บทที่ 52 อีกสักครั้ง
“ยะ..อย่า อย่าเข้ามา”
แม้ว่าร่างกายอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง กับความเจ็บปวดมากมายมหาศาลที่กำลังกดทับลงมาจนแทบจะครองสติไม่ไหว แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหญิงก็พยายามที่จะยันกายลุกขึ้นมา ร้องห้ามไม่ให้เด็กๆเข้ามาใกล้ เพราะนอกจากมันจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว แต่มันจะยิ่งเกิดการสูญเสียที่สูญเปล่า
แต่ก็เหมือนกับว่าร่างกายของนางนั้นไม่เป็นใจ ถึงจะพยายามร้องตะโกนสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดรอดออกมาจากปากของนางแม้แต่คำเดียว
“เร็วเข้า รีบไปปกป้องคุณหนูเร็วเข้า”
“ทุกคนช่วยกันปกป้องคุณหนู”
“คุณหนูช่วยพวกเรามามากแล้ว ถึงคราวที่พวกเราต้องช่วยขนหนูบ้างแล้ว”
“อย่าให้สิ่งที่พวกเราเรียนรู้มาในช่วงหลายวันนี้สูญเปล่า”
“ทุกคนพยายามไปปกป้องคุณหนูเร็ว!!”
“...”
“...”
“...”
แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันที่มหาศาล จนร่างกายแทบจะไม่สามารถก้าวออกไปข้างหน้าได้ แต่เด็กๆทุกคนที่เพิ่งจะฟื้นตื่นขึ้นมาก็พยายามควบคุมร่างกายของตนเอง และก้าวต่อไปข้างหน้าถึงมันจะช้ามากแค่ไหนก็ตาม โดยที่ปากของพวกเขาก็ยังคงพยายามร้องตะโกนปลุกใจเพื่อนๆ ให้คอย ปกป้องคุณหนูของพวกเขาทุกคน
เพราะสำหรับเด็กๆแล้วคุณหนูคือเซียนน้อยที่ลงมาเพื่อปกป้องพวกเขา ยิ่งได้เห็นก่อนหน้านี้ว่าคุณหนูนั้นทรงพลังมากแค่ไหน ความ เคารพ ความนับถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นหลายทบทวี...
ฮ่าฮ่าฮ่า
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความเชื่อ ความฝัน ความคิดของเด็กๆทุกคนนั้นแทบไม่มีค่าอันใดเลย เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าปีศาจนรกตนหนึ่ง ต่อให้มันยังอยู่ในช่วงที่อ่อนแอ แต่พลังต่อสู้ของมันก็เกือบที่จะเทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับ 7 ดาวเข้าไปแล้ว
ความพยายามของเด็กๆ ไม่ว่า จะมากมายสักแค่ไหน มันก็ไม่มีค่าอะไรเลย เหมือนกับเอาไข่ไก่จำนวนร้อยฟองพันฟอง เข้าไปปาใส่ก้อนหินขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร หรือต่อให้มีไข่มากมายแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำให้ก้อนหินโยกคลอนได้เลย
ในตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน...
“เด็กน้อย สมแล้วที่พวกเจ้าเป็นเพียงแค่เด็กน้อย ทั้งยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยในบ้านนอกคอกนาห่างไกลความเจริญ...”
“...”
“...”
“...”
“พวกเจ้าไม่รู้หรือ ว่าความแตกต่างระหว่างข้ากับพวกเจ้านั้นมันมากมายแค่ไหน” สิ้นคำกล่าวลมปราณไร้สภาพที่แผ่ความเย็นยะเยือกออกมา ก็กดทับสถานที่แห่งนี้ในระยะครึ่งลี้ จนเด็กๆที่เคยลุกขึ้นได้ก่อนหน้านี้ก็ล้มลงไปกองอีกครั้ง โดยที่ส่วนใหญ่แล้วก็สลบเหมือดไร้สติลงไปอีกคราหนึ่ง ส่วนคนที่ยังคงครองสติอยู่ได้ก็ต้องกระอักเลือดออกมา ตามมาด้วยความเจ็บปวดที่มากมายอย่างแสนสาหัส
“เจ้า...เจ้า!!”
เยว่หัวมองไปยังภาพที่เกิดขึ้น ด้วยความรู้สึกที่เคียดแค้นชิงชังอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงชีวิตใหม่นี้ ยิ่งมองเห็นเด็กๆ แต่ละคนต้องมาเจ็บปวดทุรนทุรายเพราะนาง ร่างกายเล็กๆ เหล่านั้นที่เคยวิ่งเล่นอย่างมีความสุข เคยกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เคยร้องถามถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้ กำลังทุกข์ทรมานอยู่ต่อหน้า หรือแม้แต่ร่างของจางต้าพังที่ไร้วิญญาณไปแล้ว...
ทั้งหมดก็เป็นเพราะนางลืมเลือนสิ่งที่สำคัญที่สุดไป...
คำเตือนของเพื่อนเก่าที่ไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง...
ถ้าตลอดเวลาที่ผ่านมา นางพยายามฝึกฝนให้มากกว่านี้ พยายามแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้ หรืออย่างน้อยที่สุดนางก็ลดความประมาทลงบ้าง มองโลกในตามความเป็นจริงที่มันเป็นอยู่ ไม่มองโลกในมุมมองที่นางอยากให้เป็น เรื่องทั้งหมดอาจจะไม่ยกลงแบบนี้ก็ได้
แต่สุดท้ายแล้วมีคำด่าคำหนึ่งของเพื่อนเก่า ที่มันยังคงตราติดตรึงใจของนางเสมอ
“มึงจำไว้นะอีสัส ครั้งนี้มึงยังรอดไปได้ แต่ถ้าหากในวันข้างหน้าเพราะมึงไม่ยอมฟังใคร แล้วมึงต้องสูญเสียสิ่งที่มึงรักที่สุดไป ถ้าวันนั้นมาถึง ไม่มียาขนานไหนสามารถแก้ความเสียใจของมึงได้ และมึงก็จะต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต ตามเคียดตามแค้นคนอื่นโดยที่มึงไม่แม้แต่จะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง... คำว่า ถ้ามันไม่มีในโลกหรอกนะมึง มึงจำคำของกูเอาไว้ให้ดี อีเหี้ย!!”
คำกล่าวที่อาจจะดูเหมือนหยาบคาย แต่มันกลับเป็นหนึ่งในคำสอนที่มีค่าที่สุด แต่นางมันกลับลืมมันในเวลาที่สำคัญที่สุดถึง 2 ครั้ง
‘อีกสักครั้ง...ข้าขอโอกาสแค่ครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายจริงๆ แล้วข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำสิ่งใด ให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจในภายหลังอีก ข้าสัญญา!!’
วูบบบ
ในตอนนั้นเองเยว่หัวก็รับรู้ได้ ถึงขุมพลังที่เคยดับไปในก่อนหน้านี้ ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรหรือทำไม แต่ความรู้สึกของนาง ก็ร่ำร้องว่าให้นางพยายามโคจรพลังให้มากที่สุดเร็วที่สุด เพื่อทำความคุ้นเคยกับมันให้ได้มากที่สุด และนั่นจะเป็นทางเดียว ที่นางสามารถแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้ได้
“...!!”
แต่ทุกอย่างก็ใช่ว่าจะเป็นไปตามที่เราต้องการเสมอไป เจ้าสัตว์นรกเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเด็กหญิงเช่นกัน มันเลิกปล่อยแรงกดดันไร้สภาพออกมากดดันเด็กๆ เพราะว่าความหวาดกลัวของเด็กๆนั้น แทบไม่มีความหมายอะไรต่อมันแล้วในตอนนี้
กลับกัน
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ ก็คือการที่พลังแห่งจันทราสีเพลิงได้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่ต่างหาก
………………………………………
มาแล้วจ้า
ตอนหลังจากนี้จะเริ่มเป็นตอนอ่านล่วงหน้าแล้วนะครับ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ถ้าหากใครชอบนิยายเรื่องนี้ หรือพอมีทุนทรัพย์ก็สามารถอุดหนุนนักเขียนตัวน้อยๆ ได้นะครับ ไรท์จะได้มีตังกินข้าวดูแลพ่อแม่ต่อไป
หรือถ้าใครเป็นสายฟรีก็อดทนรอหน่อยนะ ไรท์จะเปิดให้อ่านฟรีอาทิตย์ละสามตอน ทุกวัน อาทิตย์-พุธ-ศุกร์จ้า
ปล.ที่เด็กดีกับที่รี๊ดไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่สำหรับที่กวีกับที่ธัญวลัยถ้าหากถึงวันแล้วไรท์ลืมสามารถเม้นทวงได้เน้อ
แล้วเจอกันในตอนถัดไปน้า
ด้วยรัก
สุขนิรันดร์