บทที่ สามสิบหก(สวีจ้าวหรง)
กลางดึกคืนหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆที่ห่างไกลจากเมืองหลวงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งนาไปกระทบกับใบไม้บนต้นไผ่ที่เรียงรายรอบหมู่บ้านสร้างบรรยากาศที่เย็นยะเยือก
สวีจ้าวหรงเด็กชายตัวน้อยผู้อายุกำลังย่างเข้าวัยเก้าปีมีท่าทางสดใสและดวงตาที่สะท้อนถึงความฉลาดเฉลียวไม่ธรรมดาในวันที่เขายังอาศัยอยู่กับบิดามารดาเวลานั้นเขากับครอบครัวใช้ชีวิตเรียบง่ายและเก็บตัวแต่ชะตาของเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีวันหวนกลับในค่ำคืนนี้
ในคืนนั้นท้องฟ้ามืดครึ้มไร้แสงจันทร์สวีจ้าวหรงกำลังนอนเล่นในห้องไม้เล็กข้างๆ ห้องครัวที่แม่ของเขากำลังทำอาหารอยู่แต่จู่ๆเขาก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งเพราะเสียงที่ดังเหมือนฟ้าถล่มพื้นดินสั่นสะเทือนเด็กน้อยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีได้แต่มองซ้ายแลขวาตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยและท่าทางเร่งรีบทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวเขาจึงเหลือบมองออกไปยังลานบ้านเห็นบิดากำลังวิ่งมาตอนนั้นเองที่มารดาออกมาจากครัวแล้วคว้าตัวบุตรชายไปกอดไว้ “พาลูกหนีไป”เสียงของบิดาตะโกนเข้ามาในบ้าน
ส่วนที่นอกลานบ้านที่สมควรมืดมิดกลับมีแสงสีทองอร่ามส่องจากฟากฟ้าสาดลงมาจากนั้นก็มีกลุ่มคนค่อยๆ เหาะลงมาล้อมบ้านของเขาไว้ สวีจ้าวหรงมองเห็นภาพตรงหน้าแล้วหันกลับไปมองมารดาที่อยู่ด้านหลังนางมีสีหน้าหวาดวิตก“พวกเซียนนั้น..มาหาท่านพ่อหรือ?”
แต่มารดาของเขาไม่ยอมตอบคำถามนั้น“เฉินหยวนๆ” หญิงสาวผู้งดงามเรียกข้ารับใช้ผู้ภักดีที่ซ่อนตัวอยู่งูดำตัวใหญ่จึงเลื้อยเข้ามาก่อนจะกลายร่างเป็นร่างบุรุษสูงใหญ่
“ขอรับนายหญิง”เฉินหยวนก้มตัวอยู่ถัดจากสวีจ้าวหรงยังมีท่าทางสงบนิ่งแต่ผู้เป็นนายหญิงกลับมีท่าทีเร่งร้อนรีบดึงตัวบุรุษร่างสูงเข้ามา
“เจ้าพาเสี่ยวหรงหนีไปก่อน”
เมื่อได้รับคำสั่งเฉินหยวนก็หันตัวเข้าหาเตรียมคว้าเด็กชายเอาไว้แต่สวีจ้าวหรงกลับสะบัดตัวหนี“เดี๋ยว! ทำไมท่านแม่ไม่ไปกับข้า แล้วท่านพ่ออีกเล่า” ตอนนั้นเองที่หน้าลานบ้านพวกเหล่าเซียนก็ประจันหน้ากับบิดาของเขาแล้ว
“ซ่อนตัวเก่งนัก แต่เช่นไรเจ้าก็หลบหนีจากสวรรค์ไม่ได้หรอกเจ้าจอมมาร!"ชายผู้อยู่หน้าทัพแผดเสียงดังแม้จะดูว่าเขาไม่ได้ตะโกนเปล่งเสียงใดๆ
“พวกท่านไปเสียเถอะ ข้าไม่ประสงค์ต่อสู้อีกแล้ว” สวีเก่อจวิ้นเอ่ยตอบ
“ไร้สาระสิ้นดีเจ้าจอมมาร หากเจ้าไม่สู้เช่นนั้นก็ยอมถูกจับกุมเสียเถอะ”หลังประโยคนี้เหล่าเซียนก็ตรงเข้าไปหาผู้เป็นจอมมารคนปัจจุบันหญิงสาวเห็นสามีตกเป็นรองจึงผลักประตูเปิดออกไปนางวิ่งตรงไปขว้างหน้าคนรักกับเหล่าเซียน
“เขาละทิ้งเรื่องพวกนั้นแล้วจริงๆ ท่านเทพเซียนทั้งหลายละเว้นพวกเราเถอะ”มารดาของเขาอ้อนวอนขอผู้ปองร้ายสามีนางอย่างนอบน้อม
“ถึงละทิ้งแต่ไม่อาจละเว้น สายเลือดเทพมารไม่อาจปล่อยไปหากเจ้ามนุษย์ไม่ขัดขวางเราก็จะไม่ทำร้ายเจ้า หลีกทางเสีย”
แต่ไหนเลยหญิงสาวจะยอมสามีทั้งคนแล้วไหนจะบุตรชายอีก ‘สามีเธอต่อสู้ไม่ได้อีกแล้ว นางต้องปกป้องเขา’
ส่วนสวีจ้าวหรงที่เกาะขอบหน้าต่างมองเหตุการณ์ด้านนอกอยู่ไม่ทันรู้ว่าเป็นอย่างไรต่อก็ถูกองครักษ์ที่เหลืออยู่หนึ่งเดียวดึงตัวออกไปเฉินหยวนอุ้มเด็กน้อยขึ้นหมายจะพาหลบหนีทางประตูด้านหลังขณะนั้นเองเสียงระเบิดดังลั่นจากลานบ้านก็ดังมาจนทำเอาเด็กชายตกใจสะดุ้ง
“ท่านแม่! ท่านพ่อ!” เขาพยายามดิ้นหนีให้หลุดจากเฉินหยวน พอหลุดมาได้ก็วิ่งกลับไปจุดเดิมครั้งนี้ที่พื้นมีร่างชายหญิงสองคนนอนกอดกันล้มพับอยู่แต่เขารู้ว่านั้นไม่ใช่แค่การล้มพับแน่ๆสวีจ้าวหรงไร้สติยั้งคิดเตรียมวิ่งออกไปที่ลานบ้านหากแต่ได้เฉินหยวนคว้าไว้ได้ก่อน
“ไปมิได้” องครักษ์เผ่างูเอ่ยห้ามเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงของเซียนด้านนอกดังเข้ามาในบ้าน
“จอมมารมีบุตรชาย สายเลือดสุดท้ายของเทพมาร ไปจับมา!”
ครั้งนั้นเฉินหยวนพาเขาหลบหนีไปที่เผ่าปีศาจงูแต่ไม่กี่ราตรีต่อจากนั้นชีวิตเล็กๆ ก็ต้องผลัดพรากจากองครักษ์ข้างกายภายในป่ารกครึมเสียงฝีเท้าและเสียงหายใจหอบเหนื่อยของสวีจ้าวหรงก้องไปทั่วเขารู้ดีว่าต้องหลบซ่อนให้เร็วและปกปิดตัวตนให้แนบเนียนที่สุดเมื่อเห็นมุมลับตาขนาดเล็กกว่าตัวเขาด้วยซ้ำ ร่างเด็กน้อยจึงพุ่งตัวลงไปทันที
สวีจ้าวหรงซุกตัวอยู่ซอกของรากไม้ใหญ่เขาผงกหัวหันกลับไปยังทางที่พึ่งผ่านมาเพื่อดูสถานการณ์แล้วหดกลับเขารู้ว่าชีวิตของเขากำลังอยู่ในอันตรายแต่จิตใจของเขากลับค่อยๆเต้นช้าลงในร่างกายที่ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปเขาไม่ชอบอยู่ในร่างนี้ก็จริงแต่พออยู่ในร่างสัตว์เลื้อยคลานสีดำเหมือนมันจะค่อยๆเปลี่ยนจิตใจเขาให้ด้านชาและช่วยให้เขาผ่านพ้นสถานการณ์หลายๆ อย่างไปได้หรืออาจจะจริงที่งูเป็นสัตว์เลือดเย็นมันถึงไร้ความรู้สึก
เพราะความจริงเขาไม่ได้มีเพียงสายเลือดของเทพมารและมนุษย์แต่มีเสี้ยวปีศาจงูด้วยเรื่องนี้ไม่เคยถูกแพร่งพราย สมัยก่อนเขามักจะมองข้ามการฝึกเปลี่ยนร่างนี้ด้วยซ้ำไม่เคยทำได้มาก่อนเลย แต่พอเข้าตาจนพลังก็ถูกปลุกขึ้นมาทันที ไม่แน่อาจจะเป็นพลังความคับแค้นที่เกิดจากชะตากรรมที่ซ่อนเร้นในสายเลือดของเขาด้วยก็ได้พลังที่สะสมมาเนิ่นนานสะเทือนฟ้าสนั่นดินของบรรพบุรุษที่ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม
เหล่าเซียนตามล่าเขามาหลายวันหลายคืนแล้วเด็กน้อยทั้งอ่อนล้าและบอบช้ำ เฉินหยวนที่เป็นทั้งข้ารับใช้และองครักษ์ช่วยเขาหลบหนีออกมาผู้นั้นหายตัวไปแล้วเมื่อวานจากการไล่ล่าแสนทรหดเพราะสุดท้ายผู้นำเผ่างูยอมใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้สายเลือด ‘เทพมาร’คนสุดท้ายอย่างเขาหนีไป
ก่อนหน้านี้เฉินหยวนพาเขากลับเผ่าปีศาจงูแต่ถูกเหล่าเซียนผู้สูงส่งตามล่าไม่หยุดพวกนั้นกำราบเผ่าปีศาจงูอย่างง่ายดาย จึงต้องไปขอความช่วยเหลือจะเผ่าห้าพิษอื่นๆต่อแต่พวกนั้นกลับขับไล่เขาออกมาทั้งที่ในอดีตบิดาเขาสวีเก่อจวิ้นช่วยเหลือปกครองคุ้มภัยให้จากแดนสวรรค์หากแต่หนักหนาสุดมิใช่ดูดายแต่ทรยศเผ่าปีศาจเผ่าหนึ่งขายมารตัวน้อยให้เทพสวรรค์เป็นเหตุให้เฉินหยวนเสียสละตัวไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เวลานี้เด็กน้อยจึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
"เพราะเจ้าคือเทพมาร ผู้ทรยศต่อแดนสวรรค์เทพมารคือผู้จะนำความมืดกลืนกินสามโลก ต้องกำจัดเท่านั้นผิดที่สายเลือดเจ้า!" นี่คือสิ่งที่ผู้นำเซียนประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขึงขังตอนที่เด็กน้อยถามว่าทำไมถึงต้องไล่สังหารตนทั้งที่ตนเองไม่เคยทำเรื่องผิดใดสวีจ้าวหรงยิ้มเย้ยหยันให้สิ่งที่ไหลความมาในความทรงจำเรื่องที่แค่เกิดมาก็ผิดนี่นะหรือเขาถึงต้องเจอความเลวร้ายทั้งหมด
เด็กน้อยเหม่อลอยนึกถึงบิดามารดาแค่มองกิ่งไม้ที่ตกอยู่ใกล้ตัวก็นึกถึงดาบไม้ที่เขาเคยฝึกฝนกับบิดาเมื่อก่อนเสียแล้วแต่วิชาเขาตอนนี้ยังด้อยอยู่มากสู้กับใครไม่ได้ต้องอาศัยหลบซ่อนเพื่อรักษาชีวิตขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงเสียดสีของใบไม้ประกอบกับเสียงสัตว์ปีกบินเหนือหัวทำให้เขาต้องผงกหัวของร่างงูน้อยเงยขึ้นจนสายตาไปสบเข้ากับนกตัวใหญ่บนกิ่งไม้สายตาของเจ้านกตัวนั้นมันกำลังมองหาเหยื่อและมันก็คิดว่าร่างงูน้อยสีดำตัวนี้เป็นเหยื่อของมันไม่คิดมาก่อนเลยว่าชีวิตเขาจะตกต่ำถึงขนาดที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อของนก
‘ทุกสิ่งต้องอยากฆ่าข้าสินะ’สวีจ้าวหรงนึกขึ้นในใจกับตัวเองขณะพยายามเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดนี้เขาข่มอารมณ์แล้วเปลี่ยนกลับร่างมนุษย์ของเด็กชายแทนงูตัวเรียวยาวสีดำพอนกตัวใหญ่นั้นเห็นว่าในช่องว่างในรากไม้ไม่มีงูตัวเล็กอีกมันก็ตีปีกบินหนีไป
คืนนั้นสวีจ้าวหรงในร่างงูจึงย้ายที่หลบไปอยู่ใต้โขดหินริมลำธารในป่าสายลมที่พัดผ่านทำให้เขาหลับไม่ลงทุกเสียงเบาหรือหนักไม่ว่าจะเสียงใบไม้ไหวก็ทำเขาสะดุ้งกลัวผู้ล่าตามมาเจอจนรุ่งสางมาถึงเขาจึงตัดสินใจจะเข้าเมือง พวกเทพเซียนคงคลาดกับเขาไปแล้วตนจะต้องหาทั้งของกินและรักษาบาดแผลไม่เช่นนั้นถ้าไม่ตายวันนี้ก็คงตายพรุ่งนี้แต่เขาก็ไม่อาจจะเปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์เกรงจะถูกพวกเซียนตามเจอ
ร่างงูน้อยเลื้อยไปในเมืองหลบตามซอกมุมบ้านเรือนซุกซ่อนตนเมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงแอบเลื้อยเข้าไปในบ้านหลังโตหลังหนึ่ง ที่ห้องครัวใหญ่อาหารมากมายละลานตาไม่รู้ว่ามีคนอาศัยมากเท่าไรถึงมีอาหารมากขนาดนี้เขาเห็นหญิงสองคนในห้องครัวกำลังหยิบจับทำนู่นนี่อยู่ไม่ใส่ใจรอบข้างจึงรีบคืนร่างเด็กชายแล้วเข้าไปแอบหยิบซาลาเปาลูกโตมาสองลูกแล้ววิ่งไปหลบหลังกองฟืนก่อนจะกัดกินซาลาเปาอุ่นๆ
หากแต่กัดไปได้สามคำเสียงที่ด้านหลังก็ดังลั่น“ขโมย หัวขโมยเด็กนี่มาจากไหน”ไม่ว่าเปล่าหญิงร่างใหญ่ผู้หนึ่งก็คว้าขอเสื้อสวีจ้าวหรงให้ตัวลอยขึ้นแล้วฟาดที่หลังเขาอย่างแรงจนแป้งซาลาเปาในปากกระเด็นออกมา“หัวขโมยต้องถูกโบย”
สวีจ้าวหรงถูกโยนไปที่มุมห้องที่เลอะเทอะเนื้อตัวคลุกฝุ่นเขาเงยหน้ามองหญิงร่างใหญ่ผู้นั้นที่ในมือคว้าท่อนฟืนขึ้นหมายจะใช้โบยลงโทษ
“ข้าหิวมาก..”เด็กน้อยเอ่ยออกมาไม่ทันจบเพราะหญิงผู้นี้ไม่ใส่ใจฟังนางฟาดท่อนไม้นั้นลงที่ต้นแขนจนเด็กน้อยรู้สึกเหมือนกระดูกแทบหักสวีจ้าวหรงจึงรีบกลิ้งหลบการฟาดครั้งต่อไปแล้ววิ่งชนหญิงร่างใหญ่โหดร้ายผู้นั้นจนล้มหน้าคะมำแล้วหนีออกจากบ้านหลังใหญ่โตนั้นพอหญิงคนนั้นลุกขึ้นมาได้ก็วิ่งตามไปทันทีทั้งยังเรียกคนงานในบ้านให้ตามล่าเด็กชาย
กลุ่มชายฉกรรจ์สามคนวิ่งไล่เด็กน้อยตามออกมานอกบ้านสวีจ้าวหรงที่วิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานอาศัยหลบมุมแล้วแปลงกายกลับเป็นงูเพื่อหนีการตามล่าอีกครั้งแต่ถึงจะหนีกลุ่มชายฉกรรจ์มาได้งูตัวเรียวยาวก็มาเจอกลุ่มเด็กอีกสามคนที่เล่นกันอยู่ที่ถนนพอกลุ่มเด็กนั้นเห็นงูตัวน้อยก็พากันวิ่งไล่ใช้ไม้ตีหลังการหนีเอาชีวิตรอดสวีจ้าวหรงสุดท้ายกลับเข้ามาในป่าอีกครั้ง
เด็กน้อยพักมาล้างตัวที่ริมธารพอไม่มีฝุ่นดินเปื้อนเนื้อตัวก็ยิ่งเห็นชัดว่าผิวของตัวเองเต็มไปด้วยบาดแผลเวลานี้เขาไม่อาจจะร้องขอความเห็นใจจากใครได้อีก โลกใบนี้ไม่ว่าใครก็หันหลังให้เขา
สวีจ้าวหรงซ่อนตัวในป่าอยู่หลายวันแต่ไม่ว่าอย่างไรร่างกายเขาก็ไม่ดีขึ้นบาดแผลไม่เยียวยา แขนที่ถูกท่อนไม้ฟาดมีแต่แย่ลงเรื่อยๆจนวันหนึ่งเขานึกถึงเรื่องเล่าในตำนานที่ผู้เป็นบิดาเล่าให้ฟังแดนสวรรค์มียาอายุวัฒนะที่เก็บซ่อนอยู่ เซียนโอสถจะปรุงยาด้วยของล้ำค่าเทพเซียนได้กินก็จะเพิ่มพลังปราณมนุษย์ได้กินก็จะเยียวยารักษากายให้หนุ่มสาวไม่แก่เฒ่า หากเขาได้กินก็ไม่เพียงจะรักษาบาดแผลแต่ช่วยเพิ่มพลังด้วย
แม้การแอบเข้าไปขโมยยาอายุวัฒนะจะเป็นการเสี่ยงที่ถึงตายแต่ชีวิตเขาก็เหมือนตายไปแล้วครึ่งหนึ่งไม่อาจจะรอช้าอีกสวีจ้าวหรงวัยเยาว์ในร่างงูสีดำเลื้อยออกจากป่าและมุ่งหน้าไปยังภูเขาสูงชันที่เชื่อกันว่าเป็นทางที่เมฆสวรรค์ผ่านเมฆที่จะลอยผ่านไปถึงประตูแดนสวรรค์ เขาเลื้อยผ่านหุบเขาและป่าใหญ่ร่างกายของเขาลื่นไหลไปกับพื้นดินและก้อนหินโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ
เมื่อมาถึงยอดเขาสวีจ้าวหรงดักรอเมฆสวรรค์ที่จะผ่านมาอยู่ถึงสองสัปดาห์เต็มๆจนในที่สุดก็ได้อาศัยเมฆวิเศษนั้นขึ้นไปถึงดินแดนเบื้องบนพบกับบันไดสวรรค์ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ประตูใหญ่โลกของเทพเซียนเขาเลื้อยขึ้นบันไดอย่างเงียบเชียบอาศัยข้อได้เปรียบของความเล็กร่างกายแอบผ่านเงามืดแต่เมื่อขึ้นถึงบันไดบนสุดก็พบว่ามีผู้เฝ้าประตูทองใหญ่อร่ามซึ่งเขาไม่อาจจะผ่านเข้าทางนี้ได้
