เขาดีใจฉีกยิ้มกว้างและดึงเธอเข้าไปกอดอีกครั้ง
"ข้ามีของขวัญมาให้ เป็นของขวัญที่เจ้าเปิดร้านใหม่ "
เขาดึงกล่องออกมาจากแขนเสื้อ และเปิดให้เธอดู ด้านในมีปิ่นปักผมที่เป็นหยกด้ามของมันแกะสลักเป็นรูปหงส์
''สวยมากเลยเพคะ ขอบพระทัย"
เธอยื่นมือเข้าไปรับของขวัญแต่เขากลับดึงปิ่นออกจากกล่องและบรรจงปักลงที่มวยผมให้กับเธอ
"เหมาะกับเจ้าจริงๆ"
เขายิ้มพลางมองปิ่นที่อยู่บนมวยผมของเธอ
"ขะ...ขอบพระทัย"
ตอนนี้เธอรู้สึกว่าหน้ากำลังร้อนผ่าวไปด้วยความเขิน หัวใจก็เต้นแรง
นี่มันอะไรกันเธอที่ไม่เคยจะสนใจผู้ชายคนไหน ตั้งแต่โลกเดิมที่ยังอยู่ในร่างเก่า ยังเป็นมิลลี่ นางเอกเบอร์หนึ่งของวงการบันเทิง มีดาราหนุ่ม นักธุรกิจ ไฮโซมาจีบเธอตั้งมากมายแต่ไม่มีใครที่ทำให้จิตใจเธอสั่นไหวได้เลย พวกเขาทั้งหล่อทั้งรวยเธอเจอมาเยอะแล้ว
แต่กับหลงเจี่ยนหยางเธอกับมีความรู้สึกดีๆให้ แถมหัวใจก็ยังเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะอีกด้วย หรือว่านี่จะเป็นอาการที่ใครๆเขาชอบเป็นกัน อาการ 'ตกหลุมรัก'