ทะลุมิติมากลายเป็นจอมโจรปล้นสุสานในโลกเซียน

    บทที่ 39 การเปลี่ยนแปลงของผนึกตันเถียนขั้นกลาง

    บทที่ 39

    การเปลี่ยนแปลงของผนึกตันเถียนขั้นกลาง

    จางหยุนลองสำรวจถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเอง เริ่มแรกจากการมองเห็น จางหยุนสัมผัสได้ถึงการมองเห็นที่ฉับไวขึ้น สัมผัสการมองเห็นเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน


    ไม่เพียงแค่สัมผัสการมองเห็นเท่านั้นสัมผัสการรับรู้ทั้งหมดของร่างกาย จางหยุนรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาในทันที 


    อาการตื่นตัวเช่นนี้เป็นเพราะว่าสัมผัสการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเกินไป ทำให้เขานั้นไม่คุ้นชินกับการรับรู้ที่รวดเร็วแบบนี้


    จางหยุนใช้เวลาปรับตัวอยู่คู่นึงเลยทีเดียว ก่อนที่เขาจะเริ่มสำรวจสิ่งต่อไป นั่นก็คือสำรวจปราณวิญญาณภายในร่างกายของตนเอง


    จางหยุนรู้สึกตกตะลึงกับปราณวิญญาณภายในร่างกายของเขา ปราณวิญญาณภายในร่างกายมากมายมหาศาลขึ้น ไม่เพียงแค่เพิ่มขึ้นเท่าหรือสองเท่าเท่านั้น แต่ว่ายังเพิ่มขึ้นหลายเท่า เขามองปริมาณปราณวิญญาณภายในร่างกายแล้วยังรู้สึกตกตะลึง


    และนอกเหนือจากปราณวิญญาณภายในร่างกายที่เพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำให้จางหยุนสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของขั้นต้นกับขั้นกลาง นั่นก็คงจะเป็นความหนาแน่นของปราณวิญญาณ


    จางหยุนสัมผัสได้เลยว่าปราณวิญญาณของตนเองทรงพลังขึ้นมาก เทียบกับตอนที่อยู่ในขอบเขตผนึกตันเถียงขั้นต้นแล้วราวกับว่าเป็นคนละชั้น 


    จางหยุนรู้แล้วว่าทำไม พวกโจรที่ดักปล้นเขาพบเจอกับพวกซากเทวะระดับทองแดงขั้นปลาย ถึงแทบจะไม่สามารถรับมือได้เลย ความหนาแน่นของปราณวิญญาณนั้นต่างกัน 


    ในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาอันใดเลย ขอบเขตที่ต่างกันมันเองก็แทบจะเป็นตัวการันตีของชัยชนะ


    แต่แน่นอนว่าจางหยุนไม่คิดว่าเพียงแค่ขอบเขตอย่างเดียว จะเป็นตัวการันตีทุกอย่าง เพราะว่าความรู้ที่เขาได้รับมาจากตำราพวกนั้นที่หอการค้าเหรียญสวรรค์


    ก็บอกเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเคล็ดวิชา เป็นสิ่งที่ช่วยให้ความแตกต่างในด้านขอบเขตพลังลดลงได้ 


    แต่ถึงกระนั้นก็ในตอนนี้เขายังต้องรู้สึกตกตะลึง ในความหนาแน่นของปราณวิญญาณในแต่ละระดับที่แตกต่างกัน 


    จางหยุนเริ่มลุกขึ้นจากนั้นก็เดินออกไปบริเวณลานด้านหน้า ตรงบริเวณนี้เป็นลานกว้างส่วนตัวของเรือนพัก 


    จางหยุนเริ่มทำการเคลื่อนไหวเพื่อสำรวจความแข็งแกร่งของร่างกายที่เพิ่มขึ้น เมื่อลองทดลองความแข็งแกร่งดูแล้วเขาเองก็ต้องเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ


    ความแข็งแกร่งของร่างกายระดับนี้ ทำให้จางหยุนรู้สึกมั่นใจในการออกล่าสัตว์อสูรเพิ่มขึ้น จางหยุนฝึกฝนการเคลื่อนไหวเพื่อให้คุ้นชินกับพลังของร่างกายที่เพิ่มขึ้นอยู่สักพัก 


    สุดท้ายเขาเองก็กลับเข้าไปภายในเรือนพักของตนเอง จางหยุนกลับไปฝึกฝนต่อในตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาพัก เพราะแบบนั้นยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝนให้คุ้มค่าที่สุด 


    จางหยุนไม่รู้ว่าตนเองนั้นมีพรสวรรค์มากน้อยขนาดไหน เพียงแต่ว่าเขารู้อย่างนึงก็คือตนเองก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรช้ากว่าคนอื่น ในขณะที่เด็กบางคนเมื่อตรวจพบรากปราณหรือว่ารากวิญญาณแล้ว พวกเขาเองก็อาจจะได้รับการทาบทามจากสำนักเซียน หรือแม้กระทั่งเหล่าขุม

    กำลังต่างๆหรือว่าเริ่มก้าวเข้าไปสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญ


    แต่สำหรับจางหยุนที่ถูกโลงศพโบราณ พามายังโลกใบนี้เขาเองก็อายุปาข้าไปเกือบจะห้าสิบแล้ว เพราะแบบนั้นเขาช้ากว่าคนอื่นมาก ไม่มีเวลาให้มานั่งขี้เกียจ จำเป็นจะต้องใช้ทุกเวลาในการฝึกฝน 


    จางหยุนเดินทางมาที่โลกใบนี้ได้สี่ถึงห้าเดือน ตอนนี้เขาอยู่ขอบเขตผนึกตาเถียนขั้นที่ 4 เมื่อเทียบแล้วเขาแทบจะพัฒนาขั้นทุกๆเดือน 


    เพียงแต่ว่าจางหยุนก็ไม่รู้ว่าพรสวรรค์ระดับนี้ถือว่าสูงหรือไม่ แต่ถึงแม้ว่าจะสูงแต่ว่าอายุเขาก็มากเกินกว่าคนอื่นก้าวช้ากว่าคนอื่น ต่อให้พรสวรรค์สูงขนาดไหนก็ต้องเร่งฝึกฝน


    … 


    เวลาผ่านไปอีกสามวัน


    จางหยุนย้ายเข้ามาพักในเรือนพักแห่งนี้ได้เจ็ดวันแล้ว เขายังคงไม่ได้ออกไปล่าสัตว์อสูรเขายังคงใช้เวลาทั้งหมดเกี่ยวกับการฝึกฝน 


    เพียงแต่ว่าก็ไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดกับการฝึกฝนซะทีเดียว เขายังคงออกไปด้านนอกบ้าง น่าจะทำให้เขาได้รู้จักกับเพื่อนบ้านทั้งสองคนที่อยู่ทางด้านซ้ายและขวาของเขา


    สำหรับเพื่อนบ้านที่อยู่ทั้งสองฝั่ง ล้วนแล้วเป็นผู้บำเพ็ญที่อยู่ในขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นปลาย 


    ที่จริงแล้วไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนทั้งสองฝั่งเท่านั้น แต่คนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้แทบจะทั้งหมด ล้วนแล้วเป็นผู้บำเพ็ญที่อยู่ในขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นปลายทั้งนั้น 


    สำหรับผู้ที่เป็นเพียงแค่ผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียน ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นกลางอย่างจางหยุนนั้นไม่มีเลย 


    เหตุผลนั้นก็เพราะว่าราคาของค่าเช่าในแต่ละเดือนของที่พักแบบนี้แพงเกินไป


    ราคาถึงสองร้อยเหรียญปฐพีตอนหนึ่งเดือน คนที่จ่ายราคาระดับนี้ในการเช่าที่พักได้ก็มีเพียงแค่ผู้บำเพ็ญ ที่อยู่ในระดับผนึกตันเถียนขั้นกลางไปถึงปลายเท่านั้น


    แต่ผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นกลางส่วนใหญ่ มักจะใช้กับการทุ่มเทไปที่เคล็ดวิชาแล้วก็สมบัติวิเศษ เพราะแบบนั้นจึงแทบจะไม่มีผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นกลางที่มาอยู่ในที่พักระดับนี้


    เพื่อนบ้านทั้งสองที่อยู่ทั้งสองฝั่ง เริ่มจากทางฝั่งขวาเป็นบุรุษหนุ่มผู้นึง ที่มีบุคลิกดูโดดเด่นมีใบหน้าหล่อเหลาท่วงท่าไม่ธรรมดา คนผู้นี้ดูจาก


    ภายนอกแล้วอายุเพียงแค่ประมาณยี่สิบกลางๆเท่านั้น ก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นปลายได้แล้ว เพราะแบบนั้นถือว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์มาก 


    จางหยุนไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับอีกฝ่าย เพราะว่าเมื่ออีกฝ่ายมองเห็นจางหยุน มองดูอายุแล้วก็มองดูขอบเขตของเขาแล้ว แววดูแคลนก็ปรากฏในสายตาของอีกฝ่ายทันที  


    จางหยุนจึงไม่ได้สนทนาอะไรกับอีกฝ่าย ต่างฝ่ายต่างอยู่ในที่ของตนเอง 


    เกี่ยวกับเรื่องความเย่อหยิ่งเช่นนั้น จางหยุนรู้สึกว่ามันไม่ได้แปลกอะไร เป็นเพราะว่ามองดูจากพรสวรรค์แล้ว ชายหนุ่มผู้นั้นก็ถือว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์จริงๆ 


    คนที่มีพรสวรรค์มักจะเย่อหยิ่งและหลงตัวเอง เรื่องนี้เป็นนิสัยปกติของมนุษย์ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญแต่ว่าก็ยังคงเป็นมนุษย์อยู่ดี นิสัยพวกนี้ไม่สามารถแก้ไขได้


    ส่วนคนที่อยู่อาศัยที่เรือนพักทางด้านซ้าย คนผู้นี้เป็นชายชราที่อยู่ในขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นปลาย ชายชราผู้นี้ไม่มีความถือตัวเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าพูดคุยกับจางหยุนอย่างสนิทสนมไม่นานทั้งสองก็สนิทกัน 


    จางหยุนเรียกขานอีกฝ่ายว่าตาเฒ่ากู่คนผู้นั้นเองก็ไม่ถือสา ที่จางหยุนเรียกออกไปแบบนี้ก็เพราะว่า มองจากภายนอกและชายชราผู้นั้น เหมือนกับชายชราไม้ใกล้ฝั่งที่อายุปาเข้าไปเจ็ดสิบถึงแปดสิบปีแล้ว 


    ชายชราผู้นี้อัธยาศัยดีเพียงแต่ว่ามีนิสัยประหลาดมาก ที่บอกว่านิสัยประหลาดก็คือเมื่อพบเจอหน้าจางหยุนในครั้งแรก อีกฝ่ายก็พูดพล่ามไร้สาระว่าจะรับเขาเป็นลูกศิษย์ เพราะมองเห็นฐานกระดูกของเขานั้นดีเยี่ยม 


    ในวันข้างหน้าต้องประสบความสำเร็จในเส้นทางแห่งการบำเพ็ญอย่างแน่นอน จางหยุนได้ยินแบบนั้นถึงกับกระตุกมุมปาก 


    เพียงแต่ว่านอกจากความแปลกประหลาดในข้อนี้แล้ว ชายชราเองก็ถือว่าเป็นคนที่มีลักษณะนิสัยดีในระดับนึงทั้งสองพูดคุยจนสนิทสนมกัน


    ในวันนี้หลังจากที่จางหยุน ย้ายเข้ามาพักภายในเรือนพักแห่งนี้ครบกำหนดเจ็ดวัน จางหยุนตัดสินใจจะออกไปล่าสัตว์อสูรนอกเมืองอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมากลายเป็นจอมโจรปล้นสุสานในโลกเซียน ที่คุณอ่าน