HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 21 ศัตรูผู้เร้นกาย

    21 | ศัตรูผู้เร้นกาย  เมื่อคืนกว่าจะข่มตาหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบรุ่งสาง หลังจากที่โทร. ไปอธิบายกับแม่อยู่พักใหญ่ว่ามีงานด่วนมากจริง ๆ จนต้องอยู่เคลียร์งานสักสามสี่วัน แม่ก็ร่ำร้องว่าใจคอไม่ดี เป็นห่วงฉันขึ้นมา อยากให้กลับไปนอนบ้านให้ได้“ซันก็อยากกลับค่ะแม่ แต่ยังกลับตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ  ขอเวลาเคลียร์ทางนี้ก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับไปกอดแม่แน่น ๆ ให้หายคิดถึงเลย แม่เอาใจช่วยซันด้วยนะคะ”เพราะลูกอ้อนและคำพูดทะเล้นของฉันนี่แหละ แม่จึงยอมเข้าใจแต่โดยดี แต่ก็ยังกำชับนักหนาว่า“ระวังตัวด้วยนะลูก แม่รู้สึกเป็นห่วงมาก”โห...คุณนายจันทร์นี่เซนส์ดีเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าแม่รู้ว่าความจริงแล้วลูกสาวกำลังโดนหมายหัว  แถมเมื่อกี้ก็เพิ่งจะซิ่งรถหนีตายตัดหน้าสิบล้อละก็ คงได้เป็นลมหลายตลบ เพราะเราเหลือกันอยู่แค่สองคนแม่ลูก ถ้าใครคนหนึ่งต้องจากไป อีกคนที่เหลือจะอยู่ต่อไปได้ยังไงยิ่งคิดมากก็ยิ่งกังวลจนต้องมาเปิดคอม ตรวจเช็กกล้องวงจรปิดของคอนโดฯ หาว่ามีคนน่าสงสัยวนเวียนอยู่หรือเปล่า ก็ไม่เห็นใครที่มีท่าทางแปลก ๆ ในตึกนี้อีกเลย ดูคลิปย้อนหลังตอนที่มีกระดาษสอดใต้ประตูห้องก็พบว่าเป็นแม่บ้านที่ทำความสะอาดอยู่ในชั้นนี้นี่เอง นี่พวกมันอยู่ใกล้ตัวฉันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยพอรู้อย่างนี้ความหวาดระแวงก็วิ่งขึ้นสมองจนนอนไม่หลับ ถึงแม้จะหลับ แต่ก็ไม่วายฝันเห็นเหตุการณ์ระทึกขวัญจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาทุกครั้ง ถ้าฉันต้องทนอยู่ในสภาพนี้อีกสักสามวัน มีหวังคงต้องพึ่งจิตแพทย์แน่ ๆหลังจากตั้งสติและผ่อนคลายอารมณ์ลงแล้ว ฉันก็ลุกขึ้นมาเปิดผ้าม่านรับแสงเผื่อว่าจะรู้สึกสดใสขึ้นบ้าง ฉับพลันก็มีแสงอะไรบางอย่างวาบเข้าตาจนต้องยกมือขึ้นบังแสงไว้ ก่อนจะพยายามเพ่งไปที่ตึกข้าง ๆ หาว่าแสงนั้นมันมาจากไหนเพ่งมองดี ๆ ก็เห็นว่ามีชายคนหนึ่งกำลังถือกล้องถ่ายรูปอยู่ตรงระเบียงห้องที่อยู่ตรงกับห้องฉันพอดี เขาคงถ่ายรูปเปิดแฟลช แสงแฟลชจึงวาบเข้าตาฉัน ชายคนนั้นแพนกล้องจนมาหยุดเล็งฉันเหมือนจงใจ! ฉันสะดุ้งสุดตัวเด้งหลบเข้าหลังผ้าม่านทันทีอะไรกัน อย่าบอกนะว่า...the Ripper!แต่อาจไม่ใช่ก็ได้ อาจเป็นแค่ใครสักคนที่ถ่ายรูปเล่น เพราะหากเป็น the Ripper จริง เขาคงเล็งฉันด้วยไรเฟิลมากกว่าจะเป็นแค่กล้องถ่ายรูปฉันรีบล็อกกลอนประตูแล้วกระชากปิดผ้าม่าน ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่ว่าจะใช่พวก the Ripper หรือไม่ ก็ต้องระวังตัวให้ดีหลังจากพยายามตั้งสติอยู่นานก็คิดได้ว่า อย่างแรกเลยที่ต้องทำก็คือ...อาบน้ำ แล้วก็กินข้าวซะ เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมลุยกับพวกมันทุกวินาที ฉันไปที่ตู้เย็นกำลังจะกดสั่งอาหารจากโปรแกรมอัตโนมัติก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้ามันมีสายอยู่ในร้านอาหารด้วยล่ะ มีหวังฉันคงโดนวางยา หรือไม่ศัตรูก็อาจปลอมเป็นพนักงานมาส่งอาหารแทนแล้วเข้ามาจับตัวฉันก็ได้ จะมีวิธีที่ปลอดภัยกว่านี้ไหมฉันเดินวนไปวนมาหน้าตู้เย็นอยู่พักใหญ่จนตัดสินใจได้ว่า เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่โดนวางยา ฉันคงต้องลงไปซื้ออาหารด้วยตัวเอง ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุให้ฉันออกมาย่อง ๆ ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ตรงหน้าลิฟต์ ถึงแม้ก่อนออกจากห้องได้เปิดดูกล้องวงจรปิดแล้วว่าแถว ๆ หน้าห้องไม่มีใครมาแอบดักรออยู่ แต่ก็ยังไม่อยากวางใจมากเกินไป ต้องมีระแวดระวังกันหน่อยเสียงลิฟต์ดังปิ๊งเล่นเอาฉันถึงกับสะดุ้ง ก็คนมันกำลังขวัญอ่อนและจิตตกมากนี่ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันยังไม่ก้าวเข้าไปทันทีแต่ชะโงกดูก่อนว่ามีใครอยู่ในนั้นบ้าง มีอะไรผิดปกติหรือไม่ ก็เห็นว่าในลิฟต์ว่างเปล่าและทุกอย่างก็ดูปกติดีจึงก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง กดลิฟต์ลงชั้น 1 แล้วจากนั้นตัวเลขบอกชั้นอาคารก็ค่อย ๆ นับถอยหลัง จากชั้น 31 30 29... 23 แล้วก็ค้างอยู่ที่ชั้น 23เฮ้ย ลิฟต์เปิด!ฉันรีบกระถดตัวจนเข้าไปชิดมุมผนังในลิฟต์ กระชับฮู้ดของเสื้อคลุมกับผ้าปิดปากให้มิดชิดกว่าเดิม ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในลิฟต์ เขากดปุ่มปิดประตูลิฟต์โดยไม่ได้หันมามองหรือสนใจฉันเลยลิฟต์ยังคงลงมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้น 13 ชายคนนั้นที่ยืนนิ่งมานานจู่ ๆ ก็ขยับตัว ฉันสะดุ้งเล็กน้อย เขาเปลี่ยนท่ายืนและถกแขนเสื้อคลุมขึ้นไปจนถึงข้อศอกทั้งสองข้าง เขาไม่ได้หันมาสนใจฉันหรอก มีแต่ฉันเท่านั้นแหละที่หวาดระแวงจนเอาแต่จ้องแทบไม่วางตา ก็เพราะเสื้อคลุมสีดำและกางเกงยีนสีดำนั่นทำให้กลิ่นอายความน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงตลบคลุ้งไปหมดเฮ้ย!ฉันสะดุ้งจนสุดตัวแล้วเผลอผวาหนีจนชนผนังลิฟต์เกิดเสียงดังปึ้ง เรียกความสนใจจากชายคนนั้นให้หันมามองจนได้ แววตาของเขาเย็นชาแต่ดูมีพลังราวกับว่าจะเสกให้ฉันแข็งกลายเป็นหินได้ในพริบตา แล้วตอนนี้ฉันก็ยืนแข็งเป็นหินไปแล้วจริง ๆ แต่ไม่ใช่เพราะสายตาเขา เป็นเพราะรอยสักที่แขนซ้ายของเขาต่างหากTRP!ฉันกับเขาสบตากันนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ความหนาวเหน็บแล่นขึ้นมาจุกที่อกจนอึดอัด ได้แต่ยืนตัวสั่น เหงื่อแตกซิกไปหมดแย่แล้ว...ฉันไม่รอดแน่คราวนี้ เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันกับชายคนนี้ยังคงยืนจ้องตากันนิ่ง แต่รู้สึกกดดันจนแทบจะหยุดหายใจ!ภายในลิฟต์เงียบสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้นที่ดังอยู่ ฉันเหลือบตาขึ้นไปมองที่ตัวเลขบอกชั้น ภาวนาให้มันลงไปถึงชั้น 1 เร็ว ๆ หรือใครก็ได้ช่วยกดเรียกลิฟต์ที ช่วยพาฉันออกไปจากสถานการณ์บ้า ๆ นี้ทีเถอะ ได้โปรดจู่ ๆ ชายคนนั้นก็ขยับ เอื้อมมือมาหาฉัน จนต้องขยับหนีไปชิดกับประตูลิฟต์“อย่านะ!”ฉันร้องห้ามออกไปสุดเสียง ลนลานหยิบปากกาช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋าจ่อไปทางเขา ฉันตัวสั่นหนักกว่าเดิม สองมือชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปากกาที่ถืออยู่ในมือก็สั่นพั่บ ๆ อย่างควบคุมไม่อยู่เขาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้อย่างไม่ยี่หระต่ออาวุธในมือฉันเลย ฉันมุดหลบหนีเขาเป็นพัลวันจนลิฟต์สะเทือน ระหว่างนั้นก็สังเกตเห็นว่ามือข้างขวาของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมสีดำที่สวมอยู่เขากำลังจะเอาอะไรออกมา มีด ปืน หรืออะไรที่จะมาทำร้ายฉันแน่ ๆ!“ฉันบอกว่าอย่าเข้ามา! ถอยไป!”ฉันกรีดร้องออกไปอีกครั้ง และคราวนี้เขาก็หยุดชะงัก ไม่ก้าวเข้ามาอีก ยืนจ้องอยู่อย่างนั้นฉันหายใจหอบถี่เพราะความตื่นกลัว มือที่ถือปากกายิ่งสั่นจนกลัวว่ามันจะร่วงหลุดจากมือไป เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าจนผ้าปิดปากชื้นไปหมด น้ำตาซึมเอ่ออยู่ที่หางตา เบิกตาโพลงจับจ้องผู้ชายตัวโตตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา“อย่าร้อง”น้ำเสียงเย็นเยือกลอดออกมาจากปากเขา ฉันตั้งสติข่มความสั่นในอก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แกต้องการอะไร!” ฉันตะคอกถามไปอย่างหมดหนทางสู้“ผมแค่...”ปิ๊ง!เสียงแห่งความหวังของฉันดังขึ้นมาเสียก่อน ฉันมองไปที่ตัวเลขด้านบนก็พบว่าลิฟต์มาจอดที่ชั้น 4 และกำลังจะเปิดออก ฉันจ้องมองประตูสลับกับมองเขาเพื่อหาทางหนี เขาเองก็มองประตูสลับกับฉันเช่นกัน ครั้นแล้วพอประตูเปิดออกวูบ ฉันก็ชิงจังหวะกระโจนพรวดออกไปทันทีจนชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสวนเข้ามา“อ๊ะ!”ฉันอุทานด้วยความตกใจ พอจะหันไปขอโทษก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นจ้องถมึงทึงมาที่ฉัน ส่งสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ฉันตกใจสุดขีด มันสองคนต้องเป็นพวกเดียวกันแน่ ๆไม่รอช้า ฉันหันหลังแล้วรีบวิ่งสุดฝีเท้าออกมาทันที หนีไปตามทางเดินสลับหันหลังกลับไปมองเป็นระยะ จนถึงมุมตึกก็เลี้ยวเข้าไปแอบชิดผนัง ค่อย ๆ ชะโงกหน้าออกไปดูก็ไม่เห็นว่ามีใครตามมา จึงค่อยโล่งใจฉันหายใจเหนื่อยหอบจนแทบจะทรุดตัวลงไปกองบนพื้น ถอดผ้าปิดปากออกเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น แล้วยกแขนเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อที่ซึมอยู่บนใบหน้า ยังคงคิดถึงภาพเหตุการณ์ในลิฟต์อย่างหวาดผวา แล้วยังสายตาอาฆาตเอาเป็นเอาตายของผู้ชายกับผู้หญิงสองคนนั้นอีก ถ้าลิฟต์เปิดช้ากว่านี้อีกแค่นิดเดียว ชายคนนั้นอาจหยิบมีดหรือปืนออกมาทำร้ายฉันแล้วก็ได้ เกือบไปแล้วจริง ๆแล้วทันใดนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีอะไรบางอย่างมาเกาะหมับเข้าที่ไหล่จนฉันสะดุ้งเฮือกพรวดพราดออกไปยืนจังก้าอยู่กลางทางเดิน หันขวับกลับมาพร้อมตั้งการ์ดเตรียมสู้ตาย“เป็นอะไรไหมคะคุณ” คุณน้าแม่บ้านของคอนโดฯ นั่นเอง นึกว่าใครแม่บ้าน!?ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ฉันดูเมื่อคืน ก็เป็นแม่บ้านไม่ใช่เหรอที่เอาจดหมายขู่นั่นมาสอดใต้ประตู ถึงจะไม่แน่ใจว่าใช่แม่บ้านคนเดียวกันหรือไม่ แต่มันก็เสี่ยงเกินไปแล้ว ฉันลนลานคาดผ้าปิดปากไว้อย่างเดิมแล้วปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ ไม่ให้ดูมีพิรุธมากเกินไป“เอ่อ...มะ ไม่ ไม่เป็นอะไรค่ะ” ฉันตอบตะกุกตะกักแล้วถอยหลังวิ่งออกมาทันที แต่ถ้ากลับทางเดิมอาจเจอชายหญิงสองคนนั้นยืนดักอยู่หน้าลิฟต์ก็ได้ เลยเปลี่ยนไปวิ่งลงชั้นล่างทางบันไดหนีไฟแทน  ฉันรีบแฝงตัวไปในล็อบบีคอนโดฯ ที่มีคนนั่งอ่านหนังสือบ้าง คุยกันบ้าง อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าการแอบอยู่ในมุมลับตาฉันพยายามจัดสภาพตัวเองให้ดูปกติมากที่สุดแม้จะยังหายใจหอบเพราะเพิ่งวิ่งลงบันไดและยังไม่หายช็อกกับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้ ยอมรับเลยว่ากลัวมาก ไม่เคยถูกตามล่าและถูกศัตรูเข้าประชิดตัวแบบนี้มาก่อน ฉันมองไปรอบตัวอย่างหวาดระแวงเพราะไม่รู้ว่าใครคือ the Ripper และใครเป็นสายของเขาบ้าง ฉันอาจจะถูกจู่โจมอีกทีเมื่อไรก็ได้ซึ่งไม่มีทางรู้ตัวล่วงหน้าเลยผู้คนเดินกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยจอแจไม่ขาดสาย ฉันกวาดสายตาสำรวจหาคนที่น่าสงสัย ผู้หญิงคนนั้นควงมากับผู้ชายสวมแว่นดำจะใช่หรือเปล่านะ ผู้ชายคนที่เพิ่งเดินเข้ามาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง...หรือจะเป็นคนนี้ หรือจะเป็นแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดอยู่ข้างเคาน์เตอร์ แต่เอ๊ะ! เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเปิดประตูต้อนรับแขกกำลังมองมาที่ฉัน หรือว่าจะเป็นเขาฉันเลิกลั่กหมุนมองรอบตัวอย่างคนวิตกจริต เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ ดังก้องอยู่ในหูจนอื้ออึง แต่กลับจับใจความไม่ได้เลยสักคำ ประสาททุกส่วนในร่างกายเกิดความเครียดขึงตึงแน่นอย่างหนัก ฉันยกมือสองข้างขึ้นมาปิดหน้าแล้วซุกหน้าลงกับขาของตัวเอง ในหัวเต็มไปด้วยเสียงวี้ด ๆ ที่น่าขนลุกจนอยากจะบ้า ภาพสัญลักษณ์ TRP ฉายขึ้นมาในความคิดสลับกับเด็กแว้น ชายในลิฟต์ ผู้หญิงหน้าลิฟต์ แม่บ้าน ชายชุดดำ ยามหน้าประตู วนเวียนตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด ยิ่งทำให้ปวดหัวหนักขึ้นไปอีกจนแทบจะกรีดร้องออกมาครั้นแล้วก็รู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ หยดลงบนฝ่ามือ แบมือออกก็เห็นว่าเป็นเลือดกำเดา! คงเป็นเพราะเครียดและเหนื่อยมากเกินไปจนร่างกายเริ่มประท้วง ฉันรีบหยิบกระดาษทิชชูจากในกระเป๋ามาซับไว้ก่อน แต่มันก็ยังไม่ยอมหยุดไหล ระหว่างที่กำลังสาละวนกับเลือดกำเดาอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งมาจับหมับที่แขนฉันสะดุ้งจนสุดตัวแทบตกโซฟา หันขวับไปมองก็พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ที่เมื่อครู่ยืนอยู่หน้าประตูนั่นเอง  ฉันจ้องเขาเขม็ง ข่มอาการตื่นกลัวแล้วสอดมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายกำปากกาช็อตไฟฟ้าไว้แน่น พร้อมใช้งานทันทีหากเขามีทีท่าว่าจะทำร้ายฉัน“คุณผู้หญิงเป็นอะไรหรือเปล่า ดูท่าทางคุณไม่ค่อยปกติเท่าไรเลยนะครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม” เขาถามด้วยท่าทางเป็นห่วง ไม่รู้ว่าห่วงจริงหรือเสแสร้งกันแน่“ฉันสบายดี แค่เหนื่อยนิดหน่อย ขอนั่งเงียบ ๆ เถอะค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันตัดบทไปอย่างเฉยชาเพราะไม่อยากตอบคำถามอะไรให้มากเรื่อง เขาก็ไม่ได้ถามอีก กลับไปยืนหน้าประตูเหมือนเดิม ฉันจึงคลายมือออกจากปากกาช็อตไฟฟ้า พอจะโล่งใจได้บ้าง นึกว่าต้องวิ่งหนีอีกรอบซะแล้วหลังจากเลือดกำเดาหยุดไหล ฉันก็ค่อย ๆ สูดหายใจเข้าแล้วพ่นออกยาว ๆ เพื่อเรียกสติกลับมาแล้วพยายามคิดหาทางออก ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้วจริง ๆ ตราบใดที่ยังสลัด the Ripper ไปไม่หลุดก็คงไม่มีที่ไหนปลอดภัยสำหรับฉันอีกแล้ว นับได้ว่าครั้งนี้เป็นการหมดท่าครั้งยิ่งใหญ่ของเจ้าแม่แฮ็กเกอร์อย่างฉันที่ถูกศัตรูตามล่าจนต้องหนีเอาชีวิตรอดอย่างหัวซุกหัวซุน แล้วยังปล่อยให้ศัตรูยิ้มเยาะอยู่ได้ ฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว อย่างน้อยก็ต้องหาคนช่วยฉันเดินออกมาหน้าคอนโดฯ  ตรงไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้ามินิมาร์ต มองซ้ายมองขวาว่าไม่มีใครแอบตามมาก็ยกหูแล้วกดหมายเลข 119116 ที่ใช้ติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังองค์กร ASAP เมื่อสัญญาณได้รับการเชื่อมต่อจากองค์กรแล้วก็กรอกรหัสลับ 13 หลักเพื่อแสดงตัวว่าฉันเป็นใคร หลังจากนั้นก็กรอกรหัสลับของคนที่ฉันจะขอความช่วยเหลือตามลงไป ระหว่างรอสัญญาณตอบรับจากปลายสาย ฉันก็สอดส่ายสายตาไปด้านนอกเพราะกลัวว่าจะมีใครมาแอบดักฟังพอเชื่อมต่อสัญญาณได้สำเร็จ เสียงใส ๆ ของ Ribbon ก็ตอบรับมาอย่างคุ้นเคย“ค่ะ หัวหน้า”“ฉันมีเรื่องให้ช่วย” ไม่รอช้า รีบอธิบายแผนการทั้งหมดให้ Ribbon ฟัง เมื่อเข้าใจตรงกันและวางสายเรียบร้อย ฉันก็รีบไปยังลานจอดรถทันที   ผมกระชับแว่นกันแดดสีดำสนิทเข้ากับสันจมูกก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย ได้หลอนประสาทคนเล่นนี่สนุกเป็นบ้า น่าเสียดายที่ผมเพิ่งจะได้ทำสิ่งที่ควรทำมาตั้งนานแล้วนั่นคือ...กดดันที่ตัวบุคคลซึ่งก็คือยัยคู่ปรับ CZiS นั่นละ จากตอนแรกที่ผมต้องรับผิดชอบปฏิบัติการลับสุดยอด เจาะระบบ D.O.S. เพื่อปล่อยไวรัสทำลายระบบปฏิบัติการที่ได้ชื่อว่าไม่สามารถเจาะหรือลอกเลียนแบบได้ของบริษัทคู่แข่ง Dazzle แต่ผมก็มัวแต่โง่ ปล่อยวันเวลาให้ผ่านไปกับการลับฝีปากกับยัยแฮ็กเกอร์ปากร้ายคนนั้นเสียเฉย ๆ เสียเวลา...จนสายไป จนคุณซันกลายเป็นของคนอื่นแต่จากนี้  รับรองว่าจะไม่มีอีกแล้ว จะไม่มีนายแฮ็กเกอร์หน้าโง่ที่ล้มเหลว  โดนขโมยงานสำคัญ  ทำอะไรคู่ต่อสู้ก็ไม่ได้ แล้วยังเสียหัวใจของตัวเองไปให้คนอื่นอย่างนั้นอีกแล้วผมจะโจมตี CZiS จนถึงที่สุด  ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งนั้นถึงคุณซันจะไม่มีวันกลับมา  เจ้าแห่งวงการแฮ็กเกอร์ก็ยังต้องเป็น the Ripper! ผมสะกดรอยตาม CZiS โดยเริ่มจากซุ่มอยู่แถว ๆ ห้องพัก 3113 จับตาดูการเคลื่อนไหวทุกอย่าง  ทำสัญลักษณ์ TRP เพื่อให้เป้าหมายรู้ว่าผมป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล และผลที่ได้ก็เกินคาดเพราะเจ๊คานทองที่ผมหมายหัวไว้นั้นดูท่าจะตื่นตระหนกไม่เบา  ทั้งสวมเสื้อคลุมตัวโคร่งท่ามกลางอุณหภูมิร้อนมหาโหดของเมืองไทย คลุมฮู้ด คาดผ้าปิดปากอีกต่างหาก  ไม่กลัวเป็นตัวประหลาดของชาวบ้านชาวช่องเขาหรือไงผมเองก็ปลอมตัวเหมือนกันครับ  แต่ไม่บ้าแบบเจ๊แกหรอก  แค่ใส่วิกผมสีทองกับคอนแท็กต์เลนส์เป็นนักท่องเที่ยวฝรั่งตาน้ำข้าว หรือไม่ก็ทำเนี้ยบเรียบร้อยเป็นนักศึกษาปีสาม อ่านหนังสืออยู่ในล็อบบีคอนโดฯ ล่าสุดก็ใส่ชุดสีกากีเป็นคุณครู เดินไปเดินมาในคอนโดฯ แต่เจ๊แฮ็กเกอร์นี่ดูท่าจะมีลูกตาไว้โฟกัสแต่ผู้ชายชุดดำ แจ็กเกตดำ สวมแว่นดำอย่างเดียว เห็นเจอทีไรเป็นต้องรีบก้มหน้าก้มตา หลบงุด ๆ จนบางครั้งก็เกือบชนผมเข้าโดยไม่รู้ตัว  หึ...สงสัยจะดูหนังฮอลลีวู้ดมากนะเนี่ย  ผมละอยากจะบอกเจ๊แกใจจะขาดว่าสายลับจริง ๆ เขาไม่ทำตัวมีพิรุธอะไรอย่างนั้นหรอก  แต่จะแฝงตัวเนียน ๆ ไปมาเงียบ ๆ และกว่าเหยื่ออย่างเจ๊จะรู้ตัวก็เมื่อจนมุมไปไหนไม่รอดแล้วนั่นละ!โถ ๆ จะเข้าลิฟต์ทีก็ต้องกวาดสายตาไปมายังกับผู้ร้ายหลบหนีคดีอาญา ใครทักอะไรสองสามคำก็สะดุ้งขวัญอ่อน ผู้ชายตัวโตในลิฟต์คนนั้นเขาได้รับแจกสติ๊กเกอร์แทตทู จากผมไปเมื่อวันก่อนครับ ที่เป็นลายเส้นกราฟฟิกเท่ ๆ พร้อมตัวอักษร TRP นั่นละ บังเอิญว่ามันเป็นตัวย่อของวงดนตรีพังก์ร็อกใต้ดินพอดี เขาดีใจมากครับ นึกว่าผมเป็นผู้จัดการวงก็ขอบอกขอบใจผมใหญ่ ส่วนเด็กแว้นที่ขับรถไปปาดหน้าเจ๊ CZiS นั้นผมก็ปลอมตัวเป็นหนึ่งในสมาชิกเด็กแว้น เอาสติ๊กเกอร์ไปแจกให้โดยอ้างว่าลูกพี่หัวหน้าแก๊งบอกให้ทุกคนแปะเหมือนกันให้หมด นี่ถ้าคุณแฮ็กเกอร์สาวขับไปที่ถนนใหญ่อีกเส้นก็จะเจอแก๊งเด็กแว้น TRP ยกแก๊ง  คงได้หลอนกว่านี้สิบเท่าครึ่ง!ส่วนฉากที่ผมขับรถไล่ล่าชนิดไม่ยอมลดราวาศอก ตามชนิดให้รู้ตัวว่าตามนั้น หึ...ยอมรับเลยว่าฝีมือขับรถคุณเธอดีกว่าที่ผมคาดไว้เยอะ แต่ไม่ใช่ว่าผมอ่อนข้อให้หรอกน่ะ  เพียงแต่...บางทีก็แอบเสียสมาธิน่ะครับ เพราะรถของยัยแฮ็กเกอร์นั่นเหมือนรถของคุณตะวันวาดเปี๊ยบเลย ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน  ต่างกันก็แค่เลขทะเบียนเอาละ ถึงใจจริงจะอยากจับตัวเจ้าหล่อนมาเขย่า ๆ ขู่บังคับให้คืนระบบปฏิบัติการ Cosmic มาในวินาทีนี้เลย แต่ก็ต้องเย็นไว้ก่อนครับ เพราะถ้าผมได้เห็นหน้าคุณเธอชัด ๆ เพียงสักครั้งละก็  ผมจะเล่นงานเธอได้มากกว่านี้อีกมาก  อีกอย่างหนึ่ง การจะประชิดตัว CZiS ชนิดบุกจู่โจมเลยนั้นออกจะเสี่ยงไม่น้อย  เพราะเท่ากับว่าผมได้แสดงตัวออกมาว่าผมคือ the Ripper ซึ่งมันก็ไม่แน่ว่าจะโดนคุณผู้หญิงเธอซ้อนแผน เตรียมฝูงลูกน้องเข้ามาชาร์จจับตัวผมแทนหรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ เกมก็จะจบทันที  ตลอดทางที่ฉันขับรถออกมา ทุกอย่างก็เป็นไปตามคาดคือ มีรถเก๋งสีน้ำเงินติดฟิล์มทึบรอบคันที่จอดอยู่ไม่ไกลจากรถฉันขับตามออกมาตั้งแต่ลานจอดรถและตามติดไม่ห่าง ฉันพยายามขับปาดไปปาดมา เลี้ยวเข้าซอยกะทันหันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวเพื่อให้รถคันนั้นตามไม่ทัน แต่ก็ไม่เป็นผล วันนี้มันเกาะติดหนึบไม่มีพลาดเลย โอเค...ตามให้ตลอดแล้วกันเมื่อทดสอบดูแล้วว่าไม่มีทางสลัดรถสีน้ำเงินนั่นพ้นแน่ ฉันก็ขับมุ่งตรงไปยังจุดนัดพบที่นัดกับ Ribbon ป่านนี้ลูกน้องของฉันคงจะมารออยู่แล้ว เมื่อขับมาถึงจุดหมายซึ่งก็คือปั๊มน้ำมัน ฉันก็จอดหน้าห้องน้ำ มองกระจกหลังเห็นว่ารถสีน้ำเงินคันนั้นหยุดจอดอยู่ข้าง ๆ กำแพงไกลออกไปพอสมควร หึ! ตัวแกเองก็คงแอบกลัวฉันอยู่เหมือนกันสินะ ฉันเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าห้องน้ำหญิง แอบอยู่ตรงทางเข้าก่อนจะชะโงกออกไปดูให้แน่ใจว่าเขาคนนั้นไม่ได้ตามลงมาจู่ ๆ ก็มีคนมาจับหมับที่แขนฉัน ฉันสะดุ้งและหันขวับไปมองจึงเห็นว่าเป็นคนที่นัดไว้ สาวน้อยอายุราวยี่สิบต้น ๆ ผมดำขลับซอยแค่ระต้นคอ ผิวขาว ตาโต นัยน์ตาขี้เล่น จมูกโด่งพองามรับกับใบหน้ารูปไข่เป็นอย่างดี รูปร่างบอบบางกว่าฉันนิดหน่อยแต่ความสูงไล่เลี่ยกัน อยู่ในชุดเดรสลูกไม้สีโอลด์โรสหวานแหววกับรองเท้าส้นสูงแบบมีสายรัดข้อเท้าสีครีม“สวัสดีค่ะหัวหน้า” เสียงสดใสเปล่งออกมาจากริมฝีปากบางอมชมพูพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร“เตรียมพร้อมหรือยัง” ฉันถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าเธอทำตามแผนเรียบร้อยหรือเปล่าเด็กสาวไม่ได้เอ่ยตอบ เพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ พร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจ 

    ****************************************************************ฝากผลงานจ้า...Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า? (พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)error loaded
    #E-Bookพร้อมให้ดาวน์โหลด ที่ MEB ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา#หนังสือเล่มสั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishingหรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