เทพกระบี่เงาสังหาร

    ศัตรูบุก

    ในขณะที่กองกำลังของทวีปเทียนลู่กำลังเตรียมพร้อมป้องกันการรุกลานของพรรอธรรม เหล่าตระกูลหวังที่ใช้เส้นทางที่ตนเคยหลบหนีนำกองกำลังของพรรคอธรรมเดินทางข้ามมายังทวีปเทียนลู่อย่างช้าๆโดยที่ 4 กองกำลังยังไม่เอะใจอะไร จนกระทั้งเวลาผ่านไปอีก 10 วัน จ้าวหอเฉินที่กำลังตรวจสอบพื้นที่เคยเป็นของตระกูลหวังก็พบเส้นทางลับที่ตระกูลหวังใช้หลบหนี"แย่แล้ว!!!!!!!!!" จ้าวหอเฉินรีบนำหยกสื่อสารออกมาและถ่ายทอดคำสั่งลงไปยังกองกำลังต่างๆ ซึ่งไม่นานกองกำลังต่างๆก็กลายเป็นตื่นตระหนกและเริ่มเรียกรวมพลทันที"ตูม!!!!!!!!!!!"เส้นทางลับระเบิดออกมาพร้อมกับปรากฎเหล่าชายชราและชายหนุ่มปราณราชันขั้นสุดยอดออกมาพร้อมกับมีชายชราที่อยู่ปราณจักรพรรดิเช่นกัน"ไม่ทันแล้วเหรอเนี่ย" จ้าวหอเฉินกล่าวด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวข่าวที่กองกำลังศัตรูปรากฎและตั้งฐานที่มั่นอยู่ในอานาเขตตระกูลหวังก็แพร่ออกไป อู่หมิงที่อยู่ภายในตระกูลอู่ก็ถูกเรียกตัวทันที อู่หมิงบอกลามารดาของตนก่อนจะกลับไปยังหอกระบี่และเข้าปะชุมทันที ภายในที่ประชุม"อย่างที่ทุกท่านรู้ตอนนี้ศัตรูได้ลักลอบเข้ามายังถิ่นของเราเรียบร้อยแล้วและกำลังเริ่มโจมตีกองกำลังขนาดเล็กรอบๆอานาเขตตระกูลหวังอยู่" ผุ้อาวุโสคนหนึ่งรายงานขึ้น"ไม่คิดเลยว่าที่ตระกูลหวังจะมีช่องทางลับที่เชื่อมต่อไปยังทวีปมืด ทั้งๆที่ตอนนั้นข้าก็ได้ตรวจสอบแล้วแต่กลับไม่เจอ" จ้าวหอเฉินกล่าว"เจ้าพวกนั้นคงใช้ค่ายกลอำพรางละนะ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี" ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว"ไม่เห็นจะต้องกลัวก็แค่บุกเข้าไปสังหารพวกมันให้หมดซะก็สิ้นเรื่อง" เฉินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง"ก็ดีงั้นเจ้าพาคนของเจ้าบุกเข้าไปได้เลยข้าจะรองฟังข่าวดีอยู่ที่นี่" หยวนลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันต่อความโง่เขลาของเฉินหยางซึ่งตอนนี้นางเริ่มเสียใจแล้วที่รับภารกิจนี้มา"ตอนนี้อีก 4 กองกำลังเองก็กำลังรวบรวมกำลังคนทั้งหมดเพื่อบุกโจมตีศัตรูอยู่" จ้าวหอเฉินกล่าว"ผู้อาวุโสอู่หมิงท่านมีความคิดเห็นเช่นไร" ผู้อาวุโสคนหนึ่งหันมากล่าวกับอู่หมิงด้วยความเคารพ"ก่อนโจมตีข้าว่าพวกเราควรหาข้อมูลของศัตรูให้ได้มากกว่านี้ อย่างเช่นจำนวนคนและความแข็งแกร่งของศัตรู" อู่หมิงกล่าว"ข้าเห็นด้วยกับความคิดของคุณชายอู่หมิง ยิ่งเรามีข้อมูลของศัตรูมากขึ้นเท่าไหร่พวกเราก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น"หยวนลู่กล่าว"แล้วใครจะเป็นคนไปสืบละหรือว่าจะเป็นเจ้า เหอะ ด้วยพลังของเจ้าอย่าว่าแต่ไปสืบเลยแม้ต่อเข้าไปในอานาเขตของพวกศัตรูก็ยังไม่มีปัญญาเลย" เฉินหยางกล่าวเยาะเย้ย"ไอ้สวะไร้ค่าอย่างเจ้าหนะหุบปากไปซะ ตัวเจ้าที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างมีสิทธิ์ที่จะออกความเห็นด้วยเหรอ" เสี่ยวฮุ่ยตะวาดขึ้นมาในทันที"นี่เจ้ากล้าด่าข้าว่าเป็นสวะงั้นหรือ" เฉินหยางกลายเป็นโกรธเกรี้่ยว"หรือว่าไม่จริง ตัวเจ้าที่ไม่มีมันสมองแล้วยังจะทำตัวเกะกะในที่ประชุมอีก ข้าว่าควรจะติดต่อไปยังหอกระบี่โบราณให้ส่งศิษย์ชุดใหม่มาและส่งเจ้าพวกนี้กลับไปยังจะดีซะกว่า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพวกอู่หมิงและจ้าวหอเฉินยิ้มหัวเราะเยาะอยู่ในใจ ถ้าเรื่องฝีปากละก็ไม่มีใครเทียบกับเสี่ยวฮุ่ยได้อีกแล้ว เฉินหยางกลายเป็นโกรธแต่เมื่อเห็นสีหน้าเย้ยหยันของคนในที่ประชุมก็ยิ่งทำให้ใบหน้าของเฉินหยางบิดเบี้ยวยิ่งกว่าเดิม"เรื่องหาข้อมูลข้าจะเป็นคนชัดการเอง" อู่หมิงที่เงียบมาตลอดก็กล่าวขึ้น"โอ ถ้าผู้อาวุโสอู่หมิงลงมือเองก็ทำให้ชายชราเช่นข้าเบาใจลงได้แล้ว" ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวพวกเฉินหยางลุกออกไปจากห้องประชุมด้วยความโกรธเพราะภายในที่ประชุมไม่มีใครให้ความเคารพตนหรือแม้แต่สนใจตนเลย ด้วยความเย่อหยิ่งเฉินหยางจึงไม่คิดจะเข้าร่วมการประชุมนี้อีก"ข้าจะคอยดูว่าคนบ้านนอกอย่างเจ้าจะสืบข้อมูลจากศัตรูได้หรือไม่" เฉินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเมื่อเฉินหยางออกไปอู่หมิงเองก็อยู่คุยแผนการกับพวกจ้าวหอเฉินสักพักและขอแยกตัวอกอไป อู่หมิงที่มาถึงที่พักของตนก็เริ่มวางแผนกับเสี่ยวฮุ่ยในทันที"หน้าที่หาข้อมูลไว้ใจข้าได้เลย แล้วข้าจะพาพวกเยี่ยฉีและหานเจี่ยไปด้วยถือว่าเป็นการฝึกให้ทั้งสองคน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แต่มันจะไม่เป็นอันตรายไปหน่อยเหรอ" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับมองไปยังหน้าของเยี่ยฉีและหานเจี่ยที่ซีดขาว"ไม่เป็นอะไรหรอกอย่างน้อยก็มีข้าอยู่เมื่อยามฉุกเฉินข้าย่อมมีวิธีในการช่วยเหลือทั้งสองแน่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ก็ได้แล้วข้าจะรอข่าวดีอยู่ที่นี่" อู่หมิงกล่าวเสี่ยวฮุ่ยนำทั้งสองแยกตัวออกไปทันที อู่หมิงที่อยู่ภายในที่พักก็เริ่มฝึกฝนทักษะกระบี่ทันที ด้วยสองปีที่ผ่านมาท่องเมฆาของอู่หมิงได้ถูกฝึกจนชำนานแล้วทำให้ความเร็วของอู่หมิงนั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างมากบวกกับการใช้เงามายาพลังของอู่หมิงก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้ทักษะกระบี่ตะวันอู่หมิงฝึกจนชำนาญไปหมดแล้วแต่ด้วยทักษะนี้เป็นเพียงทักษะระดับราชันทำให้อู่หมิงได้เลือกที่จะฝึกทักษะเพิ่มซึ่งทักษะใหม่ที่อู่หมิงฝึกมีชื่อว่า กระบี่ตัดวิญญาณ ซึ่งเป็นทักษะระดับจักรพรรดิที่อู่หมิงฝึกสำเร็จ ถึงแม้ทักษะนี้จะเป็นทักษะระดับจักรพรรดิแต่ด้วยพลังของมันกลับเทียบเท่ากับทักษะเซียนเมื่อฝึกฝนสำเร็จอู่หมิงที่กำลังร่ายรำกระบี่อยู่ในเขาของตนหยวนลู่และคนของนางอีก 5 คนก็มาถึงพร้อมกับยืนมองอู่หมิงร่ายรำกระบี่ด้วยความตกตะลึง พวกนางตกตะลึงในวิถีกระบี่ของอู่หมิงอย่างมาก"เป็นไปได้อย่างไรที่เขาบรรลุวิถีกระบี่ระดับนี้ได้โดยไม่มีเซียนคอยชี้แนะ" ศิษย์ของหอกระบี่โบราณกล่าว"ไม่ใช่ว่าเซียนกระบี่ไร้รักแอบสั่งสอนเขางั้นหรือ" ศิษย์อีกคนก็กล่าว"ไม่ใช่แน่นอนจากที่ข้าสืบมาวิถีกระบี่ของเขาไม่เหมือนกับวิถีของเซียนกระบี่ไร้รัก ซึ่งคำตอบมีอย่างเดียวคือวิถีกระบี่ของเขาได้มาจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง" หยวนลู่กล่าวเหล่าศิษย์ที่เหลือต่างก็ตกตะลึงกับคำกล่าวของหยวนลู่ อู่หมิงที่รู้สึกได้ถึงกลุ่มของหยวนลู่ก็หยุดการฝึกลงและหันไปมองกลุ่มหยวนลู่ทันที-------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน