(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 77 ขุดดินจากเหมืองร้าง

    ตอนที่ 77 ขุดดินจากเหมืองร้าง



    “โทมัสตราสัญลักษณ์ของกิลด์สมาคมนักผจญภัยที่พวกนายพูดถึง มีดาบและโล่อยู่ตรงกึ่งกลางใช่หรือไม่?” ไลท์จดจำผ้าคลุมของนักผจญภัยกลุ่มใหม่ได้เป็นอย่างดี เขาจำได้แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างสัญลักษณ์จำพวกปีกนกที่ซ่อนอยู่ตรงด้านหลังได้อีกด้วย

    “ใช่ครับ” โทมัสตอบกลับ พลางพยักหน้าอย่างใสซื่อ ส่วนทางด้านจิมก็ได้ล้วงมือเข้าไปในแหวนเก็บของต่างมิติของตนเอง

    หยิบเอา เข็มกลัดที่บ่งบอกถึงแรงค์ของเจ้าตัว ส่งให้กับไลท์ได้พินิจพิเคราะห์ว่าภาพจำ ของอีกฝ่ายนั้นตรงกับตราสัญลักษณ์แรงค์ของเขาหรือไม่



    เข็มกลัดแรงค์ เพชร (Diamond) ได้ถูกยื่นมาให้กับไลท์ ชายหนุ่มรับเอามาถือไว้ ก่อนที่จะมองมันผ่านๆ ก็สามารถบอกได้ มันตรงกับตราสัญลักษณ์ของกลุ่มนักผจญภัยกลุ่มนั้นแทบทั้งสิ้น


    “แบบนี้แหละ ใช่เลย” ไลท์มั่นใจ 9 ใน 10 ส่วน ว่าเขาจดจำมันได้ไม่ผิด...และถึงแม้ว่าจะมีอยู่ 1 ส่วน ที่ไม่กล้าฟันธง

    แต่จะกลัวอะไร ก็ในเมื่อเขานั้นมี เครื่องย้อนความทรงจำอย่างเจ้าโปริ่งอยู่แล้ว

    “ช่วยย้อนภาพที่เจอกับกลุ่มนักผจญภัยที่หน้าร้านให้กับฉันหน่อย” ไลท์ไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งกับเจ้าโปริ่งมากนัก เนื่องด้วยตัวเขาได้ทำสัญญาเท่าเทียมกับมันนั่นเอง



    เจ้าโปริ่งเมื่อรับคำสั่ง ก็พลันกระโดดเด้งขึ้นมาเกาะบนศีรษะของไลท์ ก่อนจะใช้ร่างอันอ้วนกลมของมัน หย่อนร่างคลุมทับศีรษะของไลท์ ประหนึ่งกำลังสวมหมวกกันน็อค เหมือนเช่นก่อนหน้านี้

    พร้อมกับปล่อยพลังพิเศษของมันอย่าง ‘พลังถ่ายทอดเนตรนัยน์ตา’ ให้กับไลท์ได้มองภาพเดียวกับที่มันเคยเห็น



    พลังถ่ายทอดเนตรนัยน์ตาของเจ้าโปริ่ง นอกเหนือจากจะสามารถฉายภาพที่เคยเห็นให้กับอีกฝ่ายได้แล้ว ภาพที่ปรากฏยังสามารถหยุด ย้อนภาพไปมา ได้ตามใจนึก อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองได้อย่างอิสระถึง 360 องศาเลยทีเดียว



    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไลท์สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองไปมาได้ตามใจนึก แต่เจ้าตัวก็ไม่มีความคิดวิปริต จิตใจสกปรกใช้พลังพิเศษของเจ้าโปริ่งไปในทางที่ผิด อย่างการไปส่องใต้ร่มผ้าของคนอื่นๆ อยู่ในหัวอยู่แล้ว

    หรือกระทั่งไปส่องดูเป้ากางเกงของชายฉกรรจ์ นั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่



    ดังนั้นเอาเป็นแค่เพียง มุมมอง 180 องศา ก็สามารถมั่นใจได้เต็ม 100% แล้วว่า ตราสัญลักษณ์ที่ปักอยู่ในผ้าคลุมของกลุ่มนักผจญภัย...มันเป็นตราเดียวกับกิลด์สมาคม อย่างแน่นอน



    “งั้นแสดงว่า กิลด์สมาคมนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ มาถึงที่นี่สินะครับ” โทมัส เมื่อประเมินจากข้อสงสัยของไลท์มาผนวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นภายในสมาคม ที่ทางด้านตัวกิลด์สมาคมได้กำหนดภารกิจในครั้งนี้แค่ระดับ C ทั้งๆ ที่ มีกระแสกดดันมาจากตัวนักผจญภัยที่โหยหาอยากให้ภารกิจในครั้งนี้ เป็นระดับ B ขึ้นไปนั่นเอง



    โทมัสและจิม ต่างก็ทำสีหน้าวิตกกังวล เพราะกลัวว่าตนเองอาจจะทำให้แผนการสร้างข่าวลือของไลท์ ถูกเปิดโปงออกมา



    ทว่า ทางด้านไลท์กลับฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังมีความคิดอะไรดีๆ อยู่ในหัว

    “พวกนายสองคนไม่ต้องกังวล ฉันคิดแผนดีๆ ออกแล้ว เอาเป็นว่าพวกเรารีบขุดดินตรงนี้ให้เสร็จเถอะ” ไลท์รีบเร่งให้ โทมัสกับจิม รีบเร่งมือ



    ระหว่างนั้นเอง ในขณะที่ไลท์กำลังขุดดินในเหมืองร้างไปเรื่อยๆ จู่ๆ ทางด้านระบบที่รอจังหวะอยู่นาน ก็ส่งข้อความแจ้งเตือนถึงสิ่งที่เขากระทำเข้ามาพอดิบพอดี



    ‘ติ้ง! ระบบตรวจพบว่าเจ้าของร่างกำลังขุดดินจากเหมืองร้างในเขตป่าดาราฉาย...ระบบกำลังประมวลผล’



    ‘ประมวลผลเสร็จสิ้น...ดินจากเหมืองร้างที่อยู่ใกล้กับดันเจี้ยน นั้นมีแร่ธาตุต่างๆ มากมาย หากเจ้าของร่างนำดินเหล่านี้ ไปใช้ในการเพาะปลูกกับเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อจากร้านค้าของระบบ และใช้น้ำจากเถ้าภูเขาไฟในการรดน้ำจากเจ้าโปริ่ง จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ขึ้นจากเดิมเป็น 5 เท่า’



    ‘5 เท่า! ถ้าแบบนั้นฉันใช้เมล็ดพันธุ์ที่หาได้จากโลกนี้และใช้เจ้าโปริ่งรดน้ำ จะได้ผลลัพธ์นี้หรือไม่?!’



    ‘ได้และไม่! ได้ในที่นี้คือเจ้าของร่างสามาถปลูกผลผลิตได้ดีเยี่ยมกว่า ผลผลิตทั่วๆ ไปในโลกนี้ หากแต่คำว่าไม่ คือผลผลิตที่เจ้าของร่างปลูกจะไม่ได้รับอัตราเร่งการเจริญเติบโต 5 เท่า ซึ่งเจ้าของร่างสามารถตัดสินใจในการเพาะปลูกได้ด้วยตัวเอง ว่าจะเลือกเส้นทางไหน’



    ถึงแม้ระบบจะบอกให้ ไลท์ได้มีสิทธิ์เลือกในการตัดสินใจ ว่าจะเพาะปลูกได้ด้วยเมล็ดพันธุ์ที่หาได้ตามท้องตลาด หรือจะเพาะปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อในร้านค้าระบบ แต่กระนั้นเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้มา...ยังไงเสีย เป็นใครก็ต้องเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์จากระบบอยู่ดี



    อัตราเร่งการเจริญเติบโต 5 เท่า...ไลท์เองก็ไม่รู้ว่ามันจะโตได้เร็วแค่ไหนเหมือนกัน จะโตภายใน 2-3 วัน หรือจะใช้เวลา 5-10 วัน

    แต่แค่เพียงค่าสถานะที่บ่งบอกโตเร็วขึ้น 5 เท่าของมัน ก็สุดแสนจะเย้ายวน ดั่งเช่นเกมปลูกผักเสียจริงๆ



    ‘ร้านค้าในระบบ...เอาแต้มของฉันที่เก็บหอมรอมริดไปได้เลย T.T’



    ไลท์แทบน้ำตานองหน้า แต่เพื่อผลลัพธ์และวัตถุดิบที่ดี เขาจำเป็นต้องยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวานบ้าง

    และที่สำคัญ ในมุมมองของไลท์เพียงผู้เดียว เขาเชื่อว่า ‘การอดออมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้คนมีเงินเก็บ หากแต่ความสำเร็จและร่ำรวยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการลงทุน’

    กระนั้นการอดออมก็ไม่ได้เป็นคำสอนที่ไม่ดี...การอดออมก็เป็นเรื่องดี ที่สอนให้เรารู้จักซื้อรู้จักใช้ และเพื่ออดออมเงินทุนไว้ต่อยอดในอนาคต



    ดังนั้นใครจะเลือกเดินเส้นทางไหน มันไม่มีตำราสอนที่บอกได้ว่ามันถูกหรือผิด...ขอเพียงมีทัศนคติที่ดี ไม่ว่าจะวิธีใด ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ด้วยกันทั้งนั้น

    และตัวของไลท์ก็เลือกที่จะลงทุน ด้วยการใช้แต้มที่มีซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูก เพื่อต่อยอดลงทุน ของเขาให้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง



    เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเลือดเดินทางไหน ไลท์ก็เร่งมือขุดเอาดินจากเหมืองร้างไปให้ได้มากที่สุด



    มันมากกว่าเดิม เสียจนโทมัสและจิม ที่ตั้งใจมาขุดดินเพื่อนำไปสร้างเตาทำอาหารเพิ่มไปมากโข แม้ทั้งสองจะแจ้งกับไลท์ไปแล้วว่า ดินที่ได้มามันเพียงพอต่อการสร้างเตาแล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าไลท์คิดจะเอาดินพวกนี้ไปใช้เพาะปลูกที่สวนเพิ่มเติม


    ทั้งสองคนจึงช่วยกันขุดดินกันจน ดินกองพูนเป็นภูเขาเลยทีเดียวและนั้นก็มีอีกหนึ่งปัญหาตามมา คือพวกเขาจะขนดินพวกนี้กลับไปหมดได้อย่างไร โดยที่ไม่มีรถลากมาช่วยเข็น??!!



    “ทิ้งมันเอาไว้ตรงนี้ก่อนดีไหมครับ แล้วอีกเดี๋ยวในวันพรุ่งนี้ ผมกับจิมจะกลับมาขนมันกลับไปใหม่อีกครั้ง ด้วยรถเข็น?” โทมัสและจิมเมื่อเห็นสภาพกองดินที่พูนเป็นเนิน ก็รู้ได้ในทันทีว่า แหวนเก็บของ ที่พวกเขามี น่าจะใส่ดินพวกนี้กลับไปได้ไม่หมดแน่ๆ


    แต่ทว่า ไลท์กลับส่ายหน้า พลางชี้ไปที่เจ้าโปริ่งที่หลับอุตุอยู่บนไหล่ของเขา


    “พวกนายไม่ต้องเหนื่อยแบบนั้นหรอก เรื่องนี้ให้เจ้าโปริ่งจัดการคนเดียวก็พอแล้ว...ใช่ไหม จิ้ม...จิ้ม~”



    ไลท์ใช้นิ้วจิ้ม ปลุกเรียกเจ้าโปริ่ง...ก่อนที่เจ้าสไลม์จะหาวฟอดออกมาคำโต แยกร่างของมันออกมา หลายต่อหลายร่าง

    กลืนกิน ไม่สิ...ต้องเรียกว่าเขมือบเอาดินที่กองพะเนินเข้าไปในท้องของมัน ประหนึ่ง หลุมดำแบล็กโฮล์ (Blackhole) ที่ดูดกลืนถูกสรรพสิ่งเข้าไปนั่นเอง



    เจ้าโปริ่งร่างแยกที่กิน ดินจากเหมืองร้างเข้าไปเป็นจำนวนมหาศาล ได้เปลี่ยนสีกลายเป็นสำน้ำตาลในทันที แต่ที่น่าประหลาดคือร่างกายของมัน แม้จะกินดินเข้าไปมากโข



    ร่างกายของมันกลับคงสภาพเป็นลูกบอลตามปกติ ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ...รวมไปถึงน้ำหนักก็ไม่ได้เพิ่มเติมขึ้นมาสักนิดเลย

