เทพยุทธ์โลกนิยาย

    ตอนที่ 57 เข้าใจไม่ได้แปลว่ายอมรับ!




         ตอนที่ 57




         ระหว่างรอทหารสะสางสนามรบ ไป๋โส่วหนานก็หยิบหอกของเหอคุนซาน ขึ้นมาดู นี่คือศาสตราวุธระดับสูงชั้นยอด ฝีมือการจัดทำเทียบเท่ากับช่างหลวงของราชอาณาจักรแสงสว่างได้เลย โดยเฉพาะตัวด้าม ทำจากไม้กฤษณาโลหะทมิฬ ผ่านกรรมวิธีการพิเศษทำให้มันยืดหยุ่น เต็มไปด้วยแรงดีดสะท้อน แค่สัมผัสก็รู้สึกได้


         ท่าปาดสุดท้ายของเหอคุนซาน ก็ใช้คุณสมบัติพิเศษอันนี้แหละ ออกกระบวนท่า!


         หัวหอกดีด ตวัด กลับมา อย่างรวดเร็ว! ประหนึ่งพญามังกรสะบัดหาง ไป๋โส่วหนานหมดปัญญาจะหลบพ้น ทำได้แค่ฝากความหวังไว้กับชุดเกราะทองคำ...


         โชคดีที่มันไม่ทำให้เขาผิดหวัง 


         ส่วนถุงมือเหล็กไป๋โส่วหนานส่งไปซ่อมแล้ว ความจริงแผ่นเหล็กที่เป็นอาวุธนั้นมันไม่ได้เสียหาย สิ่งที่เสียหายคือผ้าที่ใช้ยึดแผ่นเหล็กไว้ต่างหาก แค่เย็บกลับคืนก็ใช้ได้แล้ว


         "องค์ชายใหญ่ ครั้งนี้ท่านเสี่ยงอันตรายเกินไปแล้ว" ชายในชุดเกราะดำเดินจูงม้าวายุโลหะเทาเข้ามา แล้วกล่าวกับไป๋โส่วหนานด้วยความเป็นห่วง


         ชายผู้นี้มีนามว่า จงอี้หาน เป็นองครักษ์ประจำตัวของไป๋โส่วหนาน เพราะสถานการณ์จำเป็น จึงถูกสั่งให้ไปดูแลแนวรบอีกฟากหนึ่ง พอกลับมาจึงได้ฟังเรื่องราวจากลูกน้อง เลยรู้ว่าสถานการณ์ของไป๋โส่วหนานน่าหวาดเสียวขนาดไหน 


         ไป๋โส่วหนานยิ้ม "ถ้าเพียงแค่มดปลวกพวกนี้ ข้ายังไม่กล้าเผชิญหน้า แล้วข้าจะทำการใหญ่ได้อย่างไร"


         จงอี้หานหมดคำแย้ง เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ไป๋โส่วหนานคิดจะทำน่ากลัวกว่าการเผชิญหน้ากับโจรสลัดเยอะ 


         แต่เขาเลือกจะลงเรือลำเดียวกับองค์ชายใหญ่แล้ว...ยังไงก็ต้องเดินให้สุดทาง!


         "แล้วการลงสนามรบครั้งแรกของ ราชันย์วายุ เป็นยังไงบ้างล่ะ?" ไป๋โส่วหนานถามพร้อมเดินมาลูบแผงคอม้า มันเองก็เอาหัวถูแขนไป๋โส่วหนานอย่างสนิทสนม


         ตั้งแต่ก่อตั้งกองทัพม้าวายุโลหะเทาขึ้นมา ราชอาณาจักรแสงสว่างก็มีทำเนียมมอบม้าวายุโลหะเทา ที่โตเต็มวัย มีลักษณะดีที่สุด และกลายเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งแล้ว ให้กับเชื้อพระวงศ์สายตรง ทุกคนที่มีอายุถึง 20 ปีแล้ว


         ราชันย์วายุคือ ม้าทรงของไป๋โส่วหนาน แต่ไป๋โส่วหนานใช้วิชาหมัดมวย อยู่บนหลังม้าไม่อาจเปล่งอนุภาพได้เต็มที่ จึงประทานให้จงอี้หานใช้ชั่วคราว


         "สมกับเป็นยอดอาชาในแดนดินพ่ะย่ะค่ะ" จงอี้หานชม ยื่นมือไปตบต้นคอม้า "ทั้งๆที่พึ่งออกศึกเป็นครั้งแรก แต่มันไม่มีความกวาดกลัวเลยพ่ะย่ะค่ะ"


         "ดีมาก…"


         จังหวะนั้นเองก็ได้มีทหารมารายงานว่า ตั้งกระโจมบัญชาการชั่วคราวเสร็จแล้ว ทั้งสองจึงเดินทางไป


         เมื่อไปถึงก็เห็นว่า ซวีเฟิง รอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว


         ซวีเฟิง คือแม่ทัพที่ได้รับเลือกจากไป๋โส่วหนานให้มาบัญชาทัพ เขามีพลังยุทธ์ระดับปรมาจารย์


         "แม่ทัพซวี โปรดชมดูว่าหอกเล่มนี้เป็นยังไง" กล่าวจบไป๋โส่วหนานก็โยนหอกขึ้น


         ซวีเฟิงยื่นมือไปรับแล้วควงหอกรอบตัวเที่ยวหนึ่ง 


         "นี่คืออาวุธชั้นยอด!" ซวีเฟิงกล่าวชม


         "งั้นข้าขอมอบให้ท่านเป็นสินสงครามแล้วกัน" ไป๋โส่วหนานกล่าว ตัวเขาใช้หมัด จงอี้หานใช้ดาบ มีเพียงซวีเฟิงที่ใช้หอก


         ซวีเฟิงยิ้มร่า "ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ!" 


         หอกเล่มนี้สามารถเอาไปเป็นของวิเศษประจำตระกูล ตกทอดสู่ลูกหลานได้เลย แล้วมีหรือซวีเฟิงจะไม่ยินดี


         ให้ของขวัญเสร็จไป๋โส่วหนานก็ถามถึงที่มาของเหอคุนซาน


         "เรายังไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่เครื่องประดับที่มันสวมใส่บ่งบอกว่ามันเป็นคนอาณาจักรลับแลพ่ะย่ะค่ะ" ซวีเฟิงกล่าว


         "ชาวอาณาจักรลับแลหรือ...หึหึ คนอยู่เบื้องหลังผู้นี้ช่างมีความสามารถจริงๆ" ไป๋โส่วหนานกล่าว ตามล่ากันมาขนาดนี้มีหรือพวกเขาจะไม่รู้ว่าตัวการใหญ่ไม่ใช่หู่ฝูไห่ แต่การสืบสวนเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา


         ซวีเฟิงกล่าวต่อ "ส่วนคนที่ปะทะกับองครักษ์จงมีนามว่า จูหยุนปิง เป็นโจรภูเขาภาคตะวันตกพ่ะย่ะค่ะ"


         "แล้วทหารของพวกเราเป็นอย่างไรบ้าง?" ไป๋โส่วหนานก็ถามถึงความเป็นไปของกองทัพ


         "สงครามครั้งนี้ทหารของเราตายไป 130 คน บาดเจ็บอีก 200คน พ่ะย่ะค่ะ" ซวีเฟิงตอบ


         "อืม...ไม่ร้ายแรงมาก" ไป๋โส่วหนานผงกศีรษะรับรู้  "แล้วพวกโจรสลัดล่ะ?"


         "จากที่กะคร่าวๆ น่าจะมี สองพันคน ตายไปประมาณ หนึ่งพันคน จากนั้นแยกเป็นสองทาง ที่อยู่กับหู่ฝูไห่น่าจะมีประมาณเจ็ดร้อยพ่ะย่ะค่ะ" ซวีเฟิงตอบ


         "ในความเห็นของข้าเราควรทุ่มเทกำลังทั้งหมดตามล่าหู่ฝูไห่ แม้เจ้าผู้นี้จะไม่ใช่ตัวการใหญ่ แต่ก็เป็นหัวใจของเรื่องราว ส่วนจูหยุนปิงก็ให้เมืองรอบข้างจับตาดูไว้ก่อน เมื่อจัดการหู่ฝูไห่เสร็จ เราค่อยวกกลับมาจัดการกับมัน...พวกท่านเห็นว่าแผนนี้เป็นอย่างไร?" ไป๋โส่วหนานเสนอแผนการของตน


         จงอี้หานกับซวีเฟิงเห็นด้วยกับแผนการนี้ พวกเขาแบ่งทหารเป็นสองกอง กองหนึ่งมีหกร้อยคนคุ้มครองทหารที่บาดเจ็บไปเมืองใกล้ๆ ที่เหลือจะออกตามล่าหู่ฝูไห่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น


         ตอนแบ่งหน้าที่ไป๋โส่วหนานก็ได้รู้ว่าความเย้อหยิ่งของเขา ได้ย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง เพราะเห็นศัตรูเป็นแค่โจรกระจอก ตอนเลือกทหารไป๋โส่วหนานจึงเลือกทหารที่มีฝีมือสูงสุดเพียงอาจารย์ชั้นต้น เว้นแค่ซวีเฟิงเท่านั้นที่เป็นปรมาจารย์ ส่วนผู้ใช้กฎล้วนเป็นทหารช่าง,กองสนับสนุน


         นี่ถ้ามีระดับปรมาจารย์อยู่ในกองทัพอีกสักสี่ห้าคน หู่ฝูไห่ไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก


         ทำให้ไป๋โส่วหนานต้องแบ่งองครักษ์ระดับปรมาจารย์ ส่วนตัวสองคน ไปกับกองทัพคุ้มครองผู้บาดเจ็บ เพื่อกันการถูกวกกลับมาทำร้าย


         ทำให้องครักษ์ส่วนตัวของไป๋โส่วหนานเมื่อรวมกับจงอี้หานจะเหลืออยู่เพียง สิบเจ็ดคน และมีจงอี้หานกับอีกสองคนเท่านั้นที่เป็นปรมาจารย์


         'ต่อแต่นี้ไปอย่าให้ความเย่อหยิ่ง มาทำให้เจ้าเสียการอีก' ไป๋โส่วหนานย้ำเตือนกับตนเอง



    _______________________________



         ไป๋โส่วหนานออกมายืนดูพระอาทิตย์ตกดินหลังจากประชุมเสร็จ สายข่าวของเขารายงานว่าไป๋กุนหลางกลับมาเมืองหลวงแล้ว แถมฝีมือน่าจะพัฒนาไปถึงระดับปรมาจารย์แล้วด้วย


         น้องชายห้าของเขาคนนี้หลังฟื้นจากอาการบาดเจ็บครั้งนั้น ก็กลายเป็นคนที่ไป๋โส่วหนานไม่อาจคาดเดาและเพิกเฉยได้


         ไป๋โส่วหนานต้องเร่งจัดการเรื่องทางนี้ให้เสร็จ แล้วรีบไปคุมสถานการณ์ในเมืองหลวงไว้ ไม่รู้ว่าไป๋กุนหลางมีเป้าหมายอะไร แต่ถ้าเป็นเก้าอี้ตัวนั้นเหมือนกัน...เขายอมไม่ได้!


         ที่ไป๋โส่วหนานต้องวิ่งวุ่นขนาดนี้ เป็นเพราะ ไป๋โส่วหนานรู้ว่าพระบิดาไม่คิดจะยกบัลลังก์ให้ตน แต่เขาก็ไม่ได้โกรธเคืองพระบิดา


         สำหรับไป๋โส่วหนานแล้ว ไป๋ป้าเทียนคือไอดอล คือคนที่ไป๋โส่วหนานเคารพยกย่อง อยากเจริญรอยตามมากที่สุด 


         ไป๋โส่วหนานทำความเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ไป๋ป้าเทียนทำ จึงรู้ว่าผู้ที่จะสานต่อเจตนารมณ์ของพระบิดาได้ดีที่สุดไม่ใช่ตนแต่เป็นองค์ชายเก้า...เรื่องนี้เขาเข้าใจดี


         แต่เข้าใจไม่ได้แปลว่ายอมรับ!

         บัลลังก์ตัวนั้นคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเขา


         'เสด็จพ่อถ้าถึงที่สุดแล้วท่านยังคงขัดขวางข้า...ก็อย่าโทษ ว่าลูกอำมหิต!' ไป๋โส่วหนานคิดแล้วถอนหายใจ 



    _______________________________



    ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน