ปีกด้านหลังกางอ้าออกให้สุด ขนาดของมันจากเดิมเท่ากระดาษ A4 ตอนนี้กลับกว้างไม่ต่างจากปีกนกอินทรีย์ เมื่อมองดูปีกจิ้งหรีดที่ขยายใหญ่โยฮันจึงเปลี่ยนมันให้กลายเป็นปีกต่อหัวเสือก่อนจะลองขยับมัน
ผลปรากฎว่าแรงกระพือที่เกิดขึ้นมากกว่าก่อนหน้าเป็นอย่างมากจนเท้าของเขาค่อยๆลอยขึ้นจากพื้นดิน
“ โห บินได้ด้วย ” แอลลี่พยายามแสดงความดีใจกับพี่ชาย ปีกเล็กๆที่เคยใช้เพียงแค่ร่อนไปมาหลังจากกระโดดตอนนี้สามารถยกตัวให้ลอยขึ้นไปบนอากาศได้แล้ว อย่างไรก็ตามร่างของโยฮันกลับค่อยๆลงมาเหยียบพื้นเช่นเดิมสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อย
“ เป็นอะไรอะ ”
“ มันบินได้ แต่ก็ยังไม่แข็งแรงพอจะบินบนฟ้าได้เหมือนนก ”
“ หมายความว่ายังไง” แอลลี่ยังคงงุนงง เธออยากให้พี่ชายช่วยอธิบายละเอียดกว่านี้ โยฮันจึงยกตัวอย่างสัตว์นักล่าอย่างนกอินทรีย์และแมลงมีปีกเช่นด้วง ทั้งสองสิ่งที่เอ่ยออกมาสามารถบินได้ เพียงแต่ว่าความสามารถในการบินของพวกมันต่างกันออกไป
อินทรีย์สามารถบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระด้วยปีกอันทรงพลังของมัน ไม่ว่าจะบินโฉบเฉี่ยวอย่างไรก็ตามสามารถทำได้ทั้งหมด
ผิดจากด้วง ต่อให้มันจะมีปีก สิ่งที่มันทำได้เหนือกว่าการร่อนเล็กน้อยเท่านั้น ปีกของมันมีไว้ใช้เพื่อพาตัวเองบินจากตำแหน่งหนึ่งไปยังตำแหน่งหนึ่งได้ชั่วคราวเท่านั้น มันไม่ได้มีความเร็วที่น่ากลัวและไม่สามารถบังคับทิศทางได้ดั่งใจนึกเหมือนนกอินทรีย์
จากการอธิบายทำให้แอลลี่เข้าใจ ปีกด้านหลังของพี่ชายเธอแม้มันจะแข็งแรงและมีขนาดใหญ่ขึ้นมามากกว่าเดิม ขนาดของมันยังคงเล็กเมื่อต้องแบกน้ำหนักตัว หากอยากให้สามารถบินได้เหมือนนกอินทรีย์จำเป็นต้องมีปีกที่ใหญ่กว่านี้ เธอจึงคิดว่าการวิวัฒนาการอีกครั้งอาจจะทำให้พี่บินได้ แต่ถึงอย่างนั้นปีกของพี่ชายในตอนนี้กลับสามารถทำได้หลายอย่าง ต่อให้จะไม่สามารถบินบนฟ้าสูงได้ มันกลับสามารถใช้เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวเมื่ออยู่เหนือพื้นดินราว 1 - 10 เมตรได้เป็นอย่างดี เธอเชื่อว่าปีกด้านหน้าของพี่จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องต่อสู้
“ ว่าแต่เส้นเลือดสีส้มๆของพี่มันคืออะไร ” แอลลี่ใช้มือจับไปยังเส้นเลือดสีส้มอมแดงบนผิวหนังของพี่ชาย เธออยากรู้ว่ามันเป็นอะไรเพราะมนุษย์ไม่น่าจะมีสิ่งๆนี้
“ มันน่าจะเป็นเซลล์ที่สามารถสร้างพลังงานได้เอง สิ่งที่มันสร้างคือพลังงานความร้อน ”
“ โห ใช้งานดีๆต้มบะหมี่ได้โดยไม่ต้องก่อไฟได้เลยนะคะ ”
“ เปรียบกับสิ่งที่น่าดีใจกว่านั้นหน่อย ”
“ ว่าแต่พี่ใช้มันได้ตลอดไหม ”
“ ไม่ เหมือนมันจะมีข้อจำกัดเหมือนพลังงานทั่วๆไป แต่มันมีความพิเศษตรงที่หลังจากใช้หมดแล้ว เซลล์ที่สร้างพลังงานเหล่านี้จะค่อยๆสร้างพลังงานใหม่ขึ้นมาทดแทน ”
“ หูว งั้นพาหนูวิวัฒนาการครั้งที่ 4 ทีจะได้รู้ว่าหนูจะมีพลังนี้หรือเปล่า ”
แอลลี่พูดด้วยท่าทางตื่นเต้น โยฮันกลับต้องเบรกเธอเอาไว้ก่อน เนื่องจากว่าเขาได้ยินเสียงมาจากทางฝั่งสถานีจึงอยากกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ในช่วงที่เขาวิวัฒนาการสติได้กลับมาครู่หนึ่ง เขาได้ยินเสียงรถบรรทุกและเสียงเคลื่อนย้ายสิ่งของที่เหมือนจะมีน้ำหนักมากดังขึ้นเป็นช่วงๆจึงอยากกลับไปดูก่อน แอลลี่ไม่ได้ขัดใจพี่ชายเธอพยักหน้ารับฟังอย่างว่าง่าย แต่ก่อนเดินทางกลับพี่ของเธอได้พ่นใยลงบนเสื้อผ้าของเธออีกชั้น การวิวัฒนาการทำให้ใยมีความเหนียวมากยิ่งขึ้นจนทนการโจมตีระดับ 5 ได้สบายๆ หลังจากเสื้อผ้าของแอลลี่ถูกปิดทับด้วยใย โยฮันจึงขอหางจระเข้จากเธอแล้วเริ่มพันใยลงไปบนหางของมันเพื่อเพิ่มความทนทานไม่ให้หางขาดระหว่างเหวี่ยงไปมา
“ ไปกันเถอะ ”
“ พี่ลองบินดูไหม ”
“ ก็ได้นะ ”
โยฮันเดินไปด้านหลังของน้องสาวแล้วจับไปยังแขนทั้งสอง ก่อนที่เขาจะลองกระพือปีกด้านหลังยกร่างขึ้นไป เพียงแต่ว่าน้ำหนักกลับมากไปเขาจึงเปลี่ยนวิธีการบินใหม่โดยใช้เท้ากระโจนพาร่างของตนเองขึ้นที่สูงก่อนจะปล่อยให้ตนเองร่วงตกลงมาจากฟ้าแล้วใช้วิธีการร่อนไปแทน ซึ่งการร่อนในครั้งนี้ดีกว่าเดิมไม่น้อย เขาสามารถพาแอลลี่ไปด้วยได้แล้วยังหักเลี้ยวบนท้องฟ้าได้จนกว่าเท้าจะลงแตะพื้น กระทั่งบินผ่านหมู่ตึกมากมายด้วยการกระโดดเพียงหนึ่งครั้ง ร่างของโยฮันก็ตกลงมาเหยียบพื้นด้านหน้าสถานีวิจัย
“ หูว กระโดดแค่ครั้งเดียวก็มาถึงเลย แบบนี้ถ้าพี่จะเดินทางไปที่ไหนก็ง่ายขึ้นมากๆเลยน่ะสิ ”
“ คงงั้น ฉันขอไปถามลุงพลก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ”
แอลลี่กวาดตามองออกไปรอบๆแล้ววิ่งตามหลังพี่ชายไปหาลุงพล เธออยากรู้เหมือนกันว่าทุกคนต้องการทำอะไร เมื่อมาถึงลุงพลทั้งสองก็ได้รับฟังสิ่งที่น่าวิตก เนื่องจากว่าวินตัดสินใจเดินทางไปยังกองทัพเพราะตอนนี้พวกเขาอยู่กึ่งกลางระหว่างซอมบี้ระดับ 6 การเดินทางจึงจะเริ่มขึ้นในเร็วๆนี้หลังจากที่เคลื่อนย้ายของสำคัญขึ้นไปบนรถหมดแล้ว
รถบัสหลายคันถูกคลุมทับด้วยหนังซอมบี้ ส่วนมากเป็นหนังของระดับ 4 เพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้ฉีกกระชากรถด้วยกรงเล็บของพวกมัน นอกจากนั้นแล้วยังสามารถป้องกันเม็ดฝนด้านบนได้อีกด้วย พวกเขายังไม่รู้ว่าเม็ดฝนทำสิ่งใดได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่ามันจะตกลงมาเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงแม้แต่น้อย
“ พี่โย พี่มาพอดีเลย ขอแรงหน่อย มีบางอย่างที่เรายกไม่ได้ ”
โยฮันเดินตามวินไปยังโรงกลึงเพื่อช่วยขนย้ายเครื่องจักรขึ้นไปบนรถ จากนั้นเขาก็ช่วยขนย้ายอุปกรณ์กระจายคลื่นรบกวน แอลลี่ที่ว่างจึงช่วยคลุมรถแต่ละคันเตรียมออกเดินทาง ท่ามกลางการเตรียมตัวของผู้คนภายในสถานีเวลาก็ค่อยๆเลยผ่านมาจนถึงช่วงเช้านับเป็นวันที่ 16 ที่ซอมบี้ปรากฎตัวขึ้นมา
“ ทุกอย่างพร้อมหรือยัง ”
