ชายขอบป่าหมอก
ตอนนี้มีชายชราคนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาสามัญมีผมเผ้าสีขาวหนวดเครายาวถึงกลางอก แม้จะดูธรรมดาสามัญแต่บรรยากาศรอบตัวกลับดูสูงส่งและน่าเกรงขาม
ชายชราคนดังกล่าวพึ่งเดินทางมาถึงชายขอบป่าหมอกแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้และเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรระดับสูงที่ดังออกมาจากส่วนลึกของป่าหมอกทั้งยังััได้ถึงแรงกดดันของสัตว์อสูรระดับสูงหลายสาย
“หืม!! นี่มันแรงกดดันระดับจักรพรรดิเป็สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสินะที่ต่อสู้กันอยู่แต่ก็ยังดีที่ไม่ใช่สัตว์อสูรระดับราชันย์” แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ชายชราก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีจึงรีบเร่งเดินทางเข้าไปยังจุดต่อสู้
แม้ป่าหมอกในตอนนี้จะยังปกคลุมไปด้วยหมอกหนาหากเป็คนทั่วไปย่อมสามารถมองเห็นได้เพียงรอบตัวเท่านั้น แต่สำหรับชายชราคนนี้หรือหลี่เทียนิเ้าสำนักัฟ้าย่อมสามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ไกลกว่าหนึ่งลี้
ในขณะที่หลี่เทียนิกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดต่อสู้จู่ๆเสียงร้องคำรามก็เงียบหายไปแม้กระทั่งแรงกดดันก็มลายหายไปเช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เ้าสำนักัฟ้ารีบเร่งเดินทางไปยังจุดต่อสู้เพราะเ้าตัวอยากรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการต่อสู้ของสัตว์อสูรชนิดใด
ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนที่ผ่านมาบ่อยครั้งที่สัตว์อสูรระดับสูงในป่าหมอกหรือแม้แต่พื้นที่ส่วนอื่นของป่าอสูรร้อยราชันย์ต่อสู้กันแต่ไม่มีครั้งไหนที่เกิดการต่อสู้รุนแรงและส่งผลกระทบมากมายแบบนี้
หากเป็คนทั่วไปที่มีระดับพลังต่ำต้อยคงไม่กล้าย่างกรายเข้ามาในป่าหมอกในตอนนี้แน่นอน แต่ไม่ใช่กับเ้าสำนักัฟ้าที่มีพลังอยู่ในระดับราชันย์ขั้นห้าที่ถือเป็ผู้ที่แข็งแกร่งคนหนึ่งในทวีปแห่งนี้
เมื่อพูดถึงตัวตนระดับราชันย์ในทวีปปราณฟ้าแห่งนี้มีผู้คนที่สามารถบรรลุถึงพลังในระดับนี้ไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวตนที่อยู่ในระดับสูงกว่านี้เลย นอกจากจะหาตัวได้ยากยิ่งแล้วแต่ละคนล้วนเป็ตัวตนที่สูงส่งและลึกลับ
กลับมาทางด้านลี่หง เมื่อมาถึงถ้ำที่เสี่ยวหลางเคยอยู่อาศัยก็ััถึงกลิ่นอายแปลกประหลาดได้อย่างชัดเจนยิ่งเข้าใกล้ลี่หงก็ยิ่งแปลกใจและรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายแปลกประหลาดนี้มาก
แม้ก่อนหน้าลี่หงััได้ถึงกลิ่นอายแปลกประหลาดเหล่านี้ได้จากตอนที่ออกมาจากมิติพิเศษแต่ััที่ได้นั้นกลับเบาบางจนไม่สามารถหาทิศทางที่มาได้ทั้งกลิ่นอายที่แปลกประหลาดนี้ยังกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งป่าแฝงตัวอยู่กับหมอกที่ปกคลุมป่าหมอกแห่งนี้
แต่ััก็ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อได้พบกับเสี่ยวหลางและครอบครัวโดยเฉพาะลูกหมาป่าวายุน้อยทั้งสองที่มีกลิ่นอายแปลกประหลาดนี้ฝังแน่นอยู่ในร่างกาย
ถ้ำแห่งนี้เป็ถ้ำขนาดกลางไม่ใหญ่โตมากนักเพดานถ้ำสูงจากพื้นดินราวสี่เมตรและกว้างเพียงสามเมตรเท่านั้นแต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะให้เสี่ยวหลางที่ตัวสูงใหญ่เพียงสามเมตรกว่าเข้าออกได้สะดวก
ที่สำคัญหากไม่สังเกตย่อมไม่สามารถมองเห็นว่าตรงนี้มีถ้ำอยู่เพราะด้านหน้าถ้ำล้วนเต็มไปด้วยหินผาขนาดใหญ่และต้นไม้มากมายบดบังอยู่
เมื่อเดินเข้ามาในถ้ำกลิ่นอายแปลกประหลาดก็ยิ่งเด่นชัดยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่กลิ่นอายก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ทั้งทางเดินในถ้ำก็ยิ่งมืดมิดจนแทบไม่สามารถมองเห็นมือตนเองได้
แต่ความมืดนั้นก็ไม่ได้เป็ปัญหาสำหรับลี่หงเพราะผลจากการหลอมรวมเข้ากับชิ้นส่วนของัครามาอย่างสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายร่างกายลี่หงในตอนนี้เปรียบดั่งัที่จำแลงกายมาเป็มนุษย์
มีิัที่แข็งแกร่งดั่งเกล็ดัมีร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งั มีสายตาที่เฉียบคมดั่งดวงตาั มีประสาทััที่เฉียบแหลมดั่งัและร่างกายลี่หงยังรับคุณสมบัติพิเศษจากพลังของเจตจำนงแห่งพฤกษาทำให้พิษร้ายทั่วหล้าไม่สามารถทำอันตรายใดๆแก่ร่างบางได้
ไม่นานลี่หงก็มาหยุดอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำทั้งยังเป็โถงถ้ำขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างพอที่จะให้เสี่ยวหลางกับครอบครัวอาศัยอยู่อย่างสะดวกสบายแม้ทางเดินจะสิ้นสุดที่โถงถ้ำแต่ลี่หงกลับไม่สามารถมองเห็นที่มาของกลิ่นอายลึกลับได้
“มันต้องมีกลไกหรือทางลับอยู่ที่ไหนสักที่สิเพราะกลิ่นอายมันไม่ได้สิ้นสุดอยู่ที่โถงถ้ำแห่งนี้” พูดจบลี่หงก็เดินสำรวจพื้นที่ในโถงถ้ำทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่พบเจออะไรที่ผิดปกติ
เมื่อไม่พบสิ่งใดลี่หงจึงปลดปล่อยลมปราณออกไปสำรวจทั่วทั้งโถงถ้ำอีกรอบไม่นานเ้าตัวก็พบกับความผิดปกติที่หินก้อนหนึ่ง ที่ซ่อนอยู่ในผนังถ้ำในส่วนที่ลึกที่สุดของโถงถ้ำ
จากนั้นลี่หงก็มุ่งหน้าไปยังหินก้อนดังกล่าวตอนนี้ลี่หงมายืนอยู่ด้านหน้าซอกผนังถ้ำที่มีก้อนหินกลมมนเหมือนลูกแก้วสีดำสนิท มีขนาดเท่ากับกำปั้นซ่อนอยู่ในรอยแตกของผนังถ้ำ
หากไม่สังเกตหรือไม่สามารถมองเห็นได้ในความมืดย่อมไม่สามารถพบเจอหินก้อนนี้ได้ยิ่งจ้องมองยิ่งพิจารณาคิ้วเรียวยาวของลี่หงก็ยิ่งขมวดมุ่นเพราะกลิ่นอายที่แปลกประหลาดและคุ้นเคยถูกปลดปล่อยออกมาจากหินก้อนตรงหน้า
ทว่าไม่นานลี่หงก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจเพราะหินตรงหน้านั้นคือสิ่งเดียวกับลูกแก้วที่ท่านมหาเทพมอบให้ตนแต่ต่างกันตรงที่ลูกแก้วสีดำตรงหน้านี้ปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าเกรงขามและมืดมิดที่ตนรู้สึกคุ้นเคยออกมา
“ทำไมลูกแก้วนี้ถึงได้มีกลิ่นอายแบบนี้ได้!”พูดจบลี่หงก็ยื่นมือตรงไปยังลูกแก้วที่อยู่ในซอกผา หมายจะนำออกมาตรวจสอบ
ทว่าทันทีที่มือน้อยๆของัักับลูกแก้วสีดำฉับพลันความรู้สึกที่ถูกฉุดกระชากก็เกิดขึ้น พร้อมกับเ้าตัวรู้สึกว่าตนถูกดูดเข้ามาในมิติที่อยู่ภายในลูกแก้วโดยไม่ต้องหรือทำอะไรแม้แต่อย่างเดียว
ซึ่งนั่นทำให้ลี่หงแปลกใจเป็อย่างมากเพราะการเข้าสู่มิติพิเศษนั้นต้องซึ่งอุปกรณ์มิติที่ถูกสร้างขึ้นหรือแกนมิติเหมือนที่ตนได้เท่านั้น
แต่ครั้งนี้ตนเพียงแค่ัักลับถูกดึงดูดเข้ามาในมิติแปลกประหลาดที่มืดมิดทั้งที่ดวงตาของตนมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถมองเห็นได้ในความมืด แต่ตอนนี้ตนกลับไม่สามารถมองเห็นได้แม้แต่มือของตนที่ยกขึ้นมาใกล้กับดวงตา
ในระหว่างที่ลี่หงกำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจู่ๆก็มีเสียงทรงพลังดังขึ้นมาจากความมืด
“หืม!!! คราวนี้เป็มนุษย์งั้นรึ!ดีเหมือนกันไม่ได้ลิ้มลองเนืุ้์มานานแล้วสิ” ได้ยินดังนั้นลี่หงก็ขมวดคิ้วมุ่นแม้จะหวาดกลัวอยู่บ้างเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ตนได้พบเจอเหตุการณ์แบบนี้แต่พอได้ยินคำพูดของเสียงลึกลับความหวาดกลัวก็มลายหายไปแทนที่ด้วยความหงุดหงิดแทบจะทันที
เมื่อมองไปทางต้นเสียงกลับพบแต่เพียงความมืดมิดไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้คิ้วเรียวบางก็ขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ
“ไม่ต้องมองหาให้เสียเวลาหรอกมนุษย์เช่นเ้าไม่สามารถมองเห็นในความมืดมิดของข้าได้” เสียงแปลกประหลาดและทรงพลังดังขึ้นอีกครั้งแต่ในคราวนี้กลับแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและดูถูกดูแคลนอย่างชัดเจน
ได้ยินดังนั้นหางคิ้วลี่หงก็คิ้วกระตุกถี่รัวพร้อมกับเ้าตัวโคจรลมปราณไปยังดวงตาหงหลังจากนั้นดวงตาของลี่หงก็เริ่มเปลี่ยนแปลง
จากดวงตาสดใสั์ตาสีดำค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ั์ตาสีฟ้าครามไม่นานความมืดมิดที่เ้าของเสียงทรงพลังภูมิใจนักหนาก็ไม่อาจบดบังการมองเห็นของลี่หงได้
“จะ เ้า ทำไมเ้าถึงมีดวงตาแบบนั้นได้มนุษย์เช่นเ้าไม่คู่ควรกับดวงตานี้” ทันทีที่เห็นดวงตาสีฟ้าครามของลี่หงเ้าของเสียงทรงพลังก็เอ่ยขึ้นด้วยความใ พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันจำนวนมหาศาลกดทับมายังร่างระหง
