เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 เหิมเกริม

            เรื่องที่เซียวเฉินสังหารซือถูอู่ในสถานศึกษานั้นสะท้านทั่วสถานศึกษาชางหวง แม้แต่มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ที่ถูกกักบริเวณอยู่ก็แตกตื่นต้องรู้ก่อนว่าแม้จะมีการต่อสู้ในสถานศึกษา แต่การกล้าสังหารคนตรงๆ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ได้นัดต่อสู้กันกลับมีน้อยยิ่งกว่าน้อยจุดจบก็ไม่ค่อยจะโสภานัก

            บางคนถูกทำลายพลังฝึกปรือ บางคนถูกคุมขังตลอดชีวิตและถึงขั้นถูกสังหารทิ้งทันที

            มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์อดกังวลไม่ได้

            “เจ้าคนหุนหัน”

            มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์ร้อนใจจนกระทืบเท้า แต่ช่วยไม่ได้ นางถูกกักบริเวณสามเดือนไม่อาจออกไป ได้แต่ร้อนใจเท่านั้น

            ตึกตึกตึก!

            ในเวลานี้เอง ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมา

            “พี่มู่หรง เซียวเฉินถูกผู้อาวุโสสามจับตัวไปแล้ว”

            จี๋เสวี่ยเอ่ยอย่างร้อนรนอยู่นอกประตู

            “ข้ารู้แล้ว เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าไปดูหน่อย หากเกิดเรื่องให้รีบมาแจ้งข้าข้าจะคิดหาวิธี”

            “อืม”

            ...

            ห้องโถงผู้อาวุโส ณ สถานศึกษาชางหวง

            สถานศึกษาชางหวงมีผู้อาวุโสรวมทั้งหมดหกคน ตอนนี้มากันถึงสามคน ถึงขนาดที่อาจารย์ใหญ่จั๋นอวี่ก็มาด้วยคนทั้งสี่มองเซียวเฉินด้วยสีหน้าหนักใจ ผู้อาวุโสสามก็เช่นกัน

            เขาควบคุมดูแลการลงทัณฑ์ในสถานศึกษาชางหวง

            “เซียวเฉิน เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?”ผู้อาวุโสสามนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ กวาดตามองเซียวเฉินอย่างเย็นชา น้ำเสียงเข้มงวดรัดกุมรอบคอบ น่าเกรงขามตามธรรมชาติ

            ผู้อาวุโสคนอื่นๆ และจั๋นอวี่ต่างมองเซียวเฉินโดยไม่เอ่ยวาจา

            “ข้าไม่เพียงไร้ความผิด กลับยังมีความชอบด้วย”

            เซียวเฉินสบสายตากับผู้อาวุโสสามแบบไม่โอหังไม่ต่ำต้อย

            “บังอาจ!”

            ผู้อาวุโสสามตบโต๊ะ ชี้หน้าด่าเซียวเฉิน แววตาแฝงโทสะสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา คนที่เขาชิงชังที่สุดคือพวกศิษย์โง่เขลาผิดแล้วไม่รู้จักแก้ไข

            อัจฉริยะโดดเด่นแล้วอย่างไรเล่า ไม่ใช่ว่าเจ้าจะสามารถหยิ่งผยองต่อหน้าผู้อาวุโสได้

            “เจ้าสังหารคนต่อหน้าฝูงชน ยังมีความชอบอยู่อีกหรือ”

            “ชนชั้นโง่เขลาอย่างเจ้าสำนักชางหวงเราจะยอมให้เจ้าทำตามอำเภอใจไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้น วันหน้าไยมิใช่กระทำการโอหังเหิมเกริมตามใจพวกเจ้าจนยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด? วันนี้ข้าจะกำจัดเจ้าเสีย เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่น”

            สายตาของเซียวเฉินเย็นเยียบ

            “ผู้อาวุโสสาม หรือว่าท่านจะทรมานให้ข้ารับสารภาพ ถูกต้องข้าเป็นคนสังหารซือถูอู่เอง แต่ท่านไม่ถามข้าสักหน่อยหรือว่าทำไมต้องสังหารเขา? หากในอดีตข้ากับเขาไร้ความขุ่นเคือง ปัจจุบันไร้ความเคียดแค้นข้าจะสังหารคนตามใจชอบหรือ?”

            แต่ละถ้อยคำของเซียวเฉินเหมือนบทความอันไร้ที่ติต่อให้เป็นผู้อาวุโสแล้วอย่างไร ต่อให้ท่านดูแลการลงทัณฑ์แล้วอย่างไร? คิดจะลงทัณฑ์ให้เซียวเฉินยอมรับสารภาพหรือ? เป็นไปไม่ได้!

            นอกจากผู้อาวุโสสามแล้ว สีหน้าของผู้อาวุโสคนอื่นๆอีกสองคนและจั๋นอวี่ก็แปรเปลี่ยนไปนิดๆแต่ยังไม่ค่อยเห็นดีเห็นงามกับการที่เซียวเฉินสังหารคนต่อหน้าฝูงชนดังเดิม

            “ไม่ว่าอย่างไร สังหารคนก็สมควรรับผิดชอบ”

            ผู้อาวุโสสามสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเอ่ยช้าๆ “นี่คือกฎของสถานศึกษาชางหวงไม่ว่าใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ยิ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เพราะเจ้าเพียงคนเดียว”

            เซียวเฉินส่งเสียงหัวเราะออกมาแล้วกวาดสายตามองคนทั้งสี่ที่นั่งอยู่

            “ผู้อาวุโสสาม ข้าสามารถเข้าใจได้หรือไม่ว่าท่านมีเจตนาปกป้องซือถูอู่?” สายตาของเซียวเฉินจับจ้องร่างของผู้อาวุโสสามแล้วค่อยๆ ส่งเสียงออกมาสะท้านสะเทือนคนทั้งสี่

            หือ!

            ศิษย์ที่อยู่ข้างนอกแต่ละคนเบิกตาโต

             เซียวเฉินถึงกับสงสัยผู้อาวุโสสาม!

            ต้องรู้ก่อนว่า นับตั้งแต่ผู้อาวุโสสามควบคุมดูแลการลงทัณฑ์มา ไม่เคยมีความลำเอียงเลยต่อให้เป็นศิษย์ของตนเองก็ไม่เข้าข้าง ลงโทษตามกฎอย่างยุติธรรมทว่าบัดนี้เซียวเฉินสงสัยผู้อาวุโสสามอย่างเปิดเผย?

            เจ้าบ้านี่ถึงกับบังอาจเพียงนี้!

            ผู้อาวุโสสามมีสีหน้าไม่น่ามอง

            “เซียวเฉิน นี่เจ้ากำลังสงสัยข้า”

            เซียวเฉินไม่ปฏิเสธ “ถูกต้อง ไม่เช่นนั้น เหตุใดท่านจึงไม่ถามข้าว่าทำไมต้องสังหารซือถูอู่และยืนกรานว่าข้าทำผิด”

            ว่าแล้ว น้ำเสียงก็แปรเปลี่ยนเป็นสงบนิ่งไม่เร็วไม่ช้าแววตาไม่เกรงกลัวสักนิด เพราะเขากระทำอย่างถูกต้องเปิดเผย

            “ซือถูอู่จะสังหารข้าก่อน ข้าสังหารเขามีอันใดไม่ได้?” เซียวเฉินกล่าว “ก่อนหน้านี้ เขาส่งคนมาสังหารข้าหลายครั้งในกิจกรรมล่าสัตว์ผู้อาวุโสสั่งไว้ว่าห้ามทำร้ายศิษย์สำนักเดียวกัน แต่เขากลับหูทวนลมทำตามความคิดของตน คิดจะจัดการข้าให้ถึงตายหลายครั้งหลายคราข้าบาดเจ็บและออกก่อนกำหนดเพราะเหตุนี้ นี่คือสาเหตุที่ข้าฆ่าเขาข้อนี้มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์เป็นพยานให้ข้าได้ ตอนนั้น หากมิใช่เพราะนางรุดมาเกรงว่าข้าคงตายอยู่ในกิจกรรมล่าสัตว์แล้ว”

            เซียวเฉินบอกเล่า สีหน้าของผู้อาวุโสสามผ่อนคลายลงหากเป็นดังที่เซียวเฉินกล่าว ก็ตำหนิเซียวเฉินทั้งหมดไม่ได้จริงๆ

            “หากลงโทษตามกฎของสถานศึกษาชางหวง ซือถูอู่ก็สมควรตายข้าสังหารเขามีความผิดอันใด? ข้าลงมือชำระสำนักตามกฎแทนผู้อาวุโสผู้อาวุโสสามกลับยังยืนกราน กล่าวหาว่าข้าเป็นฆาตกร”

            ว่าแล้ว เซียวเฉินก็มีโทสะ

            “ข้าไม่ยอมรับ หากพวกท่านจะให้ข้าผิดให้ได้ ข้ายอมออกจากสถานศึกษาชางหวงยังจะดีกว่า”

            “เจ้าคิดจะออกจากสถานศึกษาชางหวงหรือ?”

            “ทำไม? แม้ข้าอยู่ในสถานศึกษาชางหวงแต่ข้อแรกไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาของสำนักชางหวงข้อสองไม่ได้นำสิ่งของของสำนักชางหวงไปสักนิด เหตุใดจะออกไม่ได้?”

            “สถานศึกษาเช่นนี้ ข้าเซียวเฉินอยู่ที่นี่ไปจะมีความหมายใด?”

            คำพูดของเซียวเฉินทำให้ผู้อาวุโสหลายคนเงียบกริบ

            เวลานี้เอง ในที่สุดจั๋นอวี่ที่ไม่ได้เอ่ยวาจามาโดยตลอดก็ส่งเสียง

            “เซียวเฉิน แม้ว่าเกิดเรื่องเพราะมีสาเหตุ แต่ก็เป็นการฆ่าคนสถานศึกษาลำเอียงไม่ได้ ดังนั้น ข้ากักบริเวณเจ้าสามเดือน เจ้ายินยอมหรือไม่?” จั๋นอวี่มองเซียวเฉินแล้วเอ่ยช้าๆ

            เซียวเฉินมองสายตาของจั๋นอวี่แล้วผงกศีรษะ

            นี่คือทางออกที่จั๋นอวี่หาให้ทั้งสองฝ่ายไม่เช่นนั้นทั้งสองฝ่ายคงเสียศักดิ์ศรี หากบีบให้เซียวเฉินออกจากสถานศึกษา ต้องส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสถานศึกษาชางหวงแน่นอน

            ส่วนเซียวเฉินย่อมรู้ว่า หากอาละวาดต่อไป ตนเองต้องไม่มีบทสรุปที่ดีแน่ไฉนจะไม่ฉวยโอกาสทำตามทางออกที่จั๋นอวี่มอบให้แบบนี้ทั้งไม่แตะต้องศักดิ์ศรีของผู้อาวุโสสามและอยู่ในขอบเขตที่ตนเองรับได้

            สมบูรณ์พร้อมทั้งสองฝ่าย!

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าออกไปเถอะ”

            เซียวเฉินหันกายจากไปโดยไม่ได้เอ่ยอะไร ทว่าหลังเซียวเฉินจากไปศิษย์ที่อยู่ข้างนอกต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์

            “เซียวเฉินไม่เป็นอะไร”

            “ใช่ ข้ารู้สึกได้ว่าอาจารย์ใหญ่เหมือนมีเจตนาปกป้องเซียวเฉินนี่มันเรื่องอะไรกัน? หรือว่าเซียวเฉินเป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่”

            “ข้าว่าเป็นไปได้ ไม่เช่นนั้นเซียวเฉินจะเหิมเกริมปานนี้ได้อย่างไร แถมยังเถียงกับผู้อาวุโสสามด้วย”

            “มีที่พึ่งก็ดีแบบนี้...”

            เซียวเฉินจากไปทันทีโดยไม่สนใจคำพูดของทุกคน เขากักตนเองสามเดือน และตอนนี้ก็กำลังอยากลองกระบี่เบิกฟ้าเล่มนั้นอยู่ตรงใจเขาพอดี ฮ่าฮ่า

            ส่วนภายในห้องโถงผู้อาวุโส ผู้อาวุโสสามมองจั๋นอวี่แล้วอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างสุดท้ายไม่ได้พูดออกมา แต่กลับแสดงสีหน้าไม่พอใจ

            เหตุใดเจ้าต้องดูแลเซียวเฉินถึงเพียงนี้?

            จั๋นอวี่ยิ้ม บอกต่อทุกคน “ในร่างของเซียวเฉินมีสายโลหิตหงสา”

            ประโยคเดียว ทำเอาทุกคนตกตะลึง

            ผู้อาวุโสสามพูดไม่ออกอยู่นานและนั่งลง

            “มิน่าจึงเป็นเช่นนี้...”

            ...

            เมื่อเซียวเฉินกลับถึงที่พักก็ปิดประตู เริ่มเก็บตัวฝึกวิชาทันที

            มองกระบี่ที่ปักอยู่บนลานเรือนมาโดยตลอด ใบหน้าของเซียวเฉินเผยความรู้สึกคันมืออยากลองเขาเดินไปหาช้าๆ ตอนนี้ตนเองรุดหน้าไปไกลแล้วน่าจะกระตุ้นกระบี่เล่มนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาสินะ?

            ตูม!

            เซียวเฉินดึงเบิกฟ้าขึ้นทันควันพริบตาก็รู้สึกว่าพื้นดินใต้เท้าเริ่มยุบตัว

            “กระบี่ดี!” เซียวเฉินคิดจะร่ายรำ แต่ก็ทำได้เพียงยกขึ้นมาเท่านั้นไร้หนทางวาดไปมา แต่เขากลับรู้สึกได้ว่าเจ้านี่ไม่ธรรมดา

            “ข้ารู้ว่าเจ้าพิเศษ เจ้ายินดีขึ้นสวรรค์เป็นเพื่อนข้าหรือไม่?”

            เซียวเฉินกระซิบ แต่เบิกฟ้าในมือราวกับฟังเข้าใจถึงกับเปล่งเสียงคำรามกระบี่เบาๆ ดุจตอบรับเขา

            เซียวเฉินหัวเราะ

            “คัมภีร์กระบี่ทัณฑ์สวรรค์ กระบวนท่าแรก”

            หนึ่งคนหนึ่งกระบี่ ร่ายรำแบบงกๆ เงิ่นๆ สร้างความสำราญให้ตนเองอยู่ไม่น้อย...

    คล้ายกับเรื่องเหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน