-19-
่เวลาดีๆ
(โยลี)
วันต่อมา
บริษัท Tin
12.00 น.
แกร๊ก
ฉันค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปในห้อง ก็เห็นติสรณ์นั่งดูเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาเหลือบสายตาขึ้นมามองฉันแวบหนึ่งก็ก้มหน้าลงตามเดิม
“โยมากวนคุณหรือเปล่า”
“ทำไมไม่โทรมาบอกก่อน” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาดูเหมือนเขากำลังไม่พอใจ
“โยอยากมาเซอร์ไพรส์คุณค่ะ วันนี้โยว่างก็เลยไปให้คุณแม่ช่วยสอนทำเค้ก โยตั้งใจทำมาให้ตินะคะ”
ฉันเดินไปยืนข้างโต๊ะทำงานของเขา หยิบกล่องเค้กออกมาจากถุงและวางไว้บนโต๊ะ
“ลองชิมดูสิคะ เป็เค้กครีมสดมะพร้าวอ่อน โยจำได้ว่าติชอบกิน”
“ขอบคุณครับ ความจริงคุณไม่เห็นต้องลำบาก”
“โยตั้งใจทำมาให้ตินะคะ ไม่ลำบากอะไรเลย ติลองชิมหน่อยสิ”
ฉันพยายามโน้มน้าวและดูปฏิกิริยาของเขาไปด้วย เพราะคาดหวังว่าเขาจะกินขนมเค้กที่ฉันตั้งใจทำ
“ผมไม่ชอบกินของหวาน”
แต่จู่ๆ เขาก็บอกว่าไม่ชอบกินของหวาน มันเป็อะไรที่เกินคาดจริงๆ ฉันว่าเขาพยายามบ่ายเบี่ยงมากกว่า
“ติชอบกินเค้กครีมสดมะพร้าวอ่อนไม่ใช่เหรอคะ”
“ผมไม่ได้ชอบ”
“แต่…” ขณะที่ฉันกำลังจะพูดต่อ จู่ๆ ก็นึกถึงเหตุการณ์อะไรบางอย่างในอดีตขึ้นมา
ตอนนั้นฉันเข้าไปหาเขาที่ห้องทำงาน เห็นบนโต๊ะมีเค้กครีมสดมะพร้าวอ่อนวางอยู่ ก็นึกสงสัยนิดหน่อยเพราะปกติฉันไม่เคยเห็นเขากินของหวานมาก่อน เวลาชวนไปกินเค้กก็ชอบเลี่ยงที่จะไม่ไปตลอด
“ติชอบกินของหวานด้วยเหรอ”
“หื้ม”
หรือว่ามีแขกซื้อมาฝาก ติก็เลยต้องรับไว้ แต่มันดูน่ากินจัง กลิ่นก็หอมยั่วยวน
“นี่เค้กของใครเหรอคะ น่ากินจัง โยขอได้หรือเปล่า”
“ไม่ได้!”
ฉันสะดุ้งใเมื่อเขาปฏิเสธเสียงดังเหมือนกลัวว่าฉันจะทำอะไรกับเค้กของเขาอย่างนั้นแหละ
“ทำไมต้องหวงด้วย นี่เพื่อนนะ”
“ผมชอบกินน่ะ”
อะไรกัน เขานะเหรอชอบกิน…ฉันเอียงคอมองเค้กตรงหน้าด้วยความอยากกิน ฉันว่ามันต้องอร่อยแน่
“ใครให้มาเหรอคะหรือว่าเลขามินไปซื้อให้ โยฝากซื้อหน่อยสิ”
“เปล่า…ของอาเจียวน่ะ”
อาเจียว? อาเจียวไหน…หรือว่า…
“อาเจียว…หลานของจีเหรอคะ”
“อืม”
“อาเจียวซื้อมาให้เหรอคะ”
“เธอทำเองน่ะ”
“อ่อ”
ใช่ ตอนที่ฉันกำลังจะเข้ามาในห้องของติสรณ์ จำได้ว่าเดินสวนกับสาวน้อยคนหนึ่ง ตอนนั้นฉันไม่ได้สนใจว่าเป็ใครแต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว…
ติสรณ์ไม่ได้ชอบกินของหวาน แต่ชอบคนที่ทำมาให้ต่างหาก ทำไมฉันถึงนึกไม่ออกนะ…
“แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ” เขาเอ่ยขึ้น
จะให้ฉันรู้สึกยังไง เมื่อผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็คนของฉันกำลังมีใจให้คนอื่น ขนาดของที่ตั้งใจทำมาให้เขาเพื่อหวังเอาใจ ให้เขารู้สึกว่าอย่างน้อยฉันก็ทำอะไรได้ แต่เขาก็ยังเมินไม่สนใจ…
“ไม่เป็ไรค่ะ ในเมื่อติไม่ชอบทานของหวาน งั้นโยเอากลับไปให้หลานโยทานก็แล้วกัน”
“ขอโทษด้วยนะ”
ถ้าหากว่าเขายังเป็แบบนี้อีก ฉันคงต้องทำอะไรบางอย่าง
“ติคะ เื่งานหมั้น…”
“ผมขอจัดการธุระให้เสร็จก่อนได้ไหม”
“โยต้องรอไปถึงเมื่อไหร่คะหรือต้องรอให้โยคลอดก่อน”
“ผมแค่อยากจัดการงานที่บริษัทให้มันเสร็จก่อน โปรเจ็กต์ใหญ่ก็ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย คุณเข้าใจผมหน่อยได้ไหม”
“โยเข้าใจตินะคะ แต่ติก็ต้องเข้าใจโยเหมือนกัน ว่าโยท้องก่อนแต่ง ความจริงเราควรจะแต่งงานกันเลยด้วยซ้ำทำไมต้องหมั้นด้วย”
“เราไม่เคยคบกัน การหมั้นสำหรับผมคือการเรียนรู้กันและกัน”
“แต่เราเป็เพื่อนกันมานานแล้วนะ ติก็รู้จักโยไม่ใช่เหรอ”
“มันก็ใช่ แต่ผมไม่เคยคิดกับคุณไปมากกว่าเพื่อน การที่วันหนึ่งผมต้องมารับหน้าที่เป็แฟนของคุณเพราะเด็กในท้อง มันทำให้ผมสับสน”
ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ไม่ให้คุกรุ่นไปมากกว่านี้ ก่อนจะพูดเสียงอ่อน
“ติคงไม่คิดจะทิ้งโยใช่ไหม…”
“ผมไม่ได้พูดแบบนั้น ผมแค่้าเวลา”
“แล้วโยต้องรอจนถึงเมื่อไหร่คะ”
“โย…”
ฉัน้าให้คนทั้งโลกรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็คนของฉัน โดยเฉพาะยัยอาเจียวนั่น…ผู้หญิงคนนั้นควรรู้ว่าใครเป็ใคร
“เื่ท้อง โยยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่เพราะกลัวพวกท่านจะว่าคุณ แต่ถ้าโยท้องใหญ่มากกว่านี้…”
“ผมรู้แล้ว”
เขาเอ่ยตัดบทไม่ให้ฉันพูดต่อก่อนจะเลื่อนกล่องเค้กไปไว้อีกทางโดยไม่สนใจ เหอะ เขาก็ยังคงเป็เขาไม่เปลี่ยน
ใช่ เขายังคงเป็เขาไม่เปลี่ยนและเขาจะต้องอยู่ข้างฉันตลอดไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เพราะฉะนั้น
“ถ้าทำให้ติไม่พอใจ โยขอ…” ฉันเก็บกล่องใส่ถุง จากนั้นก็เดินไปที่ประตูหน้าห้องแต่เพราะร่างกายเกิดอ่อนแอขึ้นมาซะก่อนก็เลยเซจนเกือบล้ม
“โย!!”
เขารีบวิ่งเข้ามาพยุงฉันไว้ก่อนจะพาไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ก็ยังดีที่เขารู้จักตื่นกลัวว่าฉันจะเป็อะไรไป
“เป็ยังไงบ้าง”
“ไม่เป็ไรค่ะ โยแค่เวียนหัวนิดหน่อย ติช่วยหยิบยาให้โยหน่อยสิคะ”
เขาพยักหน้าและเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าของฉันค้นหาอะไรบางอย่างจากข้างใน
“ใช่อันนี้หรือเปล่า” เขาหยิบซองยาออกมาและยื่นให้ฉันดู
“ใช่ค่ะ”
“เดี๋ยวผมไปหยิบน้ำให้”
เขาลุกไปหยิบน้ำบนโต๊ะและเดินกลับมาหาฉันที่โซฟา “ขอบคุณนะคะ” ฉันยื่นมือไปรับยและน้ำมากินก่อนจะส่งคืนเขา
“นั่นคือยาอะไร”
“ยาแก้เครียดค่ะ โยไปหาหมอมาเพราะวันก่อนรู้สึกไม่ค่อยดี เพื่อนโยที่เป็หมอก็เลยให้ยาตัวนี้มาบอกว่าปลอดภัยกับตัวโยและเด็กในท้อง”
“คุณน่าจะบอกผม”
“โยไม่อยากรบกวนตินี่นา ติมีงานต้องทำเยอะแยะ เื่แค่นี้โยทำได้ค่ะ”
“แล้วคุณไปกับใคร”
“โยไปคนเดียว…ติคะ โยไม่เป็อะไรจริงๆ”
“ได้ยังไง ตอนนี้คุณก็ท้องอยู่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”
ฉันมองเห็นแววตาอบอุ่นอ่อนโยนของเขาก็ยิ่งทำให้รู้สึกดีใจ อย่างน้อยเขาก็ยังมีความรู้สึกให้เธอบ้าง
“ติคะ…” ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้เขาก่อนจะโอบกอดเอวช้าๆ ใบหน้าซบที่หน้าอกแกร่ง “โยรักตินะคะ รักติมาตลอดและโยก็ดีใจที่ติไม่ทิ้งโยไปในวันนั้น”
“…”
“โยเชื่อติได้หรือเปล่าว่าติจะไม่ทิ้งโยไปไหน…โยเข้าใจค่ะ โยให้เวลาติได้แต่ติสัญญาได้ไหมคะว่าจะไม่ทิ้งโย…คำพูดในตอนนั้น ที่ติบอกว่าจะดูแลโยกับลูกให้ดีที่สุดหวังว่าติจะไม่ลืมนะคะ”
คืนนั้นคือคืนที่ฉันต้องใช้ทุกอย่างที่มีรั้งเขาไว้และสุดท้ายเขาก็อยู่ตรงนี้ ฉันต้องไม่ทำให้มันพังเพราะโอกาสคงไม่มีอีกแล้ว
“ผมเข้าใจแล้ว”
“ขอบคุณนะคะติ”
________________
เื่นี้ไรท์เขียนเสร็จแล้วนะคะ ทำเป็ Ebook เสร็จแล้ว มีทั้งหมด 581 หน้า 396,599 อักขระ ราคา 229 บาทนะคะ
มีตอนพิเศษที่จะลงเฉพาะใน Ebook เท่านั้น สำหรับคนที่อยากอุดหนุน ไรท์จะลงขายในวันที่ 1 สิงหาคมค่ะ