ด้วยแรงกดดันมหาศาลของเ้าของเสียงลึกลับบวกกับการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ลี่หงกระอักเืออกมาคำโตพร้อมกับร่างบางถูกแรงกดดันกดทับ จนไม่สามารถพยุงร่างให้ยืนหยัดไหวสุดท้ายร่างบางก็ทรุดลงแนบชิดติดพื้น
“อั๊ก! หน็อย!ไอ้งูดำบัดซบ!!!” เมื่อตั้งตัวได้ลี่หงก็ะโออกมาด้วยความเดือดดาล
ด้วยความโมโหในความไร้เหตุผลของเ้าของเสียงแปลกประหลาดลี่หงจึงปลดปล่อยแรงกดดันและกลิ่นอายของัครามาออกมา
ฟู้ม!!! เมื่อเ้าของเสียงแปลกประหลาดััถึงแรงกดดันและกลิ่นอายที่ลี่หงปลดปล่อยออกมาร่างใหญ่ั์ของมันก็สั่นสะท้านขึ้นมาแทบจะทันที
“นะ นี่มันอะไรกัน กลิ่นอายแบบนี้มะ ไม่จริงน่า กลิ่นอายของท่านัครามา ทำไมมนุษย์เช่นเ้าถึงได้มีกลิ่นอายของัได้”ทันทีที่ััได้ถึงกลิ่นอายและแรงกดดันของลี่หง น้ำเสียงทรงพลังก็กลับกลายเป็น้ำเสียงสั่นเครือทั้งหวาดกลัวและประหลาดใจในตัวตนของมนุษย์ตรงหน้า
ทางด้านลี่หงเมื่อตั้งตัวได้ก็ยืนขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปยังร่างใหญ่ั์ของเ้าของเสียงแปลกประหลาด ด้วยสายตาอำมหิต
ด้านหน้าลี่หงในตอนนี้ปรากฏสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ทั่วทั้งตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำทมิฬ มีหนวดเส้นใหญ่ยาวหลายสิบเมตรหนึ่งคู่ มีเขาเหมือนเขากวางขนาดใหญ่หนึ่งคู่มีลำตัวสูงใหญ่กว่าสิบเมตร แต่กลับมีร่างกายที่ยาวกว่าหนึ่งพันเมตร แถมร่างั์ของสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดยังล่องลอยอยู่บนอากาศทั้งที่ไม่มีปีก
เมื่อดวงตาสีแดงฉานขนาดใหญ่จ้องมองมายังร่างบางของมนุษย์ตรงหน้าก็สั่นสะท้านขึ้นมายิ่งตอนที่มันได้สบตากับดวงตาสีฟ้าครามที่คุ้นเคย มันถึงกลับถดถอยร่างขนาดั์ออกห่างจากมนุษย์ตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว
ทั้งยังไม่กล้าละสายตาไปจากมนุษย์แปลกประหลาดตรงหน้าทำให้หนึ่งมนุษย์แปลกประหลาดหนึ่งสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดจ้องตากันโดยไม่มีใครกล้าละสายตาจากอีกฝ่าย
เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตตรงหน้าลี่หงก็กระจ่างแจ้งในทันทีว่ากลิ่นอายแปลกประหลาดที่ตนรู้สึกคุ้นเคยนั้นมาจากไหน
สิ่งมีชีวิตตรงหน้าของตนในตอนนี้ก็คือัทมิฬาหนึ่งในัที่ถือกำเนิดมาจากัครามาที่ท่านมหาเทพนำสมบัติัมาหลอมรวมเข้ากับร่างกายของตน
แม้ตอนนี้เ้าตัวจะยินดีมากเพียงใดที่สามารถพบเจอหนึ่งในทายาทของสัตว์เลี้ยงของท่านมหาเทพหรือหนึ่งในทายาทของัครามาได้รวดเร็วแบบนี้แต่ก็ไม่อาจแสดงออกมาให้ัทมิฬาตรงหน้ารับรู้ได้ เพราะเ้าตัวตั้งใจสั่งสอนและดัดนิสัยของัตรงหน้าสักเล็กน้อย
“มองหน้าข้า! อยากมีเื่รึ!” ลี่หงพูดขึ้นพร้อมส่งแรงกดดันเพิ่มเข้าไปยังัทมิฬาขนาดใหญ่ั์ตรงหน้าแต่สายตายังจดจ้องไปยังดวงตาขนาดั์ด้วยความกดดัน
หากเป็คนอื่นเมื่อได้พบเจอกับัตัวตนที่หาพบได้ยากยิ่งทั้งยังเป็ัสายเืโบราณที่มีลำตัวยาวไม่มีปีก แต่กลับสามารถเหาะเหินบนฟ้าที่สำคัญยังหาได้ยากยิ่งกว่าัสายเืพิเศษและัสายเืทั่วไปที่มีอยู่กลาดเกลื่อน
สัตว์อสูรประเภทัในโลกใบนี้มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์เช่นัที่อยู่ต่อหน้าลี่หงในตอนนี้ ที่เป็ถึงัโบราณหรือัาที่กำเนิดมาจากัต้นกำเนิดทั้งยังมีรูปลักษณ์เหมือนัต้นกำเนิดมีลำตัวยาวเหมือนงูขนาดใหญ่
ัประเภทนี้จึงเรียกตนว่าัสายเืโบราณที่สืบเชื้อสายโดยตรงมาจากัครามานอกจากจะมีรูปลักษณ์ที่เหมือนกับัครามาแล้ว ัสายเืโบราณนี้ยังหาได้ยากยิ่งและทรงพลังที่สุดในสายพันธุ์ัที่มีอยู่ทั่วโลก
นอกจากัสายเืโบราณแล้วยังมีัที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่มีสี่ขาเหมือนสัตว์นักล่าและมีกรงเล็บขนาดใหญ่ มีปีกเป็พังผืดเหมือนค้างคาวหรือก็เหมือนปีกนก
ัประเภทนี้คือัสายเืบริสุทธิ์ที่ถือกำเนิดมาจากัครามาเช่นเดียวกันแต่สายเืที่ได้รับมานั้นกลับมีน้อยกว่าัสายเืโบราณด้วยสายเืที่ได้รับมาน้อยกว่าทำให้ัสายเืบริสุทธิ์มีพละกำลังอ่อนด้วยกว่าัสายเืโบราณ
นอกจากัสายเืโบราณัสายเืบริสุทธิ์แล้วยังมีัสายเืราชันย์ที่มีลักษณะเหมือนัสายเืโบราณแต่กลับมีปีกขนาดใหญ่อยู่บนหลังหรือัที่มีอยู่มากที่สุดในโลกใบนี้นั่นก็คือัสายเืผสมที่แตกแขนงสายเืออกไปนับร้อยนับพันชนิดแต่ไม่ว่าจะเป็ัชนิดไหนย่อมถือกำเนิดมาจากัครามาทั้งสิ้น
เมื่อพูดถึงัทุกคนย่อมมีความหวาดกลัวในตัวตนที่แข็งแกร่งและโเี้แต่สำหรับลี่หงในตอนนี้กลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวโดยสิ้นเชิง แม้ัตรงหน้าจะมีพลังมากกว่าจนไม่สามารถตรวจสอบได้แต่ด้วยกลิ่นอายและพลังได้รับมาจากัครามา ัที่เป็ต้นกำเนิดของัทุกตัวบนโลกย่อมส่งผลโดยตรงต่อัเช่นกัน
แม้ลี่หงจะมีระดับพลังต่ำกว่า แต่ด้วยกลิ่นอายของัต้นกำเนิดย่อมทำให้ัที่แข็งแกร่งกว่าหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณที่ฝังลึกลงไปในสายเื
“ข้าถามว่ามองหน้าข้าทำไม!” เมื่อเห็นท่าทางของัทมิฬตรงหน้าลี่หงก็ตวาดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงตวาดเสริมด้วยลมปราณดังก้องไปทั่วทั้งมิติมืดมิดแห่งนี้พร้อมกับแรงกดดันและกลิ่นอายของัครามาที่เ้าตัวจงใจปลดปล่อยออกมา ทำให้ัทมิฬาผู้หยิ่งทะนงหวาดกลัวเป็อย่างมาก
“ขะ ข้าขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินท่าน”ัทมิฬกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้นี่จะถือเป็ความอัปยศในรอบหลายแสนหลายล้านปีแต่จะให้มันทำอย่างไรได้ในเมื่อเป็ตัวมันเองที่นำพานางเข้ามาหนำซ้ำยังเป็ตัวมันเองที่ลงไม้ลงมือโจมตีมนุษย์หน้าตรงหน้าก่อน
“เ้ารู้ความผิดของเ้าไหม” ลี่หงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งแต่ดวงตาหงยังจดจ้องไปยังดวงตาขนาดั์ตรงหน้า
“ขะข้าไม่ทราบ ข้าขออภัยที่ล่วงเกินท่าน”ัทมิฬพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ ตอนนี้มันไม่สนใจศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงในแบบที่ัควรจะเป็แล้วเพราะมนุษย์ตรงหน้าของมันนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าัาหรือศัตรูตนใดที่มันเคยพบมาก่อนในชีวิต
มีเพียงตัวตนเดียวเท่านั้นที่มันหวาดกลัวจากใจจริงนั่นก็คือัต้นกำเนิดที่เป็ผู้ให้กำเนิดมันขึ้นมาัครามานั่นเอง แม้จะไม่ใช้ตัวตนเดียวกันแต่ทั้งกลิ่นอายทั้งพลังทั้งความโเี้นั้นก็มาปรากฏตรงหน้ามันอีกครั้ง
“ดีที่ยังรู้จักสำนึกผิดข้าจะบอกให้เ้าได้รู้ถึงความผิดของเ้า” พูดถึงตอนนี้ลี่หงก็หยุดพูดก่อนจะเอากระบี่ไม้ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาจากมิตินั่นก็คือกระบี่ไม้ที่หนักกว่าหนึ่งล้านจิน
เมื่อัทมิฬเห็นมนุษย์ตรงหน้าเอากระบี่ไม้ออกมาร่างกายของมันก็สั่นสะท้านขึ้นมาแทบจะทันทีเพราะมันััได้ถึงความอันตรายและความหนักหน่วงของกระบี่ไม้ในมือน้อยๆของมนุษย์แปลกประหลาดตรงหน้าได้
“เ้ามีความผิดอยู่สามประการ”พูดจบลี่หงก็เดินเข้าหาร่างั์ของัทมิฬาพร้อมกับลากกระบี่ไม้ไปกับพื้น จนเกิดเป็รอยลากลึกลงไปในพื้นดิน
เห็นดังนั้นดวงตาของัทมิฬก็เบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเพราะพื้นดินในมิตินี้หาใช้พื้นดินธรรมดาสามัญไม่แต่เป็พื้นดินที่ตัวมันเสริมความแข็งแกร่งด้วยอักขระระดับสูงมากมายแม้แต่กรงเล็บของมันเองก็ยากที่จะฝากร่องรอยไว้ได้
หากลี่หงในภาวะปกติลี่หงย่อมไม่สามารถแม้แต่จะทำให้กระบี่ไม้เล่มนี้ขยับได้แต่เมื่อได้กระตุ้นพลังของัคารมาแล้ว กระบี่ที่หนักหนึ่งล้านจินก็เปรียบดั่งขนนกยามเมื่ออยู่บนมือน้อยๆที่แสนบอบบาง
“อยู่นิ่งๆและรอรับโทษซะอย่าให้ข้าต้องโมโหไปมากกว่านี้” ลี่หงพูดขึ้นเมื่อเห็นัทมิฬตัวใหญ่ั์ตรงหน้ากำลังถดถอยกายขนาดั์หนีห่างจากตนได้ยินดังนั้นร่างั์ของัทมิฬก็หยุดชะงักทันทีตอนนี้มันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ
สิ่งเดียวที่ัทมิฬาทำได้ในตอนนี้ก็คือก่นด่าตนเองในใจ‘ทำไม?เหตุใดข้าต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย สตรีคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้วแล้วที่พูดมานั่นคืออะไร! ยังสามารถโมโหได้มากกว่านี้อีกงั้นรึ! นี่ยังไม่น่ากลัวอีกรึไงกัน!เหตุใดสตรีนางนี้ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ ข้าทำอะไรผิด! ข้าผิดอะไร! ข้าผิดอะไร!’
“เ้ารู้หรือไม่ความผิดประการแรกของเ้าคืออะไร” ลี่หงพูดขึ้นอีกครั้งทั้งยังเดินเข้าใกล้ัทมิฬเรื่อยๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของมนุษย์สตรีน่ากลัวตรงหน้าัทมิฬก็ได้แต่ส่ายหน้าเพราะยังควานหาเส้นเสียงของตนไม่เจอ ‘ข้าผิดอะไร! ได้โปรดท่านแจ้งมาเถอะ เหตุใดนางถึงโหดร้ายกับข้าเช่นนี้’
“ความผิดประการแรกของเ้า!เ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินความเหมาะสมข้า” พูดจบลี่หงก็ส่งแรงกดดันเพิ่มเข้าไปอีกทั้งยังเดินเข้าไปใกล้ัทมิฬเรื่อยๆกระบี่ไม้ที่หนักกว่าหนึ่งล้านจินก็กรีดกรายเป็ทางยาวบนพื้น เห็นดังนั้นก็ยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้แก่ัทมิฬเข้าไปอีก
“ความผิดประการที่สองของเ้า! เ้าบังอาจโจมตีข้าทั้งที่ข้าและเ้าไม่เคยมีเื่บาดหมางกันมาก่อนตัวข้านั้นไม่เคยคิดโจมตีหรือทำร้ายใครก่อนหากปราศจากเหตุผลที่ดีพอแต่หากมันผู้นั้นคิดร้ายต่อข้าและคนที่ข้ารัก มันย่อมได้รับการตอบแทนจากข้าอย่างสาสม”ัทมิฬเมื่อได้ฟังความผิดประการที่สองก็ได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ
“ความผิดประการที่สาม!เ้าเกือบทำให้ใบหน้าของข้าเสียโฉมเ้ารู้ไหมกว่าข้าจะได้มีร่างกายที่งดงามแบบนี้ข้าต้องผ่านอะไรมามากมายขนาดไหน” ทันทีที่ได้ยินความผิดประการที่สามัทมิฬาที่มีอายุมาหลายล้านปีก็ได้แต่งุนงง
ในใจก็สับสนกับความผิดประการนี้ของตน‘นี่ข้าผิดรึ! นางบอกว่านางเกือบเสียโฉม! อะไรคือเสียโฉม? นางแค่ล้มลงเอาหน้าฟาดพื้นแค่นั้นเอง อย่างนางรักษาลมหายใจเดียวก็หายแล้วจะเสียโฉมได้ยังไงกัน?ข้าไม่เข้าใจ! ทำไมข้อนี้ข้าถึงผิดนี่เป็ความผิดข้างั้นรึ! ข้าผิดอะไร!’
“ในเมื่อเ้ารู้ความผิดของตนเองแล้วเ้าจะรับผิดชอบความผิดที่เ้าก่อไว้กับข้ายังไง” แม้ลี่หงจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบ
เมื่อได้ยินดังนั้นหัวสมองของัทมิฬก็หนักอึ้ง‘นี่เราจะต้องรับผิดชอบรึ? แล้วเราผิดอะไร?นี่เราจะต้องรับผิดชอบยังไง นะ น่ากลัว!สตรีนางนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ทำไมข้าต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ด้วย!!!’ ตอนนี้ัทมิฬาตระหนักได้ถึงความผิดของมันได้แล้ว
สิ่งที่มันรู้สึกผิดและเสียใจในตอนนี้ก็คือการที่มันทิ้งแกนมิติไว้ในสถานที่ที่ไม่มิดชิดพอทำให้สตรีน่ากลัวตรงหน้าสามารถเข้ามาในมิติของตนได้ทั้งที่ผ่านมาหลายร้อยหลายพันปีไม่เคยมีมนุษย์มาัักับแกนมิติแม้แต่คนเดียว
ในตอนนี้มันได้แต่ก่นด่าตนเองในใจเพราะมันชะล่าใจไม่คิดว่าจะมีใครได้สมบัติัของัครามาแถมยังเป็สตรีชาวมนุษย์ที่แสนโเี้อีกด้วย ทั้งตัวมันเองก็ผิดที่ไม่อาจละทิ้งเนื้อสดๆได้ทำให้มันตัดสินใจวางค่ายกลไว้ในแกนมิติให้ดึงดูดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มาััเข้ามาในมิติ