หลังจากแยกย้ายกลับเรือนของตนไป จ้าวฟางหรูก็ได้แต่จมดิ่งอยู่ในความทุกข์ระทม ทว่านางก็ไม่ยอมแพ้พยายามมองหาทางออกให้ตัวเองอย่างเงียบๆ จู่ๆ นางก็นึกไปถึงใบหน้าหล่อเหลาของบัณฑิตหนุ่มที่เพิ่งได้พบเจอกัน หากเป็เขาผู้นั้นยังจะดีเสียกว่า ชีวิตนี้นางไม่มีวันยอมที่จะออกเรือนไปกับตระกูลแม่ทัพหรือขุนนางฝ่ายบู๊เป็อันขาด
“คุณหนู…บ่าวเตรียมน้ำเสร็จแล้วเ้าค่ะ คุณหนูรีบไปอาบน้ำแล้วก็พักผ่อนก่อนเถิดนะเ้าคะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เปี๋ยเอ๋อบอกจ้าวฟางหรูออกมา พลางมองคุณหนูใหญ่ของนางด้วยแววตาเห็นใจ ทว่าเื่เช่นนี้หาใช่เื่ที่ตนจะสอดมือเข้าไปยุ่งได้
“ขอบใจนะเปี๋ยเอ๋อ”
จ้าวฟางหรูบอกสาวรับใช้คนสนิทของตน จากนั้นจึงเดินเข้าไปภายในห้องอาบน้ำด้วยสติที่เลื่อนลอย เปี๋ยเอ๋อถอนหายใจออกมาก่อนที่นางจะหันไปเตรียมที่นอนให้คุณหนูของนาง
ภายในอ่างน้ำที่เคยมีกลีบดอกไม้ลอยอยู่ ยามนี้มีสตรีเรือนร่างงดงามก้าวเท้าลงไป นางนอนแช่น้ำอย่างใคร่ครวญ พยายามหาทางออกให้แก่ตนเอง นางได้แต่คิดเสียใจในภายหลังว่า เหตุใดก่อนหน้านี้นางไม่คิดจะออกเรือนไปเสีย เหตุใดต้องรอให้ถึงวันที่นางถูกบีบบังคับให้ออกเรือนไปกับบุรุษที่นางไม่เคย้า ครั้นนึกไปถึงใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกใจนางยิ่งนัก ของบัณฑิตหนุ่มที่เพิ่งได้พบเจอในวันนี้ จ้าวฟางหรูก็พลันคิดแผนการดีๆ ขึ้นมาได้
“เปี๋ยเอ๋อ….เ้าอยู่ข้างนอกหรือไม่” นางร้องเรียกสาวรับใช้คนสนิท ที่ยามนี้รอคอยปรนนิบัตินางอยู่ด้านนอก
“เ้าค่ะ…คุณหนูใหญ่้าสิ่งใดหรือเ้าคะ” เปี๋ยเอ๋อเดินเข้ามาภายในห้องอาบน้ำ แล้วจึงเอ่ยถามความ้าของจ้าวฟางหรู
“เ้าช่วยส่งคนไปสืบประวัติของคุณชายใหญ่ตระกูลเเถียนผู้นั้นมาให้ข้าที ไม่ว่าจะเป็เื่ราวในตระกูล ความสัมพันธ์ของคนในตระกูล หรือแม้แต่สถานที่ที่เขาชอบไป”
เปี๋ยเอ๋องุนงงว่าเพราะเหตุใด คุณหนูใหญ่ของนางถึงได้นึกสนใจทั่นฮวาหนุ่มผู้นั้นขึ้นมา หรือเป็เพราะเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ นางรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกยิ่งนัก หากคุณหนูใหญ่คิดกระทำเื่ไม่งามขึ้นมานางจะทำเช่นไร นางควรจะรายงานเื่นี้ให้แก่นายท่านใหญ่ กับนายหญิงใหญ่ทราบก่อนดีหรือไม่ ทว่าในขณะที่เปี๋ยเอ๋อกำลังแสดงสีหน้าสับสนอยู่ จ้าวฟางหรูก็กล่าวขึ้นมา
“แล้วก็ห้ามนำเื่นี้ไปบอกผู้ใดเป็อันขาด มิเช่นนั้นข้าจะให้ท่านแม่ขายเ้าออกไปเสีย”