    หากผู้หญิงในโลกก่อนของไลท์ได้มาเห็นเจ้าโปริ่ง พวกเธอเหล่านั้นคงส่งสายตาอิจฉาให้กับมันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีร่างกายที่น่ารักน่าชังแล้ว มันยังสามารถกินทุกอย่างโดยที่น้ำหนักไม่ขึ้นนั่นเอง



    “เอลล่า แอล กลับมาได้แล้ว...พวกเรายังมีเรื่องที่ต้องทำกันอีกนะ” “ครับ/ค่ะ พี่ไลท์” ไลท์ได้เรียกสองพี่น้อง ที่ตัวน้องชายกำลังวิ่งเล่นอยู่รอบๆ เหมือง ส่วนตัวพี่สาวกำลังนั่งอ่านหนังสือทบทวนการทำอาหารที่ได้จดบันทึกตามคำสอนของไลท์ ที่หนังสือบันทึกเล่มนี้ก็ถูกเคลือบด้วยพลังเวทเฉพาะตัวที่มีแค่ตัวเธอเท่านั้นที่จะสามารถอ่านมันได้



    ก่อนที่ทุกคนจะมุ่งหน้ากันกลับไปยังทางแยก ที่ในตอนแรกพวกเขาได้พบเจอกับกลุ่มของคาห์นและนักผจญภัยที่ออกมาสำรวจป่าดาราฉาย



    “วันนี้ก็ไม่มีร่องรอยของสัตว์อสูรสีชาดอีกแล้ว!” นักผจญภัยหลายคน นั่งทอดถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายและผิดหวัง


    วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่พวกเขา ได้ออกมาตามหาร่องรอยของสัตว์อสูรตามข่าวลือ แต่สุดท้ายก็ต้องพบเจอกับความล้มเหลว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    “ทางฉันเองก็ไม่เจอร่องรอยอะไรเลยเหมือนกัน”


    “หรือว่าข่าวลือที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องโกหก ขนาดพวกเราช่วยกันตามหามาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่มีแม้แต่ร่องรอยที่เป็นประโยชน์เลยสักนิด”



    ผ่านไปหลายวันแล้ว เหล่านักผจญภัยกลุ่มนี้ ก็เริ่มที่จะหมดความหวัง ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่ไลท์ได้คาดการณ์เอาไว้ ก่อนที่จะเผยแพร่ข่าวลือ ว่าสักวันหนึ่งช้าหรือเร็ว...ผู้คนก็จะเริ่มรับรู้ว่าข่าวลือที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องโกหก



    แต่ทว่า...วันนี้พวกเขาจะได้รับรู้เสียที ว่าข่าวลือที่เกิดขึ้น มันไม่ได้โกหก...พวกเขาจะพบเจอกับสัตว์อสูรหมาป่าสีขาดตามข่าวลือแบบจริงๆ กันเสียที



    “ขอโทษด้วยนะครับท่านคาห์น ผมขอยืมแรงของท่านคาห์นสักหน่อยก็แล้วกัน!” ไลท์ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในแนวพุ่มไม้ พึมพำขอโทษชายชราที่อยู่ห่างออกไปด้วยความรู้สึกผิดกับแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น


    กระนั้นก็ถือเป็นโชคร้ายของท่านคาห์นไปก็แล้วกัน เพราะอีกฝ่ายดันไปรู้จักกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ ที่ทางกิลด์สมาคมเป็นคนส่งมานั่นเอง



    ใช่แล้ว...ท่านคาห์นนั้นรู้จักกับหัวหน้าหน่วยและกลุ่มเจ้าหน้าที่มาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองคน ยังเป็นทหารรับใช้ราชอาณาจักร เพียงแต่คาห์นนั้นมียศตำแหน่งที่สูงกว่าอีกฝ่ายอยู่เล็กน้อย แต่โดยรวมทั้งสองคนก็เป็นหนึ่งในคนที่วิสเคาน์นิคนั้นไว้ใจ



    จนสามารถมอบหมายภารกิจให้กับพกวเขาทั้งสองคน ได้โดยที่ตนเองไม่ต้องลงไปตรวจสอบด้วยตัวเอง



    ทั้งนี้ทั้งนั้น ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันตรวจสอบร่องรอยของสัตว์อสูรอยู่นั่นเอง ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน ดังขึ้นมา



    ‘บะ บะ บรู๊ว~!’



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน