Pioneer Era

    ตอนที่ 137 พลังในตำนาน

    หนึ่งในตำนานของชนเผ่าผู้รุกราน คือเรื่องเล่าของการสร้างโลก

    "เทพเจ้าสามองค์ ไร้หน้า ไร้แขน และไร้ขา ได้จักเรียงร้อยดวงวิญญาณให้ถือกำเนิดขึ้นบนโลก"

    "ดวงวิญญาณเหล่านั้น ประกอบด้วยเผ่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหก"

    "เผ่ามนุษย์ผู้ชาญฉลาดและเจ้าเลห์เพทุบาย"

    "เผ่ายักษ์ผู้ทรงพลัง"

    "เผ่าปักษาผู้ปกครองน่านฟ้า"

    "เผ่าอาร์โทโพดาผู้ปกครองใต้พิภพ"

    "เผ่าภูติผู้ควบคุมเวทมนตร์"

    "และ… เผ่าโพรแคริโอต ผู้ลึกลับไร้ซึ่งตัวตน"

    "เผ่าที่น่าสงสารทั้งหกถูกจับขังในวังวนพายุสีดำ และบีบบังคับให้ทำสงครามต่อกัน"

    "แล้ววันหนึ่งพวกเขาจักลุกขึ้นต่อต้านเทพเจ้า จนกระทั้งได้รับอิสระภาพเฉกเช่นทุกวันนี้"



    ***



    " และนั่นคือเรื่องราวของยุคแห่งเทพเจ้าที่แม่เคยได้ผ่านเจอมากับตัวเอง"

    "ค่ะ ท่านแม่"

    [ควีน] ว่าที่ราชินีของอาณาจักรแฟตในวัยสามปีกำลังกล่าวด้วยสายตาที่ส่องประกาย

    " เผ่าที่หก มันมีอยู่จริงใช่ไหมค่ะท่านแม่! "

    " ว่ากันว่าพวกเขาอยู่ในร่างกายของเราทุกคน พวกเขาใช้ร่างกายของเราเป็นที่พักอาศัย หากว่าเราตายไป พวกเขาก็จะย้ายหาร่างใหม่ในการอยู่อาศัย แต่นั่นคือเรื่องในตำนาน ยังไม่มีใครค้นพบความจริงทางวิทยาศาสตร์เลยแม้แต่คนเดียวนะ"

    " ถ้าอย่างงั้นหนูจะไขความลับนั้นเองค่ะ! แล้วจะนำมันมาใช้เพื่อประโยชน์ของเผ่าพวกเราค่ะ! "

    " หึ หึ หึ ถ้าเผ่าที่หกมันมีอยู่จริงละนะลูกรัก~"

    และท่ามกลางบรรดาพี่น้องนับหมื่นคนที่นั่งฟังรวมตัวอยู่ในห้องโถงต่อหน้าราชินีแฟต ก็มี [ควีน] ผู้นี้เพียงผู้เดียวที่เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าเรื่องเล่าในตำนานนั้นคือความจริง



    ***



    เวลาได้ไหลผ่านไปอีกหลายสิบปี

    เธอได้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางเกมส์แย่งชิงบัลลังก์ของเผ่า

    ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นจากพี่น้องด้วยกันเอง

    ถึงจะไม่มีใครที่ปราถนาเลือด แต่ด้วยธรรมเนียมของเผ่าที่สืบทอดกันมา อีกทั้งธรรมเนียมของราชินีเพียงหนึ่งเดียว สุดท้ายพวกเขาก็จักวนเวียนอยู่กับการต่อสู้

    ถูกหมายเอาชีวิตและเอาชีวิต

    เธอต้องผ่านชีวิตเช่นนั้น ต้องเสียน้ำตา ฉีกกระชากวิญญาณที่เรียกว่าจิตใจของตนจนหยาบกระด้างและเย็นชาไปตั้งแต่เมื่อไหร ก็มิอาจจะรู้ได้

    จนกระทั้งเธออายุได้ 19 ปี



    "นี่มัน… มีอยู่จริง!? "

    เธอก็ค้นพบความฝันที่ในอดีตที่เธอเคยคิดว่าตัวเองได้ลืมไปแล้ว

    สิ่งนั้นคือเผ่าพันธุ์ที่หกในตำนาน เผ่าเซลล์เดียวที่มีสำนึกความคิดทรงภูมิปัญญาเทียบเท่าเผ่าผู้ปกครองทั้งห้า

    เธอค้นพบมันอย่างบังเอิญจากการส่งลูกน้องให้ไปเฝ้าติดตามคู่แข่งของเธอ [แฟต]

    ในตอนนั้น เพื่อนของแฟตที่ชื่อว่า [โฮป] ได้รับบาดเจ็บหนักจากการปะทะกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า [อะบอม]

    เพื่อให้ทราบถึงกำลังและเส้นสายของศัตรู รายงานข้อมูลการรักษาทั้งหมดของบุรุษผู้นั้นจึงถูกส่งไปรายงานให้กับเธอทั้งหมด



    "การเปลี่ยนแปลงของเซลส์? "

    ควีน ณ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก ราวกับเด็กที่กำลังวิ่งไล่ความฝันอย่างซื่อบริสุทธิ์

    บุรุษเผ่ามนุษย์ที่ชื่อโฮปมีการพัฒนาของเซลส์อย่างก้าวกระโดด หลังจากอาบรังสีจากอาวุธจนเกินขนาด

    ตามปกติชายที่ชื่อโฮปจะต้องตายไปแล้ว

    แต่ทุกเซลส์ของเขากลับฟื้นตัวจากความตาย แถมยังมีความแข็งแรงมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

    ประหนึ่งมีวิศวกรชั้นยอดคอยเข้าไปซ่อมแซมโครงสร้าง เพื่อมิให้บ้านของตัวเองต้องพังทลายลงมา

    ไม่เพียงแค่ชายคนนั้น แม้แต่ยอดวีรบุรุษบานาที่บังเอิญผ่านศึกเดียวกัน ก็มีข้อมูลที่คล้ายกันนี้เช่นกันด้วย



    เพื่อไม่ให้ข้อมูลเหล่านี้ตกไปถึงมือคนอื่น เธอจึงรีบสั่งให้ลูกน้องของเธอขโมยข้อมูลทั้งหมด แล้วปลอมแปลงเอกสาร รวมไปถึงซื้อตัวบุคคลทางการแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นทั้งหมด

    มอบทุนและเปิดห้องวิจัยพิเศษให้

    มอบสถานที่อันเหมาะสมแก่การศึกษาหาต้นเหตุของการพัฒนาการลึกลับนั้น

    ทุกคนที่รู้จักเธอ รวมไปถึงเหล่าบรรดาลูกน้อง ต่างมองว่าเป็นการปิดปากบุคลากร พร้อมกับครอบครองพลังในตำนานให้มาเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว

    แต่ความจริงเธอก็แค่อยากจารึกชื่อของตัวเอง ว่าเป็นผู้ค้นพบความลึกลับนั้นลงไปในประวัติศาสตร์ของโลก



    เธอ… แค่อยากไล่ตามความฝันอันบริสุทธิ์เมื่อครั้งในวัยเด็กของเธอ

    เธอไม่เคยต้องการบัลลังก์เลือด

    เธอต้องการที่จะเรียน

    เธออยากเป็นอย่างแฟต

    อยากเข้าเรียนและเป็นนักวิชาการ

    เป็นนักวิชาการเพื่อไล่ตามความฝันค้นหาตำนานของเธอ

    ใช่… จริง ๆ มันมีเพียงแค่นั้น...



    ***



    ณ เวลาปัจจุบัน

    สารเหลวสีชมพูแห่งความฝันในวัยเด็กของควัน กำลังไหลผ่านปลายเข็มเข้าสู่ร่างกายของตัวเธอเอง

    เธอไม่เคยทดลองใช้สิ่งนี้กับสิ่งมีชีวิตมาก่อน ดังนั้นจึงไม่เคยมีความคิดที่จะใช้สิ่งนี้จนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัย

    แต่เป็นเพราะถูกพลักดันด้วยความรู้สึกที่พ่ายแพ้ รวมไปถึงความชิงชังและความอิจฉาที่มีต่อศัตรู เธอจึงบ้าระหำฉีดมันลงไป

    "ควีน! "

    เสียงของแฟต พี่น้องชิงบัลลังก์ของเธอกำลังดังไปทั่วพื้นที่ ที่อยู่ภายในห้องกระจก

    แต่เสียงนั้นไม่อาจส่งไปถึงควีน พี่สาวของเธอได้

    เพราะว่าภายในหัวของเธอกำลังเต็มไปด้วยเสียงนับล้านที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน



    "แย่แล้วแย่แล้ว มีคนพบตัวพวกเราแล้วงะ! "

    "พวกเราไม่อยากถูกฆ่าในฐานะเชื้อโรคอ่า~"

    "เป็นเพราะไอพวกบ้าพวกนั้นแท้ ๆ ดันไปเปลี่ยนแปลงร่างกายโฮสต์ตามใจชอบซะได้! บอกแล้วว่าอย่าทำเอิกเกริกหรือติดต่อเจ้าของร่างจนมีคนอื่นจับได้นะ! "

    "เอายังไงดี รีบฆ่าร่างนี้ทิ้งเพื่อปิดปาก แล้วสละร่างหาที่อยู่ใหม่จะดีกว่าหรือเปล่าพวกเรา? "

    "แต่ว่าร่างนี้อบอุ่นอยู่สบายดีออก~ ดีกว่าอุดอยู่ในหลอดแก้วแปลก ๆ นั้นตั้งเยอะอ่า~"

    "ช่าย ๆ ~ อีกอย่างในเมื่อเจ้าของร่างวอนหาเรื่องพวกเราดีนัก งั้นมาดัดเแปลงร่างกายให้สมใจนางหน่อยกันดีไหม? "

    " เห็นด้วย~ เห็นด้วย~"

    " ไอพวกบ้า! ทำแบบนั้นไม่---"

    " พวกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็จงออกไปจากร่างนี้ซะ! "

    " เฮ้ย!?! "



    เสียงที่ดังขึ้นมาต่อเนื่องนั้น ถูกคุยด้วยภาษาที่ควีนไม่รู้จัก

    ในมุมมองของเธอ มันคือเสียงกรีดร้องเสียดแก้วหูดั่งคำสาปแช่งที่อื้ออึงจนแทบทำให้เป็นบ้า

    "กรี๊ดดดด! "

    ควีนสำลักกลุ่มควันสีชมพูจำนวนมากออกมาจากร่างกายผ่านทางปาก ก่อนจะหมดสติแล้วแน่นิ่งไป



    " ควีน… ช่างโง่เขล่าจริงนัก…"

    แฟตกำลังรู้สึกเศร้า

    ถ้าหากว่าเผ่าของเธอไม่มีซึ่งธรรมเนียมการชิงบัลลังก์ที่บ้าบอ พวกเธอสองพี่น้องคงสามารถส่งรอยยิ้มให้กันได้

    แฟตไม่รู้ว่าความต้องการที่แท้จริงของควีนคืออะไร

    แต่แฟตรู้สึกได้ว่าการที่ควีนลงมือแข่งขันชิงบัลลังก์อย่างจริงจังนั้น ไม่ได้ทำไปเพราะต้องการบัลลังก์อย่างแท้จริง

    เพราะไม่เช่นนั้น เธอคงไม่ยอมแพ้แล้วคิดสั้นแบบนี้หรอก...

    "ไร้สาระ… และไร้ซึ่งความหมาย"

    เพราะมันไร้ซึ่งความหมาย มันถึงได้ไร้สาระ

    เพราะมันไร้สาระ ถึงได้ไร้ซึ่งความหมาย…

    แฟตคิดเช่นนั้น



    "... แฟต! อันตรายค่ะ! "

    ในตอนนั้นเองที่สตรีเผ่ายักษ์รีบวิ่งเข้ามายืนบังหน้าสตรีเผ่ามด

    ดาบควายสีดำเล่มโตถูกยกขึ้นมาป้องกันต่างโล่เหล็กขนาดใหญ่ พร้อมกับยันเท้าสองข้างยึดร่างตรึงเอาไว้กับพื้นพรมสีแดงอย่างเหนี่ยวแน่น

