หมดแล้วอาถรรพ์นางรำสิ้นสุด ไม่มีอีกต่อไป กับการสร้างความหวาดกลัวให้ผู้สัญจรผ่าน
ชาวบ้านแถบนั้นสงบสุข ไร้ผีร้ายขโมย พรากลูกหลานวัยเจริญพันธุ์
เมื่อดวงิญญาถูกปลดปล่อยลอยละล่อง ตามกฎแห่งกรรมที่เคยทำไว้
บางส่วนชดใช้ในนรก หรือจำพวกแต้มบุญสูงหน่อย ขยับขึ้น์
จบภารกิจเสือหาญกับตาลุน ถอนมนต์คืนร่างธรรมดา
ย้อนกลับยังบริเวณรวมกลุ่ม ภายในยันต์ป้องกันภัย
“เป็จังได๋แแหน่? พ่อลุง”
ลายสือเอ่ยถามไถ่สิ่งเกิดขึ้น หลังจากทุกอย่างคลี่คลาย
มองเป็เื่ดี ปราบลงได้ตาลุนวางใจ คงไม่มีใครเดือดร้อน
ถูกลักพาตัวเอาไปทำผัว แล้วหักคอฆ่าทิ้งเฉกเช่นเดิม
“ต่างคน ต่างแยกย้าย ถ่อนั่นแหล่ว”
ความหมายในเชิงเลิกแล้วต่อกัน จากตาลุน เนื่องเข้าใจ
ที่มาแห่งความพยาบาทของนางรำผีเฝ้าสุสาน
ตรงไร้ซึ่งอยุติธรรม รู้สำนึกในพฤติกรรมชั่ว วอนขอโอกาสแก้ตัว
จึงให้อภัยแก่กัน คือผลทานบารมีที่ยิ่งใหญ่
ส่วนเสือหาญเริ่มมองเห็นคุณค่าตนเอง มวลไสยเวทย์ซึ่งเรียนมา ช่วยได้ไม่ว่าจะผีหรือคน
“พองเอ้ย บาดหนิไปมึงกะฮักษาพรหมจรรย์ไว้ให้ดีเด้อ”
ชี้แนะวัยอันต้องเติบใหญ่ภายในภาคหน้า
“อย่าสิเขวกับอีหยังง่าย ๆ”
ลักษณะตักเตือนไปในตัว บักพองนึกอายที่มันเผลอสัญชาตญาณ คุมไม่อยู่จนเป็เหตุ
“ข่อยขมาเด้อ เฮ็ดให้สูเจ่าห่วง”
มือลูบหัวบักพอง ทั้งเล่าถึงประสบการณ์
“ซัมมึงมะลางก่อน กูกะเคยห่าวคึกัน”
เสือหาญยกอดีตมาพูด“เกือบบ่เป็ผู้ เป็คน”
จิตน้อมรำลึกกล่าวถึงผู้มีพระคุณ
“คั่นบ่ได่ปู่ฤาษีกับอ้ายลุน กูคึสิบ่มายืนเว้าอยู่นี่ดอก”
เห็นเป็โอกาสคนที่ยืนฟังอยู่ ลนลานสนใจพอดี
“ซอยฮับข้าน้อย ข่อยบักสิมเป็ศิษย์ได่บ่? พ่อหาญ”
สบเหมาะมันเอ่ยปากทันที
หันมาขึ้นเสียงกลบเกลื่อน“กูเป็เสือเด้อ บ่แม่นครู สิสอนไผได่”
พลอยทำให้บรรดาเงี่ยหู ใจหายใจคว่ำ ต่างหน้าเสีย
“ถือว่า ข่อยขอสา”
ประโยคจากลายสืออีกคน มันคุกเข่ากับดิน
หลายบักเห็นดังนั้นจึงทำตาม เพราะอยากได้วิชาติดตัว
“มึงอย่าเบิดหลาย บักหาญ”
กระทั่งตาลุนทักท้วง ตรงอย่าหยิ่งนักเลย
“มีของดี กะฮู้จักปันผู้อื่นแหน่แมะ”พูดสะกิดให้เห็นแก่เด็กมันบ้าง
เหมือนได้คิดบางอย่าง เสือหาญเสนอ
“จังซั่นข่อยกับเจ่า พากันมาเป็อาจารย์ให้พวกมันเนาะ”
หนึ่งเก่งกาจอาคม อีกหนึ่งเปี่ยมล้นคุณธรรมช่างเหมาะเจาะ
“กะสิจังซั่นตั๊ว”
ไม่ลังเล ตาลุนใจดีกับรุ่นลูกรุ่นหลาน
“เอ้า! พวกเฮาบาดหนิ กราบอาจารย์เพิ่นเด้อ”
ด่านแรกบักลายสือพาทำ เพราะเคยร่ำเรียนรู้ธรรมเนียมมาก่อน
เด็กชายทั้งหลายก้มพนมพร้อมกัน เป็สัญญาณการฝากเนื้อฝากตัว
จบสิ้นกระบวนการ จำปามาถูก่เวลา
“สุกหละเด้อ ข้าวหลาม”
ช่วยอะไรใครไม่ได้มาก หากแต่เื่เตรียมเสบียงรองท้องสมาชิกพอทำได้
งานนี้จำปามีบักแปตามเป็เงา จัดแจงบรรจุข้าวผสมถั่ว เม็ดลูกเดือยแห้ง
สารพัดธัญพืชซึ่งหาได้ตามรายทาง นำมาแช่น้ำจนนุ่ม
จากนั้นเอามาเผาให้สุก หอมกลิ่นโชย พอทำให้ท้องอิ่ม
ฟ้าจวนสว่าง นอนต่ออีกคงไม่หลับ เด็ก ๆ กินเสร็จแล้ว
จึงเตรียมตัวเดินทางตามรอยคณะท้าวเทศ
...อาศัยระยะ่ตามมาเรื่อย ๆ เก็บเกี่ยวอาคมพื้นฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ
จากบทตำรา สมุดข่อยที่อุตส่าห์หอบหิ้วติดถุงผ้าของจอมเวทย์ทั้งสอง
ล้วนต่างถ้อยทีพึ่งพา ทำให้รู้นิสัยกันมากขึ้น
บักเผือกกับบักกืกบุคคลพิการ มันพูดไม่ได้ มาจากบ้านดงเสี้ยว แหล่งภูมิลำเนาเดียวกัน
บักสวกฟันเฉาะยื่นั้แ่เด็ก พ่อแม่จึงตั้งชื่อตามเอกลักษณ์
คบหากับบักเถิกเส้นผมบาง หน้าผากกว้างบุคลิกจดจำได้ง่าย
ส่วนบักขุยอายุน้อยกว่าบักพอง ซึ่งกำลังหนุ่มเต็มตัว แต่ก็เป็เพื่อนต่างวัยได้
ด้านบักหมกกับบักโมด แรก ๆ พวกมันไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันนัก
หากเพราะบักสิมเป็ตัวกลาง เนื่องบักโมดเด็กชายร่างผอม คือเครือญาติฝั่งทางแม่ของมัน
ทางบักหมกคนตัวเตี้ยไม่รู้หนังสือ คุ้นเคยกับบักสิมผู้มีแววใฝ่รู้ พลอยต้องรู้จักมักจี่กับบักโมดไปด้วย
สำหรับบักลายสือสหายบักแป สนิทสนมั้แ่ไหนแต่ไรมาก่อน
มีจำปาคอยแทรก โดยตอนนี้มีใจเอนเอียงมาข้างบักแปซะแล้ว
จากอาการที่มันแสดงออกคอยห่วงใย ทั้งดูแลอย่างดีจนรับรู้ได้ ผลให้จำปาจับคู่บักแปพ่วงบักลายสือ
ฝ่ายตาลุนและเสือหาญ หันมาร่วมมือถ่ายทอดวิชาให้เด็ก ๆ
ปัญหาตกอยู่ที่บักหมก เนื่องอ่านไม่ออกทั้งเขียนไม่ได้
คอยให้บักสิมขยันทวนเวทสูตร จำพวกท่องปากเปล่า
เข้าหูพอกล้อมแกล้มเอาตัวรอดก็ยังดี มีบักโมดเคี่ยวเข็ญอีกแรง
นอกนั้นไม่รั้งหมู่ ต่างตั้งหน้าตั้งตาพากเพียร เพื่อบรรลุเป้าหมาย
ปรากฏว่าบักกืกแตกฉานกว่ามวลเหล่า แม้ไม่สามารถสื่อสารเปล่งประโยค
หากพร์ แค่กวาดสายตาผ่านอักขระในคัมภีร์
หนเดียวเพียงตั้งจิตภาวนา กลายเป็คาถาเสกอัศจรรย์
ถือเป็บุญเก่าของมัน ทดแทนสิ่งที่ขาดไม่ครบ
...หลายสิบวันตลอดทางเฝ้าตามติด ชนิดแบบห่าง ๆ ไม่ให้รู้ตัว
เข้าเขตพระราชฐานชั้นนอก คูเมืองปราสาทพิมาย อาณาจักรหลวงแอ่งกระทะโคราช
“มั่นใจปานได๋ พ่อเทวดา”
กังวลกับการตัดสินใจ จะเข้าถึงองค์เทวราชของบักลายสือ
ตาลุนย้ำถาม ขณะแอบซ่อนตรงบริเวณป่าทึบขอบนอกค่าย
ป้อมปราการเคยทำงาน สมัยคราวเป็พลทหารไพร่หลวง
ถ้าไม่นอกแถว ชอบประลองเล่นคุณไสยพลิกแพลง
ป่านนี้คงเจริญก้าวหน้าไปมากโข กับเส้นทางรับใช้ชาติ
ถูกปลดขับออกจากราชการ ตาลุนอดีตลูกไพร่ศักดินา สังกัดมูลนายเรือนหลังใหญ่
อับอายประวัติจึงหนีหน้า ข้ามแดนตั้งหลักปักฐานก่อร่างสร้างตัวใหม่
แถบตีนเขาในหมู่บ้านโนนเดื่อ สมบัติติดกายเบี้ยหวัดพอสะสมได้
ใช้แต่งกับสาวคนพื้นถิ่น นางฮงลูกนายหมาน
อาศัยพ่อตามีที่ดินหลายแปลง แบ่งให้ทำเกษตรเลี้ยงชีพเลยพอมีกินมีใช้ไปวัน ๆ
เหมือนดลลิขิตให้ต้องเกี่ยวข้องกัน ตาลุนพ่ายต่อบารมีของแหวนแถนประทาน
จึงดัดสันดานตน ด้วยการยอมลงให้กับบักลายสือที่เหนือกว่า
ด้านผู้ถูกถามศรัทธาปณิธานทุนเดิม ไม่ขอถอดใจ
“คึดเบิ่งอาจารย์ สิให้ตายจนเหมิดดับแนวพุ่นเบาะ จังติงคิง”
เหมือนเป็การย้อนกลับถามยังตาลุน ผู้ซึ่งมีลูกมีหลาน
มวลอนาคตวัยจะเติบใหญ่ต่อไป ในวันข้างหน้า
“บ่ญ่านบ้อ พ่อเทวดาของข่อย”
ลองหยั่งถึงความรู้สึก ถ้าเป็ตนคงไม่กล้าหือลุกขึ้นมาต่อต้าน
“คั่นมัวตะญ่าน กะสิซ้ำฮอยเก่า จังซั่นขืนก้าวบ่ดีเบาะ”
เื่ราวซึ่งไม่สามารถเล่าสู่ฟังได้ ในประเด็นตัวมันเอง
ที่าาหมายหัว ด้วยชาติกำเนิดอาจสั่นคลอนการปกครอง
เพื่อจะได้เข้าใกล้แทบเท้าพระองค์ กล่าวเจรจาตัดระบบเข่นฆ่า
ให้จบลงตรงมันเถิด มุ่งหวังความตั้งใจแรกเริ่มไม่เคยเปลี่ยน
คันปากยิบ ๆ บักแปรู้อยู่เต็มอกในชะตาอาภัพของเพื่อน อันเผชิญอยู่
ถึงกับอึดอัดเปรยหลุดออกมา
“มึงกะบอกไปสา บักลายสือ ว่าอีหยังเป็อีหยัง”
จำต้องมองเลิ่กลั่ก ตาลุนจึงสงสัยนัยยะสื่อระหว่างกัน
“มีหยังสำคัญ กั่วนั่นแม่นบ่”
คล้ายบีบให้พูด แต่เป็บักแปโพล่งแพร่งพราย
“พวกเจ่าบ่หลากใจซัมบ้อ แหวนวิเศษจังเลือกคน”
ไหวพริบของมัน จั่วหัวชวนขบคิดไม่ใช่น้อย อันพากันแปลกใจบ้างไหม
ทำไมแหวนทรงอานุภาพถึงมาอยู่กับบักลายสือ
“พอหละ บักแป”
หวั่นกระแสตีกลับสองทิศทาง จากมติหากกระจ่างข้อนี้ ลายสือเตือนไม่ให้พูดมาก
ผู้หลักผู้ใหญ่นั่งอยู่ตรงนั้น เสือหาญอดไม่ได้อยากทราบรายละเอียดลงลึก
“เว้ามาโลด ทุกคนกะมีความหลังคึกันเหมิด”
เสือร้ายเคยปล้นฆ่าว่าเล่น ยังปรับตัวได้ไม่สาย ถ้ามีทางออกดี ๆ
ขณะรอจังหวะเตรียมการเล็ดลอด เวรยามเฝ้าปราสาทที่ประทับ
จึงร่วมกันประชุม วางแผนจะเข้าหาถึงชั้น ในสุด
จวนตัวต่อหน้าพระพักตร์ ลำพังไม่เอิกเกริกแตกตื่น
เพื่อเจรจาสารสนเทศ ร้องขอชีวิตยังเด็กชายทั้งหลาย
โดยผ่านผู้บิดาที่คิดว่าตนเป็ปรปักษ์ ดั่งคำทำนาย ขั้นตามกำจัดไม่ให้เหลือซากเศษ
วิธีซึ่งบักลายสือต้องดิ้นรน ขวนขวาย เพราะน้ำผึ้งหยดเดียวแท้ ๆ คือมัน
“เชื่อบ่เชื่อ กะตามซางเด้อ”
พูดเท่านั้นบักลายสือละอาย ถ้าจะโจ่งแจ้งเกินจึงเกริ่นอารัมบท
“เทือนี่ ข่อยจักสิม้มบ่”กลืนก้อนแข็งลงคอ
ข่มรันทดจากวาจาที่มารดาคำปงเคยพร่ำ ตัดพ้อ โองการสาปแช่งอัปยศติดตัว
คราวเจอวัตถุมงคล แหวนวงเดิมคืนเ้าของลางสังหรณ์ซึ่งอาจนำหายนะมาให้
ศึกทรพีมหากาพย์ระหว่างพ่อกับลูกจะเป็ศัตรูกัน
จริงหรือเท็จ ประเด็นนี้ภายในใจบักลายสืออยากทดสอบให้ชัด
“โอ๊ย! กูหนหวย”
อีกแล้วบักแปหงุดหงิด กับลีลากว่าจะอ้าปากได้ของสหาย“บักอันหนิ”
กิริยาโผงผางราวไม่สบอารมณ์ เร่งให้ควรเปิดเผย
“ข่อยในนามหน่อเนื้อขัตติราช ขอประกาศโต”
เสียงดังฟังชัด บักลายสือคายความลับ
มือกำลังยกกระบอกกรอกดื่มน้ำ พลันเสือหาญทำร่วงหกเลอะเทอะ
ทั้งไอโขลกกระอัก“แค่ก ๆ ๆ”
สะอึกต้องทุบไล่ลมให้โล่ง“ว่าจังได๋เกาะ!”ยังคิดตนหูฝาดคนเดียว
“อย่าหาเว้าถัวทีปเด้อ”
จำปาใคงไม่ใช่เื่ล้อเล่น เน้นเอาให้แน่
แตกฮือฉงนจนหันหน้ามาถามกันเอง ชนิดสับสน
“แม่น อีหลีติสู?”
