ตกลงให้อยู่ต่อ
เด็กสาวที่ได้ยินเหมือนเป็นข่าวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปู่กับย่านางเสียไปนางร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนจิ้นสิงกับชิงเถาอย่างสุดใจให้เมตตานางและครอบครัวได้อาศัยอยู่ในบ้านต่ออีกสักหน่อยหรือก็ต่อรองให้เช่าอยู่ต่อหรือว่าให้จ่ายเงินให้กับจิ้นสิงเป็นเดือนเพื่อไถ่บ้านคืนแนวทางอะไรก็แล้วแต่ที่นางพอจะยื้อบ้านไว้ได้นางก็พูดพรั่งพรูออกมาทุกวิธีทางมันต้องมีสักทางล่ะที่พวกเขาพอจะรับฟังนางบ้างเพราะดูแล้วพวกจิ้นสิงก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร
“เอ่อพวกเจ้าทั้งสองลุกขึ้นมานั่งดีๆ เถอะ” จิ้นสิงเอ่ยออกมาอย่างสงสาร
“ใช่เจ้าค่ะท่านน้าลุกขึ้นเถอะเจ้าคะ เจ้าด้วยนะ”ชิงเถาที่มองดูทั้งสองแล้วก็อดไม่ได้รีบเดินเข้าไปประคองหญิงผู้เป็นมารดาของเด็กสาวลุกขึ้นยืน
“ไม่ข้าจะนั่งขอร้องอยู่ตรงนี้ล่ะเจ้าค่ะ”เด็กสาวนางเอ่ยตอบชิงเถาออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังเสียใจแต่ก็แฝงไปด้วยความหวังที่ว่าจะได้รับจากบุคคลทั้งสองตรงหน้าบ้าง
“ลุกขึ้นมาพูดคุยกันดีๆเถอะ” จิ้นสิงเอ่ยออกมาเสียงไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่จนเด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อยรีบลุกขึ้นนั่งดีๆ ก่อนที่คนผู้นี้จะไม่ชอบนางไปมากกว่าเดิม
“นายท่านดังที่บุตรสาวข้าพูด ถ้าหากพวกเราต้องออกไปจากที่นี่ตอนนี้พวกเราก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนแล้วเจ้าค่ะ นายท่านโปรดเมตตาเราด้วย”นางเอ่ยออกมาเสียงอาวรณ์ขอเมตตาจากจิ้นสิงอย่างถึงที่สุด
“นะเจ้าคะท่านลุง จะให้ข้าไปเป็นบ่าวเป็นทาสที่ไหนข้าก็ยอม แต่อย่าให้ครอบครัวข้าต้องออกไปจากที่นี่เลยนะเข้าคะ”เด็กสาวเอ่ยออกมาเสียงจริงจังเป็นอย่างมาก นางยอมทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่ที่นี่ต่อไปถึงแม้ว่าตัวนางจะถูกให้ไปรับใช้ทำงานหนักที่อื่นก็ไม่นึกเสียใจเลย
“ลูกเจ้าไม่ต้อง” นางได้ยินที่บุตรสาวว่าจึงเอ่ยออกมาอย่างเสียงเศร้านางทำให้บุตรสาวลำบากเป็นอย่างมาก ถ้าเขาต้องการคนไปเป็นบ่าวทาสนางนี่ล่ะจะไปเองไม่ยอมให้บุตรสาวของนางต้องไปเด็ดขาด
“เอาล่ะไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ข้าก็หาได้เป็นคนใจร้ายแบบนั้นไม่”จิ้นสิงเอ่ยออกมาก่อนที่สองแม่ลูกจะร้องห่มร้องให้จนหมดเรี่ยวแรงสลบไปเสียก่อน
“ใช่เจ้าค่ะพวกข้าไปโหดร้ายขนาดนั้นเสียหน่อย”ชิงเถาเอ่ยออกมาด้วยหน้าตายิ้มแย้มส่งไปให้สองแม่ลูกเผื่อว่าทั้งสองจะคลายกังวลลงบ้าง
“แล้วเช่นนั้นนายท่านจะให้พวกเราอยู่ต่อหรือเจ้าคะ” นางอดที่จะถามออกมาไม่ได้ที่ได้ยินแบบนั้น
“แน่นอนสิ”จิ้นสิงเอ่ยออกไปยิ้มๆ เขาหรือจะปล่อยให้คนที่เขาสามารถช่วยเหลือได้ให้ลำบากยิ่งมาขอร้องอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าแบบนี้ เขาจึงเห็นใจพวกนางเข้าไปใหญ่
“จริงหรือเจ้าคะท่านแม่เราจะได้อยู่ที่นี่ต่อแล้วเจ้าค่ะ” เด็กสาวถามจิ้นสิงตาโต ก่อนจะหันจะพูดกับผู้เป็นมารดาด้วยความดีอกดีใจ
“ข้าขอบคุณนายท่านอย่างยิ่งเจ้าค่ะแต่ว่าคงไม่ให้เราอยู่เฉยๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยเพราะไม่มีใครจะใจดีถึงขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยๆก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนบ้างพอไม่ให้ขาดทุนจนเกินไป
“เรื่องนั้นว่าอย่างไรดีลูก” จิ้นสิงหันมาถามความคิดเห็นจากชิงเถาเพราะเขาก็คิดว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรสักอย่างเช่นกัน
“ที่ดินตรงนี้มีเกือบยี่สิบไหลเลยใช่หรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยถามออกมา ถึงแม้ว่าพอจะรู้มาบ้างแล้ว (ไหล=ไร่)
“ใช่แล้วที่ดินตรงนี้มีเกือบยี่สิบไหลได้” นางเอ่ยตอบออกมา
“แล้วปกติครอบครัวท่านน้าใช้ทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ”
“ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ดินของตระกูลฮุ่ยตรงนี้ก็ใช้ปลูกข้าวมาตลอดเต็มพื้นที่จะมีก็เพียงไม่กี่ปีมานี้ที่ท่านพ่อกับท่านแม่สามีล้มป่วยและจากไปพวกเราจึงต้องปลูกข้าวน้อยลงเพราะเงินทองที่สะสมไว้ก็หมดไปด้วยนำมารักษาพวกท่าน รวมถึงที่ดินตรงนี้ด้วยและไม่มีเมล็ดพันธุ์เพียงพอในการเพาะปลูกมากนัก”นางเอ่ยตอบออกมาตามจริงนางหรือฮูหยินฮุ่ยเล่าออกมาด้วยเสียงเศร้ากับโชคชะตาของครอบครัวนางนักแต่จะทำอย่างไรได้ชีวิตของคนก็ต้องมาก่อนถึงแม้สุดท้ายเงินก้อนนั้นจะยื้อชีวิตคนทั้งสองไว้ไม่ได้ก็ตาม
“ท่านน้าฮุ่ยนอกจากข้าวแล้วมิได้ปลูกอย่างอื่นเลยหรือเจ้าคะ” ชิงเถาถามออกมา เพราะดูแล้วเนื้อที่ก็มีพอสมควรเพียงพอจะทำได้หลายอย่าง
“แต่ก่อนจะมีปลูกมันหวานบ้างแต่ว่าด้วยราคาข้าวที่ดีกว่าเราจึงไม่ได้ปลูกมันหวานนัก”
“เป็นเช่นนั้นแล้วถ้าหากให้พวกท่านปลูกข้าวในพื้นที่ทั้งหมดเลย พวกท่านทำไหวหรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาถามออกมาถึงกำลังการทำงานของพวกเขาว่าสามารถทำได้ขนาดไหนกัน
“ได้อย่างแน่นอนถึงจะมีเพียงสามีและข้า พวกเราก็สามารถทำได้” นางหรือฮูหยินฮุ่ยตอบออกมาด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้นก็”ชิงเถาเอ่ยออกมา ก่อนจะหันไปขอความคิดเห็นจากผู้เป็นบิดาซึ่งเขาก็เข้าใจในความคิดของบุตรสาวผู้นี้จึงเอ่ยบอกสิ่งที่พวกเขาต้องจากครอบครัวนี้ออกไป
“ข้าจะให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ต่อโดยทำการปลูกข้าวแล้วส่งไปให้พวกเราในเมือง ข้าจะเป็นคนหาเมล็ดพันธุ์และเครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่างมาให้เองส่วนพวกเจ้ามีหน้าที่ลงแรง ส่วนแบ่งข้า 7 ส่วนพวกเจ้า 3 ส่วนก็แล้วกัน” จิ้นสิงเอ่ยสิ่งที่พวกเขาต้องการจากครอบครัวนี้ออกมา