สุดท้ายก็ต้องย้อนกลับลงไปแล้วอาศัยเมฆสวรรค์นั้นมุ่งหน้าต่อไปจนเมฆสวรรค์นั้นมาหยุดที่แห่งหนึ่งดูเหมือนเป็นสวนร้างๆ ที่ต้นไม้ขึ้นไร้ระเบียบไม่ดูเหมือนแดนสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบสักเท่าไร เขาจึงเลื้อยลงจากเมฆก่อนจะพยายามหลบหนีออกจากสวนเพื่อเข้าไปด้านในสวรรค์อีกที่
เจ้างูดำตัวน้อยเลื้อยผ่านสวนแมกไม้ไร้ระเบียบจนทะลุออกมาที่บึงแห่งหนึ่งเบื้องหน้าเป็นบึงที่เต็มไปด้วยบัวใบบัวสีเขียวปกคลุมทั่วพื้นน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตาดอกบัวตูมโผล่พ้นน้ำขึ้นมาแล้วดูท่าใกล้จะบานเต็มที่เขาเห็นสะพานไม้ที่ทอดผ่านจากริมสวนไร้ระเบียบข้ามผ่านสระบัวแห่งนี้ไปที่กระท่อมหลังเล็กกลางบึงก่อนที่จะเข้าไปที่พื้นที่กว้างอีกฟากเช่นนั้นคงต้องผ่านกระท่อมนั้นก่อน
สวีจ้าวหรงร่างงูเลื่อยไปบนสะพานขณะที่กำลังผ่านกระท่อมไม้เล็กๆประตูกระท่อมก็เปิดออก หญิงสาวผู้หนึ่งเดินออกมาพร้อมกับนกตัวเล็กสีเหลืองเกาะอยู่ที่ไหล่งูตัวน้อยก็ชะงักค้างไม่กล้าเลื้อยต่อไปหญิงสาวผู้นั้นก็มองสิ่งมีชีวิตตัวเรียวยาวนั้นเช่นกันขณะที่หนึ่งเซียนหนึ่งมารร่างจำแลงนิ่งไม่ขยับกลับเป็นนกตัวน้อยที่ไหล่โผบินขึ้นกลางอากาศเสียงแหลมเล็กของนกเย่ยิงร้องลั่น “มาร”
“ชุู่ว..อินอิน”หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยเตือนสัตว์เลี้ยงปุบเจ้านกตัวนั้นก็เงียบทันทีสวีจ้าวหรงไม่รู้ว่านกเจ้าปัญหาตัวนี้รู้ได้อย่างไรว่าตนเองเป็นมารและที่สำคัญหญิงผู้นี้เป็นเซียนหรือไม่ถึงพบเจอซึ่งหน้าเช่นนี้เขาไม่รู้จะหนีได้อย่างไรแล้วที่เขาไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายใช่เซียนหรือไม่ก็เพราะหญิงสาวคนนี้แต่งกายธรรมดานักเสื้อผ้าดูธรรมดาไร้เครื่องแต่งกายที่ดูสูงส่งอย่างพวกเซียนที่เขาเคยเจอแต่ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่สวีจ้าวหรงก็ต้องหนีเสียก่อนขณะที่หญิงผู้นั้นหันไปเอ่ยเตือนนกตัวเล็กให้เบาเสียงเขาก็จะเลื้อยกลับไปพื้นที่สวนที่รกไร้ระเบียบเพื่อซ่อนตัวแต่ไปไม่ได้เท่าไรงูตัวเล็กก็ถูกจับขึ้นมาด้วยมือเปล่าเสียก่อน
“งูจากไหนกัน?” หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยขึ้นมาพร้อมเมียงมองงูในมืออย่างพิจารณา“อยู่มาก็นานไม่เคยเจองูมาก่อน” ขณะที่นางกำลังสำรวจร่างเรียวยาวในมืองูตัวนั้นก็พันรอบมือนางแน่นก่อนจะฝังเขี้ยวคมที่ข้อมือ
“อิงหมิงๆๆ”เมื่อเจ้าของถูกทำร้ายเลือดซึมไหลลงแขนเป็นทางยาวนกเย่ยิงก็ร้องเรียกเจ้าของเสียงดังอีกครั้งอย่างเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นอะไร”มือที่ว่างอีกข้างยกขึ้นลูบนกแสนรู้อย่างปลอบโยนก่อนที่นางจะหันมาหางูดำ “ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอกเห็นเจ้ามีแผลแค่จะรักษาให้”
เซียนผู้นี้แปลกประหลาดสิ้นดีเห็นงูมีพิษก็ยังกล้าจับพอถูกกัดก็พูดปลอบโยนงูแต่เพราะพิษที่ส่งเข้าสู่ร่างหญิงสาวถ้าเป็นมนุษย์อาจจะล้มพับไปแล้วเรื่องนี้ทำเขารู้ว่านางเป็นเซียนและนางคงรู้ดีว่าถูกพิษเข้าแล้วจึงเดินกลับเข้ากระท่อมแล้วคว้ากล่องสานใบหนึ่งมาเปิดออกดึงงูที่พันแขนใส่ในกล่องสานใบนั้นแล้วปิดเอาไว้
“ไว้ข้าตื่นมาจะรักษาเจ้าให้นะงูน้อย ตอนนี้พิษของเจ้ากำลังเล่นงานข้าอยู่ขอพักฟื้นก่อน” นางเอ่ยจบก็ฟุบตัวลงนอนทันทีแม้ว่าจะไม่ตายแต่แค่พิษงูยังหมดพลังจากการขับไล่พิษขนาดนี้แสดงว่าเป็นเซียนที่ด้อยพลังมากทีเดียว
สวีจ้าวหรงที่ถูกขังในกล่องสานมองลอดผ่านรูเล็กๆเห็นร่างบางของเซียนสาวเข้าสู่นิทราไปแล้วหากเป็นงูจริงๆ เขาคงหนีไปไหนไม่ได้แต่ว่าเขาไม่ใช่งูจะหนีออกจากที่นี่ไม่ใช่เรื่องยากแต่ตอนนั้นเองเขาเหลือบไปเห็นนกอ้วนเจ้าปัญหานั้นจ้องกลับมาที่สายตาเจ้านกนี้น่ารำคาญใจสุดๆแต่ถ้าไม่รีบหนีตอนนี้ก็อาจจะไม่มีเวลาแล้วเขาใช้หางดันให้ฝากล่องเปิดออกแต่พอแง้มออกนิดเดียวเสียงแหลมๆ ก็ดังลั่น
“มาร!”
“อือ..” หญิงสาวที่หลับไปแล้วก็ลืมตาตื่นขึ้นมองกล่องสานข้างตัวสวีจ้าวหรงก็ตกใจหดหางกลับคืน
สถานการณ์เป็นเช่นนี้สามครั้งเขาจะหนีออกเจ้านกอ้วนสีเหลืองก็ร้องเซียนผู้นั้นก็ตื่นมาปิดกล่องสานสุดท้ายจึงเลิกล้มความตั้งใจไป
เวลาผ่านไปข้ามคืนจนเข้าช่วงสายของอีกวันเซียนสาวผู้นั้นก็ตื่นขึ้นในที่สุด“เหมือนพลังจะกลับมาแล้วนะ” นางเอ่ยเสียงใสสดชื่นก่อนพลิกตัวมาหากล่องสานบรรจุงูดำตัวเล็กอยู่ด้านใน“ไหนดูสิแผลเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เซียนสาวเอ่ยพร้อมกับจับตัวเจ้างูน้อยขึ้นมา
ครั้งนี้สวีจ้าวหรงสงบเสงี่ยมขึ้นเยอะเพราะถึงจะกัดไปก็ไม่มีพิษงูเหลืออีกแล้วเขาได้แต่พันตัวรอบแขนเรียวพยายามรัดให้แน่นเผื่ออีกฝ่ายเจ็บแล้วจะเผลอปล่อยแต่เจ้านกนั้นก็บินโฉบมาแล้วเริ่มจิกที่ลำตัวยาวเรียวพร้อมกับร้องลั่น “อิงหมิงๆมารๆ”
“ไม่เอาน่าอินอิน ข้าไม่เป็นไรหรอก” พอเจ้าของเตือนนกเย่ยิงก็สงบลงอีกครั้งหญิงสาวจึงหันออกมาตรวจสอบงูตัวน้อยอีกครั้ง “แผลเยอะขนาดนี้ไปโดนอะไรมานะ”นางเอ่ยพร้อมลูบไล้บาดแผลอย่างแผ่วเบาพร้อมส่งพลังปราณมารักษาแผล
การกระทำของเซียนผู้นี้ทำให้สวีจ้าวหรงยิ่งตกใจก่อนหน้าที่บอกว่าจะรักษาให้ก็ไม่คิดว่าจะรักษาให้จริงๆ มีอย่างที่ไหนใช้พลังปราณรักษาให้งูที่พึ่งกัดตัวเองไป
“ทำไมไม่สมานละ” เสียงเล็กของนางเอ่ยเบาๆอย่างสงสัยเพราะแผลบางจุดไม่ว่าจะส่งพลังไปรักษามากขนาดไหนก็แทบไม่ดีขึ้นเลยแม้เซียนสาวจะแปลกใจแต่สวีจ้าวหรงไม่เพราะแผลเหล่านั้นเกิดจากของวิเศษของแดนสวรรค์ พลังน้อยนิดของเซียนผู้นี้ไม่พอรักษา
แต่เซียนสาวผู้นี้ไม่ละพยายามนางใช้พลังที่มีทั้งหมดทุ่มเทรักษาจนพลังปราณที่พึ่งฟื้นฟูมาหมดลงอีกครั้ง“หรือว่าเจ้าถูกเซียนในสวรรค์รังแกมาแผลของเจ้าถึงได้ร้ายแรงขนาดนี้”หญิงสาวกล่าวจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ใบหน้าใสของเซียนน้อยมีเม็ดเหงื่อผุดพรายรอบกรอบหน้าหลังใช้พังอย่างหนักหน่วง“แต่ไม่เป็นไรนะ ข้าจะรักษาเจ้าให้หายให้ได้หลังหายดีถ้าไม่มีที่ไปจะอยู่ที่นี่ก็ได้ ข้าก็ช่วยหวงอวิ๋นมาเหมือนกัน”
เซียนน้อยผู้นี่ทำให้สวีจ้าวหรงแปลกใจกว่าเดิมทุ่มเทพลังขนาดนี้เพื่อช่วยงูมีพิษ ทั้งยังพูดคุยเป็นเหมือนว่าสัตว์ทุกตัวจะเข้าใจถ้าเขาไม่ใช่งูแปลงกายนางคงถูกฉกซ้ำไปแล้วดูอย่างตอนนี้มีที่ไหนพลังหมดแล้วยังลูบหัวเขาอีก ถ้าถูกพิษตอนนี้นางไม่ตายหรือไง
ผ่านไปนับสัปดาห์อาการของงูน้อยทรงๆไม่ดีขึ้นเท่าไรนักเซียนสาวที่เจ้านกอ้วนตัวสีเหลืองนั่นเรียกว่าอิงหมิงช่วยรักษาต่อเนื่องทุกครั้งที่พลังเซียนฟื้นตัวแต่ก็จบลงแบบเดิมทุกครั้ง“เห็นทีจะทิ้งไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว ข้าจะพาเจ้าไปหาท่านพี่รุ่ยเซียงแล้วกันนางอาจจะมีวิธีรักษาก็ได้”
หญิงสาวว่าจบก็ย้ายเจ้างูตัวน้อยไปที่ตะกร้าอีกใบแล้วเอาผ้าบางมาคลุมไว้“ห้ามเลื้อยออกมานะ” เสียงใสเอ่ยอย่างจริงจังพอเห็นสิ่งมีชีวิตที่เก็บมาดูแลตัวใหม่เชื่อฟังก็แย้มยิ้มออกมา“สัตว์แดนสวรรค์นี่วิเศษจริงๆ ด้วย ฟังภาษาเข้าใจทุกตัวเลย”นางเอ่ยพร้อมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหัวเจ้างูน้อยส่วนเจ้านกเย่ยิงก็ไม่ยอมถูกแย่งความรักมันรีบบินมาเกาะไหล่เจ้าของทันทีลู่อิงหมิงจึงย้ายมาลูบหัวก้อนสีเหลืองแทน
ปกตินางจะไม่ออกไปด้านนอกเลยตลอดเวลาที่สวีจ้าวหรงสังเกตกิจวัตรเซียนสาวตั้งแต่มาอยู่เขารู้ว่านางชอบที่จะอยู่อย่างสงบละมั้งแต่ครั้งนี้นางจะพาเขาออกไปข้างนอกครั้งแรก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะแอบหลบไปก็ได้“เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปหาคนผู้หนึ่ง แต่ปกติข้าไม่ชอบออกจากที่พักเท่าไรข้าเป็นเซียนที่ไม่ได้มีฐานะสูงส่งและถ้าเขาเห็นว่าข้าเลี้ยงงูเจ้าอาจจะไม่ปลอดภัยแต่ไม่ไปก็ไม่ได้ เฮ้อ..”
สวีจ้าวหรงฟังเซียนสาวถอนหายใจหลังเอ่ยจนจบก็เริ่มจะรู้ว่าบนแดนสวรรค์ฐานะของเซียนผู้นี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไรแต่ครั้งนี้ถ้าไม่ออกไปจากสวนสระท้ายสวรรค์ก็ไม่ได้ต้นเหตุมาจากร่างกายงูดำของเขามันเต็มไปด้วยบาดแผลรุนแรงเขามองสบสายของนางก็รู้ว่าถ้ามีวิธีที่นางจะรักษาเขาได้นางไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือแน่นอน
ลู่อิงหมิงเดินทางเหาะผ่านหมู่เมฆสวรรค์เส้นทางชันและเต็มไปด้วยหมอกขาว ขณะที่นางใกล้ถึงเขตที่พักนางฟ้าเซียนคนที่นางต้องการจะมาพบนางก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบกับกลุ่มเซียนผู้สูงส่งกลุ่มหนึ่งเสียก่อนพวกเขาทั้งหมดแต่งกายด้วยเสื้อคลุมมากสีสันและงดงามเครื่องประดับลวดลายวิจิตรหรูหรา แสดงได้ทันทีว่ามีสถานะอันสูงส่งในสวรรค์และทันทีที่พวกเขากำลังเหาะผ่านไปแต่พอเห็นลู่อิงหมิงก็เปลี่ยนเส้นทางมาเซียนน้อย
เป็นเซียนหนุ่มผู้หนึ่งนำหน้ามาก่อนเขามองเห็นลู่อิงหมิงที่มาพร้อมกับตะกร้าสานในมือดวงตานั้นมองนางศีรษะจรดปลายเท้าเต็มไปด้วยความดูถูกและเย้ยหยัน"เจ้าใช่เซียนที่อาศัยอยู่ท้ายสวรรค์ใช่หรือไม่? หึๆ” เอ่ยถามไม่พอยังหัวเราะเยาะนางอีก
“ใช่เจ้าค่ะ” นางเอ่ยพร้อมกับโค้งหัวทำความเคารพสวีจ้าวหรงแอบมองเหตุการณ์ผ่านผ้าบางๆก็รู้ได้แล้วว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีแน่นอน
“ที่นั่นมิใช่ที่อยู่ของเซียนที่อ่อนแอที่สุดในสวรรค์นี้ ข้าถูกต้องใช่ไหม?”
“ใช่เจ้าค่ะ” ลู่อิงหมิงเอ่ยตอบอีกครั้งอย่างนอบน้อมไม่ต้องจากเดิมแม้เซียนน้อยจะไม่มีท่าทางเดือดร้อนแต่สำหรับเขากลับอยากโผกระโจนออกไปจากตะกร้าสานของฉกที่คอคนพูดนัก
“แล้วเจ้าหาญกล้าเพียงใดถึงคิดจะมาที่นี่เจ้ามาพบรุ่ยเซียงด้วยเหตุผลอันใดกัน? "
ก่อนที่เซียนสาวจะได้ตอบคำถามนั้นเซียนหนุ่มอีกคนที่อยู่ใกล้ๆกันก็เข้ามาสมทบ น้ำเสียงของเขาเย็นชาราวกับน้ำแข็งเอ่ยกับนาง"หรือเจ้าแค่คิดว่ารุ่ยเซียงผู้งดงามอ่อนโยนนั้นจะสนใจดูแลเจ้านักหนา? เซียนต่ำต้อยเช่นเจ้าควรอยู่ให้ห่างจากนางจะได้ไม่ทำให้รุ่ยเซียงเสื่อมเสียมิใช่หรือ?"
ไม่ปล่อยให้นางได้อ้าปากเอ่ยสักคำเซียนสาวผู้หนึ่งที่เดินตามหลังมาทางด้านซ้ายนางผู้นี้เป็นหญิงสาวอีกคนผู้มีใบหน้าสวยงามตามแบบฉบับอย่างนางฟ้าเซียนไม่มีบกพร่องแต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาแล้วนางก็คว้าเอาผ้าบางที่คลุมงูบาดเจ็บให้เปิดออก พอสิ่งที่อยู่ด้านในปรากฏออกทั้งสามก็ผงะไป
นางแสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม"เจ้าช่างน่าสมเพชเสียจริงกล้ามาหาท่านพี่รุ่ยเซียงแล้วยังกล้าพาสัตว์เดรัจฉานมีพิษมาด้วยเจ้ารีบกลับไปที่ต้อยต่ำของเจ้าแล้วอย่าได้มาสร้างความวุ่นวายในที่ของเซียนผู้สูงส่งเช่นนี้อีก จากนี้ก็ใช้เวลาสำนึกตัวเสียบ้าง!"คำเสียดสีนี้ไม่ใช่แค่อิงหมิงรับไป สวีจ้าวหรงก็รู้สึกว่าเขาถูกเหยียดหยามไปพร้อมๆกัน ทำไมเขาถึงต้องอ่อนแอเช่นนี้แต่งูน้อยรู้ตัวว่าต่อให้เจ็บใจขนาดไหนก็ต้องกลืนมันลงไป..ความเจ็บช้ำวันนี้ต้องมีวันได้สนองคืน
ขณะนั้นเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากเซียนคนอื่นๆพร้อมกัน"หรือบางทีเจ้าอาจคิดว่าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้มีค่ามากพอที่จะเรียกร้องความสนใจจากรุ่ยเซียงได้? เจ้าช่างน่าขันจริงๆข้าเห็นว่าเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียเลยกลับไปใช้ชีวิตอยู่ท้ายสวนของเจ้ากับอสรพิษชั้นต่ำเสีย แต่ทางที่ดีควรจำกัดมันเสียสวรรค์ที่สูงส่งมิใช่สถานที่สมควรอสรพิษใจคดเช่นนี้หรือบ้างที่นั่นอาจจะเหมาะสมกับเจ้าแล้วละมั้ง"
เซียนน้อยรับฟังคำดูถูกเหล่านั้นโดยไม่แสดงความโกรธเคืองนางโค้งคำนับพวกเขาด้วยความเคารพใบหน้ายังคงสงบนิ่งนางยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน"ข้าน้อยไม่ได้มุ่งหวังจะได้รับความเมตตาจากใครหากข้าสามารถช่วยเหลือเจ้างูดำตัวนี้ได้เองข้าก็ยินดีที่จะทำแต่หากข้าไม่คู่ควรที่จะพบท่านพี่รุ่ยเซียง ข้าน้อยก็จะกลับไปเอง"
กลุ่มเซียนเหล่านั้นหัวเราะกันเสียงดังราวกับคำพูดของเซียนสาวผู้นี้เป็นเรื่องน่าขันที่พวกเขาไม่อาจกลั้นหัวเราะได้"เช่นนั้นก็ไปซะเถอะ กลับไปยังท้ายสวรรค์ของเจ้า"เซียนหนุ่มที่เป็นผู้นำกลุ่มกล่าวปิดท้ายพร้อมกับโบกมือไล่นาง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นลู่อิงหมิงก็หันกลับพาตะกร้าที่บรรจุงูดำบาดเจ็บและนกที่ไหล่อีกหนึ่งตัวกลับไปยังสวนสระท้ายสวรรค์ของนางเอง
จนกลับมาถึงที่พักลู่อิงหมิงวางตะกร้าลงอย่างเบามือในกระท่อมเล็กของนางนางค่อยๆ ลูบหัวงูดำอย่างอ่อนโยน "เจ้าไม่ต้องกังวลข้าจะพยายามหาทางเพื่อช่วยเจ้าทางอื่น แม้ข้าจะไม่มีพลังยิ่งใหญ่แต่ข้าสัญญาว่าจะไม่ยอมแพ้" ใบหน้าของนางเวลานี้ยังยิ้มได้อีกแต่สำหรับดวงตาของงูน้อยนั้นกลับมีแต่โทสะ
ถึงดวงตาของงูจะยากแสดงความรู้สึกแต่เซียนผู้นี้กลับรู้สึกได้“ไม่เอาหน่า อย่าโกรธเคืองไปเลย ข้าโดนจนชินแล้วอยู่มานานเรื่องเคยนี้ไม่นับเป็นอะไรอีกแล้ว อยู่สวนสระก็สบายดีออกนะ”
‘เจ้าไม่นับแต่ข้านับ’ สวีจ้าวหรงฝังเรื่องนี้ลึกรอวันที่เขามีพลังมากพอเขาจะตอบแทนพวกนั้นให้เซียนน้อยเองขอเพียงข้าได้พลังกลับมาก็จะรีบฝึกวิชาและตามหาดาบวิเศษให้พบแล้วตอนนั้นข้าจะถล่มพวกมันให้ราบเลย
วันต่อมาแต่เช้าหลังอิงหมิงเสร็จสิ้นกิจวัตรก็พาสัตว์เลี้ยงทั้งตัวเก่าตัวใหม่ออกมาเดินเล่นที่สระบัวตอนนี้ดอกบัวตูมทยอยบานออกมาแล้วเกิดเป็นภาพที่งดงามไม่น้อยระหว่างที่เอนตัวแกว่งขาในธารใสอยู่ก็มีผู้มาใหม่มาเยือน
“เสี่ยวอิง” เสียงหวานใสเอ่ยเรียกเซียนสาว
“ท่านพี่รุ่ยเซียง!”คิดไม่ถึงว่าเมื่อวานไม่เจอวันนี้นางฟ้าเซียนคนงามจะมาหาถึงท้ายสวรรค์“ท่านมาได้อย่างไร?”
“อะไรกัน เดี๋ยวนี้ข้ามาเยี่ยมเยือนเจ้าไม่ได้แล้วหรือ”
“ได้เจ้าค่ะ..ได้” รอบยิ้มกว้างจนแก้มขึ้นเป็นลูกคงทำให้ผู้มาใหม่เห็นก็พลันรู้สึกเอ็นดูจึงตรงเข้าไปลูบแก้มใสของเซียนน้อย
“ที่จริงข้ามีของนำมาให้เจ้าต่างหาก หลายวันก่อนเซียนโอสถปรุงยาสำเร็จได้แจกจ่ายให้กับเทพเซียนครั้งนี้เหมือนว่าจะมีมากพอดูข้าเลยนำมาให้เจ้า”รุ่ยเซียงเอ่ยพร้อมกับยื่นขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กมาให้เซียนน้อยก้มมองขวดกระเบื้องสีขาวชั่วครู่แล้วเงยหน้ามองใบหน้างดงามอีกครั้ง
“ให้ข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ?”
“จริงสิ เทพเซียนได้รับกันทุกคนนั่นแหละ เอ้ารับไป”นางฟ้าเซียนคว้ามือของนางมาแล้วใส่ขวดกระเบื้องเคลือบไป
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“ยานี้ทานแล้วมันจะช่วยเพิ่มพลังปราณให้เจ้า ด้วยอย่าทำหายละ”ตอนนั้นเองที่ใบหน้านางเหมือนครุ่นคิดอะไรขึ้นมาทันทีหลังนางฟ้าเซียนเอ่ยจบก่อนจะเหลือบมองมาที่ร่างงูของเขา
“แล้วถ้ามีบาดแผลละล่ะเจ้าค่ะ ยานี้ช่วยได้หรือไม่?” สวีจ้าวหรงเข้าใจแล้วว่านางคิดจะทำอะไร
“เจ้ามีแผลหรือเช่นนั้นรีบทานซะมันช่วยเยียวยาได้ไม่ว่าจะผลน้อยใหญ่ไม่เหลือร่องรอย”
“ได้เจ้าค่ะ” หลังจากนั้นรุ่ยเซียงก็จากไปเพราะมีหน้าที่ต้องทำเหลือเพียงเซียนน้อยกับสัตว์เลี้ยงอีกสองตัวเช่นเดิม
เซียนสาวเดินกลับมานั่งที่เดิมข้างตะกร้าใบน้อยมีงูดำที่นอนขดอยู่อย่างเหนื่อยล้าอาการบาดเจ็บที่ทรงๆ บางครั้งก็หนักขึ้น ทำให้เขาไม่ค่อยมีแรงขยับตอนนั้นเองนางจึงเทของในกระเบื้องเคลือบออกมาเป็นเม็ดยาขนาดเท่าข้อนิ้วก้อย
สวีจ้าวหรงเห็นนางมองเม็ดยาในมือนิ่งถ้านางกินยานั้นก็จะช่วยเพิ่มพลังที่มีอยู่และมันอาจจะช่วยให้นางได้ลบคำพูดดูถูกของเซียนตนอื่นไปบ้างก็ได้หรืออาจจะไม่ต้องอาศัยอยู่ชายขอบสวรรค์ตัวเขาเองที่มาถึงที่นี่ก็เพื่ออยากได้โอสถนั้น แต่ตอนนี้เขาไม่คิดจะแย่งมันมาจากนางเลยเขาอยากได้จริงแต่อยากได้จากคนอื่นของใครก็ได้ที่ไม่ใช่อิงหมิง
แต่เหมือนนางจะตัดสินใจได้แล้วเซียนสาวยกมือลูบหัวเขาจนแม้ตัวเขาจะไม่ค่อยมีแรงแล้วแต่ก็ยังผงกหัวขึ้นสูงเพื่อให้นางลูบได้ถนัดมือขึ้นจากนั้นนางก็ส่งโอสถเม็ดนั้นมาจ่อที่ปากเขา “กินนี้เร็วเจ้างูน้อย”
เขากลอกตาขึ้นมองรอยยิ้มบางเบาของอิงหมิงใบหน้านางไม่มีความเสียใจหรือจำยอมอยู่เลย นางเต็มใจอย่างมากที่จะให้โอสถนี้กับเขา
จากนั้นอสรพิษสีดำก็งับเม็ดนั่นเข้าปาก
เวลาผ่านไปไม่นานร่างกายของงูน้อยก็ถูกเยียวยาจนไม่กี่วันก็หายดีเพราะถึงได้โอสถแล้วนางก็ยังใช้พลังปราณรักษาเพิ่มให้เช่นเดิมลำตัวเรียวยาวสีดำสนิทไม่มีจุดที่เป็นบาดแผลหลงเลือกอีกแล้ว
ช่วงหลังมานี้เขาก็ทำตัวดีไม่แอบหนีไม่กัดเจ้าของตลอดหลายสัปดาห์ที่อาศัยอยู่กับอิงหมิงนอกจากเซียนสาวจะไว้ใจเขาแล้วเจ้านกแสนรู้ก็เริ่มวางใจเช่นกันแต่ก่อนมันจะไม่ยอมหลับถ้าเจ้านายหลับ ทำตัวไม่ต่างจากผู้เฝ้ายาม
แต่ตอนนี้พอมันวางใจมากขึ้นก็ผล็อยหลับพร้อมๆกับเซียนสาว ขณะที่หนึ่งเซียนหนึ่งนกกำลังหลับดวงตาของสวีจ้าวหรงในร่างงูน้อยกลับลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงไร้แววอย่างสัตว์เลือดเย็นนั้นกำลังมองใบหน้าใสที่นอนตะแคงข้างอยู่สักครู่จากนั้นมันก็เลื้อยออกมานอกกระท่อมผ่านสะพานข้ามบึงดอกบัวที่บานเต็มที่ ผ่านสวนแมกไม้ไร้ระเบียบจนสุดขอบสวรรค์รอไม่นานเมฆสวรรค์สีทองนั้นก็ลอยมาในครรลองสายตา
สวีจ้าวหรงหันกลับไปมองสวนรกร้างอีกครั้งเซียนสาวคนนั้นเคยเอ่ยว่าหลังจากที่เขาหายดีก็ให้อยู่ด้วยกันเสียที่นี่นางยังบอกอีกว่าอยู่ที่นี่ปลอดภัยไม่มีเซียนผ่านไปมาเท่าไรนอกจากนางฟ้าเซียนที่นามว่ารุ่ยเซียงคนที่นำโอสถวิเศษที่เขากินไปมาให้วันก่อน
โอสถวิเศษนั้นช่วยเขาไว้จริงๆไม่เช่นนั้นแผลที่พวกเซียนจอมปลอมสร้างไว้คงไม่ดีขึ้นเร็วแบบนี้
เจ้าพวกนั้นช่างเหมาะกับคำว่าเซียนจอมปลอมพวกที่คิดว่าตัวเองสูงส่งแต่รูปกาย
เสียดายตอนนี้เขาไม่อาจจะโต้ตอบใดๆถึงพลังปราณในตัวเขาถูกปลุกขึ้นแล้วก็จริงแต่ยังต้องใช้เวลาฝึกฝนแต่ขอเพียงเขาฝึกฝนสำเร็จวิชา เซียนจอมปลอมข้าจะกำราบมันให้เจ้าเองอิงหมิง
“ที่นี่ไม่คู่ควรกับเจ้า ข้าจะมารับเจ้าเอง”สวีจ้าวหรงเอ่ยเสียงแผ่วเบาขณะที่เปลี่ยนร่างกลับเป็นเด็กมนุษย์ก่อนจะกระโดดไปที่เมฆสวรรค์เพื่อกลับคืนสู่โลกมนุษย์