วินเดินลงจากรถบรรทุก เขาจำเป็นต้องอยู่ข้างในเพราะต้องคอยผสานงานกับกองทัพ ตอนนี้เป็นเวลา 07.00 น . เขาจึงขอตรวจสอบทุกคนอีกครั้งว่าทุกอย่างพร้อมหรือยัง
“ เหลือแค่นำผู้ป่วยขึ้นรถก็สามารถเดินทางได้ ”
“ อีกนานไหมโจ้ ”
“ ขออีก 10 นาที ” วินกวาดตามองดูรถที่กำลังจะใช้เดินทาง เขาติดต่อกับกองทัพเอาไว้แล้วเพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมเปิดทางช่วยเหลือพวกเขาจากทางฝั่งนั้น หากไม่มีอะไรผิดพลาดพวกเขาน่าจะเดินทางไปถึงกองทัพในช่วงบ่าย ขณะที่มองดูนักสู้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าไปในรถบัสด้านหลังสุด ทุกคนกลับก้มตัวหลบต่ำตามสัญชาตญาณหลังจากมีเสียงร้องคำรามดังมาจากทางทิศใต้
“ หัวหน้า เสียงมาจากตั๊กแตนตำข้าวระดับ 6 !”
“ มันร้องทำไม ” วินหันมองขึ้นไปบนดาดฟ้า ด้านบนยังมีคนที่คอยสอดส่องรอบๆเช่นเดิม เขาจะลงมาก็ต่อเมื่อขบวนรถพร้อมออกเดินทางแล้วเท่านั้น
“ ผมไม่รู้เหมือนกัน หลังจากมันร้องก็ได้กางปีกด้านหลัง แต่มันยังคงนิ่งเหมือนเดิม ”
วินกระโดดเกาะเชือกแล้วให้คนที่อยู่ด้านบนดึงขึ้นไป กระทั่งเขามาถึงดาดฟ้าจึงได้หันมองไปยังทิศใต้เพื่อดูตั๊กแตนด้วยตาตนเอง ทันทีที่กล้องส่องทางไกลแนบดวงตา เขาก็พบว่าตั๊กแตนตัวใหญ่กำลังกางปีกด้านหลังราวกับว่ามันกำลังนำออกมาผึ่งแดด ถึงแม้เช้านี้จะยังมีฝนตกเช่นเดิม มันกลับเบาลงกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา
“ มันกำลังทำอะไรกัน ” ไม่มีใครอธิบายสิ่งที่ตั๊กแตนตัวนี้กำลังทำได้ โยฮันที่ขึ้นมาบนดาดฟ้าพร้อมแอลลี่ทำหน้าสงสัยไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าแอลลี่กลับพูดติดตลกขึ้นมาหนึ่งประโยค มันกลับทำให้คนที่ได้ยินหวาดเสียวไปตามๆกัน เธอได้อธิบายว่าท่าทางของมันราวกับต้องการจะบินไปที่ไหนสักแห่ง
“ เร่งมือเร็วเข้า! ”
วินรีบเร่งให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าไปในรถ จากนั้นเขาก็วิ่งลงจากตึกขึ้นไปบนรถบรรทุกของตัวเองที่ต้องคอยผสานงานกับทีมอื่นๆบนนั้น หลังจากที่โจ้ได้รับคำสั่งให้รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเขาก็ได้ขอกำลังนักสู้เพิ่มขึ้นอีกจนสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นรถไปทั้งหมด วินที่เห็นว่าทุกคนพร้อมแล้วเขาจึงบอกให้ออกเดินทางในทันที โดยด้านหน้าของพวกเขามีกลุ่มของลุงพลคอยเปิดทาง ด้วยการวิวัฒนาการครั้งที่ 3 ทำให้พวกเขาสามารถเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางบนถนนออกไปได้ง่ายๆ
“ พี่โยลงมาเร็วเข้า! ”
โยฮันหันมองขบวนรถวิ่งออกไปจากสถานี เขาจึงบอกให้แอลลี่ไปอยู่รวมกันกับกลุ่มของลุงพล ด้วยพลังของเธอสามารถสร้างประโยชน์ให้ทุกคนได้ไม่น้อย นอกจากนั้นการอยู่ใกล้ลุงพลยังเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด
หลังจากรถเคลื่อนขบวนออกไปแล้ว โยฮันกลับยังคงยืนอยู่บนดาดฟ้าเช่นเดิม เขายังคงสงสัยในการกระทำของตั๊กแตนตำข้าวตัวสีเขียวที่กำลังกางปีกราวกับจะโบยบิน ภายใต้การใช้กล้องส่องลงไปยังทิศใต้นี้เอง จู่ๆคิ้วของโยฮันก็เริ่มขมวดเข้าชนกัน หลังจากเขาพบว่ารอบๆตัวของตั๊กแตนตำข้าวกำลังมีไอร้อนสีขาวพวยพุ่ง
“ อย่าบอกนะว่ามันกำลังวิวัฒนาการ ”
ความวิตกเผยบนใบหน้าของโยฮัน ความร้อนที่กำลังปลดปล่อยออกมาจากร่างของตั๊กแตนตำข้าวไม่ต่างจากความร้อนที่เขาปลดปล่อยผ่านกรงเล็บและหาง เพียงแต่ว่ามันมีความแตกต่างมากกว่าเขา เนื่องจากว่ามันสามารถปลดปล่อยความร้อนออกมาจากทุกส่วนของร่างกายราวกับว่ามันคือเตาพลังงานขนาดใหญ่ จากลมร้อนที่กำลังพวยพุ่งออกไป มันได้พุ่งขึ้นไปแหวกก้อนเมฆจนทำให้จุดที่มันยืนไม่มีฝนตกลงมาเลยสักนิด ต่างจากพื้นที่รอบๆที่ยังคงมีฝนสาดเทลงมาไม่ขาดสาย
“ วิน วินได้ยินไหม ”
“ มีอะไรอย่างนั้นเหรอพี่ ” วินรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงวิตกกังวลใจ เขาจึงพยายามถามอีกฝ่ายเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการพูด
“ ตั๊กแตนตำข้าวทางทิศใต้มันกำลังวิวัฒนาการ ดูเหมือนว่าฝนจะทำให้มันดูดซับสารเคมีอันตรายจากการระเบิดไปแปลงเป็นพลังงานให้กับมันได้ ตอนนี้มันน่าจะกำลังเข้าสู่การวิวัฒนาการเป็นระดับ 7 ”
“ ว่ายังไงนะพี่ พี่ไม่ได้มองผิดไปใช่ไหม ”
“ ไม่มีอะไรผิดพลาด มันกำลังวิวัฒนาการ สิ่งที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของมันคือพลังงานความร้อนที่น่าจะเป็นพลังใหม่ รีบเดินทางเร็วเข้า ไม่เราก็ซอมบี้รอบๆจะต้องถูกมันเดินทางมาหาแน่นอน ”
ทุกครั้งที่ซอมบี้วิวัฒนาการ มันจะต้องเดินทางออกหาอาหาร ยิ่งเป็นซอมบี้ระดับ 6 พวกมันจะเดินทางไล่ล่าอาณาเขต หากซอมบี้ตั๊กแตนตำข้าววิวัฒนาการไปยังระดับ 7 มันจะต้องเดินทางไปหาเหยื่อเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน โดยเหยื่อของมันมีอยู่ 4 อย่าง หนึ่งคือแมงมุมและงูเหลือมที่กำลังปะทะกัน สองคือพวกเขาที่กำลังเดินทาง สามและสี่คือเต่าและลิงยักษ์ โดยที่โยฮันไม่รู้เลยว่ามันจะเดินทางไปที่ไหนก่อนหลังจากได้พลังระดับ 7
ปีกทั้งสองข้างกระพือไล่ตามหลังขบวนรถบัส ก่อนที่โยฮันจะร่วงตกลงไปด้านหน้าขบวนรถที่กำลังจะวิ่งผ่าน หลังจากกระโดดขึ้นรถคันเดียวกับลุงพลโยฮันก็บอกสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟัง
ในระหว่างที่แอลลี่เห็นความกังวลภายในแววตาพี่ชาย เธอจึงแอบกระซิบถามเกี่ยวกับพลังของพี่ในทันที การวิวัฒนาการครั้งที่ 4 พี่ของเธอน่าจะมีพลังเทียบเท่าซอมบี้ระดับ 6 ไปแล้ว
“ พี่ฆ่าระดับ 6 ได้ไหม ”
โยฮันส่ายหน้า ขนาดตัวมันใหญ่เกินไป หากมันมีขนาดเล็กไม่ต่างจากเขาโอกาสชนะมีสูงมาก การจะฆ่าซอมบี้ระดับ 6 ที่มีร่างกายใหญ่เท่ากว่าตึก 10 ชั้นจำเป็นต้องวางแผนหลายอย่าง เขาจึงปฎิเสธออกไปก่อนเพราะมันจะเป็นการให้ความหวังคนอื่นๆ.