21 2-2
ตอนที่ 22 ไม่มีขนมชนิดใดที่กินแล้วฟันไม่ผุ
คนฝั่งซ้ายเพิ่งหยุดพูด คนฝั่งขวาก็เริ่มบทสนทนาใหม่ขึ้นทันที
“พี่สาวถัง ท่านช่วยอธิบายได้หรือไม่ว่า มีวิธีอย่างไรจึงจะได้มาซึ่งรากิญญาวารีของเถาวัลย์ไม้อสรพิษ?”
“อืม...”
ค่อนข้างเป็เื่ยากและซับซ้อนเกินกว่าจะพูดให้ฟังตอนนี้ ขณะที่เหลิงหยุนเจียวกำลังจะปริปากกล่าวอธิบาย ก็แลเห็นว่าไป๋ซือิยื่นห่อขนมม๋าสู่(โมจิ)มาให้
แต่ที่แย่กว่านั้นคือ กลับกลายว่าเป็เหลิงเจียวเหนียงที่จับจ้องขนมชิ้นนั้นตาเป็มันวาว น้ำลายไหลย่อยที่มุมปากแทบหยดติ๋ง
“ท่านพี่ไป๋ ขนมอะไรขอรับเนี่ย? น่ากินจัง”
“เ้าสิ่งนี้เรียกว่าม๋าสู่ ไม่ชิมสักคำรึ? ลองดูสิ อร่อยอย่าบอกใครเชียว”
แม้ว่าไป๋ซือิจะกล่าวเช่นนั้น แต่เหลิงเจียวเหนียงก็ยังไม่กล้าขยับมือไม้ออกไปรับ และยังคงนั่งนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็แม่อย่างเชื่อฟัง
ทว่าสายตาของเด็กชายตัวน้อยนั้นกลับกำลังขอความเมตตาอย่างโจ่งแจ้งไม่มีซ่อนเร้นใดๆ เหลิงหยุนเจียวพึงทราบได้ทันทีว่าเหลิงเจียวเหนียงกำลังอดทนอดกลั้นความอยากอยู่
ที่ผ่านมา เ้าของร่างเดิมไม่เคยให้เด็กคนนี้ได้มีโอกาสลิ้มลองขนมอร่อยๆเลยสักครั้ง แล้วนับประสาอะไรกับขนมแปลกใหม่ชนิดนี้
หวนย้อนกลับไปนึกถึงภาพเหตุการณ์ความทรมานในอดีตที่เคยประสบพบเจอ ใจดวงนี้ของเหลิงหยุนเจียวก็รู้สึกเป็ทุกข์ขึ้นมา
ทันทีที่นางรับขนมม๋าสู่ห่อกระดาษชิ้นนั้นมา น้ำลายหยาดย้อยที่มุมปากของเหลิงเจียวเหนียงก็หยดใส่ปกเสื้อของนางโดยมิทันรู้ตัว
เหลิงหยุนเจียว “....”
นางส่งขนมม๋าสู่ห่อกระดาษให้ เหลิงเจียวเหนียงรีบรับมันไว้ด้วยสองมืออย่างระมัดระวังกลัวร่วงหล่น ก่อนจะหยิบชิ้นขนมม๋าสู่ลูกกลมสวยขึ้นมาและกัดเข้าไปคำโตอย่างมีความสุข
ไป๋ซือิหัวเราะเสียงดังเต็มที่ ดูท่าจะชอบอกชอบใจไม่น้อย
“เป็อย่างไร? อร่อยหรือไม่?”
เหลิงเจียวเหนียงเคี้ยวอย่างเมามันไม่หยุด เขายิ้มกล่าวแสดงความคิดเห็นจริงจังว่า
“มันทั้งเหนียวทั้งนุ่ม แต่ไม่ติดฟันอย่างที่คิด มิหนำซ้ำยังไม่มีพิษอีกด้วย”
ไป๋ซือิพยักหน้าตามทุกพยางค์คำพูดของอีกฝ่ายด้วยความพึงพอใจ จนกระทั่งได้ยินประโยคสุดท้าย ศีรษะของเขาที่กำลังผงกรัวๆพลันแข็งค้างกลางอากาศทันที รอยยิ้มแข็งค้างแบบนั้นดูไม่เป็ธรรมชาติเท่าไหร่
“เสี่ยวเปา นี่เ้าหวาดระแวงพี่ไป๋คนนี้ถึงปานนั้นเชียวรึ? ข้าจะให้ของกินมีพิษแก่เ้าได้เยี่ยงไร?”
ราวกับว่าเหลิงเจียวเหนียงไม่ได้ยินคำกล่าวประโยคนี้ของไป๋ซือิ เขายื่นขนมม๋าสู่ในมือส่งให้ผู้เป็แม่แนบชิดติดริมฝีปากภายใต้ผ้าคลุมใบหน้าสีขาว
“แม่จ๋าต้องลองกินดู ขนมนี้อร่อยกว่าที่เคยกินก่อนหน้าเสียอีก!”
เหลิงหยุนเจียวแอบประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาเป็ปกติ
“กินขนมม๋าสู่เยอะๆระวังจะทำให้ฟันผุ วันนี้ข้ากินของหวานไปแล้ว พรุ่งนี้ค่อยกินใหม่แล้วกัน”
“....” เหลิงเจียวเหนียงมุ่นคิ้วทำท่าทางผิดหวังไม่น้อย เอาแต่ก้มหน้ามองขนมม๋าสู่ในมือ แล้วเอ่ยเสียงต่ำพึมพำว่า
“ก็ไม่มีขนมใดที่กินแล้วฟันไม่ผุเสียหน่อย...”
แลเห็นเด็กชายตัวน้อยปั้นสีหน้าไม่สมหวัง จู่ๆโม่เฉินหยวนก็เอนตัวเข้าหาในทันที และหยิบขนมม๋าสู่ชิ้นนั้นจับยัดเข้าปากตนเองพร้อมเคียวอย่างเอร็ดอร่อย
“อย่าไปฟังแม่เ้าพูดไร้สาระเลย เห็นหรือไม่ ข้ากินขนมหวานทุกวัน ฟันของข้าก็ยังสวยทุกซี่”
สิ้นเสียงกล่าวจบ โม่เฉินหยวนก็เลื่อนหน้ากากเปิดออกเล็กน้อยพร้อมกับยิงฟันสีขาวเรียงรายสวยงามให้ดูเป็ขวัญตา และกล่าวต่อเชิงประชดเสียดสีว่า
“อยากกินอะไรก็กินไปเถิด มัวแต่ครุ่นวิตกไปเสียทุกเื่ ระวังจะเป็บ้าก่อนฟันผุ”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็โยนขนมม๋าสู่ที่เหลือทั้งลูกเข้าปากเคี้ยวหนุบหนับอย่างมีความสุข
ได้ยินโม่เฉินหยวนพูดปลุกใจ เหลิงเจียวเหนียงก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีและเงยหน้ากล่าวกับเหลิงหยุนเจียวไปตามตรงว่า
“แม่จ๋า ลองดูสักคำนะ”
ไป๋ซือิที่ควบม้าอยู่ฝั่งขวาก็ช่วยกล่าวเสริมเช่นกัน
“พี่สาวถัง ขนมม๋าสู่ร้านนี้อร่อยจริงๆ ดั่งที่บุตรชายของท่านบอก ลองดูสักคำสิ!”
เหลิงหยุนเจียวตวัดหน้าขวับจ้องตาอีกฝ่ายเขม็งเ็า กระทั่งไป๋ซือิเองก็เอากับเขาด้วย?
เรียวมือสีขาวนวลแสนอ่อนนุ่มยื่นออกไปรับขนมจากอีกฝ่าย นางถอดถอนหายใจเล็กน้อย สุดท้ายจนแล้วจนรอดก็คงต้องกินกระมัง?
“แม่จ๋า”
เหลิงเจียวเหนียงจับจ้องไปที่ขนมชิ้นนั้นไม่มีคลายอ่อน เสมือนกับกำลังลุ้นว่านางจะกินหรือไม่
เหลิงหยุนเจียวลอบถอนหายใจเป็คำรบสองอย่างช่วยไม่ได้ กล่าวน้ำเสียงเย็นชืดขึ้นคำหนึ่ง
“กินก็กิน”
คล้อยหลังพูดจบ นางก็ลองกัดไปคำหนึ่ง
รสชาติความหวานหอมของขนมม๋าสู่แผ่ซ่านละลายไปทั่วช่องปาก แม้ััจะเหนียวหนึบแต่ก็มิได้ติดฟันอย่างที่เหลิงเจียวเหนียงกล่าวไว้
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าค่อยกินต่อ”
ได้ยินเช่นนั้น เหลิงเจียวเหนียงก็ปั้นสีหน้าลังเลไม่แน่ใจครั้งแล้วเล่า แต่ท้ายที่สุดก็ยอมเก็บขมมม๋าสู่ที่ผู้เป็แม่เพิ่งกัดไปได้คำเดียวห่อกระดาษเก็บกลับดังเดิม แล้วหันไปส่งให้โม่เฉินหยวน
“ลุงขี้เหร่ขอรับ ฝากเก็บขนมให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?”