    มีบางสิ่งขนาดใหญ่กำลังเหวี่ยงโจมตีเข้าใส่พวกเธออย่างรุนแรว



    *เปรี๊ยง! *

    ร่างของสตรีเผ่ายักษ์กระเด็นอย่างรุนแรงไปพร้อมกับร่างตัวจ๊อยของสตรีเผ่ามนุษย์มด

    ทั้งคู่ลอยไปกระแทกประตูไม้บานใหญ่ของห้อง

    แรงกระแทกนั้นถึงกับทำให้กรอบบานไม้หนาแตกกระจายแยกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

    ร่างของพรุนลอยกระเด็นออกมาพร้อมเศษไม้จำนวนมากสู่ห้องโถงกลางที่เต็มไปด้วยผู้คน

    แสงตะวันตกดินทอแสงต้องร่างของเธอ จนกลายเป็นเงาที่ลอยทอดผ่านพื้นหินอ่อนเบื้องล่าง

    เสียงไม้ที่ถูกบดแตกละเอียดนั้น ทำให้ทุกคู่สายตาล้วนแต่หันมาจับจ้องที่เธอ



    *ปี้! *

    มังกรวารีเกล็ดสีฟ้าแสนรักของเธอรีบกระโจนออกมาจากห้อง พร้อมกับยืดร่างที่ยาวถึงห้าเมตรออกสุดตัว แล้วขดลงบนพื้นเพื่อกลายเป็นเบาะรองนั่งให้กับสองสาว

    *ปิ๊ว! *

    ร่างของพวกเธอกระแทกเข้ากับเบาะมังกรวารีเต็มแรง



    ฝุ่นควันลอยคลุ้งกระจาย ทหารและยามอาคารต่างสับสนวุ่นวาย

    แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตั้งสติตัดสินใจเตรียมรับมือสถานการณ์ ก็มีสตรีอีกคนลอยตามลงมา

    "อันตราย… อยากนอน… แต่อันตราย…"

    ชุดคนงานที่สวมทับภายนอกของสตรีคนนั้นขาดวิ่น และเผยให้เห็นชุดเมดกับใบหูหมาป่าอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่ามนุษย์สัตว์



    พร้อมกันนั้นเองก็มีร่างเงาขนาดใหญ่สี่เมตรกระโดดไล่ตามลงมาจากข้างบน

    เงาขนาดยักษ์นั้นบดขยี้พื้นหินอ่อนที่งดงามจนแตกละเอียดกลายเป็นฝุ่นหิน

    " นั่นมันอะไรกันกัน! "

    คนที่กระเด็นลงมาเมื่อกี้นี้ใช่แฟต ลูกสาวของราชินีแฟตหรือเปล่า? "

    " ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่! "

    "ศัตรูหรือ!? "

    "รีบส่งคนขึ้นไปที่ห้องประชุมด่วน! "

    "ทุกคนเตรียมรับมือโจมตี! "



    พวกทหารต่างรีบตั้งสติและรับมือต่อสิ่งที่พวกเขาคิดว่าคือ [ศัตรู]

    เสียงขึ้นรังเพลิงของปืน เสียงคลื่นสะท้อนของปืนรังสี และเสียงฝีเท้าวิ่งเข้าปิดล้อม

    มันเป็นเสียงที่พร้อมเพรียงและหนักแน่น จนไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจากเหล่าผู้คนที่พึ่งตั้งวงเชียร์มวยหลีสาวอย่างไร้ระเบียบเมื่อกี้



    แล้วทุกอย่างก็เงียบลงประหนึ่งอยู่ในป่าช้า

    มีเพียงแค่เสียงลมหายใจของผู้คน ที่ยังคงทำลายความเงียบสงัดนั้น

    ความเครียดแผ่ปกคลุมพื้นที่ของห้อง

    ม่านฝุ่นเริ่มบางตาลง พร้อมที่แสงตะวันตกดินที่ลอดผ่านผิวกระจกของโดมทรงกลม



    สิ่งที่ปรากฏขึ้นเผยให้เห็นด้วยแสงตะวันอย่างเชื้องช้านั้น คือเผ่ามนุษย์มดระดับราชินีที่มีร่างกายสูงสี่เมตร

    มีส่วนท้องและปล้องส่วนก้นกลมป่องใหญ่โต อันเป็นหลักฐานของมารดาแห่งเผ่าพันธุ์

    มันคือสัญลักษณ์ของราชินีที่ชิงบัลลังก์มาได้ ร่างของผู้ที่พร้อมจะให้กำเนิดบุตรหลานของอาณาจักรตนเอง



    แต่ตัวตนตรงหน้ากลับแตกต่างจากราชินีที่พวกเขาเคยรู้จัก

    ราชินีแห่งเผ่ามนุษย์มดไม่ควรมีเขี้ยวยืดยาวออกมาจากปาก

    ไม่ควรมีเปลือกหนามแข็งหุ้มร่างกายประหนึ่งรถถังหุ้มเกราะ

    ไม่ควรมีขาทั้งหกคมกริบส่องประกายดั่งดาบของอัศวิน

    และไม่ควรมีปีกแมลงใหญ่โตราวกับจะกลืนกินได้ทั้งผืนฟ้า

    ภาพที่น่าเกรงขามของสัตว์ประหลาดมดยักษ์ตนนี้ ทำให้ทุกคนในห้องโถงต่างยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน

    ลมหายใจของผู้ที่พบเห็น ต่างเริ่มขาดช่วงเพราะความตึงเครียด อีกทั้งยังรู้สึกจุกแน่นจนเสียดท้อง ขาสั่นอย่างขลาดเขลา ราวกับเป็นหนูที่กำลังถูกอสรพิษจับจ้องเอาไว้



    "... ท่านองค์ราชินีควีนหรือครับ? "

    คนแรกที่ทำลายความสงบนั้น คือขุนพลไร้นามของเธอ

    เขาลุกขึ้นยืนด้วยสภาพร่างกายที่บอบช้ำ พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เธออย่างเชื่องช้า

    ขาของเขาสั่นกลัวเพราะรูปโฉมของอสูรกาย แต่ใจภักดีได้มีชัยเหนือความหวาดกลัวจนเอาชนะความขลาดเขลาไปได้



    "ฉัน… ใช่แล้ว… ฉันคือ [ควีน] ราชินีรุ่นถัดไปของเผ่าพันธ์ุ…"

    ควีนตอบรับขุนพลของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้ากึ่งสับสน

    "นี่ตัวเรา... ยังมีสติ… อยู่เช่นนั้นหรือ…"

    เธอพูดกับตัวเองเช่นนั้น

    เธอไม่คิดว่าตัวยาจะได้ผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้

    ตอนแรกเธอคิดว่าเจ้าสารสีชมพูนี้จะทำให้เธอคลุ้มคลั่ง แต่มันไม่ใช่

    ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังคงความตัวของตัวเองเอาไว้ได้



    "ทหารของเราจงมารวมตัว"

    ควีนลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งคำสั่งถ่ายทอดไปหยั่งลูกน้องของเธอ

    เผ่ามนุษย์มดครึ่งหนึ่งที่อยู่ในห้องโถง ต่างพร้อมใจกันเดินละจากตำแหน่ง แล้วไปตั้งแถวเคารพต่อหน้าองค์ราชินี

    ท้องฟ้าสีแดงฉานตัดแผ่นดินสีดำ ภาพนั้นกำลังถูกสะท้อนฉายเป็นฉากหลัง พร้อมกับทอดเงาของเธอปกคลุมไปถึงครึ่งหนึ่งของห้องโถง

    ยิ่งใหญ่ ทรงพลัง ราวกับเป็นร่างทรงของพระเจ้าที่อวตารลงมาสู่แผ่นดินโลก



    "แย่แล้วครับ ในห้องประชุมไม่มีใครอยู่เลยครับ! "

    "ว่ายังไงนะ! "

    ในตอนนั้นเองที่มีนายทหารคนหนึ่งตะโกนดังลั่นมาจากชั้นบน

    คำพูดของเขาทำให้ทหารในห้องโถงเริ่มปะติดเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาได้

    เผ่ามนุษย์มดที่ไม่คุ้นตามาปรากฏตัวพร้อมกับความวุ่นวาย

    คณะรัฐบาลและบุคลากรที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

    ธรรมเนียมแก่งแย่งบัลลังก์ของเผ่ามนุษย์มด

    ถึงพวกทหารจะบ้าแต่ก็ไม่ได้โง่

    พวกเขารู้ได้ในทันที ว่าปัญหาการเมืองภายในของเผ่ามนุษย์มด คือชนวนของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเวลานี้



    "ต้องขอเสียมารยาท พวกเราคงต้องขอคุมตัวพวกคุณ [ควีน] กับ [แฟต] ด้วยครับ"

    ชายเผ่ายักษ์ที่เป็นหนึ่งในกองทหารกล่าวเช่นนั้นพร้อมกับยกมือสั่งให้ทหารทุกนายเข้าจับกุมต้นตอของความวุ่นวาย

    แต่ทว่า---



    "ขอปฏิเสธการจับกุมค่ะ"

    ควีนกลับแสดงท่าทีต่อต้านอย่างชัดเจนออกมาให้เห็น

    " นี่คือปัญหาการเมืองภายใน เผ่าพันธุ์อื่นอย่าได้ยื่นมือเข้ามายุ่งเป็นอันขาดค่ะ"

    เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดออกไปเช่นนั้น

    เธอนะแพ้แล้ว

    อีกไม่นานความจริงจะจักปรากฏ

    ยิ่งต่อต้าน ก็ยิ่งทำให้ความชอบธรรมของตัวเองตกต่ำลง

    ถึงเผ่าเธอจะรับได้ แต่เผ่าที่เหลือจะรับได้หรือ?

    เธอรู้อยู่แล้วว่า [ไม่]

    แต่กระนั้น ด้วยร่างกายที่ได้รับมาใหม่ กับเสียงประหลาดของตัวตนที่เธอพยายามไล่ตามหามาทั้งชีวิต

    สองสิ่งนี้กำลังทำให้เธอมีความคิดเปลี่ยนไป



    การชิงดีชิงเด่นในอำนาจนั้น มีด้วยกันหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบ

    อาณาจักรที่ไร้ซึ่งประชาชนสนับสนุน ย่อมมิอาจกลายเป็นอาณาจักรที่แท้จริง

    หากแต่มิอาจปฏิเสธได้ว่า [พละกำลัง] คืออำนาจปกครองที่ใช้ได้ผลทุกยุคทุกสมัยอย่างเด็ดขาด

    ถึงการแย่งอำนาจด้วยกำลังจะสร้างความหวาดกลัว แต่การสร้างความชอบธรรมหลังจากการนองเลือด กลับทำได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก

    ประชาชนที่อิ่มท้อง มิอาจคิดขัดข้องใจต่อผู้นำของเขา

    ผู้อ่อนแอย่อมก้มหัวต่อ [พลัง] โดยเสมอมา

    ความแค้นลบล้างได้ด้วยเวลา สร้างความอิ่มหน่ำสำราญเพื่อให้ผู้คนหลงลืมอดีต

    ผู้ชนะคือความดีนั่นคือสิ่งที่แน่นอน เพราะมีแต่ผู้ชนะที่เหลือมาเขียนร้อยเรียงเรื่องราวในอนาคต

    ผู้ชนะคือผู้ที่เรียงร้อยประวัติศาสตร์ สร้างนิยามของความดีและความชั่วให้จักเกิดขึ้น



    พลังอำนาจ… กำลังทำให้ความคิดของเธอเปลี่ยนไป

    "ฉันคือควีน… ราชินีรุ่นถัดไป… ไม่ใช่แฟต… แต่เป็นฉันผู้นี้…."

    ว่าพลังอำนาจที่ได้รับมานี้ เป็นโชคชะตาที่ลิขิตมาให้กับเธอเพื่อขึ้นเป็นราชินีรุ่นถัดไป



    "ได้ยินที่ราชินีของข้าสั่งแล้ว พวกเจ้าก็จงลดปืนลงซะ! "

    "แต่ที่นี่ดินแดนของทั้งห้าเผ่าพันธุ์มิใช่อาณาจักรของพวกเจ้า! ทุกคน เข้าจับกุมควีนเดียวนี้! "

    ว่าแล้วกองทหารกับยามอาคารก็ลั่นกระสุนไฟฟ้าโถมเข้าใส่ร่างยักษ์ของควีน

    "ปกป้ององค์ราชินี! "