คำขู่ของจ้าวฟางหรูย่อมได้ผลกับเปี๋ยเอ๋อ จะมีทาสในเรือนใดบ้าง ที่อยากถูกขายออกไป ยิ่งกับเปี๋ยเอ๋อที่ใช้ชีวิตอยู่ในจวนคหบดีแห่งนี้อย่างสุขสบายมาั้แ่เด็ก ย่อมตัดใจที่จะออกจากจวนไปอย่างยากลำบาก
“จะ…เ้าค่ะคุณหนู คุณหนูก็รีบขึ้นจากน้ำเถิดเ้าค่ะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว ประเดี๋ยวจะเจ็บป่วยเอาได้”
“อืม…”
จ้าวฟางหรูส่งเสียงดังออกมาในลำคอ นางแช่น้ำอยู่ต่ออีกหนึ่งเค่อ จากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วออกจากอ่างมาเช็ดเนื้อเช็ดตัว นางสวมใส่ชุดจงอีสีขาวสะอาดตา ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปภายในห้องนอน
เช้าวันต่อมา หลังจากปรนนิบัติดูแลคุณหนูใหญ่เรียบร้อยแล้ว เปี๋ยเอ๋อจึงขออนุญาตออกจากจวน เพื่อไปทำตามคำสั่งของคุณหนูใหญ่ทันที จ้าวฟางหรูเชื่อใจสาวรับใช้คนสนิทของนาง นางเชื่อว่าจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า เปี๋ยเอ๋อกำลังทำสิ่งใดให้นางอยู่ แต่ทว่าจ้าวฟางหรูนั้นคิดผิด เพราะเื่ที่นางกำลังกระทำ ล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของจ้าวฟางเซียนทั้งสิ้น ทุกเหตุการณ์ยังคงดำเนินไปเช่นเดิม
“ให้คนแอบตามเปี๋ยเอ๋อไปดีหรือไม่เ้าคะคุณหนูรอง”
จ้าวฟางเซียนส่ายหน้าไปมา ก่อนที่นางจะเดินกลับไปยังเรือนนอนของตน มื้อเช้าผ่านไปแล้ว บิดาออกไปเยี่ยมร้านค้าสกุลจ้าวั้แ่เช้า ส่วนพี่ชายก็ออกไปทำงานแล้วเช่นกัน วันนี้จ้าวฟางเซียนไม่ต้องออกไปตรวจสอบบัญชีที่ร้านค้าของตระกูล ทำให้นางได้ใช้เวลาว่างอยู่ในจวน
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เปี๋ยเอ๋อก็กลับเข้าจวนมาอย่างเงียบๆ นางรีบเข้าไปรายงานเื่ที่ออกไปสืบมา ให้คุณหนูใหญ่ได้ทราบในทันที คุณชายใหญ่สกุลเถียนผู้นั้น นับได้ว่าเป็บัณฑิตหนุ่มอนาคตไกล แม้ตระกูลเพิ่งจะเป็ขุนนางใหม่ แต่ทว่าลูกหลานกลับมีความสามารถ สอบผ่านเค่อจวี่รับตำแหน่งขุนนางกันหลายคน แต่ผู้ที่ทำผลงานได้โดดเด่นกว่าผู้ใด ก็คือคุณชายใหญ่สกุลเถียน ทายาทสายตรงของตระกูลเถียน
ตระกูลเถียนมีทายาทสายตรงเพียงสองคน นั่นก็คือคุณชายใหญ่เถียนซ่ง วัยยี่สิบปี ั้แ่เล็กจนโตตั้งใจศึกษาตำรา ร่ำเรียนวิชาเพื่อสอบขุนนาง จนได้เป็ทั่นฮวาในวัยยี่สิบปี ยังไม่มีภรรยาหรือสตรีข้างกาย และคนรองเป็บุตรี มีนามว่าเถียนซีหราน อายุห่างจากพี่ชายสองปี ยามนี้ออกเรือนไปกับบัณฑิตตระกูลสือ ผู้เป็สหายของพี่ชาย ภายในจวนตระกูลเถียนยามนี้ จึงเหลือเพียงเหล่าฮูหยิน นายท่านเถียน เถียนฮูหยิน และคุณชายใหญ่เถียนซ่งเท่านั้น
“นับได้ว่าเป็ตระกูลที่ดีตระกูลหนึ่งในเมืองหนานจางเลยล่ะเ้าค่ะคุณหนูใหญ่ เถียนฮูหยินผู้นั้น บ่าวได้ยินมาว่านางเป็สตรีที่มีจิตใจดีมีเมตตาอยู่ไม่น้อย ใส่ใจบุตรชายและบุตรี นายท่านเถียนก็เป็บุรุษที่รักเดียวใจเดียว ทำให้เรือนหลังของตระกูลเถียนนั้นสงบสุขเรื่อยมา บ่าวคิดว่า คุณชายใหญ่เถียนซ่งเอง ก็คงจะเป็บุรุษที่รักเดียวใจเดียวเหมือนกับนายท่านเถียนเช่นกันเ้าค่ะ”
เปี๋ยเอ๋อแสดงความเห็นออกมาด้วยใบหน้าที่วางใจ หากคุณหนูใหญ่เลือกคุณชายใหญ่สกุลเถียนผู้นี้ นางย่อมเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ทว่านางก็อดที่จะเห็นใจนายท่านใหญ่กับนายหญิงใหญ่ไม่ได้ เพราะถ้าหากคุณหนูใหญ่เลือกที่จะออกเรือนไปกับทั่นฮวาหนุ่ม ปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง ย่อมมากมายเป็แน่
“เขานี่แหละ…คือทางออกเดียวของข้า เปี๋ยเอ๋อ…เ้าเองก็คงไม่อยากย้ายไปจากเมืองหนานจางแห่งนี้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่..เ้าต้องคอยช่วยเหลือข้า อย่าให้ผู้ใดรู้เป็อันขาด ว่าข้ากำลังคิดทำการสิ่งใดอยู่” ั์ตาของจ้าวฟางหรูเป็ประกาย นางพึมพำออกมาอย่างมีความหวัง ก่อนที่จะหันไปกล่าวกับสาวรับใช้คนสนิท
“คุณหนูใหญ่คือเ้านายของบ่าว ไม่ว่าคุณหนูจะไปที่ใด บ่าวย่อมติดตามไปด้วยทุกที่เ้าค่ะ คุณหนูโปรดวางใจ… บ่าวจะไม่ปริปากเอ่ยถึงเื่นี้เป็อันขาด”
เปี๋ยเอ๋อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จ้าวฟางหรูยิ้มออกมาอย่างพอใจ จากนั้นนางจึงเดินไปนั่งที่ตั่งตัวยาว แล้วลงมือเย็บปักถุงหอม เพื่อเตรียมนำไปมอบให้แก่ใครบางคน ยามนี้ใบหน้าของนางยังไม่เหมาะนักที่จะออกไปนอกจวน เพราะรอบดวงตาของนางยังคงบวมเป่ง จากการร้องไห้ตลอดทั้งคืน
เปี๋ยเอ๋อลอบมองคุณหนูใหญ่ที่ยิ้มออกมาได้อย่างสบายใจเสียที นางก็พลอยรู้สึกโล่งใจไปด้วย นางเองก็ได้แต่หวังว่าทั่นฮวาหนุ่มผู้นั้นจะสนใจในตัวของคุณหนูใหญ่เช่นกัน เื่จะได้ไม่ยุ่งยากอย่างที่นางกำลังกังวล เพราะเท่าที่นางได้ยินมา คุณชายใหญ่เถียนซ่งผู้นั้น แม้จะมีรูปโฉมและสติปัญญาโดดเด่น แต่ทว่าที่ผ่านมาเขากลับไม่ชายตาแลสตรีใดเลย
หลายวันต่อมา จ้าวหวังเหล่ยจึงได้เรียกบุตรีไปถามอีกหน ว่าจะให้ตอบรับการขอหมั้นหมายของตระกูลเซี่ยได้หรือยัง เพราะจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เวลาก็ล่วงเลยมาหลายวันแล้ว แม้ทางตระกูลเซี่ยจะไม่ได้เร่งรัดมา ทว่าบิดาของเขาก็ได้สอบถามเขามาหลายครั้งหลายครา เขาเองก็รู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย ที่ต้องบีบบังคับให้บุตรสาวยอมรับการหมั้นหมาย
“ท่านพ่อ…ขอเวลาข้าคิดทบทวนอีกสักนิดเถิดเ้าค่ะ การออกเรือนเป็เื่สำคัญ หากคุณชายสกุลซ่งผู้นั้น ไม่ยินดีที่จะรับลูกเป็ภรรยา ลูกไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทน ใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปเช่นนั้นหรือเ้าคะ คนเราหากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ก็ต้องเริ่มต้นจากการคบหาดูใจกันเสียก่อน ดูอย่างท่านพ่อกับท่านแม่ ยังมีโอกาสได้ทำความรู้จักและคบหาดูใจกันก่อนแต่งงานเลย ลูกเพียงแค่อยากขอโอกาสเช่นนั้นบ้าง จะไม่ได้เชียวหรือเ้าคะ”
จ้าวฟางหรูหยิบยกข้ออ้างมาบอกกับบิดา จ้าวหวังเหล่ยฉุกคิด หากให้เด็กทั้งสองพบหน้าทำความรู้จักกันก่อนย่อมเป็ผลดีกว่า ไม่แน่ว่าหากบุตรสาวของเขาได้พบหน้าคุณชายใหญ่เซี่ยเฟยหลงผู้นั้นแล้ว อาจจะเปลี่ยนใจยอมหมั้นหมายก็เป็ได้
“ได้…พ่อจะไปคุยกับท่านปู่ ให้คุณชายใหญ่เซี่ยแวะมาเยือนที่เมืองหนานจางเสียหน่อย เพื่อให้เขาและเ้าได้ทำความรู้จักกัน”
จ้าวฟางหรูยิ้มกว้างออกมา อย่างน้อยนางก็สามารถใช้ข้ออ้างนี้ ถ่วงเวลาในการสานสัมพันธ์กับคุณชายใหญ่สกุลเถียน เื่อะไรที่นางจะยอมละทิ้งความตั้งใจ ออกเรือนไปกับบุรุษที่มาจากตระกูลแม่ทัพกันเล่า
ครั้นปรึกษากันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว จ้าวหวังเหล่ยจึงไปพบผู้เป็บิดา เพื่อบอกกล่าวถึงเื่ที่ตนเพิ่งได้คุยกับบุตรสาวไป นายท่านผู้เฒ่าค่อยวางใจ ที่อย่างน้อยวันนี้หลานสาว ก็ไม่ต่อต้านเื่การหมั้นหมายกับตระกูลเซี่ยอีกแล้ว ทั้งยังร้องขอพบหน้าว่าที่คู่หมั้นก่อนอีกด้วย เป็เช่นนี้เขาจะขัดข้องไปเพื่อเหตุใด นายท่านผู้เฒ่าจ้าวหยวนจง จึงรีบเขียนจดหมายเพื่อส่งข่าวให้แก่นายท่านผู้เฒ่าตระกูลเซี่ยทันที อีกไม่นานสิ่งที่ตนรู้สึกติดค้างตระกูลเซี่ย ก็จะได้รับการตอบแทนแล้ว หากเขาต้องจากไป เขาก็ไม่ต้องรู้สึกว่าตนเองติดค้างต่อผู้ใดอีก
ในยามเซิน จ้าวฟางหรูนั่งรถม้าออกจากจวนไปเที่ยวชมตลาด วันนี้เปี๋ยเอ๋อได้ยินมาจากสาวรับใช้จวนตระกูลเถียนว่า คุณชายใหญ่เถียนซ่ง จะออกไปพบปะสหายที่โรงน้ำชาอู๋เหลียง นางจึงตั้งใจจะไปดื่มน้ำชาที่โรงน้ำชาอู๋เหลียงเช่นกัน เพื่อให้ตนได้อยู่ในสายตาของทั่นฮวาหนุ่ม นางมีเวลาไม่มากแล้ว ถึงอย่างไรนางก็ต้องผูกไมตรีกับคุณชายใหญ่เถียนซ่งผู้นั้น ก่อนที่คุณชายใหญ่สกุลเซี่ยจะเดินทางมาถึงเมืองหนานจาง
“เป็ถึงทั่นฮวา แต่ข้างกายกลับขาดสตรีที่รู้ใจ ไม่คิดว่าชีวิตเ้าก็มีเื่ให้น่าสงสารเช่นกันฮ่าๆๆ” สหายที่มานั่งดื่มน้ำชาอยู่กับทั่นฮวาหนุ่มหยอกเย้าเขาออกมา
“ข้ายังไม่พบเจอกับสตรีที่ถูกใจ อีกทั้งหนทางการรับใช้บ้านเมืองก็เพิ่งเริ่มต้น จะรีบร้อนไปเพื่อเหตุใดกัน” เถียนซ่งตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า หาได้มีความสนุกสนานอยู่ในน้ำเสียงไม่ ทำให้สหายที่กล่าวเย้าเขาเช่นนั้น ถึงกับแสดงสีหน้าจืดเจื่อน
“นั่นน่ะสิ ฮ่าๆๆ ถูกของเ้า”
หนึ่งในกลุ่มกล่าวออกมาพลางหัวเราะกลบเกลื่อน เพราะตัวเขามีภรรยาแล้ว อีกทั้งมีอนุภรรยาและบ่าวอุ่นเตียงอยู่ในจวนอีกหลายคน จึงไม่กล้าโต้แย้งกับสหายที่มีความมุ่งมั่น ในการรับใช้บ้านเมืองเช่นเถียนซ่ง
“เอ๊ะ!!! นั่นใช่คุณหนูใหญ่สกุลจ้าวใช่หรือไม่” จู่ๆ สหายผู้หนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นมา ทำให้บรรยากาศที่กระอักกระอ่วนก่อนหน้าค่อยผ่อนคลายลง
เถียนซ่งมองไปยังด้านหน้าโรงน้ำชา สตรีรูปร่างอรชร ที่มีรูปโฉมงดงามปานเทพธิดา กำลังเยื้องย่างเข้ามา คราก่อนเขามองเห็นนางแต่ไกลๆ ยังจดจำฝังใจไปหลายวัน วันนี้ได้เห็นนางอย่างชัดเจน ก็อดที่จะชื่นชมในความงดงามของนางไม่ได้ คุณหนูใหญ่สกุลจ้าว ตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนานจางเช่นนั้นหรือ นางจะมีคู่หมายแล้วหรือยัง
“เถียนซ่ง เถียนซ่ง!!” สหายสนิทร้องเรียกทั่นฮวาหนุ่มอยู่หลายครั้ง กว่าที่ชายหนุ่มจะหันกลับมา
“หือ… จ้านเจา เ้าเรียกข้าทำไมนักหนา ครั้งเดียวข้าก็ได้ยินแล้ว”
เขาแกล้งบ่นสหายสนิท เพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตน มุมปากของจ้าวฟางหรูยกขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ทว่ากลับทำให้บรรดาชายหนุ่มในโรงน้ำชาถึงกับพากันใจเต้นแรง แม้แต่เถียนซ่งที่ไม่เคยชายตาแลสตรีใด ก็ยังมองตามนางไปแทบไม่ละสายตา หญิงสาวนั่งลงยังโต๊ะด้านใน
“โอ้…คุณชายเถียน บุรุษที่สนใจแต่ตำราเช่นท่านก็มีวันนี้เช่นกันหรอกหรือ ฮ่าๆๆ” จ้านเจาหยอกเย้าสหายสนิทออกมา
“อย่าพูดมาก” กล่าวจบก็ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ
หลังจากวันนั้นมา จ้าวฟางหรูก็พยายามพาตนเอง ให้เข้าไปอยู่ในสายตาของเถียนซ่งบ่อยๆ จากที่เพียงแค่มีความรู้สึกว่าสตรีผู้นี้น่าสนใจ กลับกลายเป็ว่าเขาอยากทำความรู้จักคุณหนูใหญ่สกุลจ้าวมากขึ้น ครั้นได้พบหน้านางอีกครา เขาจึงยอมเสียมารยาทเข้าไปทักทายนางก่อน จ้าวฟางหรูยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างยินดี
“ไม่ทราบว่า…ที่นั่งโต๊ะนี้พอจะมีที่ว่าง ให้ข้าได้นั่งอีกสักคนหรือไม่” เสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังจ้องมองการแสดงบนเวทีตรงหน้า หญิงสาวจึงเบนสายตากลับมามอง
“ท่านคือ...” จ้าวฟางหรูแสร้งถามเขาออกมา ทว่าในใจนางนั้นรู้สึกตื่นเต้นยินดี เพราะสิ่งที่นางทำมาหลายวันล้วนแต่ไม่สูญเปล่า
“ขออภัยแม่นางที่ข้าเสียมารยาท ข้ามีนามว่าเถียนซ่ง หากเ้าไม่ว่าอะไร ข้าขอนั่งร่วมโต๊ะสักคนได้หรือไม่” เถียนซ่งยกมือขึ้นมาประสานกันก่อนที่จะกล่าวออกมา ภายในใจนั้นรู้สึกประหม่ายิ่งนัก
“เชิญนั่งลงเถิดเ้าคะ”
ครั้นได้รับอนุญาต ทั่นฮวาหนุ่มจึงนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวทันที จ้าวฟางหรูลอบมองใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของชายหนุ่ม ผิวพรรณของเขาสะอาดสะอ้านน่ามอง สมแล้วที่เป็บัณฑิต นางรู้สึกพอใจในรูปโฉมของชายหนุ่มยิ่งนัก
“ข้าเคยเห็นแม่นางมาดื่มชาอยู่บ่อยๆ ชาของโรงน้ำชาอู๋เหลียง คงจะมีรสชาติที่ถูกปากแม่นางมากใช่หรือไม่”
จะใบชาจากที่ใดมีหรือที่ในตระกูลจ้าวจะไม่มี แต่ที่นางไปดื่มชาที่โรงน้ำชาบ่อยๆ เป็เพราะนางอยากพบหน้าเขามากกว่า จ้าวฟางหรูแย้มยิ้มออกมาก่อนที่จะกล่าว
“เ้าค่ะ… คุณชายเถียนเอง ก็ดูจะชื่นชอบดื่มชาที่โรงน้ำชาอู๋เหลียงเช่นกันสินะเจัาคะ”
“สหายของข้าชอบดื่มชาหลัวปี้ชุน และนั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับบทกวีที่นี่เป็ประจำ ทำให้ข้ามาเยือนที่นี่บ่อยๆ” จ้าวฟางหรูพยักหน้าพลางยิ้มออกมา ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจการแสดงบนเวทีอย่าง้าสงวนท่าที
เถียนซ่งที่ไม่เคยผูกไมตรีกับสตรีใดมาก่อน ก็ไม่รู้ว่าจะชวนหญิงสาวพูดคุยสิ่งใดต่อ เขาจึงหันไปสนใจการแสดงอุปรากรบนเวทีเช่นกัน จนเวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งชั่วยาม อุปรากรชื่อดังของเมืองหลวงก็แสดงจบลง จ้าวฟางหรูจึงขอตัวลา วันนี้ได้พบหน้าพูดคุยกันก็ถือว่าแผนการของนางคืบหน้ามากแล้ว หากนางแสดงออกว่านางสนใจในตัวเขามากเกินไปย่อมไม่เป็เื่ที่ดีกับนาง
เถียนซ่งมองตามหญิงสาว ที่เพิ่งเดินออกจากโรงน้ำชาไป พร้อมกับสาวรับใช้ของนาง ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว หากมีโอกาสครั้งหน้าเขาก็อยากจะพูดคุยกับนางให้มากกว่านี้ ทั่นฮวาหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะออกจากโรงน้ำชาอู๋เหลียงไปเช่นกัน