“นายท่านนายท่านพูดจริงๆ หรือเจ้าคะ แต่ว่าแต่ว่าส่วนของพวกเรานั้นไม่อาจรับไว้ได้หรอกเจ้าค่ะเพียงนายท่านให้เราได้อยู่ที่นี่ต่อก็เพียงพอแล้ว” ฮูหยินฮุ่ยรีบเอ่ยออกมด้วยความดีใจเพียงแค่พวกนางได้อยู่ที่นี่ต่อเรื่องส่วนแบ่งข้าวนั้นนางไม่ต้องการด้วยซ้ำ
“ได้อย่างไรกันล่ะพวกเจ้าทำงานให้ข้าก็ต้องได้รับส่วนแบ่งอยู่แล้วถึงจะไม่เป็นการเอาเปรียบกันจนเกินไป” จิ้นสิงตอบออกมาเขานั้นไม่อยากเอารัดเอาเปรียบใคร
“ใช่เจ้าค่ะถ้าพวกท่านไม่ได้รับส่วนแบ่ง แล้วจะมีข้าวที่ไหนกินมีแรงมาทำงานล่ะเจ้าคะอีกอย่างเหลือจากกินพวกท่านก็นำมาขายกับเราเอาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวได้”ชิงเถาเสนอออกมาเพราะดูแล้วพวกนางก็คงจะทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วจะไปหาเงินซื้อข้าวกินจากที่ไหนพวกนางควรที่จะใจดีกับพวกเขาก่อน พวกเขาถึงจะได้ทำงานให้ด้วยความซื่อสัตย์เช่นกัน
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณพวกท่านมากเจ้าค่ะข้าและครอบครัวขอบคุณนายท่านอย่างมาก”ฮูหยินเอ่ยออกมาพร้อมทำการคารวะออกมาอย่างจริงใจนางไม่คิดว่าการผลัดเปลี่ยนเจ้าหนี้ครั้งนี้จะได้เจอกับเจ้าหนี้ที่ใจดีกับพวกนางมากมายขนาดนี้ได้
“ชิงเถาไปตามทุกคนเข้ามาก่อนสิลูก”จิ้นสิงเอ่ยออกมา เพราะดูแล้วจะต้องมีเรื่องให้พูดคุยกันอีกเสียหน่อย ถ้าปล่อยให้คนอื่นรอกันในรถม้าต่อไปอีกคนอึดอัดแย่
“เจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยตอบ แล้วรีบเดินออกจากบ้านไปตามคนอื่นเข้ามาในบ้านก่อน
“ทุกคนเข้าไปในบ้านก่อนเถอะเจ้าค่ะ”ชิงเถาเดินออกมาตามคนอื่นที่ยังนั่งรออยู่ในรถม้าให้เข้าไปในบ้านเสียก่อนอย่างน้อยๆ มันก็น่าจะอุ่นกว่าตรงนี้และจะได้ยืดเส้นยืดสายกันบ้าง
เมื่อทุกคนเข้ามายังบ้านหลังเล็กห้องรับแขกรวมห้องนั่งเล่นหรือใช้สอยทุกอย่างที่มีจิ้นสิงและสองแม่ลูกนั่งอยู่พอครอบครัวเจี้ยนเฉิงเข้ามาด้านในก็ดูเหมือนจะแน่นไปเสียหน่อย
“คารวะฮูหยินเจี้ยนเฉิงคุณชายและคุณหนูเจ้าค่ะ”สองแม่ลูกที่เห็นคนเข้ามาในบ้านก็รีบเอ่ยทักออกมาอย่างนอบน้อมทันทีตอนนี้ดูเหมือนบ้านพวกนางจะเล็กไปหน่อยไม่พอจะต้อนรับแขกเสียแล้ว
“ท่านพี่มีเรื่องอะไรกันหรือเจ้าคะ” นางลี่จูเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยเพราะชิงเถาที่ไปตามมาก็ไม่ได้เกริ่นเรื่องอะไรให้พวกนางได้ฟังเลย
“เรื่องนั้นเราค่อยคุยกันทีหลังเรามาคุยเรื่อง” จิ้นสิงตอบออกมาก่อนจะเข้าเรื่องหารือเรื่องที่จะให้ครอบครัวฮุ่ยรับหน้าที่ปลูกข้าวส่งไปให้ครอบครัวพวกเขาทันทีถึงแม้ว่าตอนนี้ฮุ่ยถงผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจะไม่อยู่แต่ก็ปลูกคุยกันไว้ก่อนอย่างไรเสียจิ้นสิงก็ต้องได้มาที่นี่อีกอยู่ดี ตอนนี้ก็เพียงสั่งงานไว้คราวๆให้ครอบครัวฮุ่ยได้เตรียมลงมือปรับดินเสียก่อนโดยพูดคุยกันอีกไม่นานครอบครัวเจี้ยนเฉิงก็ลากลับ