    ฝ่ายทหารเผ่ามนุษย์มดของควีนเองก็พร้อมจะเป็นศัตรูกับทั้งเมืองเพื่อราชินีที่ตนปฏิญาณรับใช้



    "พวกเจ้าถอยไป"

    แต่การปกป้องของเหล่าทหารผู้ภักดีหาได้จำเป็นต่อราชินีอสูรผู้นี้

    เธอยืนรับอาวุธนับร้อยที่โถมใส่เธอ ประหนึ่งยืนรับสายลมที่พัดผ่าน

    กระสุนไม่อาจทำได้แม้แต่ทิ้งรอยแผลบนร่างกาย

    ไฟฟ้ามิอาจทำได้แม้แต่สะกิดต่อมประสาทให้เธอรู้สึกเจ็บปวด

    อาวุธของพวกเขาเป็นได้เพียงแค่ของเล่นต่อหน้าเธอเท่านั้น



    "... เพิ่มระดับความแรงของอาวุธ! ให้จับตายได้เลย! "

    เพื่อต่อกรกับสัตว์ประหลาดพวกเขาจึงตัดสินใจหันไปใช้กระสุนจริง

    แสงรังสีความร้อนสูง

    กระสุนสังหารที่รัวดังกังวาล

    อาวุธนับร้อยเข้าโรมรันดั่งฝูงตั๊กแตนที่โถมลงไร่นา



    "ท่านราชินี! "

    ขุนพลไร้นามกรีดเสียงตกใจดังลั่น

    เขาทำท่าพร้อมที่จะเคลื่อนไหว และเข้าต่อสู้กับทหารของเมือง

    แต่แล้วเขากลับต้องหยุดชะงักเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า



    กระสุนนับร้อย แสงคลื่นความร้อนนับพัน

    อาวุธสังหารเหล่านั้น กลับกำลังถูกดีดออกเพราะเปลือกแข็งที่หุ้มไปทั่วทั้งร่างของเธอ

    ไม่ว่าจะยิงกระหน่ำใส่เพียงใด ก็ไม่อาจทำให้เธอเคลื่อนไปจากตำแหน่งยืนได้แม้แต่หนึ่งมิลลิเมตร

    ประหนึ่งพายุโหมซัดกระหน่ำเพียงใด ก็มิอาจขับเคลื่อนภูผาให้เคลื่อนไหวได้

    นั่นคือความรู้สึกที่เขามีต่อองค์ราชินี ณ เวลานี้



    "แกะกะ"

    เธอกล่าวอย่างรำคาญ พร้อมกับกางปีกแมลงบนหลังออกกว้าง

    เพียงแค่กระพือปีกครั้งเดียว ก็สามารถสร้างลมพายุโหมกระหน่ำขึ้นภายในอาคารขึ้นมาได้

    โลกทั้งใบเกิดความโกลาหล ร่างของทหารนับร้อยปลิวหมุนเป็นวงเวียนราวกับถูกมือวิเศษจับเหวี่ยง

    เพียงแค่พริบตาเดียว ทหารทั้งหมดของอาคารก็ถูกพัดกระจายไปกองตามผ้าเพดาน คาน ระเบียง…

    กระจายไป ณ ทุกมุมของห้องโถงด้วยสภาพที่น่าเวทนา



    "พลังล้นเหลือ…"

    มันคือพลังที่เหนือสามัญสำนึกจนแม้แต่ขุนพลไร้นามยังต้องรู้สึกหวาดผวาเกรงกลัว

    "... หึ"

    จิตใจของควีน ณ เวลานั้นกำลังลุกไหม้ด้วยความรู้สึกแห่งความปิติยินดี

    ความรู้สึกของเธอ ณ ตอนนั้น เหมือนเฉกเช่นเด็กน้อยที่ได้รับของเล่นชิ้นใหม่

    ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าสารสีชมพูนั้นคือเผ่าพันธุ์ที่หกในตำนานหรือไม่

    แต่ตอนนี้เธอได้รับพลังมาแล้ว

    เป็นพลังที่เธอสามารถควบคุมมันได้

    "แฟต ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะกำหนดให้ดิฉันเป็นราชินีรุ่นถัดไปค่ะ"

    ราชินีอสูรได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271