และแล้วพอมีพยานโผล่ยืนยัน ตาลุนเคยฟังนิทานพิสดาร
ลือกันในวังมาก่อน พิธีกรรมขจัดของแสลงผิดต่อขนบเป็ภัยบ้านเมือง
บัญชาจากเทวาสั่งปะาอัครมเหสี ที่ทรงตั้งครรภ์พร้อมลูกน้อยในท้อง
บังเกิดวิปริตแปรปรวน มืดฟ้ามัวดินกะทันหัน
ขนาดเพชฌฆาตตัดคอขาดผิดคน จึงเป็เื่เล่าเชิงส่อเสียด ขจรฟุ้งไปสักพัก
“กูหละผู้หนึ่ง เชื่อ!”
ตบเข่าฉาด ตาลุนคลับคล้ายได้ยินมาบ้าง
เกรงกลัวอาญาแอบอ้างเบื้องสูง บักพองนึกไม่ถึง
“ฮ่วย ๆ ขี้กลากสิกินหัวเด้อ”
ค่อนข้างมาทางบักลายสือ เป็บักสิมที่เห็นกับตา
ในพุทธคุณวงแหวน ของคู่ควรผู้มากบารมี
“ข่อยกับพ่ออาจารย์ลุน อยู่ฝั่งทางเชื้อแนวพญา”ไม่ลังเลมันแบ่งฝ่าย
ก้าวขาขยับตามด้วยบักโมด จูงแขนบักหมก
เอาตัวเองเป็หลัก บักกืกรอดตายจากพิษยาสั่งมาได้ก็เพราะแหวน
“อือ ๆ ๆ”
ท่าทางพยักพเยิด ดุนหลังให้บักเผือกเลือกเหมือนมัน
สำหรับบักขุยครั้งแรกไม่เห็นด้วยกับรุ่นพี่บักพอง สลับขั้วมายืนใกล้บักลายสืออีกคน
เหลือจำปา บักเถิก บักสวก บักพองและเสือหาญ
คะแนนยังไม่เป็เอกฉันท์ บักแปเ้ากี้เ้าการยุแสดงเสี่ยงทาย
“เฮ็ดให้เห็นแปน ๆ ดู๊”
มาถึงขั้นนี้แล้ว ลายสือต้องพิสูจน์ตัวเอง หลับตาอธิษฐาน
“คั่นเฮืองแท้ ๆ ลูกขอต่อแถน สิสัมฤทธิ์ผลกะเปิดทางจ่างป่างเถิน”
ล้วนอุบัติไปเอง แหวนนิ้วชี้ชูขึ้นอย่างกับว่ามีสิ่งลี้ลับช่วยยก
เปลวลำแสงน้ำเงินเืขัตติยะ พุ่งทะยาน แทนที่จะแดงปลั่งดั่งสีพลอยโกเมน
ทะลุชั้นก้อนเมฆ ตรงดิ่งล้อมกรอบดวงอาทิตย์แผ่รัศมีวงกต
“โอ้! สาธุเด้อ เกิดมากะเพิ่งเคยพ้อ”
คำอุทานเสือหาญยอมรับ ทั้งลนลานบอกกับจำนวนที่ยังตะลึง
“ฮิฟ้าวขอขมา ถะแมะสู”
สะพรึงจึงนั่งลงหมดทุกคน พากันบูชาเหนือปรากฏการณ์
บัดนี้จุดแบ่งชี้ชัด เพิ่มมั่นใจในการรวบรวมผองคณะ
เพื่อเขยิบสู่ขั้นตอนยื่นวางฎีกา อันฟ้าเบิกแล้ว.