ควันสีดำจากกะโหลกอักขระขอมโบราณพุ่งเข้าหาอาเฟยราวกับฝูงมัจจุราชที่หิวกระหาย เสียงกรีดร้องของิญญาอาฆาตดังระงมไปทั่วโถงคฤหาสน์หรู อาจารย์กุ่ยยิ้มเหี้ยมเกรียมเพราะมั่นใจว่าไม่มีใครรอดพ้นจาก ‘อสูรกลืนิญญา’ นี้ไปได้
แต่อาเฟยเพียงแค่ยืนนิ่ง ั์ตาสีทองฉายแววเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุด
"วิชากะโหลกผุๆ นี่น่ะเหรอที่เอามาอวดข้า? โลกมนุษย์นี่มันขาดแคลนจินตนาการจริงๆ!"
เซียนน้อยดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังปราณเซียนที่เขาสั่งสมมาทั้งวันก็ะเิออก แต่มันไม่ได้ะเิเพื่อทำลายร่างของใคร แต่มันกระจายตัวไปตามทิศทั้งแปดของคฤหาสน์
"ค่ายกลเซียน: วงกตกระจกส่องใจ!"
วูบ!
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวของเสี่ยอำนาจและอาจารย์กุ่ยก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กำแพงคฤหาสน์ที่เคยคุ้นตาเริ่มบิดเบี้ยว ขยายตัว และทับซ้อนกันจนหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ประตูทางออกกลายเป็ผนังทึบ และทิศทางในบ้านกลับตาลปัตรไปหมด ไม่ว่าอาจารย์กุ่ยจะขว้างยันต์หรือร่ายมนต์ใส่ทางไหน พลังนั้นก็สะท้อนกลับเข้าหาตัวเองทุกครั้ง!
"นี่มันวิชาอะไรกัน! ทำไมข้าถึงมองไม่เห็นไอ้เด็กนั่น!" อาจารย์กุ่ยคำรามด้วยความลนลาน ขณะที่อสูรกายของเขาถูกกระจกที่มองไม่เห็นสะท้อนจนตัวแตกกระจาย
เสี่ยอำนาจที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ถึงกับตัวสั่นเทา เพราะตอนนี้เก้าอี้ของเขาดันไปลอยอยู่บนเพดานที่กลายเป็พื้น "ช่วยด้วย! อาจารย์จัดการมันสิ! ผมไม่อยากติดอยู่ในนี้!"
เสียงเล็กๆ ของอาเฟยดังแว่วมาจากทุกทิศทาง "พวกเ้าอยากออกไปไหมล่ะ? ง่ายๆ แค่ตอบคำถามข้ามาข้อเดียว... ใครเป็คนสั่งให้เ้าทำร้ายแม่ข้าและกักขังิญญานางไว้ในความมืดแบบนี้?"
อาเฟยปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เขายืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาที่กดดันราวกับมหาเทพ "จำไว้ว่าข้าไม่มีความอดทนมากนัก ถ้าข้าปิดตายค่ายกลนี้ พวกเ้าจะต้องวนเวียนอยู่ในนี้ไปชั่วนิรันดร์โดยไม่ได้กินแม้แต่น้ำหยดเดียว!"
เสี่ยอำนาจหน้าซีดเผือด ความตายที่คืบคลานเข้ามาทำให้เขาลืมความจงรักภักดี "ผม... ผมบอกไม่ได้! ถ้าบอกไป ผมตายแน่ๆ!"
"งั้นก็เลือกเอาว่าจะตายตอนนี้ในเขาวงกต หรือจะบอกความจริงเพื่อหาทางรอด!" อาเฟยดีดนิ้วอีกครั้ง พื้นคฤหาสน์เริ่มกลายเป็หนองน้ำสีดำที่พร้อมจะดูดร่างทั้งคู่ลงไป
"ยอมแล้ว! ยอมแล้ว!" เสี่ยอำนาจะโลั่น "ผมแค่รับคำสั่งมาจากคนในเมืองหลวง... เขาคือ 'คุณชายรองตระกูลหลง' เขาจ้างผมกับอาจารย์กุ่ยให้ตามล่ามู่หลันและลูกเพื่อไม่ให้กลับไปที่ตระกูลได้อีก!"
อาเฟยขมวดคิ้ว "ตระกูลหลง? แล้วพวกเขาทำแบบนั้นทำไม?"
เสี่ยอำนาจรีบละล่ำละลักบอก "พ่อของคุณ... 'หลงเทียน' เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกับแม่คุณเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นเขาสลบไปหลายวัน พ่อเฒ่าตระกูลหลงพยายามตามหาพวกคุณแทบพลิกแผ่นดิน แต่คุณชายรองเป็คนวางแผนซ่อนพวกคุณไว้ในย่านสลัมนี้ และให้อาจารย์กุ่ยร่ายมนต์สะกดเพื่อไม่ให้มู่หลันจำอะไรได้!"
"แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?" อาเฟยถามเสียงเย็น
"เขา... หลงเทียน... เขาตื่นมาแล้วแต่ขาเดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นมาตลอดห้าปี เขาและพ่อเฒ่าถูกพวกคุณชายรองบงการและปิดบังข้อมูลทุกอย่าง... ผมรู้แค่นี้จริงๆ! ข้อมูลเชิงลึกมากกว่านี้ผมไม่รู้แล้ว!" เสี่ยอำนาจก้มหน้าตัวสั่น
อาเฟยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจของเด็กน้อย (ที่มีิญญาเซียน 300 ปี) รู้สึกได้ถึงความเ็ปที่ตกค้างอยู่ในร่างกายนี้ ความแค้นของเ้าของร่างเดิมและความโกรธของเซียนน้อยหลอมรวมกัน
'ที่แท้ก็คือคนในครอบครัวรังแกกันเองเพื่อสมบัติรึ? ช่างน่าสมเพชนัก!'
"ดี... ในเมื่อเ้าพูดความจริงไปบ้างแล้ว ข้าจะปล่อยให้พวกเ้ามีชีวิตอยู่" อาเฟยสะบัดมือ ค่ายกลวูบหายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม แต่เสี่ยอำนาจและอาจารย์กุ่ยกลับมีอาการตาเหลือกค้าง
"ข้าแค่ลบความทรงจำเื่วิชาเซียนของข้าออกไป และแถม 'ฝันร้าย' ให้พวกเ้าไปทุกคืนชั่วนิรันดร์... ส่วนไอ้คุณชายรองนั่น ข้าจะไปคิดบัญชีกับมันเอง!"
ร่างเล็กจิ๋วของอาเฟยหายวับไปในความมืด ทิ้งให้เสี่ยอำนาจนั่งเบลออยู่บนพื้นคฤหาสน์ที่เงียบสงัด
อาเฟยกลับมาถึงบ้านเช่า เขานั่งมองมู่หลันที่หลับสนิทด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"ตระกูลหลงงั้นรึ? พ่อที่เดินไม่ได้... และศัตรูที่แฝงตัวอยู่ในคราบญาติ" อาเฟยลูบหน้าผากของแม่เบาๆ "รออีกนิดนะแม่ เฟยเอ๋อจะพาแม่กลับไปเอาทุกอย่างคืน และจะรักษาขาให้ท่านพ่อเอง!"
แต่ในจังหวะนั้นเอง เขาก็ััได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากสรวง์ที่ลอยมากับลมหนาว... มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ แต่มันคือพลังของ 'เซียนระดับล่าง' ที่ถูกส่งลงมาจับตาดูเขา!
"มาเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย..." อาเฟยพึมพำพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก