อิงอิงในตอนนี้กำลังคิดไม่ตกว่าจะทำเช่นไรต่อไปกับชีวิตของตัวเองดีหลังจากที่ได้ทบทวนเื่ราวชีวิตของว่านเย่วอิงที่พอจะจำได้แค่เลือนรางนางนั้นก็ให้รู้สึกกระวนกระวายกับเื่ราวที่เกิดขึ้นเป็อย่างมากมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยว่าหนักหนาแล้ว ยังต้องมาคอยหวาดระแวงระแวดระวังเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆนี้ให้อยู่รอดปลอดภัยอีก จิตใจของนางในตอนนี้นั้นร้อนรุ่มดังกับมีไฟสุมเดินวนไปเวียนมาอยู่ในห้องนอนมาหลายชั่วยามแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทางออกนางทั้งรู้สึกหวาดกลัว กังวล อยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกเพราะน้ำตามันไม่ยอมไหลจะหัวเราะให้กับชะตาชีวิตของตนก็ขมขื่นเต็มทน
เมื่อไม่อาจทำสิ่งใดได้ร่างบอบบางจึงเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังอย่างขัดใจอารมณ์นั้นเดือดดาลถึงที่สุดจะว่าไปแล้วนิสัยของนางกับเ้าของร่างเดิมดูจะคล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะนิสัยใจร้อน วู่วาม เอาแต่ใจ
แต่นางก็ยังดีกว่าว่านเย่วอิงมากนักเพราะนางไม่เคยคิดร้ายหรือทำร้ายให้ผู้อื่นต้องเป็อันตรายถึงชีวิตแม้จะมีการกลั่นแกล้งผู้อื่นบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเืตกยางออกแต่ดูสิ่งที่นางได้รับสิ ช่างไม่ยุติธรรมแม้แต่น้อย ถึงแม้นางจะเป็คุณหนูเอาแต่ใจแต่นางก็หมั่นทำบุญไม่เคยขาด ก่อนจะตายนางยังทำบุญโดยการช่วยชีวิตเ้ามดตัวน้อยที่ตกลงไปในชักโครกไม่ให้จมน้ำตายอยู่เลย
เฮ่อ!ทำดีแต่กลับไม่ได้ดี ช่างน่าอดสูยิ่งนัก
ความเดือดดาลที่ยิ่งพุ่งสูงขึ้นทำให้เท้าเล็กๆกระแทกลงน้ำหนักจนรู้สึกเจ็บ ขาทั้งสองปวดร้าวจนปวดแปลบไปถึงฝ่าเท้าความเ็ปที่ได้รับส่งให้ใบหน้างามยิ่งยับย่นเดินขากะเผลกมาทิ้งกายลงนั่งหน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ที่ฉลุลวดลายอย่างงดงามพลางสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดปุด
ยุบหนอพองหนอ ยุบหนอ พองหนอ
สติ...สติ... สติมา ปัญญาเกิด
เมื่อกำหนดลมหายใจเข้าออกปลอบใจตัวเองจนรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้วสายตาจึงได้กวาดมองสำรวจภาพสะท้อนเบื้องหน้าพิศมองใบหน้างดงามราวกับนางจิ้งจอกของตน คิ้วเรียวได้รูปเรียงตัวสวยขมวดมุ่นอยู่บนใบหน้ารูปไข่ขาวนวลผุดผ่องดวงตาหงส์ดำขลับเปล่งประกายวาววับนั้นดูขุ่นมัว ปลายจมูกโด่งเล็กเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้นถือดีริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนตอนนี้เม้มเข้าหากันแน่นแม้องค์ประกอบบนใบหน้ามันจะดูยุ่งเหยิงอย่างมากแต่กลับไม่อาจบดบังความงามเย้ายวนนั้นลงได้เลยแม้แต่น้อย
งดงามขนาดนี้เหตุใดจึงยึดติดอยู่กับบุรุษเพียงผู้เดียวกันนะ
อิงอิงจ้องมองใบหน้างดงามที่บัดนี้นางเป็ผู้มันอย่างเหม่อลอยน่าเสียดายที่ตัวละครตัวนี้ต้องจบชีวิตลง
แต่มันจะต้องไม่เป็แบบนั้นสิในเมื่อตอนนี้ เวลานี้ นางได้มาอยู่ในร่างนี้แล้วนางจะไม่ยอมเดินตามบทอันน่ารังเกียจนั่นเป็อันขาด
นางต้องรอดและต้องใช้ชีวิตในร่างใหม่นี้อย่างคุ้มค่าและมีความสุขที่สุด
แอ๊ด...
เสียงเปิดประตูพร้อมกับปรากฏร่างเล็กบางของเด็กสาวเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างนางั้แ่ฟื้นคืนสติขึ้นมาในสถานที่อันไม่คุ้นเคยแห่งนี้ทำให้นางรีบหันไปมองและเอ่ยปากถามในทันที
"เป็เช่นไรบ้างเสี่ยวมี่"
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาววัยราวๆสิบสี่สิบห้าที่บัดนี้มีเม็ดเหงื่อผุดซึมจนชุ่มหน้าผากและไรผมใบหน้านั้นไม่ใคร่จะสู้ดีนัก เอ่ยบอกนางเสียงสั่นดวงตาหยีเล็กนั้นบ่งบอกถึงความหวาดหวั่นจนแลดูน่าสงสาร
"คุณหนูด้านหน้าจวนมีคนของคุณชายเซี่ยมาด้อมๆ มองๆ อยู่อย่างที่คุณหนูคาดเดาเอาไว้จริงๆเ้าค่ะ เห็นทีเราคงมิอาจย่างเท้าออกจากจวนได้เป็แน่"
เสี่ยวมี่หอบหายใจก่อนจะกล่าวออกมานางได้รับคำสั่งจากคุณหนูให้ไปดูสถานการณ์ด้านนอกจวนแต่ยังมิทันได้ก้าวพ้นธรณีประตูก็สังเกตเห็นคนของตระกูลเซี่ยคอยจับตามองอยู่เช่นดังที่คุณหนูบอกกับนางก่อนจะออกไป
บัดซบ!
คำตอบของบ่าวรับใช้คนสนิททำให้อารมณ์ที่สงบลงเมื่อครู่ปะทุขึ้นมาอีกครั้งความร้อนแล่นมาจุกอยู่ในอกจนแทบจะะเิออกมานางมิได้คาดเดาอย่างที่บอกกับเสี่ยวมี่ไปในคราแรกหรอกแต่เพียงจำได้ว่าหลังจากที่แม่นางเอกเจ็บหนัก บุรุษผู้นั้นก็ส่งคนมาคอยจับตามองนางทุกฝีก้าวเพราะเกรงว่านางจะลงมือทำร้ายคนรักของเขาอีกอย่างไรล่ะ
คิดไปคิดมาความจริงแล้วตอนนี้ยังไม่ถือว่าสายเกินไปอีกฝ่ายยังไม่เกลียดนางถึงขนาดที่คิดจะวางยาให้ตกตายนางยังพอจะจำเนื้อเื่ได้บ้างว่าที่อีกฝ่ายตัดสินใจวางยาว่านเย่วอิง ก็เพราะนางคิดจะวางยาปลุกกำหนัดเขาและว่าจ้างให้บุรุษใจทรามหยามเกียรตินางเอกในตอนนี้เื่ราวยังไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนางยังพอจะหันหัวเรือกลับเข้าฝั่งทันก่อนที่มันจะถูกพายุพัดจนอับปางแต่อย่างไรเสียนางก็ไม่ควรจะประมาท หากเกิดผิดพลาดขึ้นมานั่นหมายถึงชีวิตน้อยๆของนาง
"เราจะทำเช่นไรต่อไปดีเ้าคะคุณหนู"
เสี่ยวมี่ที่เห็นว่าผู้เป็นายนิ่งเงียบไปจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างร้อนรน
อิงอิงทิ้งกายลงนั่งอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยใจที่สงบขึ้น
"ไม่ต้องทำอันใดทั้งนั้น เราจะอยู่กันอย่างสงบๆ ในจวนไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขา"
ใช่นางต้องอยู่อย่างสงบ ครั้งนี้อีกฝ่ายคงยังไม่ไร้เมตตาจนถึงกับเอาชีวิตของนางกระมังหากนางไม่ก่อเื่เพิ่มเขาคงจะวางมือไปเองหลังจากนั้นนางจะอยู่ให้ห่างจากคนเหล่านี้
"บ่าวไม่คิดว่าจะเป็เช่นนั้นน่ะสิเ้าคะ อึก ฮื้อ..."
เสี่ยวมี่เอ่ยกับผู้เป็นายด้วยใบหน้าซีดเผือดดวงตาหยีเล็กนั้นสั่นระริก ก่อนจะปล่อยโฮออกมาเมื่อไม่อาจอดกลั้น
นั่นทำให้อิงอิงใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
"ยังมีเื่ใดอีกงั้นหรือเสี่ยวมี่"
ดวงตาไหววูบจ้องมองคนที่ร้องไห้จนตัวสั่นด้วยหัวใจที่เต้นระรัวภาวนาอย่าให้เป็เื่ร้ายแรงอันใดเลย
แต่ราวกับ์ไม่เห็นใจนาง
คำภาวนานั้นไม่เกิดผลเมื่อสิ่งที่นางไม่อยากได้ยินพรั่งพรูออกมาจากปากเล็กๆ นั่นแม้มันจะเจือไปด้วยเสียงสะอื้น
แต่นางกลับได้ยินชัดทุกคำ
ว่านเย่วอิงสั่งให้คนไปวางเพลิงร้านขายซาลาเปาของครอบครัวนางเอกเช่นนั้นหรือ
อิงอิงกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากรู้สึกได้ถึงหัวใจที่สั่นรัว
หากนางจำไม่ผิดร้านขายซาลาเปาก็คือที่อยู่อาศัยของครอบครัวนางเอกด้วยมิใช่หรอกหรือ
นั่นมิเท่ากับว่า...ว่านเย่วอิงตั้งใจจะให้พวกเขาตายกันหมดใช่หรือไม่
อิงอิงรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่ได้รับรู้เป็อย่างมาก
เหตุใดจึงได้ร้ายกาจและเืเย็นขนาดนี้
ใบหน้าตกตะลึงของผู้เป็นายทำให้เสี่ยวมี่มองอย่างไม่เข้าใจ คุณหนูของนางทำราวกับว่าไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนแต่ในวันนั้นนางได้ยินมากับหูและยังโดนคุณหนูโกรธเคืองเพราะพยายามเอ่ยห้ามด้วยซ้ำแต่เหตุใดวันนี้คุณหนูราวกับจำคำสั่งของตนเองมิได้ หรือจะเป็เพราะเหตุการณ์พลัดตกน้ำในครั้งนี้ถึงทำให้คุณหนูหลงลืม
อิงอิงแม้จะรับรู้ถึงความสงสัยในดวงตาแดงก่ำของคนตรงหน้าแต่นางไม่มีกะจิตกะใจที่จะเอ่ยอธิบายหรือแก้ตัวมือบางยกขึ้นคลึงขมับที่ตอนนี้รู้สึกปวดตุบๆ เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงเบาก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนระโหยโรยแรง
"เสี่ยวมี่"
"เ้าจงบอกทุกอย่างที่เ้ารู้มาให้ข้าฟังทั้งหมดเราจะได้แก้ไขกันได้ทัน"