ตอนที่ 176 เล่ม 2 เราต้องกลับไปวางแผนใหม่
แสงสีฟ้าเข้มที่แผ่กระจายเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ลานฝึกที่เคยเป็นสถานที่สำหรับการฝึกตนและการเล่นสนุกสนานกลับกลายเป็นที่แห่งการเคลื่อนย้ายพลังเวทมนตร์ ทุกคนรู้สึกถึงพลังที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในอวกาศ
ในที่สุด เกาะลอยฟ้าจำลองก็หายวับไปจากตำแหน่งเดิมและปรากฏขึ้นในที่ใหม่ที่ห่างไกลจากการตามล่าของนิกายสุริยันแดง ท่ามกลางทิวทัศน์ที่งดงามและความสงบเงียบ บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่
ท้องฟ้าสีดำสนิทถูกแทนที่ด้วยแสงจันทร์ที่ส่องลงมา ทำให้ทัศนียภาพรอบๆ เกาะลอยฟ้าจำลองดูสวยงามและเงียบสงบ ทุ่งหญ้าเขียวขจีและดอกไม้หลากสีที่เบ่งบานสร้างบรรยากาศที่สดใสและมีชีวิตชีวา สายลมพัดเบาๆ ทำให้ใบไม้สั่นไหวเป็นเสียงเบาๆ ที่เพิ่มความสงบสุข
ทุกคนบนเกาะลอยฟ้าจำลองรู้สึกถึงความโล่งใจที่สามารถหลบหนีได้สำเร็จ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดกลับกลายเป็นความสงบและความหวังใหม่ การเทเลพอร์ตครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาหลบหนีจากภัยคุกคาม แต่ยังเป็นการเริ่มต้นใหม่สำหรับการเดินทางและการผจญภัยที่รออยู่ข้างหน้า
อี้ตงมู่หันไปพูดกับเหว่ยเหลียง “พวกเราทำได้แล้ว! เราปลอดภัยที่นี่”
เหว่ยเหลียงพยักหน้าและยิ้ม “ใช่ พวกเราร่วมมือกันและสามารถผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้”
เจ้าอ้วนยิ้มกว้าง “แค่เรามีอาหารอร่อยๆ จากเหว่ยเหลียง ข้าก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอะไรทุกอย่าง!”
หลิงหลานมองไปยังท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป แสงจันทร์ส่องลงมาทำให้เธอรู้สึกถึงความอิสระและความหวังใหม่ “ขอบคุณทุกคน ข้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้จริงๆ”
เหลียนฮัวกล่าวเสริม “เราเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว และไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราจะเผชิญมันไปด้วยกัน”
แสงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความอิสระและความหวังใหม่ การเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน ทุกคนรู้ดีว่าความร่วมมือและความเชื่อมั่นในกันและกันจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้
ท่ามกลางเสียงลมพัดและเสียงนกร้องเบาๆ เหว่ยเหลียงและสหายของเขายืนอยู่บนลานฝึก มองไปยังท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป พวกเขารู้ว่าการเริ่มต้นใหม่นี้คือโอกาสที่สำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า และพวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน
ความโกรธของเจ้านิกายสุริยันแดงและหลินจุน
ท้องฟ้ายามเช้าที่นิกายสุริยันแดงเริ่มต้นด้วยแสงอาทิตย์สีทองที่ส่องลงมา ท่ามกลางความสงบที่ดูเหมือนจะกลับมาอีกครั้งหลังจากการแข่งขันที่ดุเดือดและการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ แต่ในห้องประชุมใหญ่ของนิกาย ความสงบสุขกลับไม่ปรากฏ
ห้องประชุมใหญ่ของนิกายสุริยันแดงถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยผ้าแพรพรรณสีแดงและทอง อัญมณีที่ประดับประดาทำให้ห้องดูหรูหราและเปล่งประกาย ทว่าความงดงามของห้องกลับไม่สามารถกลบเกลื่อนความโกรธที่แผ่ซ่านอยู่ในใจของเจ้านิกายหลิงได้
เจ้านิกายหลิง ยืนอยู่กลางห้อง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดและดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ "หลิงหลาน หนีไปแล้ว? ข้าจะยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้!" เขาตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
หลินจุน ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ พยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง "ท่านเจ้านิกาย ข้าเข้าใจความโกรธของท่าน แต่การกระทำของหลิงหลานอาจมีเหตุผลที่เรายังไม่เข้าใจ"
เจ้านิกายหลิงหันมามองหลินจุน ดวงตาที่เคยเปล่งประกายกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง "หลินจุน เจ้าคือผู้ชนะที่ยอดเยี่ยม เจ้าควรได้รับรางวัลที่สมควร แต่นี่...บุตรธิดาของข้าหนีไปในวันที่สำคัญเช่นนี้ ข้าจะทำอย่างไรต่อไป?"
หลินจุนพยักหน้าเบาๆ พยายามคงความสงบ "ข้ารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับรางวัลตามที่คาดหวัง แต่ข้าเชื่อว่าหลิงหลานมีเหตุผลของเธอ ข้าไม่ต้องการให้ความโกรธของข้ามาก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้น"
เจ้านิกายหลิงเดินไปมาพลางคิด "แต่เราจะปล่อยให้เธอหนีไปโดยไม่มีการตามล่าไม่ได้ นิกายสุริยันแดงไม่สามารถแสดงความอ่อนแอเช่นนี้ต่อหน้าโลกภายนอก"
หลินจุนพยักหน้าอีกครั้ง "ข้าเข้าใจท่าน แต่ข้าเชื่อว่าการตัดสินใจนี้ต้องถูกต้องและมีเหตุผล ข้าพร้อมที่จะช่วยท่านตามหาหลิงหลานและนำเธอกลับมา แต่เราต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์และเกียรติยศของนิกาย"
เจ้านิกายหลิงหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "เจ้าเป็นนักรบที่มีปัญญา ข้าจะเชื่อฟังคำแนะนำของเจ้า แต่ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่มีการกระทำ"
หลินจุนหันมองไปยังหน้าต่างที่แสงอาทิตย์ส่องลงมา "ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเกียรติยศของนิกายสุริยันแดง ข้าจะนำหลิงหลานกลับมา และให้ความยุติธรรมแก่ท่าน"
ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังคงเปลี่ยนสีจากแสงอาทิตย์ยามเช้าไปเป็นสีทองที่สดใส แต่ในห้องประชุมใหญ่ ความตึงเครียดและความตั้งใจที่แน่วแน่ของเจ้านิกายหลิงและหลินจุนกำลังเตรียมตัวสำหรับการกระทำที่จะมาถึง พวกเขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทายและการเผชิญหน้ากับความจริงที่ยังคงซ่อนอยู่ในเงามืด
การใช้สายลับและเครือข่ายข้อมูลเพื่อติดตามหลิงหลาน
ท้องฟ้ายามบ่ายที่นิกายสุริยันแดงเต็มไปด้วยเมฆหนาทึบ แสงแดดสีทองถูกบดบังไปบางส่วน แต่ความเร่งรีบในลานฝึกทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความมุ่งมั่น
เจ้านิกายหลิงและหลินจุนยืนอยู่ในห้องลับภายในอาคารหลัก ห้องนี้เต็มไปด้วยแผนที่และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนและการติดตาม
ในห้องลับที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความลึกลับ แสงเทียนที่ส่องสว่างช่วยเพิ่มความเงียบสงบและมุ่งมั่นของการปฏิบัติการ สายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเริ่มเข้ามารายงานข้อมูลที่สำคัญ
หลินจุนเปิดแผนที่ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง “ข้าต้องการให้สายลับของเราทุกคนเริ่มปฏิบัติการค้นหาหลิงหลาน เครือข่ายข้อมูลของเราควรจะสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของเธอได้”
สายลับหลายคนพยักหน้าและเริ่มส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย ข้อมูลจากเครือข่ายถูกส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว สายลับที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคเริ่มรายงานการเคลื่อนไหวที่สงสัยและข้อมูลที่เป็นประโยชน์
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงกระซิบและการคลิกอุปกรณ์สื่อสาร แสงจากหน้าจอที่ส่องแสงออกมาทำให้ทุกคนเห็นเส้นทางที่หลิงหลานอาจจะไป ข้อมูลที่ได้รับเริ่มสรุปเป็นภาพที่ชัดเจน
ในที่สุด สายลับคนหนึ่งรายงาน “เราพบหญิงสาวที่มีลักษณะคล้ายหลิงหลานเดินทางผ่านหมู่บ้านใกล้ป่าลึกทางทิศตะวันตก เธอถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายที่หมู่บ้านนี้เมื่อสองวันที่ผ่านมา”
หลินจุนพยักหน้าและมองไปที่เจ้านิกายหลิง “เราจะต้องรีบไปถึงที่นั่นก่อนที่เธอจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง”
เจ้านิกายหลิงมองไปที่แผนที่ “ข้าฝากเจ้าให้ทำให้ดีที่สุด” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หลินจุนและกลุ่มสายลับของเขาเริ่มออกเดินทาง พวกเขาเดินทางผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ป่าลึกทางทิศตะวันตก ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเมื่อพวกเขามาถึงป่าเขียวขจีที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพืชพรรณหนาทึบ
ป่าลึกนี้มีบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่กลับแฝงไปด้วยความลึกลับและอันตราย แสงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้ใบไม้เปล่งประกายสีเงินเป็นเงาวับ สายลมที่พัดผ่านทำให้ใบไม้สั่นไหวเป็นเสียงเบาๆ ที่เพิ่มความรู้สึกตึงเครียด
หลินจุนและสายลับของเขาเริ่มสืบค้นพื้นที่อย่างระมัดระวัง พวกเขาตรวจสอบทุกซอกทุกมุม หวังว่าจะพบร่องรอยของหลิงหลาน แต่หลังจากการค้นหาที่ละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาพบว่าร่องรอยของหลิงหลานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในขณะที่พวกเขายังคงสำรวจต่อไป หลินจุนรู้สึกถึงไอปรานแปลกๆ ที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไอปรานนี้ไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาเคยพบเจอมาก่อน มันเป็นพลังที่แปลกประหลาดและไม่สามารถระบุที่มาได้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หลินจุนคิดในใจขณะมองไปรอบๆ ป่าที่มืดสลัว “ไอปรานนี้ไม่ปกติเลย มันเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของป่านี้”
แม้จะพยายามค้นหาต่อไป แต่ทุกความพยายามของพวกเขากลับไม่เป็นผล หลินจุนและสายลับของเขารู้สึกถึงความผิดหวังและความไม่แน่นอน ไอปรานแปลกๆ นี้ทำให้การค้นหาหลิงหลานยิ่งยากขึ้นไปอีก
“เราต้องกลับไปวางแผนใหม่” หลินจุนกล่าวกับสายลับของเขา “ไอปรานนี้อาจเป็นเงื่อนงำที่สำคัญ แต่เราต้องหาวิธีที่จะจัดการกับมัน”